Prince of Songkla University

PSU Knowledge Bank
Not a member yet
    16637 research outputs found

    Factors of waste reduction and separation behavior affecting employees' participation in waste management Haad Thip Public Company Limited

    Full text link
    บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, 2563การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการลดและแยกขยะของพนักงาน และ ศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะ และศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลและพฤติกรรมลดและแยกขยะที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะ ของพนักงานบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานหาดใหญ่ โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ พนักงานที่ปฏิบัติงานในบริษัทหาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานหาดใหญ่ จำนวน 298 คน และใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือการวิจัย สถิติที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Independent Sample t-test One Way ANOVA และ Multiple Regression Analysis การวิจัยพบว่า 1) พฤติกรรมการลดและแยกขยะของพนักงานบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานหาดใหญ่ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก โดยพฤติกรรมที่สามารถและแยกขยะได้มากที่สุดคือ ด้านการทิ้งขยะ รองลงมาด้านรณรงค์ให้พนักงานนำขยะมาแปลงรูปและนำกลับมาใช้ใหม่ ด้านจัดการกับขยะ และด้านรวบรวมขนขยะ 2) การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะของพนักงานบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานหาดใหญ่ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง โดยส่วนใหญ่พนักงานมีส่วนร่วมในด้านการมีส่วนร่วมในการลงทุนปฏิบัติ ด้านการค้นหาปัญหา สาเหตุของปัญหา ด้านการมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล ด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผนการดำเนินกิจกรรม 3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะ ของพนักงานบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานหาดใหญ่ ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษา อาคาร/สถานที่ปฏิบัติงาน และพฤติกรรมการลดและแยกขยะ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 4) พฤติกรรม ด้านการทิ้งขยะ ด้านจัดการกับขยะ ด้านรวบรวมขนขยะ และด้านรณรงค์ให้พนักงานนาขยะมาแปลงรูปและนากลับมาใช้ใหม่ มีส่งผลต่อการมีส่วนร่วมบริหารจัดการขยะ ร้อยละ 60 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.

    Factor Influencing Purchase Intension of Halal Labelled Cosmetics in Thailand

    Full text link
    บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, 2563การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตั้งใจซื้อเครื่องสำอางที่ผ่านการรับรองฮาลาลในประเทศไทย เพื่อทำให้ทราบถึงความสำคัญต่อการขอรับรองฮาลาลของเครื่องสำอางและนำข้อมูลที่ได้จากการวิจัยนี้ไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาสินค้าเครื่องสำอางเพื่อตอบสนองต่อตลาดผู้บริโภคมุสลิม โดยมีเครื่องมือเป็นแบบสอบถามจัดเก็บข้อมูลจากผู้บริโภคที่เป็นมุสลิมในประเทศไทย ซึ่งรู้จักเครื่องหมายฮาลาล และเคยใช้เครื่องสำอางทั่วไปมาก่อนผ่านทางอินเตอร์เน็ต จำนวน 954 คน แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ระหว่างตัวแปรต้นทั้ง 3 ตัวแปร ได้แก่ ทัศนคติต่อการซื้อเครื่องสำอางฮาลาล การคล้อยตามคนรอบข้าง และการรับรู้ด้านการควบคุมพฤติกรรม กับตัวแปรตาม คือ การตั้งใจซื้อเครื่องสำอางที่รับรองฮาลาล ผลการศึกษาพบว่า ตัวแปรต้น ด้านทัศนคติต่อการซื้อเครื่องสำอางฮาลาล การคล้อยตามคนรอบข้าง และการรับรู้ด้านการควบคุมพฤติกรรม มีอิทธิพลทางบวกต่อการตั้งใจซื้อเครื่องสำอางที่รับรองฮาลาลในประเทศไทย โดยมีปัจจัยด้านทัศนคติต่อการซื้อเครื่องสำอางฮาลาลเป็นปัจจัยสำคัญและส่งผลสูงที่สุ

