Prince of Songkla University

PSU Knowledge Bank
Not a member yet
    16637 research outputs found

    The Application of Robotic Process Automation (RPA) in Operations Support for the Competitive Advantage in Thai Commercial Banking Industry: Case Study of ABC Bank Operation Group

    Full text link
    บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, 2563การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก รวมทั้งสถานการณ์ทางการแข่งขันของธนาคารเอบีซี ก่อนนาระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติมาใช้ ศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความสามารถ ประโยชน์และผลกระทบของระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติที่มีต่อธนาคารเอบีซี และอธิบายความได้เปรียบทางการแข่งขันที่คาดว่าจะได้รับหลังจากใช้งานระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วย ต้นทุน คุณภาพ นวัตกรรม และความรวดเร็วในการตอบสนองลูกค้า เก็บรวบรวมข้อมูลโดยสัมภาษณ์เชิงลึกและสังเกตการณ์ กลุ่มตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับโครงการระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติ ประกอบด้วยผู้บริหารจานวน 5 ท่าน และพนักงานกลุ่มศักยภาพจานวน 7 ท่าน และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา เพื่อตีความสร้างข้อสรุป ผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากคู่แข่งรายเดิมและคู่แข่งรายใหม่ข้ามอุตสาหกรรม มีผลิตภัณฑ์และบริการทดแทนที่หลากหลาย และลูกค้ามีอานาจต่อรองสูง การนาระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติมาใช้ จึงถือเป็นการนาโอกาสทางด้านเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มจุดแข็งและกาจัดจุดอ่อน หลังจากที่ใช้งานระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติคาดว่าจะทาให้ธนาคารมีความได้เปรียบทางการแข่งขันเพิ่มขึ้นทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านต้นทุน ด้านการสร้างคุณภาพ ด้านนวัตกรรมการปฏิบัติงาน และด้านความรวดเร็วในการตอบสนองลูกค้า กล่าวคือ ระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติสามารถช่วยลดต้นทุน ลดข้อผิดพลาด สร้างมาตรฐานในการปฏิบัติงาน ป้องกันความเสี่ยง ช่วยสร้างนวัตกรรมกระบวนการ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และหากธนาคารสามารถวางตาแหน่งของระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับกลยุทธ์ของธนาคาร ควบคู่ไปกับการพัฒนาทุนมนุษย์ จะทาให้ระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติเป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ที่มีค่า หายาก ลอกเลียนแบบได้ยาก และไม่มีสิ่งใดทดแทนได้ ตามพื้นฐานของทฤษฎีฐานทรัพยากร นามาซึ่งความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนในอนาค

    Analysis of Perceived information needs and information behaviour via electronic mail usage among Faculty of Science and Technology staff, Prince of Songkla University, Pattani Campus

    Full text link
    กองทุนวิจัยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเภททุนวิจัยสถาบัน ประจำปีงบประมาณ 255

    Development of Augmented Reality Practice Book on Korean Alphabet for Beginners

    No full text
    กองทุนวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ประจำปีงบประมาณ 256

    Nurse Director’s Position Succession Planning by Nurse Directors in Community Hospitals, Health Region 11

