Prince of Songkla University

PSU Knowledge Bank
Not a member yet
    16637 research outputs found

    PEA’s Service Design for Customer Requirements: A Case Study of PEA Sadao, PEA Hadyai and PEA Songkla Province

    Get PDF
    วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการอุตสาหกรรม), 256

    Improved performance in automobile repair garage : A case study

    Get PDF
    วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการอุตสาหกรรม), 2561งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อลดเปอร์เซ็นต์จำนวนรถที่ส่งมอบล้าช้าลงอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ ในกรณีการซ่อมงานประเภท A และ B ของกรณีศึกษา จากการศึกษาและวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงานหลักมีงาน 9 ขั้นตอนที่ใช้เวลามากกว่า 30 นาที จึงทำการวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงานย่อยอย่างละเอียดด้วยแผนภูมิการไหลของงานเหล่านั้น เพื่อหางานย่อยที่ใช้เวลานาน จากนั้นวิเคราะห์สาเหตุความล่าช้าด้วยทฤษฎีการวิเคราะห์ปัญหาด้วยหลักการ ทําไม-ทําไม สุดท้ายมีการหาแนวทางการแก้ไข ผลลัพธ์ในการดำเนินงานวิจัย พบว่าสาเหตุความล่าช้าจากงานย่อยคือ 1) ไม่มีการจัดพื้นที่การทำงาน 2) ไม่มีการแบ่งประเภทพื้นที่การทำงาน 3) ไม่มีการจัดเก็บเครื่องมือ 4) ไม่มีการลงทุนเครื่องมือทุ่นแรง 5) ไม่มีมาตรฐานการพ่นสีที่ถูกต้อง 6) ไม่มีจุดวางอะไหล่รถขณะซ่อม จากสาเหตุดังกล่าวได้มีการนำเสนอแนวการแก้ไข พร้อมปฏิบัติจริง และนำไปใช้แก้ปัญหาโดยทำตามแนวทางการแก้ไขดังนี้ 1) จัดทำ 5ส. พื้นที่การทำงาน 2) การจัดโซนการทำงานของงานแต่ละประเภท 3) จัดทำแผงเครื่องมือและอุปกรณ์ 4) จัดทำจุดจัดเก็บอะไหล่ในขณะรถซ่อม 5) เพิ่มเครื่องขัดสีกระดาษทรายกลม 6) จัดทำให้เป็นมาตรฐาน หลังจากได้ปฏิบัติเสร็จแล้ว พบว่าอัตราการส่งมอบรถล่าช้าของงานประเภท A จากเดิม 40.96% เหลือ 14.27% สามารถลดเปอร์เซ็นต์จำนวนรถที่ส่งมอบล้าช้าได้ 26.69% และสามารถลดเวลาการทำงานของงานประเภท A ก่อนปรับปรุงใช้เวลา 1717 นาที และหลังปรับปรุงใช้เวลา 1338 นาที ลดลง 379 นาที และอัตราการส่งมอบรถล่าช้าของงานประเภท B จากเดิม 52.50% เหลือ 28.84% สามารถลดเปอร์เซ็นต์จำนวนรถที่ส่งมอบล้าช้าได้ 23.66% และสามารถลดเวลาการทำงานของงานประเภท B ก่อนปรับปรุงใช้เวลา 2447 นาที และหลังปรับปรุงใช้เวลา 1788 นาที ลดลง 659 นาที สรุปได้ว่าการนำความรู้จากเทคนิคอุตสาหกรรม มาใช้ในการแก้ไขได้จริ

    Investigation of undrained time dependent behaviour of soft marine clay under thermal loading : case study of pakpanang clay

