Srinakharinwirot University: SWU e-Journals System
Not a member yet
5319 research outputs found
Sort by
ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษากับชุมชน การเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในโรงเรียนกลุ่มอา เภอนิคมพัฒนา สังกัดสา นักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1: THE RELATIONSHIP BETWEEN ADMINISTRATIVE OF SCHOOL ADMINISTRATOR WITH THE PROFESSIONAL LEARNING COMMUNITY IN SCHOOLS OF NIKHOMPATTANA CLUSTER RAYONG PRIMARY EDUCATIONAL SEVICE AREA OFFICE 1
บทคัดย่อการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมุ่งศึกษา 1) ระดับทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ระดับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และ3) ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษากับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในโรงเรียนกลุ่มอาเภอนิคมพัฒนา สังกัดสา นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยองเขต 1 กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารและครูในกลุ่มอาเภอนิคมพัฒนา สา นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 ปีการศึกษา 2564 จานวน 160 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม(Questionnaire) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสา เร็จรูป สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิส์ หสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient)ผลการวิจัย พบว่า1. ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ในโรงเรียนกลุ่มอาเภอนิคมพัฒนา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 พบว่า มีค่าเฉลี่ยโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือด้านทักษะการศึกษาและการสอน ด้านทักษะเทคนิค ด้านทักษะมนุษย์ ด้านทักษะความรู้ความคิด และด้านทักษะความคิดรวบยอด2. ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในโรงเรียนกลุ่มอาเภอนิคมพัฒนา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 พบว่า มีค่าเฉลี่ยโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากทุกด้านโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือด้านวิสัยทัศน์ร่วม ด้านโครงสร้างสนับสนุนชุมชน ด้านทีมร่วมแรงร่วมใจ ด้านการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพ ด้านภาวะผู้นาร่วม และด้านชุมชนกัลยาณมิตร3. ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษามีความสัมพันธ์กับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียนกลุ่มอาเภอนิคมพัฒนา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 พบว่าโดยรวมความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงมากอย่างมีนัยสา คัญทางสถิติที่ระดับ .01
AbstractThe purposes of this research were to study: 1) the level of the administrative skills of schooladministrators, 2) the level of the professional learning community, and 3) the relationship betweenadministrative skills of school administrators with the professional learning community in schools ofNikhompatthana Cluster under Rayong Primary Educational Service Area Office 1. The samplesconsisted of 160 administrators and teachers in schools of Nikhompatthana Cluster under RayongPrimary Educational Service Area Office 1, Year 2021. The instruments used for data collection were5 point-rating scale questionnaires. The data analysis was done by mean, standard deviation andPearson Product Moment Correlation Coefficient.The research results were found as following;1. The level of administrative skills of school administrators in schools of NikhompatthanaCluster under Rayong Primary Educational Service Area Office 1 as a whole was at high level. Whenconsidering