    Full text link
    สารนิพนธ์, พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทางการพยาบาล, 2563This descriptive research aimed to study the steps, key success factors, problems and obstacles of position succession planning in order to become a nurse director in community hospital, health Region 11. The sample of the study was 30 nurse directors who had not more than five years before retired using purposive sampling. Data collection was conducted through semi-structural interview questionnaire developed from concept of succession planning by Nursing Division (2017). The content validity of the instrument was assessed by 3 experts giving a Index of Item – Objective Congruence (IOC) of 1. The reliability of interview questionnaire was used with 2 non-sample head nurses by the researcher. The quantitative data were analyzed by descriptive statistics, frequency, percentage, mean, and standard deviation. Qualitative data were analyzed by content analysis. This study nurse directors in community hospitals engaged in found that succession planning to be a nurse director in four steps. First, the nurse director’s qualifications was clearly written and officially announced (93.3%). Second, the recruitment for qualified persons was done by the nursing management committee (76.7%). Third, personal identification with career paths was planned in the promoting system (66.7%). Last, structured leadership programs was placed to develop 9 competencies as recommended by the Nursing Division (96.7%). The method of position succession planning in order to become a nurse director was meeting and training (93.3%), coaching and mentoring from current leaders of nursing department (83.3%), and studying in higher education (73.3%). It was found that the most important key success factor was having structured leadership programs in place with clear qualifications (60.0%). The problems and obstacles affecting position succession plan in order to become a nurse director was lack of motivation (53.3%). Nursing administrators can use the results of this study as information to prepare personnel for higher positions and further benefits in profession advancement.การวิจัยเชิงบรรยายนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาขั้นตอน ปัจจัยความสำเร็จ และปัญหาอุปสรรคของการวางแผนสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าพยาบาลของหัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลชุมชน เขตบริการสุขภาพที่ 11 เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง หัวหน้าพยาบาลที่จะเกษียณอายุราชการไม่เกิน 5 ปี จำนวน 30 คน เก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสัมภาษณ์ข้อมูลทั่วไป และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างที่สร้างขึ้นตามแนวทางวางแผนสืบทอดตำแหน่งของกองการพยาบาล (2560) แบบสัมภาษณ์ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่า IOC เท่ากับ 1 และหาความเที่ยงโดยผู้วิจัยฝึกสัมภาษณ์และบันทึกข้อมูลกับหัวหน้าพยาบาลที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง 2 ราย ก่อนดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย ด้วยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลชุมชน มีการดำเนินการการวางแผนสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าพยาบาล มี 4 ขั้นตอน ดังนี้ (1) การกำหนดคุณสมบัติเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนและการสื่อสารให้รับทราบโดยทั่วกัน (ร้อยละ 93.33) (2) มีการประเมินผู้มีคุณสมบัติเข้าสู่ตำแหน่ง โดยคณะกรรมการบริหารกลุ่มการพยาบาล (ร้อยละ 76.67) (3) มีการกำหนดตัวบุคคลไว้ในระบบความก้าวหน้า (ร้อยละ 66.67) และ (4) การพัฒนาตวามสามารถบุคคลในระบบความก้าวหน้าก่อนเข้าสู่ตำแหน่งมี 9 สมรรถนะ ตามที่กองการพยาบาลกำหนดไว้ (ร้อยละ 96.67) วิธีการพัฒนาที่ใช้คือ การประชุม อบรม (ร้อยละ 93.33) การสอนงานการบริหาร (ร้อยละ 83.33) และการศึกษาต่อ (ร้อยละ73.33) สำหรับปัจจัยความความสำเร็จของการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง คือการกำหนดแนวทางและคุณสมบัติที่ชัดเจน (ร้อยละ 60.00) และปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลต่อการวางแผนสืบทอดตำแหน่งมากที่สุดคือ การขาดแรงจูงใจในการเข้าสู่ตำแหน่ง (ร้อยละ 53.33) ทั้งนี้ผู้บริหารทางการพยาบาลสามารถใช้ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นข้อมูลในการเตรียมบุคคลในการเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น ในหน่วยงานเพื่อวางแผนในการเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นเพื่อประโยชน์และความก้าวหน้าในวิชาชีพต่อไ

    รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการ พลวัตความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้

