Prince of Songkla University

PSU Knowledge Bank
Not a member yet
    16637 research outputs found

    รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา 26 มีนาคม 2561

    No full text

    รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา 1 ตุลาคม 2561

    Get PDF

    รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการสถานภาพความรู้งานวิจัยด้านปาล์มน้ำมัน

    No full text
    วัตถุประสงค์งานวิจัยเพื่อ 1) ประมวลและสรุปสถานภาพความรู้ของผลงานวิจัยต้านการผลิตและการตลาตปาล์มน้ำมันของไทย 2) ประมวลงานวิจัยด้านปาล์มน้ำมันของประเทศมาเลเชียและอินโดนีเชีย เพื่อเปรียบเทียบสถานภาพงานวิจัยด้านปาล์มน้ำมันกับประเทศไทย 3) วิเคราะห์ประเด็นปัญหาและเสนอแนะงานวิจัยที่ควรศึกษาของประเทศไทย โดยรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากรายงานวิจัย วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ บทความวิจัย รายงานประชุมวิซาการ ของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ที่ทำวิจัยหรือให้ทุนสนับสนุนวิจัยด้านปาล์มน้ำมันในประเทศไทย และสืบค้นงานวิจัยของประเทศมาเลเชีย และอินโดนีเซีย ที่มี การเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ในช่วง 20 ปี ระหว่างปี 2540 - 2559 การสัมภาษณ์เซิงลึกเพื่อทวนสอบข้อมูล และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการสังเคราะห์เนื้อหาเพื่อหา บทสรุป การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของปัญหาวิจัย ผลการศึกษา ได้แบ่งงานวิจัยด้านปาล์มน้ำมันเฉพาะส่วนต้นน้ำเกี่ยวข้องกับการผลิตก่อนส่งเข้าสู่โรงงานแปรรูปในประเทศไทยเป็น 3 ด้าน คือ 1) การผลิต ครอบคลุมด้านพันธุ์ การปลูก การดูแลรักษาสวน การจัตการติน ปุ๋ยและน้ำ การจัดการโรคพืช แมลง วัชพืช ศัตรูพืช 2) การตลาตและเศรษฐศาสตร์ การศึกษาโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ ต้นทุนผลตอบแทนการผลิต ความคุ้มค่าการลงทุน ระบบการตลาด ราคา และ 3) มาตรการและนโยบายของรัฐ เมื่อเปรียบเทียบสถานภาพงานวิจัยระหว่างไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย พบว่า ทิศทางการพัฒนาด้านการผลิตมีความคล้ายคลึงกัน แต่ยังมีความแตกต่างกัน ด้านหน่วยงานกำกับดูแล โดยหน่วยงานของประเทศมาเลเซีย อินโดนีเชีย ทำหน้าที่กำกับดูแล กำหนตแนวทางในการวิจัยและพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ แต่ประเทศไทยนั้น การทำหน้าที่กำกับ ดูแลและกำหนดนโยบายยังปฏิบัติแบบแยกส่วนกัน การผสิต โรงงาน การค้า การแปรรูป มีการดูแลกำกับโดยคนละหน่วยงานกัน ส่วนด้านการตลาต พบว่า จากโครงสร้างอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มไทยและมาเลเซียมีความแตกต่างกัน ทำให้ลักษณะงานวิจัยด้านการตลาดมีความแตกต่างกัน งานวิจัยด้านการตลาดของมาเลเซียมีลักษณะของการบูรณาการผลิตและการจัดการจากสวนปาล์มสู่โรงงานแปรรูปในรูปน้ำมันปาล์มเป็นหลัก โดยไม่กล่าวถึงการขายในรูปทะลาย ปาล์มน้ำมัน ด้านมาตรการและนโยบายส่งเสริมของประเทศไทย ประกอบด้วยมาตรการนโยบายส่งเสริมด้านอุปสงค์ อุปทานของน้ำมันปาส์มในประเทศ การขยายพื้นที่ปลูก การควบคุมส่งเสริมคุณภาพเพื่อเข้าสู่มาตรฐาน การรักษาเสถียรภาพ ด้านราคาผ่านการแทรกแชงการรับซื้อและควบคุม การนำเข้าน้ำมันปาล์ม สำหรับประเทศมาเลเชียและอินโดนีเชียจะเน้นนโยบายด้านการแข่งขัน การผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (RS PO) ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาสู่อุตสาหกรรมโอลิโอเคมิคอล แทนการขายน้ำมันปาล์ม การสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลพลอยได้ของปาล์ม สำหรับทิศทางงานวิจัย พบว่าการศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบของหน่วยงานวิจัยเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ และเป้าหมายของการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มในระดับประเทศให้มีเอกภาพและ ความชัดเจนเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ คือการปรับปรุงระบบการบริหารงานวิจัยให้เกิดความรวดเร็วและคล่องตัวในการทำงานวิจัย สำหรับงานวิจัยที่มีความเร่งด่วนในการแก้ไขคือ ด้านมาตรการและนโยบายรัฐ ด้านการตลาดและเศรษฐศาสตร์ และด้านการผสิต ตามลำดั

