Srinakharinwirot University: SWU e-Journals System
Not a member yet
5319 research outputs found
Sort by
การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์แบบมัลติมีเดีย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานเชื่อมไฟฟ้า มัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์แบบมัลติมีเดีย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชา งานเชื่อมไฟฟ้า มัธยมศึกษา ปีที่ 3 โดยแบ่งหัวข้อเป็น 5 หน่วยการเรียน คือ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานเชื่อมไฟฟ้า ความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้า ประเภทของรอยต่อในงานเชื่อมไฟฟ้า ท่าเชื่อมที่ใช้ในงานเชื่อมไฟฟ้า วิธีการอาร์คเบื้องต้น ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ตามเกณฑ์ 80 / 80 การทดลองครั้งนี้กลุ่มประชากรเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เลือกเรียนรายวิชา งานเชื่อมไฟฟ้า ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2548 จำนวน 30 คน ผู้วิจัยได้ให้ผู้เรียนได้เรียนด้วยตนเองจากบทเรียนคอมพิวเตอร์แบบมัลติมีเดียที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นทุกหน่วยการเรียน จากนั้นผู้เรียนได้ทำแบบทดสอบระหว่างเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน และนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์และสรุปผล ผลการวิจัยพบว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์แบบมัลติมีเดีย วิชา งานเชื่อมไฟฟ้า ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพดังนี้ หน่วยการเรียนเรื่องเครื่องมือและอุปกรณ์ในงานเชื่อมไฟฟ้า มีประสิทธิภาพ 89.00 / 92.00 หน่วยการเรียนเรื่องความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้า มีประสิทธิภาพ 81.00 / 85.67 หน่วยการเรียนเรื่องรอยต่อและชนิดของรอยต่อ มีประสิทธิภาพ 86.00 / 93.67 หน่วยการเรียนเรื่องท่าเชื่อมในงานเชื่อมไฟฟ้า มีประสิทธิภาพ 78.00 / 81.67 หน่วยการเรียนเรื่องวิธีการอาร์คเบื้องต้น มีประสิทธิภาพ 94.33 / 91.33 และสรุปทุกหน่วยการเรียนมีประสิทธิภาพ 85.67 / 88.87 คำสำคัญ : คอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชางานเชื่อมไฟฟ้า หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐา
การพัฒนาเครื่องบันทึกการลงเวลาปฏิบัติงานของพนักงาน
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ พัฒนาเครื่องบันทึกการลงเวลาปฏิบัติงานของพนักงาน ซึ่งมีอุปกรณ์การทำงานของที่ได้ออกแบบและสร้างขึ้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนตัวเครื่อง และส่วนบันทึกข้อมูลโดยคอมพิวเตอร์ จากการทดลองการทำงานของเครื่องบันทึกการลงเวลา พบว่าความสามารถในการอ่านบัตรสามารถอ่านบัตรได้ถูกต้อง ความสามารถในการบันทึกภาพขณะมีการเสียบบัตรลงเวลาสามารถบันทึกภาพขณะมีการเสียบบัตรลงเวลาได้ถูกต้อง ความสามารถในการทำงานของเสียงตอบรับสามารถมีเสียงตอบรับ ความสามารถในการบันทึกข้อมูลทั้งหมดสามารถบันทึกข้อมูลทั้งหมด การประเมินความคิดเห็นคุณลักษณะทางกายภาพของเครื่องบันทึกการลงเวลาปฏิบัติงานของพนักงาน จำนวน 4 ด้าน โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน ผลปรากฏว่า คุณลักษณะการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องบันทึกการลงเวลาปฏิบัติงานของพนักงาน อยู่ในเกณฑ์ดี คุณลักษณะการใช้งานเครื่องบันทึกการลงเวลาปฏิบัติงานของพนักงานอยู่ในเกณฑ์ดี คุณลักษณะความปลอดภัยการใช้เครื่องบันทึกการลงเวลาปฏิบัติงานของพนักงานอยู่ในเกณฑ์ดี คุณลักษณะการบำรุงรักษาเครื่องบันทึกการลงเวลาปฏิบัติงานของพนักงานอยู่ในเกณฑ์ดี เมื่อพิจารณาในภาพรวมคุณลักษณะทางกายภาพของเครื่องบันทึกการลงเวลาปฏิบัติงานของพนักงานอยู่ในเกณฑ์ดี คำสำคัญ : เครื่องบันทึกเวลา การปฏิบัติงา