    No full text
    งานวิจัยเชิงคุณภาพเรื่อง "พลวัตการเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้" ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) คำถามวิจัยของงานชิ้นนี้ต้องการมุ่งเน้นถึงการมองบนฐานข้อมูลที่ปรากฎให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างเห็นได้ชัดของนักการเมืองมลายูมุสลิมในช่วง หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเป็นต้นมา ตลอดจนคำถามที่ว่าการต่อสู้ทางการเมืองในระบอบรัฐสภายังคงมีความหวังในการเป็นทางเลือกหนึ่งในการต่อรองทางการเมืองหรือการเรียกร้องสิทธิของชาวมลายูมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อีกหรือไม่ และมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและรูปแบบการเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนพลวัตการ เคลื่อนไหวของกลุ่มนักการเมืองมลายูมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้ไนบริบททางการเมืองที่ปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 ถึงปัจจุบัน และเพื่อเสนอแนะต่อนักการเมือง มลายูมุสลิมและรัฐในการร่วมพัฒนาพื้นที่การเมืองที่สนับสนุนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยงานชิ้นนี้วางอยู่บนฐานแนวคิดสำคัญคือการเมืองเรื่องอัตลักษณ์ ผลการวิจัย พบว่า พลวัตการขับเคลื่อนของนักการเมืองมลายูมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ นับตั้งแต่ก่อนปีพ.ศ. 2547 สามารถแบ่งเป็นสามช่วงเวลาหลัก คือ ก่อนปีพ.ศ. 2547 หลังการเลือกตั้ง ปีพ.ศ. 2548-2561 และ ในช่วงการเลือกตั้งปีพ.ศ. 2562 แต่ละช่วงมีข้อน่าสังเกตคือก่อนปีพ.ศ. 2547 เป็นการต่อสู้ในพื้นที่ทางการเมืองของเชื้อสายเจ้าเมืองและผู้รู้ศาสนา มีนักการเมืองที่ผิดหวังกับระบบรัฐสภาและออกไปสนับสนุนกลุ่มขบวนการติดอาวุธ และในช่วงนี้ยังเกิดการเคลื่อนไหวของกลุ่มวาดะห์ซึ่งรวมกลุ่มเพื่อสร้างเสียงต่อรองของนักการเมืองในพื้นที่ชายแดนใต้ หลังจากปีพ.ศ. 2547 เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ความพ่ายแพ้ของกลุ่มวาดะห์และการขึ้นมาของนักการเมืองหน้าใหม่หลายท่าน และต่อมาในการเลือกตั้งปีพ.ศ. 2562 ก็ได้เห็นพัฒนาการสำคัญของการก่อตั้งพรรคประชาชาติซึ่งได้กลายเป็นพรรคที่เห็นนัยยะเชิงอัตลักษณ์ของความเป็นมลายูมุสลิมอย่างชัดเจน การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่าระบบรัฐสภายังคงเป็นความหวังสำหรับการขับเคลื่อน เพื่อสร้างพื้นที่ต่อรองทางการเมือง โดยที่พื้นที่ทางการเมืองนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้อัตลักษณ์ความเป็นมุสลิมหรือความเป็นมลายูสามารถมีที่ทาง จนกระทั่งสามารถลดเงื่อนไขที่นำไปสู่ความรุนแรงได้ แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่ทางการเมืองแบบนี้ จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ที่ประยุกต์ใช้หลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มิใช่เป็นประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ทางการเมืองถูกปิดกั้นและหันไปสู่การใช้ความรุนแรงได

    รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์เรื่อง การพัฒนาการใช้ปุ๋ยสำหรับปาล์มน้ำมันโดยการวิเคราะห์ตัวอย่างใบ

