Prince of Songkla University

PSU Knowledge Bank
Not a member yet
    16637 research outputs found

    Heat transfer augmentation for impinging jet from slot nozzle with outlet modifications

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (วศ.ม. (วิศวกรรมเครื่องกล))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255

    Response of rubber trees to ethylene gas stimulation during the three consecutive years

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (พืชศาสตร์))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255

    A study of safety of inter-city passenger van services in Southern Thailand

    Get PDF
    วิทยานิพนธ์ (วศ.ม. (วิศวกรรมโยธา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255

    Integrated and Collaborative Modelling for Sustainable Management of Melaleuca Forest in Songkhla Lake Basin

    No full text
    วิทยานิพนธ์ (ปร.ด. (การจัดการสิ่งแวดล้อม))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255

    The Reduction of Risk Factors on Musculoskeletal Disorders Among Computer Office Workers: A Case Study of Industrial Factory in Songkhla Province

    No full text
    สารนิพนธ์ (วศ.ม. (การจัดการอุตสาหกรรม))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255

    The Development of the warehouse Management for precast concrete Plant A Case Study of B.J. Precast Limited

    No full text
    สารนิพนธ์ (วศ.ม. (การจัดการอุตสาหกรรม))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255

    Application of Geographic Information System for Information Management of Mangrove Forest Area Change in Pattani Province

    No full text
    วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.(สาขาวิชาการจัดการสารสนเทศ))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2558การวิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและจัดการสารสนเทศการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลนในเขตพื้นที่จังหวัดปัตตานี ในช่วงปี พ.ศ. 2543 – 2552 และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลนโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ รวมท้ังส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสารสนเทศการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าชายเลนที่พัฒนาขึ้นผลการวิจัยพบว่า พื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดปัตตานี ใน 5 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอไม้แก่น อำเภอยะหริ่ง อำเภอสายบุรี และอำเภอหนองจิก มีปริมาณพื้นที่รวม ในปี พ.ศ.2543 จำนวน 26,140.06 ไร่ ปี พ.ศ.2552 มีจำนวน 21,897.81 ไร่ โดยลดลงจากปี พ.ศ.2543 จำนวน 4,242.25 ไร่ และปี พ.ศ.2558 มีพื้นที่ที่มีสภาพเป็นป่าชายเลน 17,847.88 ไร่ ลดลงจากปี พ.ศ.2552 จำนวน 4,049.93ไร่ และเมื่อเทียบระหว่าง ปี พ.ศ.2543 กับ ปี พ.ศ.2558 พบว่าลดลง จำนวน 8,292.18 ไร่ ส่วนลักษณะการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่จากสภาพเดิมที่เป็ นป่าชายเลนจังหวัดปัตตานี ระหว่างปี พ.ศ.2543 - 2552 มีการเปลี่ยนแปลงใน 5 ลักษณะ คือ 1) ป่าชายเลนเปลี่ยนเป็นเกษตรกรรม 2) ป่าชายเลนเปลี่ยนเป็นนากุ้ง 3) ป่าชายเลนเปลี่ยนเป็นนาเกลือ 4) ป่าชายเลนเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทิ้งร้าง 5) ป่าชายเลนเปลี่ยนเป็นป่าพรุ ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม จำนวน 5,056.46 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 95.89 ของการเปลี่ยนแปลงปริมาณพื้นที่ป่าชายเลนมีแนวโน้มที่จะลดลงหากพฤติกรรมการแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่ป่าชายเลนของประชาชนในพื้นที่และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าชายยังคงเป็นไปในรูปแบบเดิม ผลจากการจัดการสารสนเทศของพื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดปัตตานี นำเสนอเป็นสารสนเทศ 5 รายการประกอบด้วย 1) ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินปี พ.ศ. 2543 2) ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินปี พ.ศ. 2552 3) ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินปี พ.ศ. 2543 - พ.ศ. 2552 4) พื้นที่ป่าสงวนที่เกี่ยวข้องกับป่าชายเลน 5) พื้นที่ที่มีสภาพเป็นป่าชายเลนในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตผลการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสารสนเทศการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลน จังหวัดปัตตานี ในพื้นที่เป้าหมาย 3 ตำบล โดยนำเสนอข้อมูลเนื้อหาและสารสนเทศที่พัฒนาให้แกนนำชุมและประชาชนในพื้นที่รับรู้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมจำนวน 74 คน ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ในด้านวิทยากร สถานที่และระยะเวลา ความรู้ความเข้าใจเนื้อหาการนา ความรู้ไปใช้และเผยแพร่ พบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก" The objectives of this study were to examine and manage information of mangrove forest area change in Pattani province during 2000 to 2009, and its future change using Geographic Information System, as well as to promote application of information management in mangrove area change. The findings revealed that mangrove forest area in Pattani province were found mainly in five districts of Muang, Maikaen, Yaring, Saiburi and Nongchik. In 2000, the area was at 26,140.06 Rais and in 2009 remaining to 21,897.81 Rais, decreased 4,242.25 Rais from the year 2000. In 2015, the area decreased to 17,847.88 Rais, smaller than 2009 at 4,049.93 Rais, and when compared between the year 2000 and 2005, the area decreased of 8,292.18 Rais. From the year 2000 to 2009 mangrove forest area had been changed to five land use types: (1) agricultural area, (2) shrimp farms, (3) salt farms, (4) abandoned area, and (5) swamp forest. Most of the mangrove area, 5,056.46 Rais (95.89%), has been converted to the agricultural land. If local people keep continuing to find the benefit from the mangrove area in old manner, the area seems to diminish. The developed information management of mangrove area was presented in five categories: (1) information of land use in 2000, (2) information of land use in 2009, (3) information of land use change in 2000 to 2009, (4) mangrove forest conservation area, and (5) current status of mangrove area and its future trend. To promote the application of information management in mangrove area change in Pattani, researcher brought up the application to 74 community leaders and villagers in the three targeted sub-districts in Pattani province. Evaluation of satisfaction in terms of guest speakers, period of time and place, understanding of contents and application of knowledge, results showed that participants were most satisfied