    Factors of Technology Acceptance Influencing Decision Making on QR Code Usage via Smartphone: A Case Study of Bangkok Bank Public Company Limited’s Customers in Hatyai District, Songkhla Province

    Full text link
    บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (บริหารธุรกิจ), 2563The purpose of this study is to examine factors of acceptance technology influencing on decision making QR Code by smartphone: A case study of Bangkok Bank Public Company Limited’s customers in Hatyai District, Songkhla Province. This purpose of this research is to find out how to increase the suitable method for motivate customers to decision making QR Code by smartphone. Using a sample of 400 respondents drew from Bangkok Bank Public Company Limited’s customers in Hatyai District, Songkhla Province. The results indicate that the majority of respondents are female which age between 31-40 years old and the frequency of use QR Code by smartphone 2-5 times per week. Moreover, the results in term of demographic factors shows that the difference of frequency for using smartphone effect to decision making QR Code by smartphone. Furthermore, the results of this research show that effort expectancy, social influence, and price value effect to decision making QR Code by smartphone which social influence has the greatest effect.การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาถึงปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการ QR Code ผ่านสมาร์ทโฟน กรณีศึกษา ลูกค้าธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในเขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 31-40 ปี มีความถี่ในการใช้บริการธนาคารผ่านสมาร์ทโฟน 2-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ผลการทดสอบปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันพบว่า ความถี่ในการใช้บริการธนาคารผ่านสมาร์ทโฟนที่แตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการ นอกจากนี้ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการ ได้แก่ ด้านความคาดหวังในความพยายาม ด้านอิทธิพลของสังคม และด้านมูลค่าราคา โดยด้านอิทธิพลของสังคมมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการ QR Code ผ่านสมาร์ทโฟน มากที่สุ

    Factors Affecting Job Motivation of Government Officials in the Midst of Unrest Situation in Southern Border Provinces

