Srinakharinwirot University: SWU e-Journals System
Not a member yet
    5319 research outputs found

    สารบัญ

    Get PDF

    นวัตกรรมการบริหารสู่ความเป็นเลิศของงานฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สถาบันผลิตบัณฑิตวิชาชีพครู หลักสูตรควบระดับปริญญาตรี 2 ปริญญา: Innovation Management Towards Excellence in the Pre-Service Student Teaching Practicum Experience of the Institute for Producing Teacher Profession Graduate Double Degree Program

    Get PDF
    บทคัดย่อ  งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากรอบแนวคิด 2) เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการจำเป็น 3) เพื่อนำเสนอรูปแบบนวัตกรรม เกี่ยวกับการบริหารสู่ความเป็นเลิศของงานฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สถาบันผลิตบัณฑิตวิชาชีพครู หลักสูตรควบระดับปริญญาตรี 2 ปริญญา โดยการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณใช้กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ผู้บริหารคณะคู่ความร่วมมือ อาจารย์นิเทศก์จากภายนอกมหาวิทยาลัย อาจารย์นิเทศก์จากภายในมหาวิทยาลัย รวม 68 คน การวิจัยเชิงคุณภาพนั้น ผู้ให้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยต้นแบบ จำนวน 3 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม ลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ แบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น (PNIModified)  โดยพบว่า การบริหารสู่ความเป็นเลิศงานฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สถาบันผลิตบัณฑิตวิชาชีพครู หลักสูตรควบระดับปริญญาตรี 2 ปริญญา สภาพปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมาก และรูปแบบนวัตกรรมการบริหารสู่ความเป็นเลิศฯ ประกอบด้วย 7 นวัตกรรมย่อย ได้แก่ 1. การนำองค์กรสู่ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ 2. กลยุทธ์สู่ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นกลยุทธ์การสร้างตราสินค้า 3. การปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นการจัดการนวัตกรรม 4. การพัฒนาบุคลากรสู่ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 5.การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้สู่ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากที่มีความซับซ้อน 6. ผลลัพธ์สู่ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นองค์กรที่ยั่งยืน และ 7. การจัดการลูกค้าสู่ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นการรับฟังเสียงของลูกค้า            Abstract The objective of this research is 1. To study the conceptual framework 2. To study conditions and the priority needs 3. Presenting the model of management innovations towards excellence, in the pre-service student teaching practicum experience of the Institute for Producing Teacher Profession Graduate double degree program. This research was quantitative and qualitative research. The sample was faculty administrators, supervisors from outside the university, and supervisors in the university, a total of 68 people. Key Informants were used for the qualitative data by in-depth interviewing 3 experts. The instrument for collecting data was a five-point rating-scale questionnaire. Analysis data by Frequency, Percentage, Mean, Standard Deviation, and Priority Need Index (PNIModified). The result of the study found that: The overall results of Conditions of management toward excellence in the pre-service student teaching practicum experience of the Institute for producing teacher profession graduate double degree program show that the current condition is moderate. The desirable condition is at a high level. Innovation management towards excellence in the pre-service student teaching practicum experience of the Institute for Producing Teacher consists of 1. Strategic Leadership 2. Branding Strategy 3. Innovative management 4. Professional Learning Community (PLC) 5. Big data analytics 6. Sustainable Organization 7. Voice Channel of Customer

    การปรับปรุงพื้นผิวไทเทเนียมและโลหะผสมไทเทเนียมด้วยการแอโนไดเซชัน: ทบทวนวรรณกรรม: Improvement Properties of Titanium and Titanium Alloy Surface with Anodization: Literature review