    Isolation of Yeasts and Acetic Acid Bacteria from Vinegar of Palmyra Palm Fruit Pulp (Borassus flabellifer) for Salad Dressing Product.

    No full text
    วิทยานิพนธ์ (วท.ม.( สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2558ตาลโตนดเป็นพืชในตระกลูปาล์ม ผลตาลโตนดสุกเปลือกด้านนอกจะเปลี่ยนเป็น สีดำ ส่วนเยื่อใยด้านในมีลักษณะเป็นเส้นใยสีเหลืองอมส้ม เมื่อนำมาเตรียมโดยใช้ส่วนเส้นใยผลตาลโตนดสุกต่อน้ำ 1:2 (w/v) พบว่า น้ำที่คั้นได้จากส่วนเส้นใยผลตาลโตนดสุกมีค่าพีเอชประมาณ 4.47-5.1 และมีปริมาณของแข็งที่ละลายได้ 5.01±0.15 องศาบริกซ์ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำน้ำผลตาลโตนดสุกเป็นวัตถุดิบสำหรับหมักน้ำส้มสายชู เมื่อทำการคัดแยกเชื้อยีสต์จากผลตาลโตนดสุกเลือกจำนวนโคโลนี 81 โคโลนี และเซลล์ที่มีขนาดใหญ่จำนวน 20 ไอโซเลท มาทดสอบความสามารถเจริญเติบโตในอาหารที่มีน้ำตาลกลูโคสร้อยละ 10 และ 15 (w/v) และเอทานอลความเข้มข้นร้อยละ 6 และ 8 (v/v) ในอาหาร yeast extract peptone dextrose broth (YEPD broth) เป็นเวลา 72 ชั่วโมง พบว่า เชื้อยีสต์ไอโซเลท Y15 มีความสามารถเจริญเติบโตในอาหารที่มีความเข้มข้นของน้ำตาลกลูโคสร้อยละ 10 และ 15 โดยมีปริมาณเซลล์ยีสต์เท่ากับ 3.9x108 และ 1.7x108 CFU/ml ตามลำดับ เมื่อนำมาทดสอบความสามารถทนต่อเอทานอลเข้มข้นร้อยละ 6 และ 8 (v/v) พบว่า เมื่อความเข้มข้นของเอทานอลเพิ่มขึ้นจะมีผลให้ความสามารถในการเจริญเติบโตลดลง โดยจะมีปริมาณเซลล์ยีสต์เท่ากับ 1.5x107 และ 4.4x103 CFU/ml ตามลำดับ เชื้อยีสต์ไอโซเลท Y15 มีความสามารถในการผลิตเอทานอลที่ปริมาณน้ำตาลกลูโคสร้อยละ 10 และ 15 เท่ากับร้อยละ 5.06±0.25 และ 7.40±0.17 ที่ระยะเวลาการหมัก 2 และ 4 วัน ตามลำดับ การศึกษาปริมาณของแอมโมเนียมซัลเฟต ที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นแหล่งไนโตรเจนปริมาณ 300, 500 และ 700 มิลลิกรัมต่อลิตร ในน้ำผลตาลโตนดสุกปริมาตร 600 มิลลิลิตร พบว่า การเติมแอมโมเนียมซัลเฟต 500 มิลลิกรัมต่อลิตร เชื้อยีสต์ไอโซเลท Y15 สามารถผลิตเอทานอลได้สูงสุดเท่ากับร้อยละ 5.75±0.09 ที่ระยะเวลาการหมัก 7 วัน และนำมาใช้ในการหมักในน้ำผลตาลโตนดสุกที่ปรับด้วยน้ำตาลกลูโคส 10 องศาบริกซ์ ปริมาตร 6 ลิตร สามารถผลิตได้ปริมาณเอทานอลร้อยละ 3.92±0.15 ที่ระยะเวลาการหมัก 14 วัน เมื่อนำมาจำแนกสายพันธุ์ด้วยวิธีชีวโมเลกุล พบว่า เชื้อยีสต์ไอโซเลท Y15 มีความคล้ายคลึงกับยีสต์สายพันธุ์ Candida stellimalicola การคัดแยกแบคทีเรียกรดอะซิติกจากผลตาลโตนดสุกโดยหมักในอาหารเหลว glucose ethanol yeast extract และเลือกโคโลนีที่เกิดวงใสจากอาหารแข็ง glucose yeast extract calcium carbonate จำนวน 250 ไอโซเลท มาตรวจสอบลักษณะทางสัณฐานวิทยา และคุณสมบัติการเกิดปฏิกิริยาชีวเคมี คัดเลือกแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีลักษณะเป็นแบคทีเรียแกรมลบ แท่งสั้น ให้ผลแคตาเลสเป็นบวก ออกซิเดสเป็นลบ ไม่สร้างเซลลูโลส และไม่เกิดปฏิกิริยา overoxidation จำนวน 20 ไอโซเลท นำมาทดสอบความสามารถเจริญเติบโตในอาหารเลี้ยงเชื้อ glucose yeast extract broth (GYE broth) ที่มีปริมาณเอทานอลร้อยละ 6 และ 8 (v/v) พบว่า แบคทีเรียกรดอะซิติกไอโซเลท A10 มีความสามารถเจริญเติบโตในอาหารเลี้ยงเชื้อ GYE broth ที่มีปริมาณเอทานอลร้อยละ 6 และ 8 (v/v) โดยมีปริมาณเซลล์แบคทีเรียเท่ากับ 5.0x105 และ 9.6x103 CFU/ml ตามลำดับ มีความสามารถผลิตกรดอะซิติกในอาหารเลี้ยงเชื้อ GYE broth ที่มีเอทานอลร้อยละ 6 ได้สูงสุดเท่ากับ 5.64±0.18 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ภายในระยะเวลา 55 วัน แต่ในอาหารเลี้ยงเชื้อ GYE broth ที่มีเอทานอล ร้อยละ 8 พบว่า แบคทีเรียกรดอะซิติกไอโซเลท A10 ผลิตกรดอะซิติกลดลงมีปริมาณ 5.10±0.27 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ที่ระยะเวลา 60 วัน เมื่อนำมาจำแนกสายพันธุ์ด้วยวิธีชีวโมเลกุล พบว่า แบคทีเรียกรดอะซิติกไอโซเลท A10 มีความคล้ายคลึงแบคทีเรียสายพันธุ์ Acetobacter ghanensis จึงนำไปใช้ผลิตกรดอะซิติกในไวน์ผลตาลโตนดสุก พบว่า แบคทีเรีย A. ghanensis สามารถผลิตกรดอะซิติกได้สูงสุดเท่ากับ 4.14±0.10 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ที่ระยะเวลา 60 วัน น้ำส้มสายชูที่ได้มีลักษณะสีเหลือง ขุ่น มีปริมาณกรดอะซิติก ปริมาณเอทานอลตกค้าง และแร่ธาตุต่างๆ เป็นไปตามมาตรฐานน้ำส้มสายชูหมัก เมื่อนำไปประยุกต์ใช้เพื่อหาความเป็นไปได้ใช้ในน้ำสลัด พบว่า ผู้ทดสอบชิมให้คะแนนความชอบโดยรวมที่ระดับคะแนน 4.22±0.71 (ชอบเล็กน้อย) เนื่องจากน้ำสลัดที่ได้มีความหนืดค่อนข้างต่ำ ซึ่งสามารถนำผลการทดสอบชิมมาปรับปรุงสูตรน้ำสลัดเพื่อให้เป็นที่ยอมรับต่อไป Palmyra palm or toddy palm (Borassus flabellifer) is a kind of palm. The mature or ripen palmyra pulp is dark color and its pulp with meat is yellow- orange. To prepare the palmyra palm fruit by water : palmyra palm fruit pulp on 1:2. There is proximate pH 4.47-5.1 and total soluble solid 5.01±0.15 oBrix. It is possible to using as mterial for vinegar fermentation. Yeast were isolated from palmyra pulp fruit totally 81 colonies. Twenty yeast isolates were selected for glucose (10 and 15% (v/v)) and ethanol (6% and 8% (v/v)) tolerance in yeast extract peptone dextrose broth (YEPD broth) for 72 hours. The isolate Y15 showed the high tolerant ability to 10% and 15% (w/v) glucose, the cell viability were 3.9x108 CFU/ml and 1.7x108 