    Use of melanin-free squid ink for properties improvement of surimi protein-based films

    No full text

    รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์โครงการ ระบบสร้างโครงสร้างขององค์ความรู้ เพื่อแนะนำสื่อการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์

    No full text
    E-learning and web-based learning are intended to support learners. It is still difficult, however, for learners to identify and choose study materials that match their current and desired abilities. In addition, learners may fail to recognize missing prerequisite learning, and may fail to understand the relationships between the knowledge they seek. Most e-learning systems in Thailand do not provide the information needed to assist learners and avoid these difficulties. This research proposes pedagogically-informed knowledge structures and associated applications, including a tool for designing and building such structures, a tool for navigating the structures for particular purposes (e.g., identifying knowledge missing from learners' existing knowledge), and a tool for recommending appropriate materials. Experimental studies will be conducted to validate the design of the knowledge structures and the methods for their construction, and to evaluate the effectiveness of the tools. Learners will be expected to gain significantly higher levels of achievement by using the knowledge structures and associated tools proposed in this research, and educational communities in Thailand will be able to share the knowledge structures and use the tools to support learners.ระบบการเรียนออนไลน์และระบบการเรียนออนไลน์ผ่านเว็บเป็นสิ่งที่สนับสนุนผู้เรียน แต่อย่างไรก็ตามระบบที่มีอยู่ทั่วไปยังไม่สามารถระบุความสามารถของผู้เรียนและแนะนำสื่อการเรียนที่ตรงกับความสามารถและดวามต้องการของผู้เรียนได้ นอกจากนี้ผู้เรียนเองก็มีโอกาสที่ไม่สามารถระบุความรู้พื้นฐานของตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างองค์ความรู้ได้งานวิจัยนี้นำเสนอระบบในการแสดงโครงสร้างขององค์ความรู้และการนำไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ เครื่องมือในการออกแบบ สร้างโครงสร้างขององค์ความรู้ และเครื่องมือในการสืบคันโครงสร้างขององค์ ความรู้ พร้อมระบุความรู้พื้นฐานของขาดหายไปของผู้เรียน และเครื่องมือในการแนะนำสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสม นอกจากนี้ได้มีการทดสอบเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้างขององค์ความรู้ และทดสอบระบบที่สร้างขึ้น โดยผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนหลังจากใช้ระบบคือผู้เรียนมีพัฒนาระดับการเรียน นอกจากนี้จะมีการแลกเปลี่ยนโครงสร้างขององค์ความรู้ที่ออกแบบกันระหว่างผู้สอนได

    The Study and Analysis of Concentrated Latex Transportation Problem of Concentrate Latex Manufacturer and Exporter in Songkhla Province

