Prince of Songkla University

PSU Knowledge Bank
Not a member yet
    16637 research outputs found

    The Conversion of Non-Mustims to lslam in Thailand : A Case study of Muallaf in andaman bay area communities

    No full text
    วิทยานิพนธ์ (ปร.ด.(อิสลามศึกษา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2562การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุการเข้ารับอิสลามของชนต่างศาสนิกในประเทศไทย กรณีศึกษามุอัลลัฟในชุมชนมุสลิมพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และระนอง เพื่อศึกษาลักษณะสำคัญของแนวคำสอนและเหตุปัจจัยการเข้ารับศาสนาอิสลามตามหลักการอิสลาม สาเหตุการเข้ารับอิสลามของมุอัลลัฟ การศึกษาการเรียนรู้อิสลามภายหลังการเข้ารับอิสลามของมุอัลลัฟในชุมชนมุสลิมพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน การปรับตัวและการสื่อสารอัตลักษณ์ในความเป็นมุสลิมของมุอัลลัฟในชุมชนมุสลิมพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตอย่างมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลภาคสนามโดยใช้วิธีการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ ผลจากการศึกษาพบว่า อิสลามมีหลักคำสอนซึ่งกำหนดวิถีชีวิตอันประกอบด้วยองค์ประกอบพฤติกรรมภายในและภายนอกที่มีความสอดคล้องกันและสอดรับกับแนวคิดทฤษฎีในเรื่องพฤติกรรม อัตลักษณ์ และการปรับตัว ส่วนการเข้ารับอิสลามเป็นการเปลี่ยนอัตลักษณ์และพฤติกรรมเดิมเข้าสู่อัตลักษณ์และพฤติกรรมใหม่ ซึ่งผู้ที่เปลี่ยนศาสนาเดิมที่ตนเองเคยนับถือมาก่อนด้วยการเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามนั้น ได้ชี้ให้เห็นถึงเหตุปัจจัยหลายประการ เช่น แนวคิดอิสลามศาสนาแห่งการดะอฺวะฮฺและหลักแห่งทางน้ำ ทั้งได้ให้ความสำคัญแก่การดูแลเอาใจใส่ผู้เข้ารับอิสลามเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดการปรับตัวที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตส่วนบุคคลและส่วนรวม หลักการที่กล่าวมานั้นได้เกิดขึ้นตลอดประวัติศาสตร์ของอิสลาม จากการศึกษามุอัลลัฟในชุมชนมุสลิมพื้นที่ชายฝั่งอันดามันพบว่า การเข้ารับอิสลามมีเหตุปัจจัยสำคัญจากการแต่งงานระหว่างผู้ที่นับถือศาสนาพุทธทั้งชายหญิงกับชายหญิงมุสลิมดั้งเดิมในพื้นที่ ถึงกระนั้น การเข้ารับอิสลามประกอบด้วยเหตุปัจจัยเกี่ยวข้องที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการจ้างงานในพื้นที่ ปฏิสัมพันธ์ในทางสังคมและแบบอย่างทางวัฒนธรรมของมุสลิม ปัจจัยสำคัญที่เอื้ออำนวยให้มุอัลลัฟมีการปรับตัวที่ดี คือการจัดการศึกษาอบรมของมัสยิดและการสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับมุอัลลัฟโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือญาติและสังคมที่ใกล้ชิดของทั้ง 2 ฝ่าย อย่างไรก็ตาม บทบาทที่เอื้ออำนวยเหล่านี้ยังไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีตามเจตนารมณ์และข้อบัญญัติของอิสลามที่เอื้อคุณประโยชน์ให้แก่ทั้งตัวมอัลลัฟเองและสังคมโดยรวม ดังนั้น ผู้วิจัยจึงได้เสนอแนะให้มีการศึกษาต่อในเรื่องนี้ รวมถึงแนวทางการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของมุอัลลัฟโดยอาศัยกลไกของมัสยิดและองค์กรศาสนาอิสลามในประเทศไทย โดยใช้แนวทางปฏิบัติที่มีในหลักการอิสลามอย่างกว้างขวางโดยคำนึงถึงสภาพสังคม วัฒนธรรมไทยในสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอันเป็นบริบทของมุอัลลัฟในพื้นที่ชายฝั่งอันดามันและสังคมไทยโดยรว

    Sufficiency Economy Philosophy for Teachers the Department of Education in HatYai City Municipality, HatYai Songkhla

    Get PDF
    รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ,2562การศึกษาการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของครู สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครหาดใหญ่ อาเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับการดาเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของครู และเปรียบเทียบความแตกต่างของการดาเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของครู สังกัดสานักการศึกษา เทศบาลนครหาดใหญ่ จาแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลของครู โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างจานวน 196 คน ใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางสถิติ สาหรับทดสอบสมมติฐานการวิจัย ผลการศึกษาพบว่า ระดับการดาเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของครู สังกัดสานักการศึกษา เทศบาลนครหาดใหญ่โดยรวมอยู่ในระดับมาก การดาเนินชีวิตยึดเงื่อนไขคุณธรรมสูงกว่าด้านอื่น รองลงมาคือหลักความมีเหตุผล หลักมีภูมิคุ้มกันที่ดี หลักพอประมาณและเงื่อนไขความรู้ เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการดาเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของครู สังกัดสานักการศึกษา เทศบาลนครหาดใหญ่ จาแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลของครูพบว่า อายุ ระดับการศึกษา รายได้ของครอบครัว ทัศนคติต่อหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่างกัน มีการดาเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงไม่ต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ.05 คาสาคัญ การดาเนินชีวิต ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพีย

    Problems in Using E-document of the Personnel in the Faculties of Science and Engineering at Prince of Songkla University Hat Yai Campus

    Get PDF
    รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ,2562งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-document) ของบุคลากร คณะวิทยาศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และเปรียบเทียบปัญหาการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-document) ตามปัจจัยส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ข้าราชการ ลูกจ้างประจา พนักงานมหาวิทยาลัย และพนักงานเงินรายได้ จานวน 277 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบภามและนามาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูป SPSS For Windows 16.0 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และการทดสอบ ค่าเอฟ (F-test) ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรเห็นด้วยกับการนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ มาใช้ในการปฏิบัติงาน โดยเรียงลาดับจากด้านการใช้ประโยชน์จากระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (E-document) มากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการนาไปประยุกต์ใช้ปฏิบัติงาน สาหรับปัญหาการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-document) ของบุคลากรอยู่ในระดับน้อย ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบปัญหาการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-document) ของบุคลากรพบว่าสายการปฏิบัติงานและระยะเวลาการปฏิบัติงานต่างกันมีปัญหาการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-document) แตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนเพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพการทำงาน หน่วยงานที่สังกัด และการฝึกอบรมต่างกันมีปัญหาการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-document) ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คำสำคัญ : ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์, ระบบงานสารบรรณ, เอกสารอิเล็กทรอนิกส

    รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา 30 พฤษภาคม 2562

    No full text

    7,629

    full texts

    16,637

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    PSU Knowledge Bank
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