    Full text link
    รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, 2563The purposes of this research include 1. to study the personal factors of the government officials affecting the job motivation in Pattani, 2. to examine the factors and motivations affecting the job motivation in Pattani from the unrest situation in Southern border provinces, and 3. to investigate the attitudes of the government officials towards the unrest situation in Southern border provinces affecting the job motivation in Pattani. This research is quantitative research utilizing a questionnaire to gather information from a sample group of 186 government officials in Pattani. The data was analyzed by proposing the analysis of descriptive statistics, consisting of frequency, percentage, mean, and standard deviation. Moreover, the inferential statistics were analyzed by employing one-way ANOVA in t-test and f-test. The result of the research indicated that the government officials who are members of the Department of Provincial Administration in Pattani reported the level of job motivation as follows: career success factor in a very high level, acceptance factor in a very high level, job description factor in a very high level, responsibility factor in a very high level, career advancement factor in a very high level, salary factor in a very high level, relationship with supervisors factor in a very high level, occupational status factor in a very high level, relationship with colleagues factor in a very high level, policy and administration factor in a very high level, work security factor in a very high level, and personal livelihood factor in a very high level. Additionally, while the level of the attitude towards the unrest situation in Southern border provinces was at a very high level, there are five problems needed to be dealt with to truly solve the problems of the insurgency long-term were commented, namely narcotics control; career and income advancement; fair law enforcement, unbiased judgment, and justified process of judgment; adjustment in education to be more suitable with the lifestyle and culture of the local people; and extermination of smuggling gangs. Therefore, the Department of Provincial Administration is suggested to improve self-esteem in the officials by spreading the outstanding works from selected officials in every position for moral improvement in the government officials employed in the Southern border provinces.งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลของข้าราชการปกครองที่มีผลต่อแรงจูงใจ ในการปฏิบัติงานของข้าราชการปกครองในพื้นที่จังหวัดปัตตานี 2. เพื่อศึกษาปัจจัยและแรงจูงใจที่มีผลต่อแรงจูงใจ ในการปฏิบัติงานของข้าราชการปกครองในจังหวัดปัตตานี จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3. เพื่อศึกษาทัศนคติต่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของข้าราชการปกครองในจังหวัดปัตตานี ที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง เป็นข้าราชการปกครองในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 186 คน ตัวอย่างวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าความถี่ ร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิง อนุหมาน โดยการทดสอบความแตกต่างของค่าที (t - test) และทดสอบค่าเอฟ (f - test) ด้วยการวิเคราะห์ ความแปรรวน (One - ANOVA) ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการสังกัด กรมการปกครองในพื้นที่จังหวัดปัตตานีด้านความสำเร็จอยู่ในระดับมากด้านการได้รับการยอมรับอยู่ในระดับมาก ด้านลักษณะงานที่ปฏิบัติ อยู่ใน ระดับมาก ด้านความรับผิดชอบ อยู่ในระดับมาก ด้านความก้าวหน้า อยู่ในระดับมาก ด้านเงินเดือน อยู่ในระดับมาก ด้านความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา อยู่ในระดับมาก ด้านสถานะ ของอาชีพ อยู่ในระดับมาก ด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน อยู่ในระดับมากด้านนโยบายและการบริหาร อยู่ในระดับมาก ด้านสภาพการทำงานมีความมั่นคงปลอดภัย