    Get PDF
    บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, 2561งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาที่เกิดจากกระบวนการขนส่งน้ำยางข้นของผู้ประกอบการผลิตและส่งออกน้ำยางข้น ในจังหวัดสงขลา โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ รวบรวมข้อมูลจากการเก็บแบบสอบถามจากพนักงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการผลิตและส่งออกน้ำยางข้น ในจังหวัดสงขลา จำนวน 66 คน จากผู้ประกอบการผลิตและส่งออกน้ำยางข้น ในจังหวัดสงขลาจำนวน 9 บริษัท วิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ เชิงพรรณนา ด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ปัจจัย ทำการวิเคราะห์และจัดกลุ่มปัจจัยด้วยทฤษฎีผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) โดยใช้เครื่องมือ 4M 1E คือ คน (Man) เครื่องจักร (Machine) วัตถุดิบ (Material) วิธีการ (Method) และ สภาพแวดล้อมภายนอก (Environment) ผลการวิจัยพบว่า สาเหตุของปัญหาที่เกิดจากกระบวนการขนส่งน้ำยางข้นของบริษัทผู้ประกอบการผลิตและส่งออกน้ำยางข้น ในจังหวัดสงขลา ประกอบด้วย ปัญหาการขับขี่และการจราจร ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก (Environment) ปัญหาการวางแผนทำงานและกระบวนการจัดการรถบรรทุกน้ำยางข้น ที่เกิดจากวิธีการทำงาน (Method) ปัญหาสภาพรถบรรทุกที่ใช้ในการบรรทุกน้ำยางข้นและปัญหาตะกอนเศษยางในน้ำยางข้น ที่เกิดจากปัจจัยด้านเครื่องจักร (Machine) ปัญหาความรู้ ประสบการณ์ของผู้ทดสอบคุณภาพและปัญหาน้ำหนักสินค้า ที่เกิดจากคนหรือพนักงาน (Man) และปัญหาการเลือกวัตถุดิบและการจัดการปริมาณการส่งออก ปัญหาที่เกิดจากวัตถุดิบ (Material) ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับปัญหาการขับขี่และการจราจรมากเป็นที่สุดงานวิจัยนี้เสนอแนะว่าปัญหาที่เกิดจากการขับขี่และการจราจร ผู้ประกอบการผลิตและส่งออกน้ำยางควรปรึกษาหารือต่อบริษัทตัวแทนรับขนส่งและหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยปรับปรุงกระบวนการดำเนินการพิธีการปล่อยสินค้าและการจัดระเบียบช่องทางการจราจรบริเวณด่านศุลกากรสะเดา เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วของรถขนส่

    AqIdah al-NajIn fI ‘Ilm Usul al-DIn by Sheikh Zain al-AbidIn Bin Muhammad al-Fataniy