    No full text
    บทความปริทัศน์นี้ ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวกับผลของปัจจัยตัวแปรเสริมของการแอโนไดเซชันต่อลักษณะสัณฐานพื้นผิวของไทเทเนียม โดยศึกษาสารละลายอิเล็กโทรไลต์ ความต่างศักย์ อุณหภูมิ และระยะเวลา จากการทบทวนวรรณกรรม พบว่า การใช้ค่าความต่างศักย์ต่ำกว่า 40 โวลต์ ที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ที่มีความหนาแน่นของกระแสไฟฟ้า 20 มิลลิแอมแปร์ต่อตารางเซนติเมตร ที่ระยะเวลามากกว่า 20 นาที ทำให้อัตราการเกิดชั้นออกไซด์ได้ดีที่สุด เกิดรูพรุนขนาดเล็กกระจายตัวอยู่บนชั้นฟิล์มของไทเทเนียม ทำให้ต้านทานการกัดกร่อนได้ดี เมื่อส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดจากด้านบนมีลักษณะพื้นผิวที่เรียบเป็นเนื้อเดียวกัน และมีความเสถียรภาพ ส่งผลให้เกิดการเชื่อมประสานระหว่างกระดูกและรากฟันเทียมดีขึ้น นอกจากนี้การหักเหของแสงที่ความหนาของชั้นออกไซด์แตกต่างกันทำให้เกิดสีของไทเทเนียมออกไซด์ที่ต่างกัน ในงานทันตกรรมรากฟันเทียมแอโนไดซ์ไทเทเนียมสีเหลืองและสีชมพูนิยมใช้ในบริเวณที่ต้องการความสวยงาม อย่างไรก็ตามการแอโนไดเซชันในทางทันตกรรมยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้คุณสมบัติด้านความสวยงามและการยึดติดที่มีประสิทธิภาพต่อไป The purpose of this article was to conduct a literature review regarding the effect of anodization parameters on the surface characteristics of titanium including electrolyte solution, potential difference, temperature and duration. From the review of the literature, it was found that applying a potential difference of less than 40 V at a temperature of 40 °C in an electrolyte solution with an electric current density of 20 mA/cm2 for more than 20 minutes caused the best oxide formation rate. Small pores were distributed on the titanium film, making it resistant to corrosion well. When viewed from above in scanning electron microscopy, the surface was smooth, homogeneous and stable, resulting in better interface between the bone and the implant. In addition, the light refraction at different thicknesses of the oxide layer caused different colors of titanium oxide. Thus, in dental implants, yellow and pink anodized titanium are commonly used for beauty produces area. However, anodization in dentistry continues to evolve in order to achieve effective aesthetic and bonding properties

    การพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กออทิสติกปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านไทย

    Get PDF
    การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กออทิสติกระดับปฐมวัยผ่านกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านไทย  เพศชาย อายุ 5 ปี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านไทย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แบบบันทึกการสังเกตทักษะทางสังคม และแบบสัมภาษณ์ครู ผู้ปกครอง  การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละของพัฒนาการทักษะทางสังคม ผลการวิจัยพบว่า หลังการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านไทย เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กออทิสติกระดับปฐมวัย มีทักษะทางสังคม 3 ด้าน คือ ด้านการสื่อสารบอกความต้องการ ด้านการแบ่งปัน และด้านการทำตามข้อตกลง กติกา มีค่าร้อยละของทักษะทางสังคมเพิ่มมากขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบก่อนจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านไท

    ความเร็วในการเรียกชื่อสัญลักษณ์ในเด็กวัยเรียนที่มีความบกพร่องด้านการอ่าน

    Get PDF
    บทความวิชาการนี้เป็นการรวบรวมและวิเคราะห์วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเร็วในการเรียกชื่อสัญลักษณ์ในเด็กวัยเรียนที่มีความบกพร่องด้านการอ่านซึ่งเป็นกลุ่มบกพร่องทางการเรียนรู้ที่มีความยากลำบากในความเข้าใจในด้านการอ่าน การสะกด และการจำคำศัพท์ที่ถูกต้อง รวมถึงความคล่องแคล่วในการอ่าน โดยไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถทางสติปัญญาและการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน หนึ่งในปัจจัยที่สามารถทำนายทักษะด้านการอ่าน คือ ความเร็วในการเรียกชื่อสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นความสามารถในการเรียกชื่อจากสิ่งเร้าที่มองเห็นได้อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ (เช่น ตัวเลข ตัวอักษร สี หรือวัตถุ) จากการวิเคราะห์วรรณกรรมที่ได้รวบรวมมานั้นแสดงให้ว่าเด็กที่มีความบกพร่องด้านการอ่านจะมีความสามารถในการเรียกชื่อสัญลักษณ์ช้ากว่าและมีความแม่นยำในการอ่านน้อยกว่าเด็กทั่วไปที่ไม่มีความบกพร่องด้านการอ่าน ดังนั้นการประเมินและการฝึกความเร็วในการเรียกชื่อสัญลักษณ์ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องด้านการอ่าน เพื่อให้สามารถบอกถึงลักษณะของความบกพร่องด้านการอ่าน รวมทั้งเพื่อวางแผนส่งเสริมความสามารถในการอ่านด้วยความเร็วและความแม่นยำในการอ่านของเด็กต่อไปได

    การพัฒนาการตระหนักรู้ภายในตนเองด้วยกระบวนการเรียนรู้ แนวจิตตปัญญาศึกษาของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

