16637 research outputs found
Sort by
รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อโคตุ๋นบรรจุในถุงทนร้อนเพื่อขยายตลาดอาหารจากเนื้อโคไทย
โครงการวิจัยนี้ทำการสำรวจและสัมภาษณ์กษตรกรฟาร์มเลี้ยงโค ปศุสัตว์จังหวัด และสหกรณ์โคเนื้อในพื้นที่ภาคกลางเพื่อรวบรวมรูปแบบการเลี้ยง สายพันธุ์โค ปริมาณผลผลิตและ
การตัดแต่งซาก รูปแบบการตัดแต่งเนื้อ ปริมาณชิ้นส่วนเนื้อที่เป็นชิ้นส่วนหลักและรอง เพื่อหารูปแบบบริหารจัดการเนื้อ วัตถุดิบให้เหมาะสมกับความต้องการและการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ จากผลการสำรวจได้ข้อมูลความต้องการใช้ประโยชน์เนื้อพื้นท้อง เนื้อน่อง และเนื้อแดงตัดแต่งจากทุกส่วนซาก ของเนื้อโคขุนลูกผสม-ชาร์โรเลส์และเนื้อโคนมเพศผู้ขุน นอกจากนี้ยังมีเนื้อเศษเหลือจากการตัดแต่งจากโคขุนลูกผสมบราห์มันที่ต้องการเพิ่มมูลค่าพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อตุ๋นพร้อมบริโภค เพื่อให้ทราบข้อมูลคุณภาพของเนื้อวัตถุดิบ และหาแนวทางใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม จึงทำการศึกษาลักษณะคุณภาพทางเคมีและกายภาพของวัตถุดิบจากเนื้อโคขุนลูกผสมชาร์โรเลส์ โคนมเพศผู้ขุน และโคขุนลูกผสมบราห์มัน โดยใช้เนื้อพื้นท้อง เนื้อน่อง เนื้อแดง
เศษเนื้อแดง และ เศษเอ็น โดยเปรียบเทียบองค์ประกอบเคมีและคุณค่าทางโภชนาการ (โปรตีน ไขมัน ถ้าความชื้น คอลลาเจน ไมโอโกลบิน องค์ประกอบของกรดไขมันและกรดอะมิโน) ลักษณะ
ทางกายภาพ (ค่าสี ลักษณะเนื้อสัมผัส ความสามารถในการอุ้มน้ำ) ลักษณะโครงสร้างระดับจุลภาคของกล้ามเนื้อโดย SEM Micrograph การเสียสภาพธรรมชาติเนื่องจากความร้อนโดย DSC thermogram ซึ่งเนื้อตัวอย่างแต่ละตำแหน่งมีความแตกต่างในด้านองค์ประกอบเคมีและกายภาพ ผลวิจัยพบความแตกต่างของลักษณะคุณภาพของเนื้อระหว่างตำแหน่งชิ้นเนื้อและสายพันธุ์ จึงมีการวิเคราะห์ผลของการให้ความร้อนในการตุ๋นและการให้ความร้อนในระดับสเตอริไรส์ในเครื่องฆ่าเชื้อความดันสูงต่อลักษณะคุณภาพของเนื้อวัตถุดิบส่วนพื้นท้อง น่อง เนื้อแดง เศษเนื้อแดง และ เศษเอ็น จากโคนมเพศผู้ขุน โคลูกผสมชาร์โรเลส์และโคบราห์มัน โดยศึกษาระยะเวลาในการให้ความร้อนในการตุ๋นที่อุณหภูมิ 98.99*C เป็นเวลา 30 60 และ 90 นาที แล้วจึงนำไปให้ความร้อนต่อในเครื่องฆ่าเชื้อความดันสูงที่อุณหภูมิ 116 ํC เวลา 55 นาที โดยพบว่า เวลาที่เหมาะสมในการตุ๋นให้ความร้อนในเนื้อแต่ละชนิดแตกต่างกัน โดยพิจารณาจากค่าวิเคราะห์ลักษณะเนื้อสัมผัส (Texture Profile Analysis, TPA) ค่าการสูญเสียน้ำหนักระหว่างการทำสุก ปริมาณคอลลาเจนทั้งหมดและที่ละลายได้ ปริมาณเปปไทด์ที่ละลายได้ และปริมาณกรดอะมิโน นอกจากนี้ได้ทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับการส่งผ่านความร้อนของเนื้อตุ๋นที่เตรียมจากเนื้อต่างชนิด พบว่า เนื้อของโคขุนลูกผสมชาร์โรเลส์มีการส่งผ่านความร้อนช้าที่สุด จึงเลือกเป็นตัวแทนตัวอย่างเนื้อในการศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์ เมื่อนำระยะเวลาในการให้ความร้อนในการตุ๋นที่เหมาะสมมาเตรียมผลิตภัณฑ์เนื้อตุ๋นจากเนื้อพื้นท้อง