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (วศ.ม. (วิศวกรรมโยธา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2561Pakphanang, Nakhon Si Thammarat province is located in the eastern coast of the southern of Thailand. The lowland plain is formed by deposition of soft marine clay. The past decade to the present, the city is the one of the rapid development. There are a large number of the constructions, houses, Industrial plants and nuclear power plants that could happen in the future. The heat from industries is transferred to the soil surrounding the building. Consequently, engineer must clearly understand the rate-dependent behavior of clay that is very important to predict soil behavior and design structure. Changes in soil engineering behavior because of the changing temperature affect the strength of clay. Clay is fine grain soil, cohensive, electrostatic attraction, double layer adsorb clay particle that relate to high plasticity and low permeability. Thus, shear strength behavior of clay depends on time-dependent behavior or viscosity of soil. Heat conduction causes pore water that is important to affect strength of clay. Since the permeability of clay is lower than its conductivity. Accordingly, this study focuses on investigating the time-dependent undrained shear behavior of marine clay under both thermal and mechanical loading. Isotropic consolidated undrained triaxial compression tests with controlled temperature and strained rates are carried out for this purpose. The shearing temperatures were 45 and 60 degrees Celsius in undrained heating condition. Shear rates were 0.02%, 0.075%, 1.0%, and 6.0% per minute. Soil behavior in term of the effect of the overconsolidation ratios (OCR) were 1, 2, 4 and 8 are also investigated. At the end of this paper, we will present a comparative study of the relationship between stress and strain, shear strength of soft clay at high temperature (drained heating and undrained heating) and room temperature. The test results were indicated that the Pakphanung marine clay is classified in high plasticity Organic clay, OH. Heat affects decreasing of plastic index and liquid limit. Noticeably, the higher the temperature, the lower the liquid limit, soil mass and also organic matter. Anyway, it did not affect molecular structure. The strain rates affect undrained shear behavior, showed that high strain rate, high shear strength for any OCR. Heat is a factor that stimulates the strength of Pakphanung clay, especially, in low strain rate. It depends on the ability to drain excess water from the soil mass. The drained heating causes the higher shear strength than the non-heating test. On the other hand, the heat conductivity is faster than the ability to drain excess pore pressure built by undrained heat, the soil strength will decrease. Heating causes the soil reaches the point of failure slightly faster than drained heating test. Stress and thermal affect the water pressure coefficient at the failure point (A) at low OCR, which is higher than high OCR. The drained heating test showed higher A than undrained heat test and room temperature test. Moreover, the temperature also contributes to the modulus of elasticity at the point of failure. Clearly, increase the modulus of elasticity secant. Drained heating tests give the highest state boundary. The slope of the critical state of undrained heat is lower than the drained heating and non-heating.