each individual aspect, the research found to be at high level in all aspects by descendingorder of the average as follow; educational and teaching skills, technical skills, human skills, cognitiveskills and conceptual skills.2. The professional learning community in schools of Nikhompatthana Cluster under RayongPrimary Educational Service Area Office 1 as a whole was at high level. When considering eachindividual aspect, the research found to be at high level in all aspects by descending order of theaverage as follow; shared vision, community support structure, team work, learning and professionaldevelopment, shared leadership; and caring community.3. There was a statistically significant high positive relationship at .01 level between theadministrative skills of school administrators and the professional learning community in school ofNikhompatthana Cluster under Rayong Primary Educational Service Area Office 1
การสื่อสารเสริมและทางเลือกโดยใช้กระดานสื่อสารสำหรับเด็กสมองพิการ
ภาวะสมองพิการเกิดจากความเสียหายของสมองในช่วงแรกของพัฒนาการพบได้ประมาณ 2.1 ต่อ 1,000 คนในทารกแรกเกิด ภาวะสมองพิการทำให้มีความผิดปกติเกี่ยวกับการควบคุมการเคลื่อนไหว รวมถึงความยากลำบากในการสื่อสารทั้งความเข้าใจภาษา การแสดงออกทางภาษาและความสามารถในการใช้ภาษาท่าทาง สำหรับเด็กสมองพิการในระดับรุนแรง การใช้การสื่อสารเสริมและการสื่อสารทางเลือกสามารถส่งเสริมการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเด็กได้ นักแก้ไขการพูดมีหน้าที่ในการให้บริการทางคลีนิกสำหรับเด็กสมองพิการที่ไม่สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาพูดได้โดยใช้การสื่อสารเสริมและการสื่อสารทางเลือกมาเสริมและ/หรือทดแทนการใช้ภาษาพูดเพื่อให้เด็กสามารถบอกความต้องการของตนเองและสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ การใช้กระดานสื่อสารสำหรับเด็กสมองพิการตั้งแต่ระยะแรกเริ่มสามารถส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูดของเด็ก นอกจากนี้การใช้กระดานสื่อสารร่วมกับกลยุทธ์การนำเข้าภาษายังสร้างโอกาสในการสื่อสารที่ชัดเจนในชีวิตประจำวันสำหรับเด็กสมองพิการ
กระดานสื่อสารมีราคาถูกและสามารถใช้การได้ ดังนั้นการใช้กระดานสื่อสารเป็นวิธีที่นักแก้ไขการพูดสามารถใช้ในการส่งเสริมการเข้าถึงและการใช้งานการสื่อสารเสริมและทางเลือกประเภทนี้ได
การพัฒนาหลักสูตรอบรมครูด้วยระบบออนไลน์ เรื่อง เคมีกับพลังงานทดแทน และการศึกษาความคิดเห็นของครูต่อการอบรมด้วยระบบออนไลน์
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรอบรมครูด้วยระบบออนไลน์สำหรับพัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเรื่องโครงสร้าง สมบัติ และปฏิกิริยาเคมีของสารประกอบอินทรีย์ 2) ศึกษาความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับความเหมาะสมของหลักสูตร ความพึงพอใจต่อหลักสูตร ความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง และการคาดหวังต่อผลลัพธ์ โดยหลักสูตรอบรมครูด้วยระบบออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นคือ เคมีกับพลังงานทดแทน ซึ่งนอกจากจะพัฒนาความรู้เนื้อหาวิชาเคมีแล้วยังมีกิจกรรมท้าทายที่ให้ครูได้ประยุกต์ใช้ความรู้จากการอบรมไปแก้ปัญหาในชีวิตจริง หลักสูตรมีการบูรณาการทั้งแบบประสานเวลาและไม่ประสานเวลา มีวีดิทัศน์ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนและการประเมิน มีการใช้ช่องทางดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ เครื่องมือในการวิจัยแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นแบบตรวจสอบรายการหรือเช็คลิสต์สำหรับผู้ตรวจสอบคุณภาพและผู้รับรองคุณภาพเพื่อพิจารณาว่าวีดิทัศน์อบรมครูแต่ละตอนรวมทั้งสื่อประกอบมีความถูกต้องเหมาะสมสำหรับการอบรมด้วยระบบอนไลน์หรือไม่ ทั้งนี้ จะต้องผ่านเกณฑ์ในทุกรายการที่ประเมินจึงจะนำไปอบรมครูได้ ส่วนที่สองเป็นแบบสอบถามความคิดเห็นของครูในด้านของความเหมาะสมของหลักสูตร ความพึงพอใจต่อหลักสูตร ความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองและการคาดหวังต่อผลลัพธ์ โดยกลุ่มตัวอย่างในส่วนนี้ได้แก่ครูที่ผ่านการอบรมและร่วมตอบแบบสอบถาม สำหรับข้อมูลที่ได้มีการนำไปวิเคราะห์โดยหาค่าเฉลี่ยและทดสอบกลุ่มตัวอย่าง 1 กลุ่ม (t-test) จากการศึกษาพบว่าวีดิทัศน์อบรมครูทุกตอนรวมทั้งสื่อประกอบผ่านการเกณฑ์การประเมินจากผู้ตรวจสอบคุณภาพและผู้รับรองคุณภาพ และจากการวิเคราะห์แบบสอบถามของครู 716 คน (ร้อยละ 44.69) ของครูที่เข้ารับการอบรม พบว่าภาพรวมด้านความเหมาะสมของหลักสูตร ความพึงพอใจต่อหลักสูตร ความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง และการคาดหวังต่อผลลัพธ์ อยู่ในระดับมากที่สุด (p-value < 0.01) ในทุกด้าน แสดงว่าหลักสูตรมีความถูกต้องและเหมาะสมสำหรับการอบรมด้วยระบบออนไลน์ ครูที่เข้ารับการอบรมส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาและแนวทางการจัดการเรียนรู้ และสามารถนำความรู้จากการอบรมไปถ่ายทอดสู่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Effects of Game-Based Learning Management on Learning Achievement in Mathemathics of Geometric Shape and Volume of Rectangular Shape for 6th Grade Students of Srinakharinwirot University Prasarnmit Demonstration School (Elementary)
The purpose of this research was to create and determine the efficiency of game-based learning lesson plan on mathematics learning achievement of geometric shape and volume of rectangular shape, to compare learning achievement before and after game-based learning management, and to study satisfaction towards game-based learning management. The samples of the study were 60 students of 6th grade at Srinakharinwirot University Prasarnmit Demonstration School (Elementary) in 2nd semester of 2022, which was obtained by purposive sampling. The tools used were 5 game-based learning lesson plans for 6th grade students (15 periods), a 30-item mathematics learning achievement test of 6th grade students and a satisfaction questionnaire on game-based learning management. The research design was the one group pretest-posttest and the statistics used were efficiency determination E1/E2, mean, standard deviation, and t-test for dependent sample. The research results were as follows: 1) The efficiency of process of game-based learning lesson plan which was developed for 6th grade students was 87.71 and the efficiency of product was 80.44 which complied to the defined criteria of 80/80; 2) After game-based learning management, 6th grade students had higher mathematics learning achievement of geometric shape and volume of rectangular shape than that of before learning at the statistical significance level of .01; 3) After game-based learning management, 6th grade students were satisfied with game-based learning management of geometric shape and volume of rectangular shape at the highest level
การส่งเสริมทักษะการคิดทางประวัติศาสตร์ของนิสิตครูโดยใช้การเรียนรู้แบบโครงงานและชุมชนเป็นฐานร่วมกับวิธีการทางประวัติศาสตร์: กรณีศึกษานิสิตครูสาขาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ: Promoting Historical Thinking Skills of Pre-Service Teachers Through Project and Community Based Learning with Historical Method: A Case Study of Pre-Service Teachers of Social Studies at Srinakharinwirot University