อยู่ในระดับมาก ด้านความเป็นอยู่ส่วนตัวอยู่ในระดับมาก ทัศนคติต่อสถานการณ์ ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในระดับมาก และทัศนคติต่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะแก้ไขปัญหาความรุนแรงให้ได้จริง ๆ ในระยะยาว 5 เรื่อง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรื่องที่จำเป็นต้องทำมากที่สุด 5 เรื่อง ได้แก่ การแก้ปัญหายาเสพติด ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม การตัดสินใจอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม ปรับระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับวิถีและวัฒนธรรมของคนในพื้นที่มากขึ้น และ แก้ปัญหากลุ่มอิทธิพลค้าของเถื่อน ซึ่งกรมการปกครอง ควรส่งเสริมให้ข้าราชการในสังกัดภาคภูมิใจในการปฏิบัติงาน ควรคัดเลือกผลงานของข้าราชการที่มีผลงานดีเด่นให้ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยให้ครอบคลุมทุกตำแหน่ง เพื่อสร้างขวัญกำลังให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต

    A Study of Satisfaction Army Military Officers with Welfare in the 42nd Army Region of Sena Narong Camp

    Full text link
    รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, 2563The objectives of this study are to 1) observe the satisfactory level of the officers toward welfare in the 42nd Military Circle Fort Senanarong. And 2) compare the level of satisfaction among the officers between the officers who are currently on duty at the three southernmost provinces and officers who are working at the Fort Senanarong on welfare matters of the fort. The samples were 224 officers from the 42nd military circle and 1st infantry battalion, 5th infantry regiment. For the analysis, frequency, percentage, standard deviation, and t-test were applied. The result reported overall, the samples had reflected a high level of satisfaction toward the welfare of the 42nd military circle, fort Senanarong. In-depth, the research also revealed that the levels of the satisfactions were highly satisfied on all aspects namely retirement pension, housing welfare, health care, uniform, force and family, and cremation support welfare, respectively. On the other hand, the those who work in the different divisions had reflected a significant differences on the cremation support welfare as a statistically significant level as .05. The 1st infantry battalion, the 5th infantry regimes had shown a higher satisfactory level on the aspect of cremation support welfare.งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความพึงพอใจของข้าราชการที่มีต่อสวัสดิการในสังกัดมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ และ 2) ศึกษาเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจระหว่างสังกัดมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์สังกัด ร5 พัน 1 ปฏิบัติงานจังหวัดชายแดนภาคใต้และที่ปฏิบัติงานในค่ายเสนาณรงค์ในด้านสวัสดิการต่อมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ กลุ่มตัวอย่างเป็นข้าราชการในสังกัดมณฑลทหารบกที่ 42 และข้าราชการทหารผู้ปฏิบัติงานในสังกัด ร5 พัน 1 จำนวน 224 ตัวอย่าง สถิติที่ใช้ คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบความแตกต่างของค่าที ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีระดับความพึงพอใจต่อสวัสดิการ มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน ได้แก่ 1. ด้านสวัสดิการเงินทดแทนหลังจากเกษียณอายุราชการ 2. ด้านสวัสดิการบ้านพักและที่อยู่อาศัย 3. ด้านสวัสดิการการรักษาพยาบาล 4. ด้านสวัสดิการเครื่องแต่งกายเครื่องแบบทหาร 5. ด้านสวัสดิการกำลังพลและครอบครัว 6. ด้านสวัสดิการฌาปณกิจสงเคราะห์ ตามลำดับ และยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีหน่วยงานที่สังกัดต่างกัน ระหว่างสังกัดมณฑลทหารบกที่ 42 กับสังกัด ร5 พัน 1 มีระดับความพึงพอใจต่อสวัสดิการ มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ ด้านสวัสดิการฌาปณกิจสงเคราะห์ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มตัวอย่างที่สังกัด ร5 พัน 1 มีระดับความพึงพอใจต่อสวัสดิการด้านสวัสดิการฌาปณกิจสงเคราะห์ มากกว่ากลุ่มตัวอย่างสังกัดมณฑลทหารบกที่ 4