เนื้อน่อง และเนื้อแดง ของโคขุนลูกผสมชารโรเลส์ โดยศึกษาผลิตภัณฑ์เป็นสองกลุ่ม คือ เนื้อตุ๋นพร้อมปรุงแบบแช่แข็ง และเนื้อตุ๋นพร้อมบริโภค สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อตุ๋นแช่แข็งทำการศึกษาผลของการแช่แข็งและทำละลายจำนวน 3 รอบ พบว่าไม่มีผลต่อลักษณะสีและเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์เนื้อ-แต่ละตำแหน่ง แต่มีผลเร่งการเปลี่ยนแปลงค่า TBARS p-Anisidine และปริมาณ non-heme iron อย่างไรก็ตามค่าที่เพิ่มขึ้นไม่มีผลต่อคะแนนการยอมรับทางประสาทสัมผัส สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อโคตุ๋นพร้อมบริโภคในภาชนะปิดสนิทชนิดถุงทนร้อน ได้พัฒนาสูตรและกระบวนการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อโคตุ๋นในน้ำเกลือ ในน้ำซุปเห็ดหอม และในน้ำซอสมัสมั่น โดยได้ศึกษา Heating profile เพื่อกำหนดกระบวนการให้ความร้อนในการฆ่าเชื้อผลิตภัณฑ์โดยมีความปลอดเชื้อสามารถเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่อุณหภูมิห้องได้ รวมทั้งวิเคราะห์ลักษณะคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทางด้านเคมี กายภาพ และโภชนาการ และนำข้อมูลทางโภชนาการมาออกแบบเป็นฉลากของผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดสามารถใช้วัตถุดิบเนื้อชิ้นส่วนรองและเศษเหลือจากการตัดแต่งของเนื้อโคให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัฑณ์พร้อมบริโภคเชิงพาณิชย
Perceived Risk and Trust Influencing the Transactional Intention through Mobile Banking among Customers of Krung Thai Bank Public Company Limited in Songkhla Province
วิทยานิพนธ์ (บธ.ม. (การตลาด))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2562This research aims to study the levels of perceived risk, trust, and transactional intention through mobile banking, perceived risk affecting trust and intention of transactions, and trust affecting transactional intention. An online questionnaire was used as an instrument for collecting data. The participants consisted of 385 customers of Krung Thai Bank Public Company Limited in Songkhla Province who have never made financial transactions through mobile banking. The data were analyzed by frequency, percentage, arithmetic mean, standard deviation, and multiple regression analysis.
The research revealed that perceived risk of customers showed at a high level while trust and transactional intention through mobile banking showed at a moderate level. The consumers' perceived risk represented significantly negative impact on trust that time risk and functional risk have significantly negative impact on transactional intention. Moreover, trust in term of ability have significantly positive impact on intention of transactions.
