Prince of Songkla University

PSU Knowledge Bank
Not a member yet
    16637 research outputs found

    รายงานสถานการณ์ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา 6 ธันวาคม 2560

    No full text

    รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา 22 ธันวาคม 2560

    No full text

    รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา 3 สิงหาคม 2560

    Get PDF

    หลังคาโดมตึกสตางค์ มงคลสุข: การวิเคราะห์แรงในโครงสร้าง

    Get PDF
    บทความนี้ได้นำเสนอการวิเคราะห์แรงของหลังคาโดมตึกอาคารสตางค์ มงคลสุข เนื่องในวาระครบรอบ ๕๐ ปีของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และได้รับพระราชทานรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปะ สถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี ๒๕๕๙ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้วิเคราะห์เชิงวิศวกรรมของแรง โมเมนต์ และการเคลื่อนตัวของหลังคาโดมคอนกรีตฐานสี่เหลี่ยม บนโครงสร้างเหล็ก โดยวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ ด้วยโปรแกรมชื่อ COMSOL Multiphysics ได้จำลองเอลิเมนต์พื้นบาง สำหรับหลังคาโดมคอนกรีตเสริมเหล็ก และ เอลิเมนต์คาน สำหรับโครงสร้างเหล็ก ด้วยกรณีสเตติกส์และลิเนยี ร์อิลาสติกส์ ผลจากการวิเคราะห์พบว่า ค่าของแรงที่กระจายไปตามท่อเหล็ก ต่าง ๆ เนื่องจากน้ำหนักของหลังคาโดม ๑๗๓,๘๓๐ นิวตัน ต่อพื้นที่ ๑๐ x ๑๐ ตารางเมตร เป็นแรงดึง และแรงกด มีแรงดึงสูงสุด มีค่า ๑๗,๘๗๓ นิวตัน และแรงกดสูงสุด - ๑๗๓,๘๓๐ นิวตัน มีค่าแรงเฉือนและโมเมนต์น้อยมาก สรุปผลของจากน้ำหนักของหลังคาโดม ๑๗๓,๘๓๐ นิวตัน ต่อพื้นที่ ๑๐ x ๑๐ ตารางเมตร ได้กระจายไปตามท่อเหล็กต่าง ๆ ที่มีอิทธิผลมาก คือ เป็นแรงดึง และแรงกด ได้ยกกรณีการเคลื่อนตัวของอาคารของภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่ ซึ่งสร้างแยกออกจากตึกใหญ่ เป็นอาคาร ขนาดพื้นที่ ๔๐ x ๔๐ ตารางเมตร มีค่าเคลื่อนตัวต่ำลงของหลังคาในแนวดิ่งมีค่า ระหว่าง -๐.๐๐๒๘ ถึง -๐.๐๐๓๖ เมตร แทบจะเป็นพื้นหลังคาที่ราบเรียบมาก มีความต่างระดับมากสุดเพียง ๐.๐๐๐๘ เมตร จากบริเวณขอบและกึ่งกลางหลังคา และค่าการเคลื่อนตัวต่ำลงของโครงสร้างเหล็กในแนวดิ่ง มีค่า ระหว่าง -๐.๐๐๐๓๒๕ ถึง -๐.๐๐๓๘ เมตร และในลักษณะเดียวกัน หลังคาโดมคอนกรีตของตึกสตางค์ มงคลสุข ๑๕๐ x ๑๕๐ ตารางเมตร มีพฤติกรรมของการรับแรงและการเคลื่อนตัวเช่นเดียวกั

    Effect of the Transfer Tool Kit for Vulnerable Individuals on Knowledge and Skill Among Village Health Volunteers Working in Flood Risk Areas