CFU/ml, respectively. To screening for ethanol tolerance with 6% and 8% (v/v) ethanol, the cell viability was obtained at 6% (v/v) ethanol higher than 8% (v/v) ethanol at 1.5x107 CFU/ml and 4.4x103 CFU/ml, respectively. The isolate Y15 produced the highest ethanol content about 5.06±0.25% and 7.4±0.25% at 10% and 15% (w/v) glucose within 2 and 4 days, respectively. The effects of ammonium sulphate concentrations at 300, 500 and 700 mg/L as the nitrogen source on ethanol fermentation were studied. The supplementation of 500 mg/L ammonium sulfate obtained the highest ethanol content at 5.75±0.09% within 7 days. The fermentation of 6 liters palmyra palm fruit juice with 10 oBrix glucose was investigated. The yeast isolate Y15 produced ethanol content about 3.92±0.15% after 14 days. This isolate was identified as Candida stellimalicola. The isolates of acetic acid bacteria from palmyra palm fruit pulp were fermented in the glucose ethanol yeast extract broth. The total 250 isolates showed clear zone on glucose yeast extract calcium carbonate solid reaction. The isolates of acetic acid bacteria from palmyra palm fruit pulp were studied by the biochemistry test. The catalase test showed positive and oxidase test as negative. Microscopic examinations confirmed the strains were gram negative rod to coccobacilli. All of strains showed negative overoxidation and cellulose. Twenty acetic acid bacteria isolates were selected for ethanol tolerance in yeast extract peptone dextrose broth (YEPD broth) with 6% and 8% (v/v) ethanol. The isolate A10 showed the high tolerant ability to 6% (v/v) and 8% (v/v) ethanol, the cell viability was 5.0x105 CFU/ml and 9.6x103 CFU/ml, respectively. The isolate A10 produced the highest acetic acid content in (GYE broth) with 6% (v/v) ethanol about 5.64±0.18% and within 55 and 5.10±0.27% within 60 days at 8% (v/v) ethanol. This isolate was Acetobacter ghanensis, which produced acetic acid from palmyra palm wine at 4.14±0.10% within 60 days. The vinegar has yellow-color and contains mineral; the residual alcohol and acetic acid content suitable for vinegar standard. Consumer testing for premixed salad dressing product indicated overall liking scores at 4.22±0.71 (like slightly). The salad dressing product showed the low viscosity. This result will improve in salad dressing formula for consumer accept