From the research findings, the bank should build trust for customers by publicizing the abilities of financial transactions system through mobile banking and should reduce the time and functional risk by developing the mobile banking system to be easy to understand and have a multi-function in order to encourage customers to have more intention to use this service.งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ความเสี่ยง ความไว้วางใจ และ
ความตั้งใจในการทําธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารบนมือถือ ศึกษาการรับรู้ความเสี่ยงที่ส่งผลต่อ ความไว้วางใจและความตั้งใจในการทําธุรกรรมทางการเงิน และศึกษาความไว้วางใจที่ส่งผลต่อความ ตั้งใจในการทําธุรกรรมทางการเงิน โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เก็บรวบรวมข้อมูลจากลูกค้า ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ในจังหวัดสงขลา ที่ยังไม่เคยใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่าน ธนาคารบนมือถือกับทางธนาคารฯ จํานวน 385 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัย พบว่า ระดับการรับรู้ความเสี่ยงในการทําธุรกรรมทางการเงินผ่าน ธนาคารบนมือถือของลูกค้าอยู่ในระดับมาก ส่วนระดับความไว้วางใจและความตั้งใจในการทําธุรกรรม ทางการเงินอยู่ในระดับปานกลาง โดยการรับรู้ความเสี่ยงมีอิทธิพลทางลบต่อความไว้วางใจในการทํา ธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารบนมือถือ และการรับรู้ความเสี่ยงด้านเวลาและด้านประสิทธิภาพ มี อิทธิพลทางลบต่อความตั้งใจในการทําธุรกรรมทางการเงิน สําหรับความไว้วางใจในด้านความสามารถมีอิทธิพลทางบวกต่อความตั้งใจในการทําธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารบนมือถือทางสถิติอย่างมีนัยสําคัญ
จากข้อค้นพบของงานวิจัย ธนาคารควรสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าว่าธนาคาร บนมือถือเป็นช่องทางที่เหมาะสมต่อการทําธุรกรรมทางการเงิน โดยการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึง ความสามารถของระบบการทําธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารบนมือถือ และควรลดความเสี่ยงด้าน เวลาและด้านประสิทธิภาพของการทําธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารบนมือถือ โดยการพัฒนาระบบ ของธนาคารบนมือถือที่ง่ายต่อการทําความเข้าใจ และมีชุดการทํางานที่หลากหลาย เพื่อให้ลูกค้ามี ความตั้งใจในการใช้บริการมากขึ้
Anti-diabetic property of interruptin derivatives isolated from the fern Cyclosorus terminans
The fern Cyclosorus terminans has long been consumed as a vegetable in northern Thailand. It has been reported as the source of coumarin derivatives, interruptins A and B. In this study, they were found to exhibit in vitro antidiabetic property by enhancing the glucose consumption into hepatocytes and skeletal muscle cells through PPAR-Y pathway. Likewise, both interruptins A and B also increased glycogen accumulation in heptaocytes, while only interruptin B could encourage glycogen content in muscle cells. Interestingly, prepared interruptin-rich extract (IRE) demonstrated not only no cytotoxicity toward hepatocytes and skeletal muscle cells, but also activated glucose uptake into both cells. Furthermore, acute toxicity study Wistar rats revealed no mortality or signs of toxicity after a single oral of 2,000 mg/kg IRE administration and indicated the LDso as 2,000-5,000 mg/kg body weight. Moreover, interruptin B displayed potent anti-inflammation through NO radical scavenging and NO