    No full text
    การใช้ปุ๋ยสำหรับปาล์มน้ำมันโดยใช้ค่าวิเคราะห์ตัวอย่างใบเพื่อกำหนดปริมาณการใช้ปุ๋ยในปีถัดไป ถือว่าเป็นกระบวนการจัดการปุยที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งวิธีการดังกล่าวยังไม่เป็นที่ แพร่หลายในกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาส์มน้ำมันของประเทศไทย จากการสำรวจข้อมูลการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน จำนวน 1,330 ราย ในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดกระบี่ (194 ราย) จังหวัดสุราษฎร์ธานี (400 ราย) จังหวัดชุมพร (154 ราย) จังหวัดตรัง (111 ราย) จังหวัฒนครศรีธรรมราช (295 ราย) จังหวัดพังงา (96 ราย) จังหวัดระนอง (30 ราย) และจังหวัดสงขลา (50 ราย) พบว่า 34.18 เปอร์เซ็นต์ ของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันไม่ทราบว่ามีวิธีการใช้ปุยโดยใช้ค่าวิเคราะห์ตัวอย่างใบ จำนวน 53.66 เปอร์เซ็นต์ เคยได้ยินว่ามีวิธีการตังกล่าวมีเพียง 12.16 เปอร์เซ็นต์ ที่เข้าใจการใช้ปุ๋ยวิธีดังกล่าว และในกลุ่มนี้มีเพียง 7.92 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้นำวิธีการใช้ปุ๋ยสำหรับปาล์มน้ำมันโดยใช้ค่าวิเคราะห์ตัวอย่างใบไปปฏิบัติจริง โครงการวิจัยนี้ได้ดำเนินการให้ความรู้และฝึกอบรมวิธีการเก็บตัวอย่างใบปาล์มน้ำมันที่ถูกต้อง การส่งตัวอย่างใบวิเคราะห์ธาตุอาหาร และการอ่านค่าวิเคราะห์เพื่อกำหนดการใช้ปุ๋ยในปีถัดไป พบว่า เกษตรกรที่เข้ารับการฝึกอบรมมากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ มีความเข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ซึ่งเมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นในการใช้กระบวนการดังกล่าวเพื่อกำหนดการใช้ปุย พบว่า 60.51 เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรที่เข้ารับการฝึกอบรมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าวิธีการใช้ปุ๋ยดังกล่าวได้ผล 31.33 เปอร์เซ็นต์ ของเกษตรกรที่เข้าอบรมยังไม่แน่ใจในวิธีการใช้ปุ๋ยนี้ และ 8.16 เปอร์เซ็นต์ ของเกษตรกรที่เข้าอบรมคิดว่าวิธีการใช้ปุยดังกล่าวไม่น่าเป็นไปได้ หลังจากการฝึกอบรมแล้วเกษตรกรที่มีความสนใจและเชื่อมั่นในวิธีการใช้ปุ๋ยดังกล่าว จะดำเนินการเก็บตัวอย่างใบปาล์มน้ำมัน ส่งตัวอย่างใบวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหาร (เกษตรกรเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง และคำนวณการใช้ปุ๋ยในปีถัดไป โดยพบว่ามีเกษตรกรที่ดำเนินการในขั้นตอนนี้ จำนวน 213 ราย คิดเป็น 26.47 เปอร์เซ็นต์ ของเกษตรกรที่มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่ง หรือ 16.02 เปอร์เซ็นต์ ของเกษตรกรที่เข้ารับการฝึกอบรมทั้งหม