    Strategic Management of Vocational Education of Special Administrative Development Zone in Southern Border Provinces in the Next Decade (2015 - 2024)

    No full text
    วิทยานิพนธ์ (ศษ.ด.(สาขาวิชาการบริหารการศึกษา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2558การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการอาชีวศึกษาในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (พุทธศักราช 2547-2556) โดยเฉพาะจุดเน้นทางยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต้ และนำเสนอยุทธศาสตร์การจัดการอาชีวศึกษาในทศวรรษหน้าของ (พุทธศักราช 2558-2567) การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 การวิจัยเอกสาร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบวิเคราะห์เนื้อหา และเอกสารที่ใช้สำหรับการวิจัย ได้แก่ หนังสือ หนังสือพิมพ์ วารสาร บทความ บทสัมภาษณ์ เอกสารรายงานวิจัย คำรับรองปฏิบัติราชการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แผนปฏิบัติราชการการพัฒนาอาชีวศึกษาภาคใต้ และรายงานผลการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับ อาชีวศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างปี พ.ศ. 2547–2556 รวมทั้งสิ้น 154 ฉบับ ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา และสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วย การตรวจสอบสามเสา ระยะที่ 2 ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงอนาคตด้วยเทคนิคเดลฟายแบบปรับปรุง ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งสิ้นจำนวน 19 คน ในการให้ข้อมูลประกอบการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า (1) จุดเน้นยุทธศาสตร์การจัดการอาชีวศึกษาของเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 10 ปีที่ผ4านมา แบ4งออกเป็น 3 ช่วง โดยช่วงที่ 1 เน้นมิติการปฏิรูป การจัดการศึกษาอาชีวศึกษากับมิติการเติมปัญญาให้สังคม ช่วงที่ 2 เน้นมิติการจัดอาชีวศึกษาเพื่อ สร้างความมั่นคงโดยใช้การศึกษาเป็นแกนนำ และช่วงที่ 3 เน้นมิติการจัดการศึกษาเชิงรุกเพื่อมวลชน ซึ่งทั้งสามช่วงมีจุดเน้นที่เหมือนกันคือยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัยและยุทธศาสตร์เสริมสร้าง เครือข่ายเพื่อการอยู่ดีมีสุขของสังคม ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่ายุทธศาสตร์เหล่านั้นซึ่งประกอบด้วย มาตรการและโครงการที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของผู้คนในพื้นที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาความมั่นคง และด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนได้ดีในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัดด้านการบริหาร งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรก็ตาม และ (2) ยุทธศาสตร์การจัดการอาชีวศึกษาของเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ในทศวรรษหน้า (พุทธศักราช 2558-2567) ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ 1) จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2) ฝากทักษะและอบรมวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม 3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการ จัดการอาชีวศึกษาและฝากอาชีพทุกภาคส่วน 4) สร้างความร่วมมือกับต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน และนานาชาติ และ 5) อนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติตามแนวพระราชดำริเพื่อสร้างอาชีพอย่าง ยั่งยื

    Effect of Using Simulations Based on Constructivist to Enhance the Conceptual Framework Skill and Academic Achievement of Grade Five Students.