พื้นที่อําเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ําใกล้ทะเลฝั่งตะ ออกของภาคใต้ ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มอันเกิดจากการตกตะกอนทับถมกันของดินเหนียว ปัจจุบันกลายเป็น เมืองที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่ารวดเร็ว จะเห็นได้จากการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน โรงงาน อุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในทศวรรษที่ผ่านมา และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะมี พลังงานความร้อนจากอุตสาหกรรมต่างๆถ่ายเทลงสู่ดินบริเวณรอบองค์อาคาร ดังนั้นการศึกษาถึง (Rate dependent) มี พฤติกรรมการทรุดตัวของดินเหนียว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แปรผันไปตามอัตรา ความสําคัญมากในงานทางวิศวกรรม ซึ่งนําไปสู่การศึกษาเพื่อใช้ในการออกแบบโครงสร้างฐานราก อาคารและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมไปถึงวิธีการการปรับปรุงคุณภาพดินเหนียวอ่อนในอนาคต การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านวิศวกรรมของดินเนื่องด้วยอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อความแข็งแรงของดินโดยเฉพาะอย่างยิ่งดินเหนียวที่อิ่มตัวด้วยน้ํา ดินเหนียวเป็นดินเม็ด ละเอียด มีความเชื่อมแน่น และมีคุณสมบัติทางด้านประจุไฟฟ้า มีโมเลกุลของน้ํายึดเกาะอยู่ล้อม อนุภาคเม็ดดิน จึงทําให้มีดินเหนียวความเป็นพลาสติกสูง และมีความสามารถในการระบายน้ําที่ต่ํา ดังนั้นพฤติกรรมการรับแรงของดินเหนียวจะมีพฤติกรรมที่ขึ้นกับเวลาหรือความหนืดของดิน การ ส่งผ่านความร้อนลงสู่ดินมีผลต่อน้ําในมวลดิน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของ ดิน เนื่องจากดินเหนียวมีความสามารถในการระบายน้ําที่ช้ากว่าการนําความร้อน ดังนั้นงานวิจัยนี้มี จุดประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมความเค้น ความเครียด และกําลังของดินเหนียวอ่อนปากพนัง ภายใต้ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและอัตราการเตือน โดยทําการทดสอบแรงอัดสามแกนแบบอัดตัวตาย และเรือนแบบไม่ระบายน้ํา ให้ความร้อนในเงื่อนไขไม่ระบายน้ํา (undrained heat) ที่อุณหภูมิ 45 และ 60 องศาเซลเซียส และอัตราความเครียดที่แตกต่างกัน 0.02% 0.0759% 1.0% และ 6.0% ต่อ นาที ตามลําดับ ในตอนท้ายของงานวิจัยนี้จะได้นําเสนอผลการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่าง ความเห็นกับความเครียด และกําลังรับแรงเฉือนของดินเหนียวอ่อนปากหนังที่ทําการให้ความร้อนใน เงื่อนไขระบายน้ํา (drained heat) และในเงื่อนไขไม่ระบายน้ํา รวมทั้งทําการเปรียบเทียบกับการ ทดสอบที่อุณหภูมิห้อง จากผลการทดสอบพบว่าดินเหนียวปากพนังจัดเป็นดินเหนียวอินทรีย์ ที่มีความเป็น พลาสติกสูง (Organic clay, CH) และอุณหภูมิส่งผลต่อค่าพิกัดพลาสติกและค่าขีดจํากัดเหลวของ ดินเหนียวปากพนัง โดยอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทําให้ค่าขีดจํากัดเหลวลดลงอย่างเห็นได้ชัด อุณหภูมิที่ สูงขึ้นส่งผลต่อการลดลงของน้ําหนักมวลดินและอินทรียวัตถุในมวลดิน ซึ่งไม่ได้เป็นผลจากการ เปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างโมเลกุลของดินแต่อย่างใด อัตราความเครียดส่งผลต่อพฤติกรรมการรับกําลังของดินเหนียวปากพนัง เมื่ออัตรา ความเครียดสูง ทําให้กําลังรับแรงเฉือนของดินสูงขึ้นในทุกๆสภาวะการอัดแน่นเกินตัว โดยความร้อน เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อกําลังรับแรงเฉือนของดินที่อัตราการเฉือนข้ามากกว่าอัตราการเฉือนเร็ว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายแรงดันน้ําออกจากมวลดิน หากให้ความร้อนโดยให้แรงดันน้ํา สามารถระบายออกได้ จะทําให้มวลดินมีสามารถรับแรงเฉือนได้มากกว่าการทดสอบที่อุณหภูมิห้อง แต่หากการน่าความร้อนได้เร็วกว่าความสามารถในการระบายน้ําออกจากมวลดิน ส่งผลให้มวลดินมี ความแข็งแรงลดลง การให้ความร้อนทําให้ดินถึงจุดวิบัติเร็วขึ้น ซึ่งเร็วกว่าการทดสอบโดยการให้ความ ร้อนแบบระบายน้ําเล็กน้อย อัตราความเครียดและอุณหภูมิมีผลต่อสัมประสิทธิ์ความดันน้ําที่จุดวิบัติ (pore pressure parameter at failure, A) ที่ค่าอัตราการอัดแน่นเกินตัวต่ํามากกว่าทีอัตราการอัด แน่นเกินตัวสูง และพบว่าการทดสอบแบบให้ความร้อนแบบระบายน้ําให้แนวโน้มค่าสัมประสิทธิ์ของ ความดันน้ําที่จุดวิบัติสูงกว่าการทดสอบแบบให้ความร้อนแบบไม่ระบายน้ํา และการทดสอบที่ อุณหภูมิห้อง นอกจากนี้อุณหภูมิยังส่งผลให้ค่าโมดูลัสยืดหยุ่นที่จุดวิบัติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมี เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในค่าโมดูลัสยืดหยุ่นซีแค้นต์ การทดสอบที่อุณหภูมิสูง ในเงื่อนไขการให้ความร้อน แบบระบายน้ํา ให้ขอบเขตสถานะ (State boundary) กว้างที่สุด ค่าความชันของเส้นสถานะวิกฤติ ของการทดสอบแบบให้ความร้อนแบบไม่ระบายน้ํา มีค่าต่ํากว่าการทดสอบแบบให้ความร้อนแบบ ระบายน้ํา และการทดสอบที่อุณหภูมิห้อ

