16637 research outputs found
Sort by
The Perception of Employees towards the Talent Management System of Rubber Authority of Thailand, Trang Province
รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ,2562การวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษา เรื่อง การรับรู้ของพนักงานและลูกจ้างต่อการบริหารงานคนเก่งของการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการรับรู้ของพนักงานและลูกจ้างที่มีต่อการบริหารงานคนเก่ง และ 2) เปรียบเทียบระดับการรับรู้ของพนักงานและลูกจ้างที่มีต่อการบริหารงานคนเก่ง ตามปัจจัยส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่างคือ พนักงานและลูกจ้างการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง จานวน 97 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม มาตรวัด 5 ระดับ และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ทดสอบ การแจกแจงแบบที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว
ผลการวิจัย พบว่า ระดับการรับรู้ของพนักงานและลูกจ้างที่มีต่อการบริหารงานคนเก่งของการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อทาการเปรียบเทียบระดับการรับรู้ของพนักงานและลูกจ้างที่มีต่อการบริหารงานคนเก่ง จาแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า รายได้ต่อเดือน สาขาที่ปฏิบัติงาน และอายุงานที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ต่อการบริหารงานคนเก่งที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วน เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา กอง/แผนกงาน ตาแหน่งงาน และระดับขั้นที่แตกต่างกัน มีระดับการรับรู้ต่อการบริหารงานคนเก่งที่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05
คาสาคัญ: ระบบการบริหารงานคนเก่ง, การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรั
Perceptions of Organizational Justice and Counterproductive WorkBehaviors : A Case Study of the Water Resources Office
รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ,2562งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การของพนักงานประเภทต่าง ๆ รวมถึงคนที่เป็นดาวเด่นในองค์การและคนที่ไม่ใช่ดาวเด่นในองค์การ และ 2) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของการรับรู้ความยุติธรรมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อองค์การ กลุ่มตัวอย่าง คือ พนักงานสำนักงานทรัพยากรน้ำ จำนวน 193 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม มาตรวัด 4 ระดับ 5 ระดับ และ 7 ระดับ สถิติที่ใช้ คือ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การแจกแจงแบบที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัย พบว่า พนักงานสำนักงานทรัพยากรน้ำมีการรับรู้ความยุติธรรมในระดับปานกลาง โดยพนักงานสำนักงานทรัพยากรน้ำในกลุ่มตำแหน่งที่แตกต่างกันมีการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การ ไม่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามพนักงานที่เป็นดาวเด่นในองค์การมีการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การมากกว่าคนอื่นๆ ส่วนการวิเคราะห์อิทธิพลของการรับรู้ความยุติธรรมที่ส่งผลเสียต่อพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อองค์การ พบว่า การรับรู้ความยุติธรรมด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลส่งผลต่อพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อบุคคลและหัวหน้างาน ส่วนการรับรู้ความยุติธรรมด้านข้อมูลข่าวสารส่งผลต่อพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อหัวหน้างานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
คำสำคัญ: การรับรู้ความยุติธรรมในองค์การ, พฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อองค์การ, ดาวเด่นในองค์กา
Financing system of Bina Islamic Cooperative Ltd : operations and Issues
วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.(อิสลามศึกษา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2562การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อระบบ
การบริหารสินเชื่อของสหกรณ์อิสลามบีนา จำกัด 2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่
มีต่อระบบการบริหารสินเชื่อของสหกรณ์อิสลามบีนา จำกัด 3) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการ
บริหารสินเชื่อของสหกรณ์อิสลามบีนา จำกัด การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณควบคู่กับการวิจัยเชิง
คุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่าง คือ สมาชิกสหกรณ์ จำนวน 384 คน
และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสนทนากลุ่ม ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สหกรณ์ จำนวน 3 คน และ
ประธานกลุ่มสมาชิก จำนวน 3 คน แบบสอบถามใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจง
ความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบแบบที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดี่ยว
และแบบสนทนากลุ่มใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1) ระดับความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อระบบการบริหารสินเชื่อของสหกรณ์อิสลาม
บีนา จำกัด โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านผลิตภัณฑ์สินเชื่อตามหลัก
ชะรีอะฮฺมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมาด้านการพิจารณาคำขอสินเชื่อ ด้านการอนุมัติสินเชื่อ และด้าน
การติดตามและเร่งรัดหนี้มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด
2) การเปรียบเทียบความคิดเห็นของสมาชิกที่มีต่อระบบการบริหารสินเชื่อของ
สหกรณ์อิสลามบีนา จำกัด พบว่า ด้านการบริหารสินเชื่อ พบว่า เพศ การศึกษาด้านสามัญ รายได้
และระยะเวลาการเป็นสมาชิก โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน การศึกษาด้านศาสนา และอาชีพ โดย
ภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับความสำคัญ .01 และอายุ และสถานภาพ โดยภาพรวม
แตกต่างกันอย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับความสำคัญ .05
3) ปัญหาการบริหารสินเชื่อของสหกรณ์อิสลามบีนา จำกัด พบว่า ด้านการพิจารณา
คำขอสินเชื่อ ได้แก่ แบบฟอร์มคำขอสินเชื่อของสหกรณ์ยังมีช่องโหว่ ด้านการอนุมัติสินเชื่อ ได้แก่
ขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อ และการขาดความคล่องตัวในการบริหารสินเชื่อ ด้านการติดตามและเร่งรัด
หนี้ ได้แก่ ความล่าช้าและขาดความต่อเนื่องในการชำระหนี้ของสมาชิก และด้านผลิตภัณฑ์ตามหลัก
ชะรีอะฮฺ ได้แก่ ความไม่เข้าใจของสมาชิกและกฎระเบียบทางกฎหมาย
4) แนวทางการบริหารสินเชื่อของสหกรณ์อิสลามบีนา จำกัด พบว่า สหกรณ์จะต้อง
มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และสร้างวินัยทางการเงิน ตลอดจนการเสริมสร้างอาชีพแก่
สมาชิก เพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้ตามที่ตกลงไว้กับสหกรณ์ ตลอดจนควรผลักดันข้อกฎหมาย
เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสลามเพื่อนำไปปฏิบัติในสหกรณ์อิสลามThe purpose of this research is 1) to examine the level of members'
opinion on financing management system of Bina Islamic Cooperative Ltd.