    Effects of Play Therapy Program on Social Skills of Childern with Attention Deficit Hyperactivity Disorder

    Full text link
    วิทยานิพนธ์ (พย.ม. (การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2563This quasi-experimental research, two-group pretest-posttest design, aimed to examine the effects of play therapy on social skills of children with attention deficit-hyperactivity disorder (ADHD). Participants comprised 60 children, age 7-11 years, diagnosed with ADHD. The participants were assigned into matched pairs based on age and severity of the inattention symptoms and randomly allocated to one or other of 2 groups each of 30 children. The research instruments consisted of (1) the experiment, which was the play therapy program based on the concept of Cattanach and literature reviews of play therapy and included 4 sessions, each of 60 minutes, once a week; (2) the collecting data instrument, comprising the demographics data questionnaire of children with ADHD and their parents; the social skills questionnaire of children with ADHD by parents; the social skills observation of nurses. Content validity of instrument part 1-2 was verified by three experts. The reliability of the questionnaire was tested using Cronbach's alpha coefficient, yielding a value of .93, and the reliability of the social skill observation was tested using the inter-rater agreement between 2 observers, yielding a value of 90 percent. Data were analyzed using descriptive statistics, paired t-test, independent t-test, Wilcoxon signed-ranks test and Mann-whitney test. The results showed that: 1. Mean score the social skills of children with ADHD for parents after receiving the play therapy program (M = 66.43, SD = 3.69) was higher than before receiving the program (M = 38.76, SD = 9.78) with statistical significance (1 = -18.57, p <.001). The mean scores social skills of children with ADHD for nurses after receiving the therapy play program (Mdn = 30.00, ICQ = 4.00) was higher than before receiving the program (Mdn = 14.50, ICQ = 1.25) with statistical significance (1 = -4.85, p <.001). 2. Mean score the social skills of children with ADHD for parents after the experiment of the group that received the play therapy program (M = 66.43, SD = 3.69) was higher than the group without the play therapy program (M = 36.33, SD = 8.93) and was statistically significant (Z = -17.04, p<.001). The social skills average score of children with ADHD for nurses the experimental group after participating the play therapy program (Mean Rank = 45.50, Sum of Ranks = 1365.00) was higher than the group that not participating the play program (Mean Rank = 15.50, Sum of Ranks = 465.00) and was statistically significant (Z=-6.84,p<.001). The play therapy program could be increase social skills of children with ADHD. Therefore, it could be applied to improve social skills of children with ADHD children treated at clinic in hospitals.การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบวัดสองกลุ่มก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเล่นบําบัด ต่อทักษะทางสังคมของเด็กสมาธิสั้น กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมาธิสั้น อายุ 7-11 ปี จํานวน 60 คน ที่เข้ารับการ รักษาในคลินิกปลูกคิด โรงพยาบาลอ่างทอง ทําการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตาม คุณสมบัติที่กําหนด และคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยการสุ่มอย่างง่าย และวิธีการจับคู่ตามอายุและระดับความรุนแรงของโรค แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จํานวนกลุ่มละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ โปรแกรมการเล่นบําบัด ซึ่งสร้างขึ้นจากแนวคิดของแคททานัทร่วมกับการทบทวนวรรณกรรม ดําเนินกิจกรรม 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที และ 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ รวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กสมาธิสั้น และข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้ปกครอง แบบสอบถามทักษะทางสังคมของเด็กสมาธิสั้นสําหรับผู้ปกครอง และแบบสังเกตทักษะ ทางสังคมของเด็กสมาธิสั้นของพยาบาล เครื่องมือทั้ง 2 ส่วนผ่านการตรวจสอบความตรงตาม เนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน 3 ท่าน หาค่าความเที่ยงของแบบประเมินทักษะทางสังคมของ เด็กสมาธิสั้นของผู้ปกครอง โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคได้เท่ากับ .93 และแบบสังเกต ทักษะทางสังคมของเด็กสมาธิสั้นของพยาบาล ได้ตรวจสอบความเที่ยง โดยใช้ค่าความสอดคล้อง ระหว่างผู้สังเกต 2 คน ได้ค่าเท่ากับร้อยละ 90 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา สถิติที่คู่ สถิติที่ อิสระ สถิติ Wilcoxon Signed-ranks test และสถิติ Mann-whitney test ผลการวิจัยพบว่า 1. คะแนนเฉลี่ยทักษะทางสังคมของเด็กสมาธิสั้นสําหรับผู้ปกครอง หลังได้รับ โปรแกรมการเล่นบําบัด (M = 66.43, SD = 3.69) มากกว่าก่อนได้รับโปรแกรม (M = 38.76, SD = 9,78) อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (1 = -18.57, p<.001) และค่ามัธยฐานของคะแนนทักษะทางสังคม ของเด็กสมาธิสั้นสําหรับพยาบาล หลังได้รับโปรแกรมการเล่นบําบัด (Man = 30,00, ICQ = 4,00)มากกว่าก่อนได้รับโปรแกรม (Mdn = 14.50, ICQ =1.25) อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (2 = -4.85, p<.001) 2. คะแนนเฉลี่ยทักษะทางสังคมของเด็กสมาธิสั้นสําหรับผู้ปกครอง หลังการ ทดลองของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการเล่นบําบัด (M = 66.43, SD = 3.69) มากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับ โปรแกรมการเล่นบําบัด (M = 36.33, SD = 8.93) อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (1 = -17.04, p<.001) และค่าเฉลี่ยอันดับของคะแนนทักษะทางสังคมของเด็กสมาธิสั้นสําหรับพยาบาล กลุ่มทดลองหลัง เข้าร่วมโปรแกรมการเล่นบําบัด (Mean Rank = 45.50, Sum of Ranks = 1365,00) มากกว่ากลุ่มที่ ไม่ได้รับโปรแกรมการเล่นบําบัด (Mean Rank = 15.50, Sum of Ranks = 465,00) อย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติ (Z = - 6,84, p<.001) โปรแกรมการเล่นบําบัดในเด็กสมาธิสั้น สามารถเพิ่มทักษะทางสังคมในเด็กสมาธิ สั้นได้ ดังนั้นจึงควรนําโปรแกรมไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาทักษะทางสังคมในเด็กสมาธิสั้นที่รับ การรักษาในคลินิกของโรงพยาบา

    Problems and Obstacles in the Operation of the Village Militias in Pattani Province