    No full text
    วิทยานิพนธ์ (ปร.ด.(อิสลามศึกษา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2561การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชีวประวัติของชัยคฺ ซัยนฺ อัลอาบิดีน เบ็น มุฮัมมัด อัลฟะฏอนีย์ (ต่วนมีนาล) ศึกษาหนังสืออะกีดะฮ์ อันนาญีน ฟี อิลมฺ อุศูล อัดดีน และศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาของหนังสืออะกีดะฮ์ อันนาญีน ฟี อิลมฺ อุศูล อัดดีน เก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบบันทึกและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลใช้หลักการทางประวัติศาสตร์ หลักการอุลูมุลกุรอาน หลักการ อุลูมุลฮะดีษ หลักการอุศูลลุดดีน และหลักการตัรญีฮ ผลการวิจัยพบว่า 1) ชัยคฺ ซัยนฺ อัลอาบิดีน เบ็น.มุฮัมมัด อัลฟะฏอนีย์ มีชื่อเต็มว่า..ชัยคฺ ซัยนฺ อัลอาบิดีน เบ็น.มุฮัมมัด.เบ็น.มุฮัมมัดดะฮฺฮาน เบ็น ชัยคฺ วันชัมสุดดีน เบ็น ชัยคฺ ญะอฺฟัร อัลฟะฏอนีย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามต่วนมีนาล ท่านเกิด ณ หมู่บ้านกรือเซะและเสียชีวิต ณ นครมักกะฮ์ตามทัศนะของต่วนฆูรู ฮัจญียูสุฟ อัลบันดารีย์ที่เป็นเหลนของท่าน ต่วนมีนาลเป็นหนึ่งในบรรดาอุละมาอ์ปัตตานีที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญวิทยาการอิสลาม มีความสามารถในการถ่ายทอดวิชาความรู้และแต่งหนังสือด้านฮะดีษ อะกีดะฮ์ ฟิกฮฺ ตะเศาะวุฟและสาธารณะสุข ซึ่งเป็นหนังสือที่มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมมุสลิมในท้องถิ่นและสังคมมลายูมุสลิม 2) หนังสืออะกีดะฮ์ อันนาญีน ฟี อิลมฺ อุศูล อัดดีนโดยชัยคฺต่วนมีนาล เป็นหนังสืองานแปลและอธิบายเชิงพรรณนาต่อมะตันหนังสืออุมมุ อัลบะรอฮีน มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ คำนำ เนื้อหา และบทส่งท้าย เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาอะกีดะฮ์หรือหลักการศรัทธาเป็นหลัก สามารถแยกออกเป็น 4 ส่วนคือ แนะนำวิชาอุศูลุดดีน เป็นความนำเกี่ยวกับความรู้ที่สัมพันธ์กับ อะกีดะฮ์ อธิบายอะกีดะฮ์ และผลสัมฤทธิ์ของการยึดมั่นตามอะกีดะฮ์ของผู้ประสบความสำเร็จ เป็นหนังสือที่ยึดหลักฐานจากอัลกุรอาน อัลฮะดีษ อัลอิจญ์มาอฺและหลักการตัรญีฮ 3) เนื้อหาหนังสืออะกีดะฮ์ อันนาญีนเน้นการอธิบายอะกีดะฮ์ เช่น อะกีดะฮ์อีมานโดยอธิบายรุก่นอีมาน 6 ประการ การศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ศรัทธาต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์ ศรัทธาต่อบรรดามะลาอิกะฮ์ของพระองค์ ศรัทธาต่อบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ ศรัทธาต่อวัน อาคิเราะฮ์ และศรัทธาต่อสิ่งฆออิบต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดไว้ให้ศรัทธา กำหนดให้ผู้ปกครองอบรมสั่งสอนบุตรให้รู้จักอัลลอฮ์อย่างหนักแน่น ให้ปฏิบัติตามแนวทางของสะลัฟในการยึดมั่นทั้งอะกีดะฮ์เตาฮีดและอะกีดะฮ์อีมานจะด้วยการพูดหรือการปฏิบัติ อะกีดะฮ์จะสมบูรณ์ได้เมื่อห่างไกลจากบิดอะฮ์ที่ถูกตำหนิและยอมรับอย่างแนวแน่ต่อแนวปฏิบัติตามแนวทางอะฮฺลิสสุนนะฮ์ วัลญะมาอะฮ์โดยยึด อัลกุรอาน อัลฮะดีษ และอิจมาอฺของบรรดาอุละมาอ์ที่มีคุณธรรมจริยธรรมอันดีงามThis research aims are : to study Sheikh Zain al-Ābidīn Bin Muhammad al-Fataniy’s biography (Tuan Mināl) , to study the Kitāb Aqīdah al-Najīn fi ilm Usūl al-dīn ,and to analyze the content of the Kitāb Aqīdah al-Najīn fi ilm Usūl al-Dīn. The study was collected data by records and interviews, the information was analyzed by using historical approach, Ulumul Quran principle, Ulumul Hadīth principle, Usuluddīn principle, and Tarjīh principle. The result of the research found that: 1) The full name of Sheikh Zain al-Ābidīn Bin Muhammad al-Fataniy is Sheikh Zain al-Ābidīn Bin Muhammad Bin Muhammaddahhan Bin Sheikh Ja’far al-Fataniy, known as Tuan Mināl. He was born in Krue-Seh village and passed away in Makkah, from Tuan Guru Haji Yūsuf al-Bandariy’s point of view, which is his great-grandchild. Tuan Mināl is one of Ulamā‘ in Pattani which has knowledge, expert in Islamic principle. He has height capability and skillfully in distribution of knowledge and wrote the books of Hadith, Aqidah, Fiqh, Tasauwuf and Public health that being significant book sources for local Muslim and Malay social development 2) The Kitāb Aqīdah al-Najīn fi ilm Usūl al-Dīn, written by Tuan Mināl, was a translation and descriptive book from Matan Ummul Barahin book, that consists preface, content and postscript. Its content was mainly about Aqīdah and Articles of Faith. And it can be separated into 4 parts; introduction to Usuluddin, knowledge connected with Aqīdah, Description Aqīdah and achievement of having faith in Aqīdah of successful people. The book adhered to al-Qurān, al-Hadīth, al-Ijmā‘ and Tarjīh principle. 3) The content of the Kitāb Aqīdah al-Najīn emphasized in describing Aqīdah. For example,AqīdahImān by describing Six Articles of Faith, belief in Allāh, belief in the angles, belief in the prophets, belief in revelations of Allāh, belief in the last day of judgment and the hereafter, and belief in predestination. It is defined to believe, for parents to educate their children to know Allāh, to follow Salaf’s path in holding firm both AqīdahTauhīd and AqīdahImaan (speaking or practice). Aqīdah will be perfect when being far from Bid’ah and accept firm in Ahl al-Sunnah wa al-Jama‘ah regulation that abides by al-Qurān, al-Hadīth and Ijmā‘ of virtue and morality Ulamā’

