16637 research outputs found
Sort by
Assessment of Road Safety Improvement of the Road Medians Project : A Case Study of Highway No.407 Khong Wa-Songkhla Section Sta. 16+600 to Sta. 21+000
วิทยานิพนธ์ (วศ.ม. (วิศวกรรมโยธา (การขนส่ง))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255
Factors influencing on selling fresh latex towards the cooperative: case study of Para rubber cooperative in Sadao district, Songkhla province
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต(บริหารธุรกิจ),2559การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาลักษณะส่วนบุคคลของเกษตรกรชาวสวนยางพารา ที่
เป็นสมาชิกของสหกรณ์กองทุนสวนยาง 2) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกขายน้า ยางสดให้แก่สหกรณ์
กองทุนสวนยาง อา เภอสะเดา จังหวัดสงขลา 3) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการขายน้า ยางสดของ
เกษตรกรชาวสวนยางให้แก่สหกรณ์กองทุนสวนยาง โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก
เกษตรกรที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์กองทุนสวนยางในอา เภอสะเดา จังหวัดสงขลา อย่างน้อย 1 ปี จา นวน 87
คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ สถิติอย่างง่าย ทดสอบหาความสัมพันธ์ด้วยวิธีไคสแควร์ และการ
วิเคราะห์ถดถอยโลจิสติก (Logistic Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า
เกษตรกรส่วนใหญ่เป็ นเพศชาย มีอายุอยู่ในช่วง 41-60 ปี ซึ่งมีลักษณะพื้นที่ถือครองในการ
เพาะปลูกเป็นของตนเอง ในการวิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ด้านสาคัญ คือ
ด้านเศรษฐกิจและสังคม และนโยบายของรัฐ พบว่าปัจจัยทั้ง 2 ด้าน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกขายน้า
ยางสดให้แก่สหกรณ์กองทุนสวนยางของเกษตรกรอยู่ในระดับมาก โดยสิ่งที่เกษตรกรให้ความสาคัญ คือ
เรื่องของการที่เกษตรกรได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน เกี่ยวกับการซื้อ-ขายยางพาราผ่านสหกรณ์ การ
ส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจในการบริหารจัดการกับผลผลิต (น้า ยางพารา) และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่าง
เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการ ส่วนปัจจัยภายในที่เกี่ยวข้องทางการตลาด ประกอบด้วยปัจจัย 4
ด้าน คือ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจา หน่าย และด้านการส่งเสริมการตลาด พบว่า ทุกด้าน
มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอยู่ในระดับมาก มีรายละเอียดของแต่ละด้านดังนี้ ด้านผลิตภัณฑ์ ให้ความสาคัญ
กับความน่าเชื่อถือของสหกรณ์ ด้านราคา ให้ความสาคัญกับ การมีส่วนเหลื่อมตลาดด้านราคาที่มากกว่า
ระหว่างสหกรณ์กับร้านรับซื้อทั่วไป ด้านช่องทางการจัดจา หน่าย ให้ความสาคัญกับเรื่องสถานที่ตั้งของ
สหกรณ์ที่สามารถมองเห็นได้ง่าย เป็นที่รู้จักของเกษตรกร สามารถต่อติดซื้อ – ขายน้า ยางได้อย่างสะดวก
และด้านการส่งเสริมการตลาด ให้ความสาคัญกับ การประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับยางพาราแก่เกษตรกร
ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
เมื่อนา ข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาความสัมพันธ์ด้วยวิธีไคสแควร์ พบว่า อายุ มีความสัมพันธ์กับการที่
เกษตรกรขายน้า ยางสดให้แก่สหกรณ์ที่เป็นสมาชิกเป็นประจา ทุกวันที่ทา การกรีด (ด้านระยะเวลาและการ
จัดส่ง) และลักษณะพื้นที่ถือครองในการเพาะปลูกของเกษตรกร มีความสัมพันธ์กับการที่เกษตรกรได้รับเงิน