    No full text
    วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม.(สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2558การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้บทเรียนสถานการณ์จำลองแบบ ดิจิทัลตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่ส่งเสริมทักษะการเขียนกรอบแนวคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาป/ที่ 5 โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัยดังนี้ (1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสถานการณ์จำลองแบบดิจิทัลตามแนวคิดคอนสตรัค ติวิสต์กับการสอนแบบปกติ (2) เพื่อเปรียบเทียบผลคะแนนทักษะการเขียนกรอบแนวคิดของผู้เรียนที่ เรียนด้วยบทเรียนสถานการณ์จำลองแบบดิจิทัลตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์กับการสอนแบบปกติ และ (3) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อบทเรียนสถานการณ์จำลองแบบดิจิทัลตาม แนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ กลุ่มตัวอย่างที่นำมาใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้มาด้วยวิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบ กลุ(ClusterRandomSample)เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา5โรงเรียนเทศบาล๔วัดนพวงศารามอำเภอเมืองจังหวัดปัตตานีกลุม (Cluster Random Sample) เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา 5 โรงเรียนเทศบาล ๔ วัดนพวงศาราม อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี กลุมทดลอง จำนวน 30 คน กลุ่มควบคุม จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย บทเรียนสถานการณ์จำลองแบบดิจิทัลตามแนวคิดคอนสตรัค ติวิสต์ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินทักษะการเขียน กรอบแนวคิด และแบบสอบถามวัดระดับความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อบทเรียนสถานการณ์จำลอง แบบดิจิทัลตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ผลการวิจัยพบว่า (1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่ เรียนด้วยบทเรียนสถานการณ์จำลองแบบดิจิทัลตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์สูงกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยการสอนแบบปกติ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 (2) ผลคะแนนทักษะ การเขียนกรอบแนวคิดของผู้เรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสถานการณ์จำลองแบบดิจิทัลตามแนวคิดคอน สตรัคติวิสต์สูงกว่าผลคะแนนทักษะการเขียนกรอบแนวคิดของผู้เรียนที่เรียนด้วยการสอนแบบปกติ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 และ (3) ผลคะแนนระดับความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อบทเรียน สถานการณ์จำลองแบบดิจิทัลตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ โดยภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับ มากที่สุด This research aims at identifying the effects of using digital simulations based on constructivist to enhance the conceptual framework skill and academic achievement of grade 5 students. The effects break into three objectives; (1) to compare the student’s academic achievement between using instruction with digital simulations based on constructivist and traditional instruction, (2) to compare student’s conceptual framework skill score between using instruction with digital simulations based on constructivist and traditional instruction, and (3) the student’s satisfaction level toward the digital simulations based on constructivist. The sample groups are 60 grade 5 students from Municipal 4 School, Watnopawongsaram, Mueang, Pattani province. A group of 30 students is the control group and the other group of 30 students is the experimental group which were sampled by the cluster random sample. The research instruments are the digital simulations based on constructivist approach, lesson plan, academic achievement evaluation form, conceptual framework skill evaluation form, and satisfaction evaluation form. The result of the study: (1) the academic achievement of students educated with the digital simulations based on constructivist is significantly higher than the one educated with traditional instruction at the significant level of 0.05, (2) the score of conceptual framework skill of students educated with the digital simulations based on constructivist is also significantly higher than the one educated with traditional instruction at the significant level of 0.05, and (3) students educated with the digital simulations based on constructivist have a very high level of satisfaction toward the digital simulations based on constructivist

    7,629

    full texts

    16,637

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    PSU Knowledge Bank
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