    Development of Brake Shoes for Thailand Railway

    Full text link
    This reseach was to investigated and developed high phosphorous cast iron brake shoes. The investigations found that state railway of Thailand had been used LV4 and DR2 brake shoes of 150,000 pieces/year (485 Baht/piece), which there were quality and service Life problems of these brake shoes and affecting the cost of state railway of Thailand. Therefore, this research focused on the development of brake shoe casting in order to improve their mechanical properties and microstructures, including reduce defects. In addition, the brake performane will increase and service life extend leading to decrease the maintanance cost. This research found that chemical compositions and mold designs affected to microstructures, porosities, hardness, and wear of casting brake shoes. Adding high phosphorous into cast iron resulted in the formation of the FeP phase. As a result, the hardness increased and the friction coefficient decreased, which affected the braking distance. On the other hand, the addition of carbon and 0.3%wt silicon inoculant contributed to form the graphites which lubricated during braking and reduce sticking between wheel and brake shoe. It was found the back plate placed above the molding box was cavitatation higher than that of below the molding box. Cross-section area ratio between the sprue and the ingate (As:A) should be in the range of 1.2-1.6 and the ingate was suitable size. The brake shoe casting part had a good quality. In view of the economic worthiness, the riser should be designed in a smaller size and appropriate propotion. However, the riser could compensate the liquid metal in the first stage of liquid feeding. Pouring temperture of liquid metal at over 1,300°C had more tubular shrinkage cavities than that of lower poring temperature and small shrinkage cavity size distributed throughout the brake shoe casting part. On the other hand, the microstructures of high phosphorous cast irons did not change after heat treatment at temperature of 800-930°C, but their hardness increased This research could produce brake shoes with hardness of 220+20HB, porosity of 8% and wear of 3-4 g (according to the ASTM G65).โครงการวิจัยนี้สนใจที่จะศึกษาและพัฒนาเหล็กหล่อฟอสฟอรัสสูงเพื่อผลิตเป็นแท่งห้ามล้อ จาก การศึกษาข้อมูลพบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยมีการใช้แท่งห้ามล้อชนิด LV4 และ DR2 ประมาณ 150,000 แท่ง/ปี (485 บาท/แท่ง) แน่นอนว่าปัญหาของเรื่องคุณภาพและอายุการใช้งานของแท่งห้ามล้อมี ผลต่อค่าใช้จ่ายของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยการพัฒนากระบวนการหล่อแท่งห้ามล้อมีเป้าหมายเพื่อ ปรับปรุงโครงสร้างจุลภาค ลดข้อบกพร่อง และปรับปรุงสมบัติเชิงกลให้มีความเหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการเบรก ช่วยยืดอายุการใช้งานทั้งตัวแท่งห้ามล้อและล้อรส์ไฟ ช่วยลดงบประมาณด้าน การซ่อมบํารุงของการรถไฟแห่งประเทศไทย จากการทํางานวิจัยที่ผ่านมาพบว่าตัวแปรสําคัญคือ ส่วนผสมทางเคมี และการออกแบบแม่พิมพ์ มีผลต่อโครงสร้างจุลภาค ปริมาณโพรงอากาศ ความแข็ง และการสึกหรอของแท่งห้ามล้อ การเติมธาตุ ฟอสฟอรัสลงไปในเหล็กหล่อในปริมาณที่สูงจะมีการฟอร์มตัวของเฟสสเตไดต์ (FeP) ทําให้เหล็กหล่อมี ความแข็งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานลดลงซึ่งมีผลต่อระยะการเบรก การเติมคาร์บอน และสารอินนอกคูแลนต์ซิลิกอนประมาณ 0.3% จะช่วยในการฟอร์มตัวของแกรไฟต์ ซึ่งช่วยหล่อลื่น ระหว่างการเบรกและลดการติดของแท่งห้ามล้อกับล้อรถไฟ ในการออกแบบแม่พิมพ์ พบว่าการวางตําแหน่งของแผ่นเหล็กซับแรง (Back plate) ด้านบนหีบมี การเกิดโพรงอากาศที่สูงกว่าการวางแผ่นเหล็กชับแรงด้านล่างนีบหล่อ และอัตราส่วนพื้นที่หน้าตัดระหว่าง ทางรูเทและทางเข้า (AA) ควรอยู่ในช่วง 1.2-1.6 และมีขนาดทางเข้าที่เหมาะสม จะให้ชิ้นงานที่มี คุณภาพดี และเพื่อความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์จะออกแบบให้รูล้นมีขนาดเล็กกว่าตามสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งสามารถทําหน้าที่ชดเชยน้ําโลหะได้เฉพาะช่วงแรก คือ Liquid feeding และอุณหูมิเทน้ําโลหะที่สูงกว่า 1,30oC จะมีโพรงหดตัวแบบท่อที่มากกว่าการเทน้ําโลหะที่อุณหภูมิต่ํา ซึ่งเกิดโพรงหดตัวขนาดเล็ก กระจายตัวทั่วชิ้นงาน และการอบชุบเหล็กหล่อฟอสฟอรัสสูงที่อุณหภูมิ 800-930°C หลังการอบชุบ โครงสร้างจุลภาคไม่ได้แปลงเปลี่ยนจากเดิม แต่มีค่าความแข็งเพิ่มขึ้น และแท่งห้ามล้อจากการผลิตในงานวิจัยนี้ที่เหมาะสมจะมีค่าความแข็งประมาณ 220:20HB มี 96Porosity น้อยกว่า 8% และมีการสึกหรอประมาณ 3-4 g (ตาม ASTM G65