สดค่าน้ายางทุกวันที่ทา การกรีดและมีการขายน้า ยางสดให้สหกรณ์ (ด้านการจ่ายชาระ) นอกจากนี้การ
วิเคราะห์ถดถอยโลจิสติก (Logistic Regression Analysis) พบว่า ปัจจัยภายในที่เกี่ยวข้องทางการตลาด ทั้ง 4ด้าน มีความสัมพันธ์กับการที่เกษตรกรส่งขายน้า ยางสดในปริมาณทั้งหมด (100%) ที่กรีดได้ให้แก่สหกรณ์ที่
เป็นสมาชิก (ด้านปริมาณการซื้อ) นั่นคือ หากระดับอิทธิพลของเกษตรกรที่เกี่ยวกับปัจจัยภายในที่เกี่ยวข้อง
ทางการตลาดเพิ่มขึ้น 1 ระดับ โอกาสที่เกษตรกรจะตัดสินใจเลือกส่งขายน้า ยางสดในปริมาณทั้งหมด
(100%) ที่กรีดได้ให้แก่สหกรณ์ที่เป็นสมาชิก (ด้านปริมาณการซื้อ) ลดลงร้อยละ 93.1
ปัญหาและอุปสรรคในการขายน้า ยางสดของเกษตรกรชาวสวนยางให้แก่สหกรณ์กองทุนสวนยาง
แยกออกเป็น 4 ด้าน พบว่า 1) ปัญหาด้านเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ คือ ปัญหาเรื่องการให้บริการของเจ้าหน้าที่
สหกรณ์ 2) ปัญหาด้านการเงิน คือ ปัญหาเงินทุนสวัสดิการส่วนกลางสาหรับเกษตรกร 3) ปัญหาด้าน
ขั้นตอนการเข้ารับบริการ คือ ปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการในการตีเปอร์เซ็นต์ยาง และ 4) ปัญหาด้านการให้
ความช่วยเหลือ คือ ปัญหาการจัดสรรสวัสดิการจากสหกรณ์ตามข้อตกลงที่วางไว้ เมื่อเกษตรกรมีความ
ต้องกา
Impact of Health Consciousness towards Intention to Buy Dietary Supplement in Hat Yai District, Songkhla Province
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต(บริหารธุรกิจ),2559การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของความใส่ใจสุขภาพต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของประชากรในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาโดยใช้แบบสอบถามแบบให้ผู้ตอบกรอกเอง ซึ่งผ่านการประเมินความเที่ยงและความตรงเป็นเครื่องมือในการวิจัย เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงจานวน 384 ตัวอย่าง วิเคราะห์ผลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบผลกระทบด้วยการวิเคราะห์ถดถอย
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 66.90 มีอายุระหว่าง 15 ปี - 24 ปีคิดเป็นร้อยละ 56.50 สถานภาพโสด คิดเป็นร้อยละ 87.80 ระดับการศึกษาปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 78.90 อาชีพนักเรียน นักศึกษา คิดเป็นร้อยละ 45.60 รายได้ต่อเดือนต่ากว่าหรือเท่ากับ 10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 42.70คาดหวังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้ประโยชน์ เพื่อช่วยบารุงร่างกายให้มีสุขภาพดี คิดเป็นร้อยละ 58.85 มีระดับความใส่ใจสุขภาพในระดับมาก คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 3.97 ซึ่งให้ความใส่ใจข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของตนเองในระดับมากที่สุด ในด้านความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีระดับความตั้งใจซื้ออยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.54 ซึ่งให้ระดับความตั้งใจซื้อมากที่สุดคือ ในอนาคตอันใกล้นี้ยังคงจะซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบริโภคจากการทดสอบด้วยการวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่าย พบว่า ความใส่ใจสุขภาพส่งผลทางบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยเท่ากับร้อยละ 47 ดังนั้น หากผู้ประกอบการต้องการจะกระตุ้นผู้บริโภคให้ซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น จะต้องนาเสนอประเด็นเรื่องการรักสุขภาพและวิธีการดูแลสุขภาพให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและกาไรที่จะเกิดในอนาค