production inhibition in macrophage RAW264.7 cells with ICso of 67.68 and 0.81 JM followed by interruptin A with JCso of 90.07 and 12.18 |uM, respectively. These compounds also down-regulated iNOS and up-regulated PPAR-Y mRNA expression in a dose-dependent manner. Additionally, the appropriate HPLC method for analysis the corresponding interruptins content in C. terminans extract was successfully validated according to ICH requirement. To the best of our knowledge, this is the first study describing anti-diabetic activity in liver and muscle cells and anti-inflammatory activity in macrophage cells of isolated interruptins A and B. These actions may be due to an induction of PPAR-Y. These results are very promising to find that C. terminans extract with
active interruptin derivatives might be a potential natural material for anti-diabetic application. Nevertheless, more research is still required to address questions surrounding in vivo anti-diabetes.เฟิร์นไซโคลซอรัส เทอร์มิแนนส์เป็นพืชที่มีการรับประทานเป็นผักมาเป็นเวลานานโดยเฉพาะทางภาคเหนือของประเทศไทยและมีการรายงานว่าเป็นแหล่งของสารกลุ่มคูมาริน ได้แก่ อินเตอร์รับติน เอ และบี
ในการศึกษานี้คันพบว่าสารอินเตอร์รับตินเอและบีแสดงฤทธิ์ต้านเบาหวานในระดับหลอดทดลองโดยมีความสามารถในการเพิ่มการดูดซึมของน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ตับและเซลล์กล้ามเนื้อด้วยกลไกผ่าน PPAR-Y
และสารทั้งสองตัวดังกล่าวยังมีผลเพิ่มการสะสมไกลโคเจนในเซลล์ตับ ในขณะที่สารอินเตอร์รับตินบีเท่านั้นที่มีความสามารถในการเพิ่มปริมาณไกลโคเจนในเซลล์กล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดเฟิร์นที่มีอินเตอร์รับตินเข้มข้น (IRE) ที่เตรียมได้ไม่เพียงแต่ไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ตับและเซลล์กล้ามเนื้อ สารสกัดดังกล่าวยังมีผลกระตุ้นการดูดกลับน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ตับและเซลล์กล้ามเนื้ออีกด้วย รวมทั้งเมื่อทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันในหนูขาวพันธุ์วิสตาร์โดยการให้สัตว์ทดลองกินสารสกัด IRE ในขนาด 2,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวสัตว์ทดลองเพียงครั้งเดียว ไม่พบอาการพิษหรือทำให้สัตว์ทดลองตายแต่อย่างใด โดยมีค่า LD50 เท่ากับ 2,000 ถึง 5,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวสัตว์ทดลอง และสารอินเตอร์รับตินบียังมีฤทธิ์สูงในการต้านอักเสบโดยสามารถจับกับอนูมูลไนตริกออกไซด์ และยับยั้งการผลิตไนตริกออกไซด์ภายในเซลล์แมคโครฟาจชนิด 264.7 ได้ดีโดยให้ค่า IC50 เท่ากับ 67.68 และ 0.81 ไมโครโมลาห์ และตามด้วยสารอินเตอร์รับตินเอโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 90.07 และ 12.18 ไมโครโมลาห์ ตามลำดับ โดยสารทั้งสองชนิดมีผลยับยั้งการแสดงออกของยืน iNOS และกระตุ้นการแสดงออกของยีน PPAR-y ในลักษณะที่ขึ้นกับความเข้มขัน การศึกษานี้ยังได้พ้ฒนาวิธีวิเคราะห์ปริมาณสารอินเตอร์รับตินในสารสกัดเฟิร์นด้วยวิธีเอชพีแอลซีโดยวิธีดังกล่าวผ่านการทดสอบความใช้ได้ของวิธีตามหลักของ ICH รายงานวิจัยนี้จึงเป็นการศึกษาแรกที่อธิบายเกี่ยวกับฤทธิ์โนการต้านเบาหวานในเซลล์ตับและเซลล์กล้ามเนื้อ รวมทั้งฤทธิ์ต้านการอักเสบในเซลล์แมคโครฟาจของสารอินเตอรร์รับตินเอ และบี โดยคาดว่าเป็นผลจากการกระตุ้นผ่าน PPAR-Y และเป็นการค้นพบถึงศักยภาพของสารสกัดเฟิร์นไซโคลซอรัส เทอร์มิแนนส์ที่มีสารอนุพันธ์อินเตอร์รับตินเป็นสารออกฤทธิ์เพื่อการประยุกต์ใช้สำหรับการรักษาโรคเบาหวานต่อไป อย่างไรก็ตามการศึกษาผลในการต้านเบาหวานของสารสกัดดังกล่าวในสัตว์ทดลองยังต้องมีการศึกษาเชิงลึกต่อไ