    The study of UGT2B17 polymorphism in representative Thai muslim population at Songkhla province

    Full text link
    วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (เภสัชวิทยา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2563The human UDP glucuronosyltransferase 2B17 (UGT2B17) enzyme play an important role in phase II drug metabolism, that catalyze the glucuronidation of various substrates, including endogenous as well as xenobiotic, such as steroid hormones (testosterone and its metabolites), exemestane and vorinostat. UGT2B17 is encoded by the UGT2B17 gene. The mutation of the UGT2B17 gene may affect to loss of enzyme activity or no enzyme activity. Although the polymorphic gene deletion of UGT2B17 gene has a high prevalence in Asian (67%), there is no report in Thai population. The aim of this study was to determine the genetic polymorphism of UGT2B17 in promoter and exon 1 regions in representative Thai-Muslim population in Songkhla province. Ninety-nine genomic DNAs were extracted from Thai-Muslim neonates cord blood samples, which were collected at Songkhla hospital and then were amplified the promoter and exon 1 regions of UGT2B17 gene by PCR. The mutations of UGT2B17 gene were detected by direct sequencing. The result showed that 53 samples (53.54%) were homozygous deletion (del/del), 41 samples (41.41%) were heterozygous deletion (del/ins), and 5 samples (5.05%) were wild-type homozygous insertion (ins/ins) of UGT2B17 gene. Two known SNPs were found in promoter region (-198G>A and 15C>T) of wild type UGT2B17 gene. The nucleotide sequence of UGT2B17 deletion polymorphism was similar to UGT2B15 gene, which indicated that this sample lack of UGT2B17 gene. One known SNPs (253T>G, YPD) and 1 novel SNPs (643T>G, M L ) were found in exon 1 region of UGT2B15 gene. The genotype frequency of homozygous mutation (G/G) and heterozygous mutation (T/G) for 253T>G region were 0.1698 and 0.5849, respectively (40/53 72, 75.47%). The genotype frequency of heterozygous mutation (A/T) for 643A>T region was 0.0377 (2/53 91, 3.77%). Allele frequency of the two mutations arranged in descending order are 0.4623 (253T>G) and 0.0189 (643T>G). One SNPs (253T>G) was in Hardy-Weinberg equilibrium (p>0.05). On the other hand, 643T>G was not followed to the Hardy-Weinberg equilibrium (pA และ -15c> นอกจากนี้ยังพบว่าลําดับนิวคลีโอไทด์ของ UGT2B17 แบบ deldel มีลําดับนิวคลีโอไทด์ที่ เหมือนกันกับยืน UGT2B15 ซึ่งหมายถึงการขาดการแสดงออกของยีน บGT2B17 และเมื่อ นํามาตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีน UGT2B15 พบการกลายพันธุ์ของยีน 2 ตําแหน่ง คือ known SNPs บริเวณเอกซอน 1 (253T>G, YD) และ novel SNPs บริเวณเอกซอน 1 (643A>T, ML) การกลายพันธุ์ของยืนตรงตําแหน่ง 253T>G มีความถี่จีโนไทป์ของ homozygous mutation (G/G) และ heterozygous mutation (TIG) เท่ากับ 0.1698 และ 0.5849 ตามลําดับ (40/53 คน, 75.47%) ในขณะที่การกลายพันธุ์ตําแหน่ง 643A>T มีความถี่จี โนไทป์ของ heterozygous mutation (ANT) เท่ากับ 0.0377 (2/53 คน, 3.77%) ความถีแอลลี ลของการกลายพันธุ์เรียงจากสูงไปต่ํา คือ 0.4623 (253T>G) และ 0.0189 (643A>T) จากการ วิเคราะห์สมดุลฮาร์ดีไวน์เบิร์กของยีน UGT2B15 พบว่าการกลายพันธุ์ตรงตําแหน่ง 253T>G เป็นไปตามกฎฮาร์ดีไวน์เบิร์ก (p>0.05) แต่การกลายพันธุ์ตรงตําแหน่ง 643A>T ไม่เป็นไปตาม กฎฮาร์ดีไวน์เบิร์ก (p<0.05) สรุปได้ว่าประชากรชาวไทยมุสลิมพบการแสดงออกของจีโนไทป์ ของยืน UGT2B17 แบบ homozygous deletion (del/del) มากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับเชื้อชาติอื่น ๆ ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ซึ่งการแสดงออกของจีโนไทป์แบบ deldel จะส่งผลให้ ขาดการทํางานของเอนไซม์ UGT2B17 ทําให้ไม่สามารถเกิดปฏิกิริยากลคูโรนิเดชั่นของส เตียรอยด์ฮอร์โมน (เทสโทสเตอโรน และสารเมแทบอไลท์) ส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงในการ เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก หรืออาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบริเวณ upper aerodigestive tract ในคนที่สูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากสารก่อมะเร็ง และเอทานอลจัดเป็น สับสเตรทของเอนไซม์ UGT2B17 อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการเกิดโรคร่วมด้วย เช่น เพศ อายุ หรือสภาพแวดล้อม เป็นต้