    Human action analysis from multi-view using RGB-D information

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (ปร.ด. (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2561This research applied image processing and computer vision techniques to contribute three essential perspectives; modeling profile-based human action recognition, people tracking and re-identification, interesting event detection. The interesting event detection consists of falling, hand-waving for asking help, and jumping. This approach is based on overlapped area of interest using multi-view RGB-D. All functions are purposed for health care promotions and surveillance system applications. The action recognition consists of high level and feature level fusion. In high level, the results of action in single- view system are fused for making decision using empirical analysis to weight the most realizable result to be a result of multi-view system. The maximum improvement for some action is up to 97.70% and overall result increases to 16.66% (percentage point) when compared with single-view action recognition. Another in feature level fusion, we proposed a method to build Layer Feature Model that allows to fuse features of depth from multi- view. The experimental results of fusion model are 86.40% in NW-UCLA dataset, 93.00% in i3DPost dataset, and 99.31% in PSU dataset. In addition, we introduce people tracking and people re-identification by using analysis of position and color descriptor. The position and color descriptor are clearly attributes for both tracking in a single-view and matching those views. Moreover, the color descriptor is also used for supporting cursory people re-identification. The precisions of people re-identification are 92.87% in single person entering and 85.50% when 2-person simultaneously entering. In the interesting event detection, falling detection resulted in the average precision of 90.65% that derived from precision of lying. The average of hand-waving detection precision is 92.96%. The jumping detection has sensitivity rate 92.96% and specificity rate 99.31%.งานวิจัยฉบับนี้ได้ประยุกต์ใช้เทคนิคด้านการประมวลผลภาพและคอมพิวเตอร์วิ ทัศน์ เพื่อใช้ในการสร้างแบบจําลองโครงสร้างมนุษย์เพื่อใช้การรู้จําท่าทางพื้นฐานของมนุษย์ รวม ไปถึงการติดตามและจดจําตัวบุคคล การตรวจจับเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ในกรณีศึกษาของการล้ม การโบกมือเพื่อขอความช่วยเหลือ และการกระโดด จากภาพสีและความลึกหลายมุมมอง ณ บริเวณเดียวกัน เพื่อนําไปใช้ในการในการเฝ้าระวังด้านงานส่งเสริมสุขภาพและระบบรักษาความ ปลอดภัย โดยในงานส่วนของการรู้จําท่าทางจะมีการใช้การฟิวชันข้อมูลระดับสูง และระดับฟีเจอร์ ซึ่งในการฟิวชันข้อมูลระดับสูง จะนําท่าทางจากระบบการรู้จําท่าทางจากมุมมองเดี่ยวหลาย ๆ มุมมองมาเพื่อตัดสินใจ ชั่งน้ําหนัก วัดค่าความน่าเชื่อถือของคําตอบจากการทํานายคําตอบใน มุมมองเดี่ยวต่างๆ และหาท่าทางที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดมาเป็นคําตอบของระบบโดยรวม โดยได้ เพิ่มความถูกต้องของการรู้จําจากมุมมองเดี่ยวมากที่สุดที่ 98.17% และได้เพิ่มความถูกต้องจาก การเฉลี่ยทุกมุมมองและท่าทางที่ 16.66% (แต้มเปอร์เซ็นต์) จากการเปรียบเทียบกับมุมมอง เดี่ยว ส่วนการฟิวชันข้อมูลระดับฟีเจอร์นั้น ผู้วิจัยได้นําเสนอวิธีการที่จะสร้างแบบจําลองฟีเจอร์ แบบเลเยอร์ (Layer Feature Model) ซึ่งทําให้สามารถฟิวชันฟีเจอร์ของข้อมูลความลึกจากหลาย มุมมอง โดยผลการทดลอง ได้ทดสอบในชุดข้อมูล Northwestern UCLA มีความแม่นยําเฉลี่ย 86.40% ชุดข้อมูล i3DPost ที่มีความแม่นยําเฉลี่ยที่ 93.00% และความแม่นยําเฉลี่ย 99.31% ในชุดข้อมูล PSU ในส่วนของการติดตามและจดจําตัวบุคคลนั้น จะใช้การวิเคราะห์ข้อมูลตําแหน่ง และสี ซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่เด่นชัดสามารถนํามาใช้ในการแยกแยะแต่ละบุคคลเพื่อติดตามทั้ง ในกล้องเดียวกันและระหว่างกล้อง รวมไปถึงใช้ในการจดจําตัวบุคคลในเบื้องต้น ซึ่งการติดตาม และจดจําตัวบุคคลมีความแม่นยําในกรณีที่เข้าไปในระบบครั้งละหนึ่งคนที่ 92.87% และกรณีที่ เข้าไปในระบบครั้งละสองคนที่ 85.50% ส่วนในการตรวจจับเหตุการณ์ที่น่าสนใจในกรณีศึกษา ของการล้ม มีความแม่นยําที่ 90.65% ตามการรู้จําท่าทางในท่านอน การโบกมือเพื่อขอความ ช่วยเหลือมีอัตราความแม่นยําการตรวจจับได้โดยเฉลี่ยทั้งหมด 92.96% และการกระโดดมีค่า ความไวในการตรวจจับโดยเฉลี่ยเท่ากับ 94.44% และค่าความจําเพาะโดยเฉลี่ยเท่ากับ 99.31

    Effect of Potassium Nitrate and Aeration on Rubber (Hevea brasiliensis Muell. arg.) Seed Germination and Seedling Growth

    No full text
    วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (พืชศาสตร์))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 256

    Development of a Health Literacy Screener for Thais Based on the Approach of the Newest Vital Sign