    Varietal improvement of torch ginger (Etlingera elatior L.) using biotechnological method

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (ปร.ด. (พืชศาสตร์))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 256

    Linear structural relationship between person-job fit, person-organization fit, innovation trust and innovative work behavior of municipality officers in the three Southern border provinces

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (รป.ม. (รัฐประศาสนศาสตร์))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2561The objectives of this study were 1) to measure the level of person-job fit, person-organization fit, innovation trust and innovative work behavior. 2) to compare the difference between the level of person-job fit, person-organization fit, innovation trust and innovative work behavior and individual factors. 3) to analyze linear structural relationship between person-job fit, person-organization fit, innovation trust and innovative work behavior. The sample group consisted of 390 municipality officers in the three southern border provinces recruited through stratified sampling. The instrument was a questionnaire, and the statistics used were mean, standard deviation, maximum value, minimum value, skewness, kurtosis, correlation coefficient, t-test, f-test, and structural equation model analysis. The study found that 1) officers' opinions on the innovative work behavior, innovation trust, person-organization fit, and person-job fit were at the high level. 2) supervisors have innovation trust and innovative work behavior higher than the level of practice at a statistically significant level of .05. 3) position and marital status were significantly different in their opinions on person-job fit at the level of .05. 4) Age of officers corlelated with person-organization fit and person-job fit whereas experience only corlelated with person-job fit significantly at the level of .05, but the level of relationship were low. 5) Innovative work behavior had direct effects on innovation trust, person-job fit with the effect sizes of 40 and 20, respectively at the statistical significance level of .001and had indirect effects on person-organization fit, person-job fit path through innovation trust with the effect sizes of .10 and 24, respectively at the statistical significance level of .001. Innovation trust and person-job fit together could explain innovative work behavior at 33.7 percent while person-organization fit, person- job fit could explain innovation trust at 51.4 percent.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วัดระดับความสอดคล้องระหว่างคนกับงาน ความสอดคล้องระหว่างคนกับองค์การ ความไว้วางใจนวัตกรรม และพฤติกรรมการทํางานเชิง นวัตกรรม 2) เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างความสอดคล้องระหว่างคนกับงาน ความ สอดคล้องระหว่างคนกับองค์การความไว้วางใจนวัตกรรม และพฤติกรรมการทํางานเชิงนวัตกรรม กับปัจจัยส่วนบุคคล 3) วิเคราะห์ความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นความสอดคล้องระหว่างคนกับ งาน ความสอดคล้องระหว่างคนกับองค์การ ความไว้วางใจนวัตกรรม และพฤติกรรมการทํางาน เชิงนวัตกรรม กลุ่มตัวอย่างคือ พนักงานเทศบาลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 390 คน ใช้การสุ่ม แบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสูงสุด ค่าต่ําสุด ค่าความเบ้ ค่าความโด่ง ค่าสัมประสิทธิ์สหพันธ์ สถิติที่ สถิติเอฟ และ การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า 1) พฤติกรรมการทํางานเชิงนวัตกรรม ความไว้วางใจนวัตกรรม ความสอดคล้องระหว่างคนกับองค์การ ความสอดคล้องระหว่างคนกับงาน ภาพรวมอยู่ในระดับ มาก 2) ระดับหัวหน้างานมีพฤติกรรมการทํางานเชิงนวัตกรรม และความไว้วางใจนวัตกรรมสูงกว่า ระดับปฏิบัติอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ตําแหน่งงาน และสถานภาพสมรส ที่แตกต่างกัน มีระดับความสอดคล้องระหว่างคนกับงานที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 4) อายุ มีความสัมพันธ์กับความสอดคล้องระหว่างคนกับองค์การ และความ สอดคล้องระหว่างคนกับงาน ส่วนประสบการณ์การทํางาน มีความสัมพันธ์ กับความสอดคล้อง ระหว่างคนกับงาน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีความสัมพันธ์กันในระดับต่ํา 5) พฤติกรรมการทํางานเชิงนวัตกรรม ได้รับอิทธิพลทางตรงจาก ความไว้วางใจนวัตกรรม และ ความสอดคล้องระหว่างคนกับงาน โดยมีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 40 และ 20 ตามลําดับ โดยมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และยังได้รับอิทธิพลทางอ้อมจากความสอดคล้องระหว่างคนกับ งาน และความสอดคล้องระหว่างคนกับองค์การ ผ่านความไว้วางใจนวัตกรรม โดยมีขนาดอิทธิพล เท่ากับ 10 และ 24 ตามลําดับโดยมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยทั้งความไว้วางใจ นวัตกรรม และความสอดคล้องระหว่างคนกับงานสามารถร่วมอธิบายพฤติกรรมการทํางาน เชิงนวัตกรรม ได้ร้อยละ 33.7 ส่วนความสอดคล้องระหว่างคนกับงาน และความสอดคล้องระหว่าง คนกับองค์การสามารถร่วมกันอธิบายความไว้วางใจนวัตกรรม ได้ร้อยละ 51.

    Efficacy of crude protease and metarhizium guizhouense PSUMO2 in controlling root-knot nematode (Meloidogyne incognita) in Chinese potato (Coleus parvifolius Benth.)

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (โรคพืชวิทยา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 256

    Care and Outcomes of Care of Patients with Major Trauma during Transfer by Advanced Life Support Personnal

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (พย.ม. (การพยาบาลผู้ใหญ่))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 256

    Effects of 5 A's Self-Management Support Program on Sekf-Management Behaviors and Clinicat Outcomes in Patirnts With Uncontrolled Hypertension

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (พย.ม. (การพยาบาลผู้ใหญ่))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 256

    7,629

    full texts

    16,637

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    PSU Knowledge Bank
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