    The Influence of Subdistrict and Village Administration and Subdistrict Administrative Organization (SAO) on Citizens’ Happiness: A Case Study of Wangmai Subdistrict, Pabon Dustrict, Phatthalung Province

    Full text link
    รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, 2563The purpose of this research is to study 1) the levels of citizens’ satisfaction with subdistrict and village administration 2) the levels of citizens’ happiness and 3) the influence of citizens’ overall satisfaction and happiness, who lived in Wangmai Subdistrict, Pabon Dustrict, Phatthalung Province on the Subdistrict Administrative Organization (SAO). A sample of 240 citizens was collected from Wangmai Subdistrict, Pabon Dustrict, Phatthalung Province. The data were analyzed using frequency, percentage, means, standard deviation and multiple regression. The results showed that levels of citizens’ satisfaction with the subdistrict and village administration and SAO were high. The level of citizens’ happiness who lived in Wangmai Subdistrict, Pabon Dustrict, Phatthalung Province was high as well. Furthermore, the results showed that satisfaction with both forms of government had positive direct effects on citizens’ happiness. The proposed model was able to explain 41.2 variance in citizens’ happiness. Also, the results revealed that citizens’ satisfaction with the SAOs had a stronger effect on citizens’ happiness when compared with the effect of citizens’ satisfaction with the village administration.การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาระดับความพึงพอใจของประชาชนต่อการปฏิบัติงานของผู้ใหญ่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง 2) ศึกษาระดับความสุขของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง และศึกษาอิทธิพลของความพึงพอใจของประชาชนต่อการปกครองท้องที่และการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีต่อความสุขของประชาชน กลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง จำนวน 240 ราย สถิติที่ใช้ คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณผลการวิจัย พบว่า ประชาชนในพื้นที่ตำบลวังใหม่มีระดับความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ในระดับมาก และมีระดับความสุขที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลวังใหม่ในระดับมาก นอกจากนั้น พบว่าความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของผู้ใหญ่บ้าน และความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ส่งผลทางบวกต่อความสุขของประชาชนในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนในตัวแปรความสุขของประชาชน ได้ร้อยละ 41.2 เมื่อเปรียบเทียบค่าน้ำหนักของทั้ง 2 ตัวแปรต้น พบว่า ความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ มีอิทธิพลต่อความสุขของประชาชนในพื้นที่มากกว่าการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้า

    7,629

    full texts

    16,637

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    PSU Knowledge Bank
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