    Full text link
    รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, 2563The study of “problems and obstacles in the operation of the village militias in Pattani Province” aimed to study of problems and obstacles in an operation of the village militias in Pattani Provinceand suggestions for solving obstacles and recommendations in the operation of the village militias in Pattani Province with personal factor. Sample groups were local village militias living in Saiburi Nongjik and Tungyangdaeng district, Pattani province, totally 370 persons. Data collection was performed by using questionnaire which were subsequently analyzed using percentage, mean, standard deviation and chi-square test. Results of the study found that the village militias in Pattani Province had problems and obstacles in on operation on manpower, management and morale aspects at a medium level, but Budget and material at a hight level. When ranked it was found that the largest obstacle was materials, followed by budget, morale and management. Manpower had problem and obstacle in on operation was the least level. Further analysis showed that the personal factors such as age, religion, career, and monthly income and period of working related to problems and obstacles in an operation of the village militias in Pattani Province with statistical significance. While the factors of sex had not related to problems and obstacles in an operation of the village militias in Pattani Province. Suggestion of the study the government should provide skills training, improve quality of life the village militias and procure materials and equipment that is modern and standard.การศึกษา เรื่อง ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการปฏิบัติหน้าที่ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ตามปัจจัยส่วนบุคคลประชากรที่ใช้กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่อำเภอสายบุรี อำเภอหนองจิก และอำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 370 คน มีการรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและนำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ สถิติที่ใช้คือ ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าไคสแควร์ ผลการศึกษาพบว่า ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี มีปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ด้านกำลังคน ด้านการบริหารจัดการ และด้านขวัญและกำลังใจ อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนด้านงบประมาณและด้านวัสดุอุปกรณ์อยู่ในระดับสูง โดยเมื่อนำมาจัดลำดับพบว่า ด้านที่มีปัญหามากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ ด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านงบประมาณ ด้านขวัญและกำลังใจ และด้านการบริหารจัดการ ส่วนด้านกำลังคนมีปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่น้อยที่สุด ส่วนการศึกษาถึงความสัมพันธ์พบว่าตัวแปรอิสระ ปัจจัยส่วนบุคคล ประกอบด้วย ปัจจัยด้านอายุ ศาสนา อาชีพปัจจุบัน รายได้ต่อเดือน และระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) มีความสัมพันธ์กับปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ปัจจัยด้านเพศของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ไม่มีความสัมพันธ์กับปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี สำหรับข้อเสนอแนะคือ หน่วยงานรัฐควรจัดฝึกอบรมทักษะการปฏิบัติหน้าที่ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ยกระดับคุณภาพชีวิตชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ให้ดีขึ้นและจัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ที่มีความทันสมัยและมาตรฐา

    Community and the preservation of community democracy : A Case study of Khuanru Community, Rattaphum District, Songkhla Province