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (ภ.ม. (เภสัชศาสตร์สังคมและการบริหาร))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,2561The purpose of this study was to develop and test the Thai Health Literacy Assessment Instrument: (Nutrition label) or THLA-N and determine the cut-off score for interpreting the level of health literacy (HL). THLA-N was developed to assess HL by using the questions measuring the ability to use nutritional labels and reading ability. Five experts (researcher in scale development, physicians, pharmacists, nurses and public health officers) determined face validity of the scale. Subsequently the scale was tested to identify possible misunderstandings using think aloud technique in 15 subjects. The researcher then tested the revised measure in 30 subjects. The test of the THLA-N in 497 subjects revealed that the scale reliability was 0.72. The validity of the scale was evident because those with a higher level of education showed a higher level of THLA-N (P <0.001). Moreover, the THLA-N showed positive and statistically significant correlations with 2 indicators of HL i.e., understanding of health documents and reading ability as measured by the scale modified from S-TOFHLA. For ROC curve analysis, the THLA-N had an AUC of 0.76 (P <0.001) when using the sum of understanding of health documents and reading ability as measured by the scale modified from S-TOFHLA (GS1) as gold standard and 0.81 (P <0.001) when using understanding of health documents (GS2) as gold standard. Overall, the scale was able to discriminate those with adequate HL from those with inadequate HL. The THLA-N score less than 4.83 indicated inadequate HL. The sensitivity of the scale was 0.71 and 0.75 when using GS1 and GS2 as gold standard respectively. The specificity of the measurement was 0.69 and 0.75 when using GS1 and GS2 as gold standard respectively. In conclusion, validity, sensitivity and specificity of the THLA-N was satisfactory. However, further studies should be conducted in other groups of subjects to confirm its psychometric properties, cut-off score, sensitivity and specificity.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและทดสอบแบบคัดกรองความแตกฉาน ด้านสุขภาพของชาวไทยหรือ Thai Health Literacy Assessment Instrument: Nutrition label (THLA-N ) และหาเกณฑ์คะแนน (cut-off) ของแบบวัดเพื่อใช้ตัดสินระดับความแตกฉานด้าน สุขภาพ (health literacy: HL) THLA-N ถูกพัฒนาให้ประเมิน HL โดยใช้คําถามที่วัด ความสามารถในการใช้ฉลากโภชนาการและคําถามวัดความสามารถในการอ่าน ผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน (นักวิจัยในเรื่องการสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผล แพทย์ เภสัชกร พยาบาล และ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข) ประเมินความตรงเชิงผิวหน้าของแบบวัด หลังจากนั้น แบบสอบถามถูก ทดสอบเพื่อค้นหาความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นโดยใช้เทคนิคการคิดออกเสียง (think aloud) ใน ตัวอย่าง 15 ราย ต่อมาผู้วิจัยทดสอบแบบวัดฉบับแก้ไขในตัวอย่าง 30 ราย การทดสอบ THLA-N ในตัวอย่าง 497 ราย พบว่าแบบวัดมีความเที่ยง 0.72 แบบวัดมีความตรงโดยผู้ที่มีระดับการศึกษาสูงกว่า มีคะแนน THLA-N มากกว่าผู้ที่มีระดับ การศึกษาต่ํากว่า (P<0.001) THLA-N มีค่าสหสัมพันธ์ทางบวกและมีนัยสําคัญทางสถิติกับ 2 ตัวชี้วัดของ HL คือ ความเข้าใจในเอกสารสุขภาพ และความสามารถในการอ่านที่ประเมินด้วย แบบวัดซึ่งดัดแปลงจาก S-TOFHLA (r=0.22 และ 0.47 ตามลําดับ) ในการวิเคราะห์ ROC curve แบบวัด THLA-N มีค่า AUC 0.76 (P<0.001) เมื่อใช้ผลรวมของคะแนนความเข้าใจใน เอกสารสุขภาพและความสามารถในการอ่านที่ประเมินด้วยแบบวัดซึ่งดัดแปลงจาก S-TOFHLA (GS1) เป็น gold standard และเท่ากับ 0.81 (P<0.001) เมื่อใช้ความเข้าใจในเอกสารสุขภาพ (GS2) เป็น gold standard โดยรวมแบบวัดสามารถแยกแยะผู้ที่มี HL ที่เพียงพอและไม่เพียงพอ ได้ดี คะแนน THLA-N ที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 4.83 บ่งบอก HL ที่ไม่เพียงพอ แบบวัดมีความไว 0.71 และ 0.75 เมื่อใช้ GS1 และ GS2 เป็น gold standard ตามลําดับความจําเพาะของแบบ วัดมีค่า 0.69 และ 0.75 เมื่อใช้ GS1 และ GS2 เป็น gold standard ตามลําดับ โดยสรุปแบบวัด THLA-N มีความเที่ยง ความตรง ความไว และความจําเพาะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษาในตัวอย่างกลุ่มอื่นเพื่อยืนยันคุณสมบัติการวัดทางจิตวิทยา เกณฑ์แปลผล คะแนน ความไว และความจําเพาะต่อไ

    7,629

    full texts

    16,637

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    PSU Knowledge Bank
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