    Get PDF
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลของการพัฒนาการตระหนักรู้ภายในตนเอง  ด้วยกระบวนการเรียนรู้แนวจิตตปัญญาศึกษาของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ก่อนและหลังการทดลอง และ 2) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมด้วยกระบวนการเรียนรู้แนวจิตตปัญญาศึกษาของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ ชั้นปีที่ 1 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จำนวน 27 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ คู่มือการพัฒนาการตระหนักรู้ภายในตนเองด้วยกระบวนการเรียนรู้แนวจิตตปัญญาศึกษา แบบสอบถามการตระหนักรู้ภายในตนเอง และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)           ผลการวิจัยพบว่า 1) นักศึกษาที่ได้รับการพัฒนาการตระหนักรู้ภายในตนเองด้วยกระบวนการเรียนรู้แนวจิตตปัญญาศึกษา มีคะแนนการตระหนักรู้ภายในตนเองเฉลี่ยหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง และ 2) นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมด้วยกระบวนการเรียนรู้แนวจิตตปัญญาศึกษาอยู่ในระดับมา

    การจัดการความขัดแย้งของชาวบ้านจากชุมชนต่างๆโดยรอบโรงกําจัดขยะอ่อนนุช: Conflict Management of Villagers from Various CommunitiesSurrounded On Nut Garbage Disposal Plant

    Get PDF
             การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาความขัดแย้ง ของชาวบ้านจากชุมชนต่างๆรอบโรงกำจัดขยะอ่อนนุช และเสนอแนวทางจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้น งานวิจัยเป็นแบบผสมผสานระหว่างเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ โดยการวิจัยเชิงปริมาณได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนในชุมชนต่างๆ บริเวณโรงขยะอ่อนนุช จำนวน 157 ครัวเรือน ส่วนเชิงคุณภาพได้ทำการรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชนและประชาชนจากชุมชนต่าง ๆ บริเวณโรงขยะ จำนวน 19 คน และ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ชาวบ้านมีการบุกรุกพื้นที่โรงกำจัดขยะอ่อนนุช ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างคิดเป็นร้อยละ 38.2 มีรายได้ต่อเดือน อยู่ระหว่าง 5,000-10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 42.7 และส่วนใหญ่มีการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 36.9 โดยมีรูปแบบของการลักลอบปลูกสร้างส่วนใหญ่เป็นเพิงพักชั่วคราวร้อยละ 51 รองลงมาเป็นอาคารที่พักอาศัย และร้านค้ารับซื้อของเก่าพื้นที่ดังกล่าวเข้าข่ายการบุกรุกพื้นที่ของหน่วยงานรัฐ ทำให้เข้าข่ายถูกเวนคืน ซึ่งรัฐได้แจ้งให้ชาวบ้านทราบเกี่ยวกับการเวนคืนล่วงหน้า แต่ก็ยังมีชาวบ้าน กว่าร้อยละ 19 ที่ยังไม่ยินยอมออกจากพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากได้ทำการซื้อหรือเช่าต่อจากผู้อื่น โดยไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ของรัฐ จึงต้องการค่าชดเชยทำให้เกิดปัญหาตามมา ดังนั้นแนวทางการจัดการความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานของรัฐจึงยังต้องการความจริงใจในการแก้ไขปัญหาประชาชนจากรัฐ โดยมุ่งเน้นไปที่ความคิดเห็นของชาวบ้านและการแบ่งปันกัน เช่น การจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและช่วยดำเนินการรื้อถอนการย้าย โดยให้ความสำคัญกับการจัดการความขัดแย้งอย่างสันต

    ปัจจัยทางชีวสังคมและความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคของนักศึกษา สาขาวิชาการจัดการธุรกิจสายการบิน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ: Biosocial Factors and Adversity Quotient of Airline Business Management Students, Bangkok University

    Get PDF
             การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคของนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการธุรกิจสายการบิน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ 2) เปรียบเทียบความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคของนักศึกษากับปัจจัยทางชีวสังคมเมื่อจําาแนกตามเพศ ชั้นปี รายได้ของครอบครัว และผลการเรียน ตัวอย่างการวิจัยคือนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต จําานวน 240 คน จากสาขาวิชาการจัดการธุรกิจสายการบิน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปีการศึกษา 2562 โดยการเลือกแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบสอบถามประเภทให้เลือกตอบและมาตรประเมินค่า วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ค่าสถิติทดสอบทีที่เป็นอิสระต่อกัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนหนึ่งทาง และการวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ผลการวิจัยที่สําาคัญพบว่า ความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคของนักศึกษาอยู่ในระดับค่อนข้างสูง และมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อจําาแนกตามผลการเรียน แต่ความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคของนักศึกษาไม่แตกต่างกันเมื่อมีเพศ ชั้นปี และรายได้ของครอบครัวแตกต่างกั