    Full text link
    This study_ aims to study_ the development of community democracy in order to identify factors that hinder the preservation of the community democratic base of the Quan Ru community. This includes finding models or approaches*to developing local government using community-based democracy. qualitative research methods have been used by taking community lessons, in-depth interviews, and group discussions which include participatory and non-participatory observations The study found that the development of community democracy in the Quan Ru community. There are 4 things that can be demonstrated: 1) base formation consisting of being born by way of life and being born by state policy, 2) the development of the people's sector consisting of political management within the community, the discovery of community development guidelines and adaptation of the community 3) Expanding the community democracy base consists of using a community master plan and using community organizations as tools for success 4) Organization fusion as coordination of 3 organizations. locality, locality, locality, etc. The factors that hinder the preservation of the community democracy base of the Quan Rou community are factors within the community, namely: 1) individuals and leaders, 2) groups - organizations, consisting of The national gross economy. rapidly changing social structures affecting people's beliefs, the threat of COVID-19, social and cultural and religious aspects 3) the institutional aspects of governance are the disruption of local government mechanisms and the threat of national political mechanisms 4) social, cultural and religious factors, resulting in fewer people gathering in religious activities. External factors are: 1) Political is a national political phenomenon that changes and affects local government and the whole system structure 2) Economic aspects caused by government policies affecting local communities, especially agricultural policies, 3) Social and cultural aspects, which are rapid changes in the world that affect social structures at all levels, 4) The threat of COVID-19 has disrupted the community society in all dimensions, The model or approach to the development of local government using community democracy as a base is divided into 2 main areas of development: personnel development, followed by organizational development, which is developed in 3 levels: 1. Building a base of thought, 2. Level of development of individual potential, 3. The main focus of community affairs operations is on people's participation and critical consultation and integrationการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาพัฒนาการประชาชิปไตยชมชนและเพื่อคันหาปัจจัยที่เป็น อปสรรคต่อกาวร้ามรักษารานประชาชิปไตยชุมชนของขุมชนควนร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา รวมถึงเพื่อ ค้นหาตัวแบบหรือแนวทางในการพัฒนาการปกครองท้องถิ่นโดยใช้ประชาธิปไตยชุมชนเป็นฐาน ใช้วิธีวิจัยเชิง คุณภาพโดยการถอดบทเรียนชุมชน การสัมภาษณ์เชิงลึก สนทนากลุ่ม การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและแบบไม่มี ส่วนร่วม ผลการศึกษาพบว่า พัฒนาการประชาธิปไตยชุมชนของชุมชนควนรู แสดงให้เห็นได้ 4 ประการคือ 1) การก่อร่างสร้างฐาน ประกอบด้วยการก่อเกิดโดยวิถีชีวิตและการก่อเกิดโดยนโยบายของรัฐ 2) การพัฒนากลุ่ม ภาคประชาชน ประกอบด้วย การบริหารจัดการการเมืองภายในชุมชน, การค้นพบแนวทางในการพัฒนาชุมชน และการปรับตัวของชุมชน 3) การขยายฐานประชาธิปไตยชุมชน ประกอบด้วยการใช้แผนแม่บทชุมชน และ การใช้องค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จ 4) การหลอมรวมองค์กร เป็นการสอดประสานองค์กร 3 ประสานคือ ท้องที่ ท้องถิ่น ชุมชน และปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการธำรงรักษาฐานประชาธิปไตยชุมชนของ ชุมชนควนรู คือ ปัจจัยภายในชุมชน ได้แก่ 1) ด้านบุคคลและผู้น่า 2) ด้านกลุ่ม - องค์กร ประกอบด้วย เศรษฐกิจมวลรวมระดับชาติ, โครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอันส่งผลต่อความเชื่อของประชาชน. การคุกามของโรคติดต่อโควิด 19, ด้านสังคมและวัฒนธรรมและศาสนา 3) ด้านสถาบันการปกครอง คือการ หยุดชะงักลงของกลไกการปกครองท้องถิ่น และการถูกคุกคามจากกลไกการเมืองระดับชาติ 4) ปัจจัยด้าน สังคม วัฒนธรรมและศาสนา ทำให้ประชาชนได้เข้ามารวมตัวกันในกิจกรรมทางศาสนาน้อยลง และปัจจัย ภายนอก คือ 1) ด้านการเมือง เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองระดับชาติที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและส่งผล กระทบต่อการปกครองท้องถิ่นและโครงสร้างทั้งระบบ 2) ด้านเศรษฐกิจ ที่เกิดจากนโยบายของรัฐบาลที่ส่งผล ต่อชุมชนท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านการเกษตร 3) ด้านสังคมและวัฒนธรรม เป็นการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วของโลกซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างทางสังคมในทุกระดับ 4) ภัยคูกคามจากโรคติดต่อโควิด 19 ทำให้ สังคมชุมชนต้องหยุดชะจักในทุกมิติ ทั้งนี้ตัวแบบหรือแนวทางในการพัฒนาการปกครองท้องถิ่นโดยใช้ ประชาธิปไตยชุมชนเป็นฐาน เป็นการแบ่งความสำคัญของการพัฒนา 2 ส่วนหลักคือ การพัฒนาบุคลากร ระดับรองลงมาคือ พัฒนาองค์กร โดยเป็นการพัฒนาใน 3 ระดับคือ 1. ระดับการสร้างฐานคิด 2. ระดับการ พัฒนาศักยภาพบุคคล 3. ระดับปฏิบัติการกิจการชุมชน โดยหลักสำคัญเป็นการมุ่งเน้นให้ประชาชนเข้ามามี ส่วนร่วม และเกิดการปรึกษาหารือกันอย่างมีวิจารณญาณ และการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน คำสำคัญ : ชุมชน, การธำรงรักษา, ประชาธิปไตยชุมช