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดทางประวัติศาสตร์ของนิสิตครูสาขาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒที่เรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบโครงงานและชุมชนเป็นฐานร่วมกับวิธีการทางประวัติศาสตร์ก่อนและหลังการทดลอง ตลอดจนความพึงพอใจของนิสิตที่เรียนรู้ด้วยกระบวนการดังกล่าว ซึ่งเป็นการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง มีระยะเวลาเก็บข้อมูล 15 สัปดาห์ กระบวนการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การการออกแบบการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์โดยใช้การเรียนรู้แบบโครงงานและชุมชนเป็นฐานร่วมกับวิธีการทางประวัติศาสตร์ และระยะที่ 2 การทดลองใช้การเรียนการสอนดังกล่าว กลุ่มเป้าหมาย คือ นิสิตครู สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นอาสาสมัครเข้ารับการทดลองจำนวน 34 คน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ (1) นิสิตครูทีเรียนรู้ด้วยการเรียนรู้แบบโครงงานและชุมชนเป็นฐานร่วมกับวิธีการทางประวัติศาสตร์มีทักษะการคิดทางประวัติศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ (2) นิสิตครูมีความพึงพอใจในการเรียนรู้แบบโครงงานและชุมชนเป็นฐานร่วมกับวิธีการทางประวัติศาสตร
การประยุกต์ระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์ความต้องการใช้น้ำของพืชทางการเกษตร พื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำลำสำลาย จังหวัดนครราชสีมา: Application of Geoinformatics System for Analysis of Water Demand of Agricultural Crops in Lam Sam Lai Reservoir Project Area, Nakhon Ratchasima Province
พื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำลำสำลายเป็นพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีความหลากหลาย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินในด้านพื้นที่เกษตรกรรม อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงต่อภัยแล้ง และน้ำที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงพืชในภาคเกษตรกรรมส่วนใหญ่มาจากการบริหารและจัดสรรน้ำจากกรมชลประทาน ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม ร่วมกับการศึกษาวิเคราะห์ความต้องการใช้น้ำของพืชทางการเกษตร โดยเปรียบเทียบผลการจำแนกที่ได้จากการแปลตีความการใช้ประโยชน์ที่ดินจากข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้วิธีการจำแนกข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมแบบใกล้เคียงมากที่สุด (Maximum Likelihood), ซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีน (Support Vector Machine) และข่ายประสาทเทียม (Neural Net) พบว่า การจำแนกข้อมูลแบบซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีน มีความถูกต้องโดยรวมมากที่สุด โดยมีค่าเท่ากับร้อยละ 90.16 และค่าสัมประสิทธิ์แคปปาอยู่ที่ 0.88 รองลงมาจะเป็นการจำแนกข้อมูลแบบใกล้เคียงมากที่สุด และแบบข่ายประสาทเทียม โดยมีความถูกต้องโดยรวมเท่ากับร้อยละ 87.59 และ 87.50 ตามลำดับ และมีค่าสัมประสิทธิ์แคปปาอยู่ที่ 0.85 และ 0.84 ตามลำดับ ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้จึงใช้การจำแนกข้อมูลแบบซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีน ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม Landsat 5-TM พ.ศ.2554 2559 และ Landsat 8-OLI พ.ศ.2564 ถูกจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินในระดับ 3 ออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง นาข้าว อ้อย มันสำปะหลัง พื้นที่น้ำ และพื้นที่เบ็ดเตล็ด ผลการศึกษา พบว่า การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในช่วง พ.ศ.2554-2564 พื้นที่แหล่งน้ำ มีการลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง นาข้าว และมันสำปะหลัง มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง พ.ศ.2559-2564 มีการลดลงของอ้อยอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่นาข้าวมีพื้นที่เพิ่มขึ้น และในส่วนของการวิเคราะห์ความต้องการใช้น้ำของพืชทางการเกษตรโดยวิธี FAO Penman-Monteith พบว่า ความต้องการใช้น้ำของพืชทางการเกษตรแบบคิดปริมาณน้ำฝนใน พ.ศ.2554 นาข้าว (นาปี) นาข้าว (นาปรัง) อ้อย และมันสำปะหลัง มีความต้องการใช้น้ำ 20.09 ลบ.ม. 33.87 ลบ.ม. 3.79 ลบ.ม. และ0.46 ลบ.ม. ตามลำดับ ใน พ.ศ.2559 นาข้าว (นาปี) นาข้าว (นาปรัง) อ้อย และมันสำปะหลัง มีความต้องการใช้น้ำ 20.85 ลบ.ม. 35.14 ลบ.ม. 4.05 ลบ.ม. และ0.54 ลบ.ม. ตามลำดับ และ พ.ศ.2564 นาข้าว (นาปี) นาข้าว (นาปรัง) อ้อย และมันสำปะหลัง มีความต้องการใช้น้ำ 22.28 ลบ.ม. 37.55 ลบ.ม. 1.02 ลบ.ม. และ0.55 ลบ.ม. ตามลำดั