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (พย.ม. (การพยาบาลผู้ใหญ่))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2560This one-group pretest-posttest quasi-experimental study aimed to examine the effectiveness of transfer tool kit for village health volunteers (VHVs) in helping vulnerable individuals affected by floods. A community-based disaster risk management concept was used as the study framework. Forty VHVs working in repeated by flooded areas in Hat Yai municipality were purposively recruited. Small groups 4-10 of participants were trained and given practice in the assessment of readiness of the vulnerable individuals before transferring, assessment of health status of the VHV who was going to transfer the vulnerable individuals, and the correct methods of safe transfer. The effectiveness of using this transfer tool kit was measured in 2 dimensions outcomes and process. The outcomes were measured by knowledge, transferring skill, and torso angle of the VHVs, whereas the process was measured by the possibility of the VHVs to apply this transfer tool kit. The content validity of the transfer tool kit was examined by 3 experts. The reliabilities of the outcomes measurements were as follows: 1) the internal consistency of the Knowledge Questionnaire yielded a correlation coefficient analyzed by a Kuder-Richardson 20 of 80, 2) the intra-rater reliability of the Transferring Skill Record yielded a Cronbach's alpha coefficient of 1.0, 3) the intra-rater agreement of the Lifting Torso Angle was .78, and 4) the internal consistency of the Possibility of Using Transfer Tool Kit Questionnaire yielded a Cronbach's alpha coefficient of .89. Demographic were analyzed using descriptive statistics and the hypotheses were examined using Wlicoxon signed ranks test. The result showed that: 1. The mean rank of knowledge score after training was significantly higher than that before training (p < 001). higher than that before training (p < .001). that before training (p < .001). (M = 3.84, SD = 47). 2. The mean rank of transferring skill score after training was significantly 3. The torso angle after training was significantly decreased compared with 4. The possibility of using the transfer tool kit was at high level This study revealed that applying transfer tool kit in helping vulnerables individual increased the knowledge and skill of the VHVs, and decreased the torso angle of lifting of the VHVs. Therefore, nurses are recommended to train and encourage VHVs to use the transfer tool kit during transferring vulnerable individual in order to protect low back injury.การวิจัยกึ่งทดลองนี้แบบวัดกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอาสาสมัครสาธารณสุขที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ซึ่งใช้แนวคิดการบริหารการจัดการภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐานกลุ่มตัวอย่างคือ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา จำนวน 40 คน จากชุมชนที่เกิดอุทกภัยซ้ำซาก กลุ่มตัวอย่างได้รับการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบาง และฝึกทักษะการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบาง โดยการแบ่งเป็นกลุ่มย่อยกลุ่มละ 4-10 คน เนื้อหาของชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ประกอบด้วยการประเมินความพร้อมของผู้เปราะบางก่อนการเคลื่อนย้าย การประเมินการบาดเจ็บของผู้เคลื่อนย้าย และวิธีการเคลื่อนย้ายที่ถูกวิธี ผลของการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอสม. ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ประเมินผลจาก 2 มิติคือ (1) ประเมินผลเชิงผลลัพธ์ ได้แก่ ความรู้ ทักษะการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบาง และมุมองศาการยกบริเวณลำตัว และ (2) ประเมินผลเชิงกระบวนการ ได้แก่ ความเป็นไปได้ในการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย โดยชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยได้ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน และแบบประเมินผลของการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนข้ายได้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงดังนี้ (1) แบบประเมินความรู้การเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ได้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของความสอดคล้องภายในโดยใช้สูตรคูเดอร์ริชาร์ดสัน 20 เท่ากับ 80 (2) แบบบันทึกทักษะการเคลื่อนย้ายผู้ปราะบางของอสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยได้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของความสอดคล้องภายในโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาดเท่ากับ 1.0 (3) แบบบันทึกมุมองศาการยกบริเวณลำตัวได้ค่าความเท่าเทียมกันของการสังเกตเท่ากับ 78 (4) แบบประเมินความเป็นไปได้ในการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยได้ค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์ของความสอดคล้องภายในโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาก เท่ากับ 89 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติพรรณนา ทดสอบสมมติฐานการวิจัยด้วยสถิติวิลค็อกซันไซต์เรนก์ (Wilcoxon signed-rank test) ผลการศึกษา พบว่า 1. คะแนนเฉลี่ยอันดับความรู้หลังการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบาง ของอสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยอันดับความรู้ก่อนการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ (p<.001) 2. คะแนนเฉลี่ยอันดับทักษะหลังการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบาง ของอสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยอันดับทักษะก่อนการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอสม. ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ (p<.001) 3. มุมองศาการยกบริเวณลำตัวหลังการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้ปราะบาง ของอสมที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยมีค่ามุมองศาลดลงก่อนการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P < .001) 4. ค่าเฉลี่ยความเป็นไปได้ในการใช้ชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของ อสม.ที่ปฏิบัติการในพื้นที่เสียงอุทกภัยโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 3.84, SD = 47) การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบางของอสม.ที่ ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยสามารถเพิ่มความรู้ ทักษะการเคลื่อนย้ายผู้เปราะบาง และลดมุมองศาการยกบริเวณลำตัวลดลงซึ่งแสดงถึงท่าทางการยกที่ถูกวิธี ดังนั้นพยาบาลควรนำชุดเครื่องมือการเคลื่อนย้าผู้เปราะบางไปใช้กับอสม. เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหลังส่วนล่างที่จะเกิดขึ้นจากการเคลื่อนย้า