2) to compare members' opinion on financing management system of Bina Islamic
Cooperative Ltd. and 3) to explore the issues and solutions of financing management
of Bina Islamic Cooperative Ltd. This research was a mixture of quantitative and
qualitative research. A questionnaire was used in the quantitative research in which
384 cooperative members were selected as the samples. Focus group was employed in
the qualitative research. The samples consisted of 3 cooperative officers and 3 heads
of the group members. The statistics used for analyzing the collected quantitative data
included frequency, mean, standard deviation, t-test and One - Way ANOVA. As for
the focus group, descriptive analysis was used in data analysis.
The research found that.
1) The level of members' opinion for financing management system at
Bina Islamic Cooperative Ltd overall was high. When considering individual item, it
was found that the shari'ah financing product had the highest mean score, followed
by the considerations of financing application, the financing approval, and the
tracking and debt collection which had the lowest mean score.
2) In comparing of members' opinion for financing management
system of Bina Islamic Cooperative Ltd., it was found there was no different opinions
among respondents of different sex, education, revenue and membership period.
Religious education and career were statistically different at .01 significance level.
Age and status were statistically different at .05 significance level.
3) As for the issues of financing management of Bina Islamic
Cooperative Ltd., it was found that, at the stage of consideration of financing
application, financing application form was found to be exposed. In terms of
financing approval, financing procedures and were found to be problematic. The
issues in tracking and debt collections included delays and lack of continuity in
repayment of the members. On shari'ah financing product issues, it was found that
lack of understanding of shari ah and legal regulations among the members.
4) In order to solve the issues related to financing management of Bina
Islamic Cooperative Ltd., it was found that cooperatives must be strict in lending and
need to create financial discipline as well as enhancing career for the members so that
they will be able to repay the debt as arranged with the cooperative. Related legal
provision needs to be promoted so that Islamic financial products can be used in
Islamic cooperatives
Needs for Potential Development of Volunteers Defense Corps (VDC) Members under Satun Provincial Volunteers Defense Corps
รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ,2562การวิจัยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษา ระดับความต้องการการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกกอง
อาสารักษาดินแดน (อส.) สังกัดกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสตูล และเพื่อเปรียบเทียบ
ความต้องการการพัฒนาศักยภาพของสมาชิก อส. จาแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล ประกอบด้วย
เพศ อายุ สถานภาพสมรส ตาแหน่ง ระดับการศึกษา ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน รายได้ ลักษณะ
งานที่ปฏิบัติ ระดับเป้าหมายผู้บังคับบัญชา ระดับเป้าหมายของสมาชิก อส. บทบาทผู้บังคับบัญชา
ในการส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่และจา นวนครั้งที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพในระยะเวลา 5 ปี กลุ่ม
ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บังคับบัญชาและสมาชิก อส. สังกัดกองบังคับการกองอาสารักษา
ดินแดนจังหวัดสตูล จานวน 170 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่
ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า Independent Sample t-test และ F-test
ผลการวิจัยพบว่า ในภาพรวมสมาชิก อส. มีความต้องการพัฒนาศักยภาพในระดับมาก
เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่มีความต้องการพัฒนาศักยภาพมากที่สุด คือ ด้านคุณลักษณะ
รองลงมาคือ ด้านความรู้ และด้านที่มีความต้องการพัฒนาศักยภาพน้อยที่สุด คือ ด้านทักษะ ผลการ
เปรียบเทียบความแตกต่างของความต้องการในการพัฒนาศักยภาพพบว่า ผู้ที่มีอายุ ระดับเป้าหมาย
ของผู้บังคับบัญชาในการปฏิบัติงาน/หน้าที่ ระดับเป้าหมายของสมาชิก อส. ในการปฏิบัติงาน/
หน้าที่ ระดับของบทบาทผู้บังคับบัญชาในการส่งเสริมการปฏิบัติงาน/หน้าที่ (อา นวยการและติดตาม)
และจา นวนครั้งที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา แตกต่างกันมีความต้องการพัฒนา
ศักยภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสา คัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อเสนอแนะจากการวิจัยมีดังนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้มีการพัฒนาศักยภาพด้าน
ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ ให้กับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนเพื่อที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่าง
ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ผู้บังคับบัญชาควรให้ความสา คัญในการบังคับบัญชา ตลอดจนการ
พัฒนาศักยภาพให้ตรงกับความต้องการ และควรกา หนดเป็นหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกสมาชิก อส.
เข้ารับการบรรจุแต่งตั้งให้เหมาะสมเพื่อลดภาระในการพัฒนาทางด้านคุณลักษณะ และเป็นปัจจัย
ช่วยให้สามารถคัดเลือกสมาชิก อส.ได้อย่างมีคุณภา