การศึกษากระบวนการเพิ่มผลผลิตโดยใช้เทคนิคการศึกษาเวลาและการเคลื่อนไหว กรณีศึกษาการเชื่อมวงจรไฟฟ้าของแผงวงจรไฟฟ้า ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษากระบวนการเพิ่มผลผลิตโดยใช้เทคนิคการศึกษาเวลาและการเคลื่อนไหวโดยให้พนักงานเชื่อมวงจรไฟฟ้าสามารถดูแลจำนวนเครื่องจักรเพิ่มขึ้น..กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นพนักงานฝ่ายผลิตที่มีอายุงานมากกว่า 1 ปีที่ผ่านการประเมินและได้รับการรับรองให้สามารถปฏิบัติงานกระบวนการเชื่อมวงจรไฟฟ้าของบริษัท เอ็น เอส อีเล็กโทรนิกส์ จำกัด จำนวน 30 คน เครื่องมือรวบรวมข้อมูล คือ แผนภูมิคนและเครื่องจักร คู่มือการปฏิบัติงานกับเครื่องเชื่อมวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติรุ่น เอเอสเอ็ม 309 แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจ และแบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติงานเชื่อมวงจรไฟฟ้ากับเครื่องเชื่อมวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติรุ่น เอเอสเอ็ม 309 ตัวแปรที่ศึกษาคือ ประสิทธิภาพของพนักงานโดยวัดจากเวลาของพนักงานแผนกเชื่อมวงจรไฟฟ้าในการผลิต ผลผลิตจำนวน 1,000 ชิ้น ต่อหน่วยชั่วโมงเมื่อพนักงาน 1 คน ดูแลเครื่องจักร 4 เครื่อง 6 เครื่อง และ 8 เครื่องตามลำดับเพื่อหาอัตราส่วนจำนวนเครื่องจักรที่เหมาะสมสำหรับให้พนักงาน 1 คนดูแล และศึกษาประสิทธิภาพของคู่มือ วิธีการปฏิบัติงานกับเครื่องเชื่อมวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติรุ่น เอเอสเอ็ม 309 โดยการนำอบรมพนักงานแผนกเชื่อมวงจรไฟฟ้าที่ปฏิบัติงานกับเครื่องเชื่อมวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติรุ่น เอเอสเอ็ม 309 ณ. บริษัท เอ็น เอส อีเล็กโทรนิกส์ ผลการวิจัยพบว่า แผนภูมิคนและเครื่องจักร แสดงให้เห็นว่าสามารถเพิ่มอัตราส่วนให้พนักงานเชื่อมวงจรไฟฟ้าดูแลจำนวนเครื่องเชื่อมวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติรุ่น เอเอสเอ็ม 309 เพิ่มขึ้นได้โดยประสิทธิภาพของพนักงานเพิ่มขึ้นและจำนวนร้อยละของผลผลิตดีที่ผลิตอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับ และพนักงานเชื่อมวงจรไฟฟ้าที่ได้รับการอบรมด้วยคู่มือวิธีการปฏิบัติงานกับเครื่องเชื่อมวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติรุ่น เอเอสเอ็ม 309 มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติงานได้ระดับดี คำสำคัญ : กระบวนการเพิ่มผลผลิต การศึกษาเวลาและการเคลื่อนไหว แผงวงจรไฟฟ้
การทดลองเคลือบขี้เถ้าจากอัตราส่วนผสมขี้เถ้าไม้มะม่วง หินฟันม้า และดินเหนียวท้องนา เพื่อเคลือบผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาชนิดสโตนแวร์
บทคัดย่อ การวิจัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาอัตราส่วนผสมจากอัตราส่วนผสมในการทำเคลือบขี้เถ้าโดยใช้วัตถุดิบ คือ ขี้เถ้าไม้มะม่วง (MANGO ASH) ,หินฟันม้า (FELDSPER) และดินเหนียวท้องนา (SURFACE CLAY) การทดลองแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 เพื่อดูลักษณะของเคลือบทำโดยกำหนดอัตราส่วนผสมของสารแต่ละชนิดจากตารางสามเหลี่ยมด้านเท่า จะมีทั้งหมด 36 สูตร นำมาบดผสมเพื่อชุบบนแผ่นทดสอบเคลือบ ขนาดความกว้าง 5.00 เซนติเมตรยาว 5.00 เซนติเมตร หนา 1.00 เซนติเมตร นำไปเผาที่อุณหภูมิ 