    An Analytical Study of Literary Translation of the Thai Version of the Holy al-Qur’an Regarding Principle of Belief in the Names and Attributes of Allah

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (ปร.ด.(อิสลามศึกษา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2560การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติการแปลความหมายคัมภีร์อัลกุรอาน เป็นภาษาต่างๆ และการแปลความหมายคัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาไทย ศึกษาชีวประวัติของผู้แปลทั้งสี่ผลงาน ศึกษาเปรียบเทียบแนวคิดและหลักศรัทธาด้านพระนามและคุณลักษณะของอัลลอฮฺ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบบันทึกและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้หลักการให้เหตุผลแบบ นิรนัย แบบอุปนัย และหลักการวิเคราะห์เปรียบเทียบ ผลการวิจัยพบว่า 1. คัมภีร์อัลกุรอานได้ถูกแปลความหมายเป็นภาษาอินเดียสมบูรณ์ครบ 30 ญุซอ์ เป็นภาษาแรกในปีคริสต์ศักราช 848 ปัจจุบันคัมภีร์อัลกุรอานได้ถูกแปลความหมายสมบูรณ์ครบ 30 ญุซอ์ มากถึง 95 ภาษา โดยแบ่งเป็นภาษาที่ใช้พูดสื่อสารในเขตทวีปเอเซีย 46 ภาษา ภาษาที่ใช้พูดสื่อสารในเขตทวีปยุโรป 32 ภาษา ภาษาที่ใช้พูดสื่อสารในเขตทวีปแอฟริกา 15 ภาษา และภาษาที่ใช้พูดสื่อสารในเขตอเมริกาใต้ 2 ภาษา สำหรับภาษาที่ได้รับการแปลความหมายมากที่สุดคือภาษาอังกฤษ และถูกแปลความหมายเป็นภาษาที่ใช้พูดสื่อสารในประเทศอินเดียมากถึง 22 ภาษา 2. คัมภีร์อัลกุรอานถูกแปลความหมายเป็นภาษาไทยสมบูรณ์ครบ 30 ญุซอ์ เป็นผล งานแรกในปีพุทธศักราช 2507 โดยต่วน สุวรรณศาสน์ ซึ่งใช้ตัฟสีรอัลญะลาลัยนฺเป็นบรรทัดฐานในการแปลและใช้หนังสืออัลฟุตูฮาด อัลอิลาฮียะฮฺประกอบการแปลความหมายคัมภีร์อัลกุรอาน นอกจากนี้ยังมีผลงานแปลของดิเรก กุลสิริสวัสดิ์ ที่เลือกหนังสืออรรถาธิบายคัมภีร์อัลกุรอานฉบับภาษาอังกฤษของเมาลานาชาฮฺ อัชรอฟ อะลีย์ ทานะวีย์ เป็นบรรทัดฐานในการแปลความหมายคัมภีร์อัลกุรอาน ผลงานแปลของวินัย สะมะอุน เลือกใช้หนังสือปิมปินนัน อัรเราะฮฺมานฉบับภาษามลายูเป็นบรรทัดฐานในการแปลความหมายคัมภีร์อัลกุรอาน และผลงานแปลของสมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ซึ่งมิได้ใช้หนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งเป็นบรรทัดฐานหลักในการแปล แต่ใช้หนังสือที่หลากหลายทั้งแนวคิดสะลัฟและเคาะลัฟมาประกอบในการแปลความหมายคัมภีร์อัลกุรอาน ปัจจุบันพบว่ามีผลงานแปลความหมายคัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาไทยสมบูรณ์ครบ 30 ญุซอ์ 7 ผลงาน แปลและตีพิมพ์ในนามบุคคล 6 ผลงาน และในนามองค์กร 1 ผลงาน 3. จากการศึกษาชีวประวัติและภูมิหลังของผู้แปลพบว่า ต่วน สุวรรณศาสน์ ศึกษาวิชาการอิสลามจากชัยคฺอะลีย์ อัลมาลิกีย์ ณ มัสยิดอัลฮารอม นครมักกะฮฺ ในขณะที่ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์ ศึกษาด้วยตัวเองจากหนังสือ และสิ่งพิมพ์ภาษาต่างๆ และศึกษาจากอะหฺมัด วะฮาบ อิสมาอีล อะหฺมัด และเชคอาลี อีซา ส่วนวินัย สะมะอุนศึกษาวิชาการอิสลามจากสถาบันปอเนาะที่ปอเนาะ สะกำ และปอเนาะมะโงว ปัตตานี สำหรับผู้แปลของสมาคมนักเรียนเก่าอาหรับคือ 1) ดารี บินอะหมัด ศึกษาวิชาการ อิสลามจากอัลมะฮัด อัลอิลมีย์ อัสสะอูดีย์ ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย 2) อิมรอน มะกูดี จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์อิสลาม มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ และ3) วิรัช สมะดี จบการศึกษาจากคณะดารุลอุลูม มหาวิทยาลัยไคโร สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ 4. จากการศึกษาเปรียบเทียบแนวคิด ความเชื่อเกี่ยวกับคุณลักษณะของอัลลอฮฺ พบว่า แนวคิด ความเชื่อของวินัย สะมะอุน มีความเหมือนและสอดคล้องกันอย่างยิ่งกับแนวคิดและความเชื่อของต่วน สุวรรณศาสน์ ในขณะที่แนวคิด ความเชื่อของผู้แปลของสมาคมนักเรียนเก่าอาหรับมีส่วนคล้ายคลึงและสอดคล้องกับแนวคิดของดิเรก กุลสิริสวัสดิ์ ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการแปลความหมายคัมภีร์อัลกุรอานอายะฮฺคุณลักษณะให้มีความสอดคล้องกับแนวคิดของสะลัฟหรือเคาะลัฟ อัลอะชาอีเราะฮฺนั้น เกิดจาก 2 ปัจจัย คือ 1) ปัจจัยด้านการศึกษาซึ่งผู้แปลแต่ละคนมีภูมิหลังด้านการศึกษาที่ได้รับการปลูกฝังหล่อหลอมแนวคิดจากสถาบันการศึกษาที่แตกต่างกัน 