16637 research outputs found
Sort by
The role of retail strategies as determinants of traditional retailer performance improvement: An Investigation of Traditional Retailer in Bang Klam, Songkhla
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต(บริหารธุรกิจ),2559การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทั่วไปและแนวทางการบริหารจัดการร้านค้าปลีกของธุรกิจร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารจัดการกับผลการดาเนินงานของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม โดยการศึกษาครั้งนี้ใช้การวิจัยเชิงสารวจของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกจานวน 250 ตัวอย่างในพื้นที่อาเภอบางกล่า จังหวัดสงขลา จากฐานข้อมูลของร้านค้าปลีกซึ่งมีการจดทะเบียนทางการค้ากับองค์การบริหารส่วนตาบลประจาปี พ.ศ. 2558
ผลการศึกษาพบว่าผู้ประกอบการร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมและเจ้าของร้านส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุอยู่ระหว่าง 31 – 40 ปี จบการศึกษาในระดับประถมศึกษา โดยส่วนใหญ่แล้วขนาดของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมมีพื้นที่ 301 ตรม.ขึ้นไป และ 101 – 200 ตรม. นอกจากนี้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมใช้เงินในการลงทุนเริ่มแรก 200,001 – 300,000 บาท และมีระยะเวลาในการดาเนินธุรกิจตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจในท้องถิ่นมีแนวโน้มที่จะต้องพิจารณาปัจจัยด้านสถานที่ตั้งว่าเป็นปัจจัยที่ประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อเพิ่มอัตราการเข้าใช้บริการของผู้บริโภค รองลงมาคือ ด้านการออกแบบร้านและการจัดวางสินค้า และด้านนโยบายราคาตามลาดับ อย่างไรก็ตามผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์การบริหารจัดการร้านค้าปลีกกับผลการดาเนินงานแสดงผลกระทบที่ต่างออกไปเล็กน้อย ผลลัพธ์ของงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการบริการลูกค้าเป็นกลยุทธ์การตลาดที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสาคัญมากที่สุดที่จะส่งผลต่อผลการดาเนินงานของธุรกิจ นอกจากนี้ความหลากหลายของประเภทสินค้าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสาคัญในการเพิ่มอัตราการใช้บริการของลูกค้าในครั้งถัดไ
Consumers’ Decision Making in Selecting the Art Academy (Sculpture) in Hatyai District, Songkhla Provice: A Case Study of the Clay Works Hatyai
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต(บริหารธุรกิจ),2559งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีความสาคัญ
ต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการสถาบันสอนศิลปะ Clay Works สาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ศึกษา
กระบวนการตัดสินใจใช้บริการสถาบันสอนศิลปะ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประสม
ทางการตลาดกับกระบวนการตัดสินใจใช้บริการสถาบันสอนศิลปะ โดยใช้แบบสอบถามเป็น
เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ปกครองที่สมัครลงเรียนในหลักสูตรของสถาบันสอนศิลปะ
Clay Works สาขาหาดใหญ่ จานวน 306 คน แล้วนาข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยสถิติค่าความถี่ ค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test, F-test และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดโดยภาพรวมและรายด้านมี
ความสาคัญต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการสถาบันสอนศิลปะอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีความ
สาคัญมากที่สุด คือ ด้านบุคลากร รองลงมา คือ ด้านกระบวนการ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านกายภาพ ด้าน
ช่องทางการจัดจาหน่าย ด้านราคา และด้านการส่งเสริมการตลาด ตามลาดับ สาหรับกระบวนการ
ตัดสินใจใช้บริการสถาบันสอนศิลปะ ผู้ปกครองให้ความสาคัญกับขั้นตอนการรับรู้ปัญหาหรือ
ความต้องการมากที่สุด รองลงมา คือ ขั้นตอนการประเมินและวิเคราะห์ทางเลือก การตัดสินใจใช้
บริการ การประเมินพฤติกรรมภายหลังการใช้บริการ และการแสวงหาข้อมูลและทางเลือก ตามลาดับ
โดยขั้นตอนการแสวงหาข้อมูลและทางเลือกมีความแตกต่างกันตามอายุ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ 0.05 และพบว่าปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดทุกด้านมีความสัมพันธ์ทางบวกกับ
กระบวนการตัดสินใจใช้บริการ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยความสัมพันธ์ของปัจจัย
ด้านกายภาพ ด้านบุคลากร และด้านการส่งเสริมการตลาด อยู่ในระดับสูง ส่วนด้านกระบวนการ
ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจาหน่าย และด้านผลิตภัณฑ์ อยู่ในระดับปานกลาง
งานวิจัยนี้เสนอแนะให้ทางสถาบันสอนศิลปะควรที่จะช่วยเสริมสร้าง พัฒนา
บุคลากรในสถาบันให้มีศักยภาพ มีหลักหรือแนวคิดในการเรียนการสอนที่แปลกใหม่ เพื่อให้ทัน
กับยุคสมัย และช่วยทาให้บุตรหลานมีศักยภาพมากยิ่งขึ้