1,230 องศา เซลเซียส ในบรรยากาศออกซิเดชันและรีดักชัน แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อคัดเลือกอัตราส่วนผสมที่เหมาะสม จำนวน 3 สูตร ผลการทดลองที่ได้คือ เคลือบที่มีส่วนผสมของหินฟันม้า และขี้เถ้าไม้มะม่วงสูงตั้งแต่ร้อยละ 20-80 พบว่าเคลือบมีความมันวาว ทั้ง 2 บรรยากาศ เคลือบที่มีส่วนผสมของดินเหนียวท้องนาสูงตั้งแต่ร้อยละ 50-80 พบว่าเคลือบกึ่งมันกึ่งด้าน สีที่เกิดขึ้นในบรรยากาศแบบออกซิเดชัน มีโทนสีครีม สีเหลืองอ่อน สีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลเข้ม และในบรรยากาศรีดักชันมีโทนสีเขียวอมฟ้า สีเขียว สีเขียวขี้ม้า สีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม ผู้เชี่ยวชาญได้คัดเลือกสูตรที่เหมาะสม คือสูตรที่ 13,18 และ20 ขั้นตอนที่ 2 เพื่อดูคุณภาพของเคลือบเมื่อ นำมาเคลือบบนผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาชนิดสโตนแวร์ ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินผลิตภัณฑ์ ผลการทดลองที่ได้ สูตรที่ 1 3 และ 18 พื้นผิวเคลือบเรียบเนียนและพบตำหนิเคลือบรานตัวของเคลือบทั่วผลิตภัณฑ์ ในสูตรที่ 20 พื้นผิวเคลือบจะเรียบเนียนเป็นบางจุดและพบตำหนิเคลือบแยกตัวและรูเข็มทั่วผิวผลิตภัณฑ์ จึงสรุปได้ว่า เมื่อทำการเผาทั้ง 2 บรรยากาศผิวเคลือบมีความเรียบเนียนใสเป็นมันวาว มีความสมบูรณ์สวยงามสามารถใช้ได้กับผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาชนิดสโตนแวร์ คำสำคัญ : เคลือบขี้เถ้า เครื่องปั้นดินเผาชนิดสโตนแวร์ ขี้เถ้าไม้มะม่วง หินฟันม้า ดินเหนียวท้องน
การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชาช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีวิชาช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยแบ่งหัวข้อเป็น 6 หน่วยการเรียน คือ ไฟฟ้าเบื้องต้น ความปลอดภัย เครื่องมือช่างไฟฟ้า การอ่านและการเขียนแบบ การดำเนินการเดินสาย การตรวจซ่อมและบริการ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 ตามเกณฑ์ 80 / 80 การทดลองครั้งนี้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่3 ที่เลือกเรียนรายวิชาช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 ของโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย กรุงเทพมหานครปีการศึกษา 2548 จำนวน 30 คน ผู้วิจัยได้ให้นักเรียนเรียนด้วยตนเองจากบทเรียนคอมพิวเตอร์แบบมัลติมีเดียที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นทุกหน่วยการเรียนจากนั้นนักเรียนได้ทำแบบทดสอบระหว่างเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน ผลการวิจัยพบว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย วิชาช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพดังนี้ หน่วยการ เรียนรู้เรื่อง ไฟฟ้าเบื้องต้น มีประสิทธิภาพของบทเรียนเท่ากับ 89.33/91.33หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง ความปลอดภัย มีประสิทธิภาพของบทเรียนเท่ากับ 88.33/90.33หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง เครื่องมือช่างไฟฟ้า มีประสิทธิภาพของบทเรียนเท่ากับ86.00/90.66หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านและการเขียนแบบ มีประสิทธิภาพของบทเรียนเท่ากับ87.33/92.00หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การดำเนินการเดินสาย มีประสิทธิภาพของบทเรียนเท่ากับ84.33/92.66หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การตรวจซ่อมและบริการ มีประสิทธิภาพของบทเรียน เท่ากับ86.33/92.00 และสรุปทุกหน่วย การเรียนมีประสิทธิภาพ 86.95/91.50 คำสำคัญ : คอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชาช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐา
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณเหล็กเสริม ระยะหุ้มเหล็กเสริม และปฏิภาคส่วนผสมของคอนกรีตในมวลคอนกรีตเสริมเหล็ก กับค่ากำลังรับแรงอัดของคอนกรีตที่ได้จากการทดสอบแบบไม่ทำลายด้วยวิธี คอนกรีต เทส แฮมเมอร์
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณเหล็กเสริมในมวลคอนกรีตเสริมเหล็กและระยะหุ้มเหล็กเสริม กับค่ากำลังรับแรงอัดของคอนกรีตที่ได้จากการทดสอบแบบไม่ทำลายด้วยวิธี คอนกรีต เทส แฮมเมอร์ และเพื่อเปรียบเทียบค่ากำลังรับแรงอัดที่ได้จากการทดสอบแบบไม่ทำลายด้วยวิธี Concrete Hammer Test บนมวลคอนกรีตที่มีลักษณะการเสริมเหล็กต่างๆ ในแต่ละปฏิภาคส่วนผสม (Mix design) โดยในการวิจัยนั้นผู้วิจัยได้จัดทำมวลคอนกรีตทดสอบแบ่งตามปฏิภาคส่วนผสมทั้งหมด 3 ค่า คือ 180 ksc. , 240 ksc. และ 320 ksc. โดยในแต่ละปฏิภาคส่วนผสมนั้นจะจัดให้มีปริมาณการเสริมเหล็กตั้งแต่ ร้อยละ 2 จนถึง ร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับหน้าตัดคอนกรีตทดสอบ และมีการจัดวางเหล็กเสริมที่ระยะหุ้มเหล็กแตกต่างกันตั้งแต่ 2.5 ซม. , 5.0 ซม. และ 7.5 ซม. จากนั้นทำการทดสอบด้วย Concrete Test Hammer แล้วนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบและหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่เกิดขึ้น ซึ่งจากผลการทดลองพบว่า ปริมาณเหล็กเสริมในมวลคอนกรีตเสริมเหล็กและระยะหุ้มเหล็กเสริม นั้น มีความสัมพันธ์กับค่ากำลังอัดที่ได้การทดสอบแบบไม่ทำลายด้วยวิธี คอนกรีต เทส แฮมเมอร์ โดยผู้วิจัยได้สรุปและสร้างสมการแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละปฏิภาคส่วนผสมของคอนกรีต เพื่อใช้เป็นแนวทางและเกณฑ์ในการประเมินผลความมั่นคงแข็งแรงทางด้านวิศวกรรมโครงสร้าง คำสำคัญ : คอนกรีตเสริมเหล็ก กำลังรับแรงอัด การทดสอบแบบไม่ทำลาย คอนกรีตเทสต์แฮมเมอร
การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชาเทคนิคก่อสร้าง 1 เรื่องฐานรากหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 (ปรับปรุง พ.ศ. 2546) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชาเทคนิคก่อสร้าง 1 เรื่องฐานราก โดยแบ่งหัวข้อเป็น 3 หน่วย คือ ดินในงานวิศวกรรม ฐานราก เสาเข็ม ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 (ปรับปรุง พ.ศ.2546) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามเกณฑ์ 80/80 การทดลองครั้งนี้กลุ่มประชากรเป็นนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาเทคนิคก่อสร้าง 1 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 (ปรับปรุง พ.ศ. 2546) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2548 จำนวน 22 คน ผู้วิจัยได้ให้ผู้เรียนได้เรียนด้วยตนเองจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นทุกหน่วยการเรียน จากนั้นผู้เรียนได้ทำแบบทดสอบระหว่างเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน และนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์และสรุปผล ผลการวิจัยพบว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชาเทคนิคก่อสร้าง 1 เรื่องฐานรากที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพดังนี้ หน่วยที่ 1 ดินในงานวิศวกรรม มีประสิทธิภาพ 85.90/84.55 หน่วยที่ 2 ฐานราก มีประสิทธิภาพ 88.64/93.18 หน่วยที่ 3 เสาเข็ม มีประสิทธิภาพ 84.09/86.36 สรุปทุกหน่วยมีประสิทธิภาพ 86.21/88.03 คำสำคัญ : คอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชาเทคนิคก่อสร้าง 1เรื่องฐานราก หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษ
การพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมการบำรุงรักษาและปรับตั้งเครื่องเชื่อมลวดทองอัตโนมัติรุ่น ASM 339สำหรับช่างเทคนิค ในอุตสาหกรรมการผลิตแผงวงจรรวม
บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีความมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมการบำรุงรักษาและปรับตั้งเครื่องเชื่อมลวดทองอัตโนมัติรุ่น ASM สำหรับช่างเทคนิคในอุตสาหกรรมการผลิตแผงวงจรรวม ด้านความรู้และทักษะการปฏิบัติงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นช่างเทคนิคฝ่ายผลิตของบริษัทเอ็นเอส อิเล็กทรอนิกส์ กรุงเทพฯ (1993) จำกัด จำนวน 10 คน เครื่องมือรวบรวมข้อมูลในการวิจัยคือ หลักสูตรการฝึกอบรมการบำรุงรักษาและปรับตั้งเครื่องเชื่อมลวดทองอัตโนมัติรุ่น ASM 339 แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจ และแบบประเมินทักษะการปฏิบัติงาน ทำการศึกษาประสิทธิภาพของหลักสูตรโดยนำหลักสูตรที่ได้สร้างขึ้นฝึกอบรมกับช่างเทคนิคฝ่ายผลิต แล้วทดสอบความรู้ความเข้าใจ และประเมินทักษะในการปฏิบัติงานระหว่างการฝึกอบรม และหลังการฝึกอบรม ผลการวิจัยพบว่า หลักสูตรฝึกอบรมการบำรุงรักษาและปรับตั้งเครื่องเชื่อมลวดทองอัตโนมัติรุ่น ASM มีประสิทธิภาพด้านความรู้ความเข้าใจ 81.67/84.33 และประสิทธิภาพด้านทักษะ 80.97/87.10 คำสำคัญ : การบำรุงรักษาและปรับตั้ง ช่างเทคนิค ประสิทธิภา
การพัฒนาชุดการเรียนรู้วิชางานบำรุงรักษารถยนต์สำหรับห้องเรียนแบบศูนย์การเรียนหลักสูตรวิทยาลัยชุมชนตามแนวทางการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายพัฒนาชุดการเรียนรู้เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนวิชางานบำรุงรักษารถยนต์ 90 ชั่วโมง หลักสูตรวิทยาลัยชุมชนตามแนวทางการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย โดยพัฒนาชุดการเรียนรู้ขึ้นจำนวน 4 ชุดการเรียนรู้ ประกอบด้วย ชุดการเรียนเรื่องการบำรุงรักษาด้านระบบเครื่องยนต์, ชุดการเรียนเรื่องการบำรุงรักษาด้านระบบส่งกำลัง ชุดการเรียนเรื่องการบำรุงรักษาด้านระบบเครื่องล่าง และชุดการเรียนเรื่องการบำรุงรักษาด้านไฟฟ้ารถยนต์ เพื่อนำมาใช้ภายในห้องเรียนแบบศูนย์การเรียน ผลจากการวิจัยในครั้งนี้พบว่า ผลการพัฒนาชุดการเรียนรู้มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ในด้านเนื้อหาภายในชุดการเรียนรู้ วิธีการประเมินผล มีความเหมาะสมอยู่ในระดับดี ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้วิชางานบำรุงรักษารถยนต์สำหรับศูนย์การเรียนมีประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้ของแต่ละชุดการเรียนมีดังนี้ ชุดการเรียนการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เท่ากับ 78.33 ชุดการเรียนการบำรุงรักษาระบบส่งกำลังรถยนต์ เท่ากับ 72 ชุดการเรียนการบำรุงรักษาระบบเครื่องล่างรถยนต์ เท่ากับ 81.66 ชุดการเรียนการเรื่องการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้ารถยนต์ เท่ากับ 82.88 ประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้วิชางานบำรุงรักษารถยนต์สำหรับศูนย์การเรียนมีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 81.06 / 89.06 และมีทักษะในการบำรุงรักษารถยนต์ ค่าเฉลี่ย 90.5 ของคะแนนเต็ม คำสำคัญ : ชุดการเรียนรู้ ห้องเรียนแบบศูนย์การเรียน หลักสูตรวิทยาลัยชุมชน วิชางานบำรุงรักษารถยนต์ การศึกษาตามอัธยาศั