2) ปัจจัยด้านทรัพยากรทางวิชาการและแหล่งอ้างอิงที่ใช้ประกอบการแปล แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยด้านการศึกษาของผู้แปลมีผลโดยตรงต่อการคัดสรรแหล่งอ้างอิงเพื่อนำมาใช้ประกอบการแปลThis thesis was aimed to investigate in details and history of the Holy Quran translation to other languages, including Thai. In terms of Thai version which was the main focus area, the study analyzed the works of four originated translators and discussed in details of their fundamental faith the Names and Attributes of Allah. The qualitative method was conducted based on historical papers, and interview then deductive and inductive reasoning together with comparative analysis were implemented. The finding of the thesis can be summarized as following: 1. The Holy Quran was first fully translated to Indian language in 848 C.E. At present, it has been fully translated to 95 languages including 46 Asian 32 European 15 African and 2 South American speaking languages. The most in number of translation is English while the most in number of translated language with in a country, 22, is India. 2. The Holy Quran was first fully translated to Thai in 2507 B.C. by Tuan Suvannasat. The translation was conducted base on Tafsir al-Jalalay and al-Futuhat al-Ilahiyah as the main and supporting reference accordingly. Besides that, there was also the work of Direk Kulsirisawat which he picked the English translation of Mawlana Shah Ashraf Ali Thanawiy as the main reference. Later, the Thai Holy Quran version translated by Winai Samaun was referred to a Malayu translated version, Pimpinnan al-Rahman Lastly, the Thai translated version by the Arab Universities Alumni Association did not use any specific book as its main reference but collecting idea from various sources, both Kolafism and Salafism, to back up their work. At present, there are seven fully translated Thai version of the Holy Quran, six of them were published as individual work and the other was published in the name of organization. 3. In terms of background profile of the authors, Tuan Suvannasat studied Islamic knowledge from Shek Ali al-Malikiy at Masjid Haram in Makkah while Direk Kulsirisawat acquired his knowledge mainly from self-study. He also studied from some Islamic teacher such as Ahmad Wahab, Ismail Ahmad and Shek Ali Isa. Winai Samaun is the former student of Pondok Sakam and Pondok Ma-ngo in Pattani. The co-authors in the Arab Universities Alumni Association version are including (1) Daree bin Ahmad former Islamic student from al-Mahad al-Ilmiy al-Saudiy Institution in Saudi Arabia. (2) Imran Makudee who received Bachelor of Laws from al-Azhar University, Egypt and (3) Wirat Samadee, the Bachelor degree in Darul Ulum, Cairo University, Egypt. 4. According to analytical research based on the faith in the names and attribution of Allah, it found that Winai Samaun’s believe is indeed identical and according to Tuan Suvannasats’ while the Arab Universities Alumni Association’ is somehow according to Direk Kulsirisawats’. The determinants that create an impact to the different interpretation among authors regarding the characteristics of Allah can be determined into two factors. 1) The disparity in education since the authors had disparate study background and institution. 2) The disparity in the use of references. However, this factor is one of the impacts from the first determinant, the educational background

    7,629

    full texts

    16,637

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    PSU Knowledge Bank
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