ระบบควบคุมเครื่องบรรจุกาละแมกึ่งอัตโนมัติ : THE CONTROL SYSTEM KALAMAE FILLING SEMI-AUTOMATIC MACHINE
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาระบบควบคุมเครื่องบรรจุกาละแมแบบกึ่งอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตกาละแมให้กับกลุ่มผู้ผลิตกาละแม ด้วยระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ Arduino ในการประมวลผลการสั่งการทำงานของเครื่องบรรจุกาละแม 2) เพื่อศึกษาสมรรถนะเครื่องบรรจุกาละแมแบบกึ่งอัตโนมัติ โดยเครื่องบรรจุกาละแมมีระบบการทำงาน 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) ระบบสั่งการแบบกึ่งอัตโนมัติ กำหนดน้ำหนักคงที่ 3 ระดับ คือ ขนาด 50 กรัม 80 กรัม และ 120 กรัม และ 2) ระบบแมนนอล กำหนดน้ำหนักตามที่ต้องการ โครงสร้างเครื่องบรรจุกาละแมกึ่งอัตโนมัติ ประกอบด้วย ระบบควบคุมการทำงาน ถังบรรจุกาละแม และชุดหัวกดปั๊มบรรจุกาละแม ตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่ ระบบควบคุมระยะการกดของชุดกดหัวปั๊มบรรจุที่เหมาะสม ที่น้ำหนักเนื้อกาละแม ขนาด 50 กรัม 80 กรัม และ 120 กรัม และสามารถลดระยะเวลาการผลิตรวมกาละแมแม่ปรีดา ผลการวิจัยพบว่า ระบบควบคุมของ ชุดกดหัวปั๊มบรรจุกาละแมได้ที่ระยะที่เหมาะสม คือ 0.8 1.5 และ 3 เซนติเมตร ได้น้ำหนักเฉลี่ย 52.1 82.5 และ 122.5 กรัม ตามลำดับ ค่าความคลาดเคลื่อน +3 กรัม ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ผลิตยอมรับได้ เครื่องบรรจุกาละแมกึ่งอัตโนมัติสามารถบรรจุกาละแมได้มากกว่าแรงงานคนถึง 9 เท่า และจากการศึกษาสมรรถนะสูงสุดของเครื่องบรรจุกาละแมกึ่งอัตโนมัติมีกำลังการผลิตต่อวัน เท่ากับ 234 กิโลกรัม โดยสามารถลดระยะเวลาการผลิตรวมได้ถึง 320 นาที
คำสำคัญ : กาละแม, เครื่องบรรจุกาละแม, แบบกึ่งอัตโนมัติ, ระบบควบคุม
Abstract
Develop a semi-automatic packaging machine control system to increase the efficiency of the galamai production process for a group of galamai producers using the Arduino microcontroller system to process the machine's operation commands. 2) Study the semi-automatic galamai packaging machine's performance, which operates in two modes: 1) Semi-automatic mode with fixed weights at three levels: 50 grams, 80 grams, and 120 grams, and 2) Manual mode with customizable weights. The semi-automatic galamai packaging machine comprises a control system, a galamai storage tank, and a set of pump head compression components. The variables studied include the appropriate compression stroke control for the pump head assembly based on the galamai's weight at 50 grams, 80 grams, and 120 grams. The research found that the control system for the pump head assembly was suitable at stroke lengths of 0.8, 1.5, and 3 centimeters, resulting in average weights of 52.1, 82.5, and 122.5 grams, respectively, with a margin of error of +3 grams, which is acceptable to the manufacturers. The semi-automatic galamai packaging machine can package galamai more efficiently than manual labor, up to 9 times the output, and has a maximum daily production capacity of 234 kilograms. The total production time can be reduced by up to 320 minutes.
Keywords : Kalamae, The Kalamae filling machine, Semi-automatic, The control system