    The Relationship between Corporate Performance Measured by Blanced Scorecard and Corporate Social Responsibility Reporting A Case Study of Listed Companies from Market for Alternative Investment (MAI)

    Full text link
    วิทยานิพนธ์ (บช.ม. (บัญชี))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 256

    Promoting Nursing Practice based on Islamic Ways experienced by Head Nurses of Community Hospitals in Three Southernmost Provinces, Thailand

    Full text link
    พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการพยาบาล), 2563การวิจัยแบบบรรยายเชิงคุณภาพ (qualitative descriptive research) ครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการส่งเสริมการปฏิบัติ การพยาบาลตามวิถีอิสลามตามประสบการณ์ของ หัวหน้าหอผู้ป่วย ในโรงพยาบาลชุมชนสามจังหวัดชายแดนใต้ ผู้ให้ข้อมูลเป็นหัวหน้าหอผู้ป่วยที่ปฏิบัติ หน้าที่ในตําแหน่ง เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีในโรงพยาบาลชุมชนสามจังหวัดชายแดนใต้ จํานวน 30 คน คัดเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะจง เครื่องมือเป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) ข้อมูลทั่วไปและ 2) แบบสอบถามกึ่งโครงสร้างเรื่องการส่งเสริมการปฏิบัติการพยาบาลตามวิถีอิสลาม ตามประสบการณ์ของหัวหน้าหอผู้ป่วย ในโรงพยาบาลชุมชนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผู้วิจัยสร้าง ขึ้น และผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจก แจงความถี่ หาค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า การส่งเสริมการปฏิบัติการพยาบาลตามวิถีอิสลามตามประสบการณ์ ของหัวหน้าหอผู้ป่วย ในโรงพยาบาลชุมชนสามจังหวัดชายแดนใต้ ด้านบริหารจัดการองค์กร ประกอบด้วย 1) จัดตั้งคณะทํางาน/สร้างแกนนํา (ร้อยละ 46.6) 2) สร้างความตระหนักต่อการปฏิบัติการพยาบาล ตามวิถีอิสลาม (ร้อยละ 30) และ 3) การจัดทําแนวทางปฏิบัติการพยาบาลตามวิถีอิสลาม (ร้อยละ 23.3) ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 1) การจัดการอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติ ศาสนกิจ เรื่องสถานที่ หาวัสดุอุปกรณ์ (ร้อยละ 100) และ 2) การจัดการด้านสังคม (ร้อยละ 86.6) การพัฒนาบุคลากร ประกอบด้วย 1) เรียนรู้ร่วมกัน (ร้อยละ 30) 2) ประสานผู้รู้ทางศาสนา (ร้อยละ 13.3) และนําหลักศาสนาสู่การปฏิบัติการพยาบาลตามวิถีอิสลาม ประกอบด้วย 1) การดูแลระยะ สุดท้าย (ร้อยละ 66.6) 2) การดูแลทารกแรกเกิด (ร้อยละ 60) 3) การบรรเทาความปวด (ร้อยละ 26.6) และการปฏิบัติต่อผู้เสียชีวิต (ร้อยละ 13.3) ผลการวิจัยครั้งนี้มีประโยชน์สําหรับผู้บริหารทางการพยาบาลในการใช้เป็นข้อมูล พื้นฐานในการวางแผนการปฏิบัติการพยาบาลตามวิถีอิสลามในสามจังหวัดชายแดนใต

    7,629

    full texts

    16,637

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    PSU Knowledge Bank
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