    วัฒนธรรมองค์กรที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัย สายสนับสนุนวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ : Organizational Culture Affecting Efficiency of University Academic Support Staff of Srinakharinwirot University

    Get PDF
                การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒโดยจําแนกตามลักษณะประชากรศาสตร์ และศึกษาลักษณะวัฒนธรรมองค์กรที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จํานวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนวิชาการที่มีเพศ ประสบการณ์ทําางาน ตําแหน่งงานที่ทํา และรายได้ต่อเดือนแตกต่างกัน มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในภาพรวมและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในมิติของผลผลิตและผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับต่ำกว่า .05พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนวิชาการที่มีอายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ทํางาน ตําแหน่งงานที่ทํา และรายได้ต่อเดือนแตกต่างกัน มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในมิติของค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับต่ำกว่า .05พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนวิชาการที่มีระดับการศึกษาและรายได้ต่อเดือนแตกต่างกัน มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในมิติของกระบวนการบริหารแตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับต่ำกว่า .05 ลักษณะวัฒนธรรมองค์กรด้านเอกลักษณ์ ด้านแบบแผนของการติดต่อสื่อสาร ด้านความอดทนต่อความขัดแย้ง และด้านการริเริ่มส่วนบุคคล มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .0

    การเปรียบเทียบความคาดหวังและการรับรู้จริงจากการให้บริการของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในอุตสาหกรรมพลาสติกในจังหวัดระยอง: The Comparison between Expected and PerceivedService from Logistics Service Providers in PlasticIndustry in Rayong Province

    Get PDF
                การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการให้บริการที่คาดหวังกับการบริการที่รับรู้จริงของผู้ให้บริการ โลจิสติกส์ในอุตสาหกรรมพลาสติกของจังหวัดระยอง 2) ศึกษาช่องว่างของการให้บริการของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในอุตสาหกรรมพลาสติกของจังหวัดระยอง 3) เปรียบเทียบการบริการที่คาดหวังและบริการที่รับรู้จริงของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในอุตสาหกรรมพลาสติกของจังหวัดระยอง สุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิจากพนักงานระดับบริหารหรือเจ้าของกิจการในอุตสาหกรรมพลาสติกในจังหวัดระยองจําานวน 138 บริษัท/คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอ้างอิงเพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยแบบจับคู่และวิเคราะห์การประเมินคุณภาพการให้บริการโดยใช้เครื่องมือSERVQUAL ผลการศึกษาพบว่า 1) ระดับความคาดหวังของคุณภาพการให้บริการโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ความคาดหวังต่อการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ ความน่าเชื่อถือในการให้บริการ ความเห็นอกเห็นใจ ความเป็นรูปธรรมของการบริการ และการตอบสนองให้แก่ผู้มาใช้บริการ ตามลําดับ ส่วนการรับรู้บริการจริงโดยรวมอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ความน่าเชื่อถือในการให้บริการ การสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ การตอบสนองให้แก่ผู้มาใช้บริการ ความเป็นรูปธรรมของการบริการ และความเห็นอกเห็นใจ ตามลําดับ 2) สําหรับการประเมินคุณภาพการให้บริการพบว่าผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมพลาสติกในจังหวัดระยองพบว่า ในทุกด้านมีความคาดหวังน้อยกว่าการรับรู้จริง (E<P) ยกเว้นด้านความเห็นอกเห็นใจที่มีความคาดหวังมากกว่าการรับรู้จริง (E>P) ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณภาพการให้บริการผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมพลาสติกในจังหวัดระยองมีคุณภาพการให้บริการที่เป็นเลิศในทุกด้าน ยกเว้นด้านความเห็นอกเห็นใจที่ต้องได้รับการปรับปรุง และ 3) สําาหรับการเปรียบเทียบการให้บริการที่คาดหวังกับการบริการที่รับรู้จริงผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ด้านความน่าเชื่อถือและด้านความเห็นอกเห็นใจมีคุณภาพบริการที่คาดหวังแตกต่างจากการบริการที่รับรู้จริง ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่มีความแตกต่างที่ระดับนัยสําาคัญ 0.0

    3,633

    full texts

    5,319

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    Srinakharinwirot University: SWU e-Journals System
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