16637 research outputs found
Sort by
Marketing Communications Influencing the Intention to Buy Bancassurance among Customers of Krung Thai Bank Public Company Limited Tesco Lotus Branch, Satun Province
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต(บริหารธุรกิจ),2559งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้การสื่อสารการตลาดของการขาย
ประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคารของลูกค้าธนาคารกรุงไทย จากัด (มหาชน) สาขาเทสโก้โลตัส
จังหวัดสตูล ศึกษาความตั้งใจซื้อประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคารของลูกค้า และศึกษาการสื่อสาร
การตลาดที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคารของลูกค้า กลุ่มตัวอย่าง คือ
ลูกค้าธนาคารกรุงไทย จา กัด (มหาชน) สาขาเทสโก้โลตัส จังหวัดสตูล ที่มีความสนใจจะซื้อประกัน
ชีวิตผ่านช่องทางธนาคาร จา นวน 385 คน ทา การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าความถี่ ค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test F-test ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการ
วิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัย พบว่า ลูกค้าของธนาคารกรุงไทย จากัด (มหาชน) สาขาเทสโก้โลตัส
จังหวัดสตูล มีการรับรู้การการสื่อสารการตลาดของการขายประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคารโดย
ภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีการรับรู้การขายโดยใช้พนักงาน การตลาดทางตรง และการส่งเสริม
การขายอยู่ในระดับมาก และมีการรับรู้การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลาง
สา หรับความตั้งใจซื้อประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคาร พบว่า ลูกค้ามีความตั้งใจซื้ออยู่ในระดับมาก
โดยลูกค้าที่มีเพศ อายุ และรายได้ต่อเดือนแตกต่างกัน มีความตั้งใจซื้อประกันชีวิตผ่านช่องทาง
ธนาคารแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และพบว่าการสื่อสารการตลาดที่มี
อิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคารอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มี
ทั้งหมด 2 ด้าน เรียงตามลา ดับจากด้านที่มีอิทธิพลมากที่สุดไปหาน้อยที่สุด ได้แก่ การขายโดยใช้
พนักงาน (Beta = 0.29) และการโฆษณา (Beta = 0.14) ตามลาดับ โดยตัวแปรดังกล่าวสามารถ
ร่วมกันอธิบายความตั้งใจซื้อประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคารของลูกค้าได้ร้อยละ 38.6 (R2= 0.386)
งานวิจัยนี้เสนอแนะให้ทางธนาคารฯ ควรจัดส่งพนักงานที่ทา หน้าที่เกี่ยวกับการ
ขายประกันชีวิตเข้ารับการฝึ กอบรมอย่างสม่า เสมอเพื่อเพิ่มความรู้และทักษะ เพื่อให้พนักงาน
สามารถนาความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้องและครบถ้ว
The Impacts of Customers’ Perceived Value and Integrated Marketing Communication Approach of Mobile Network Providers on Purchase Intention in Southern Thailand
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต(บริหารธุรกิจ),2559การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้คุณค่าและการรับรู้
เครื่องมือการสื่อสารทางการตลาดที่มีผลต่อความตั้งใจเลือกใช้ผู้ให้บริ การเครือข่าย
โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ภาคใต้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน
พื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม โดยผู้วิจัยได้รับแบบสอบถาม
ฉบับสมบูรณ์ถูกต้องและครบถ้วนทั้งสิ้น 400 ชุด วิเคราะห์ผลทางสถิติโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา หา
ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติการ
วิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อยู่ในช่วงอายุ 21-30 ปี มี
รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ AIS และมีอัตราค่าใช้บริการ
โทรศัพท์เคลื่อนที่เฉลี่ยต่อเดือน 500-700 บาท
ผลของระดับการรับรู้คุณค่าของผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยภาพ
รวมอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะการรับรู้คุณค่ามากในด้านคุณภาพและด้านอารมณ์ สาหรับระดับ
การรับรู้เกี่ยวกับเครื่องมือการสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการซึ่งประกอบด้วย การโฆษณา การ
ส่งเสริมการขาย และการประชาสัมพันธ์ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น โดย
ภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยผลการวิจัยพบว่า มีระดับการรับรู้มากในด้านการส่งเสริมการขาย
สา หรับความตั้งใจเลือกใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้บริโภคจะยังคงใช้บริการเครือข่ายเดิมและ
บริการอื่นเพิ่มเติม รวมถึงมีแนวโน้มจะแนะนาบุคคลอื่นให้มาใช้บริการกับเครือข่ายที่ใช้บริการอยู่
นอกจากนี้ ผลการวิจัยบ่งชี้ว่าการรับรู้คุณค่าและการสื่อสารทางการตลาดแบบ
บูรณาการมีผลต่อความตั้งใจเลือกใช้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ภาคใต้ผลการวิจัยครั้งนี้ เสนอแนะให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่สร้างการรับรู้
ในเรื่องคุณภาพสัญญาณและบริการ รวมถึงพัฒนาเครื่องมือการสื่อสารทางการตลาดแบบูรณาการ
ในด้านการส่งเสริมการขาย เช่น การลดอัตราค่าบริการ การให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเมื่อสมัครใช้
บริการหรือแนะนา เพื่อนให้เข้ามาใช้บริการ การจัดแพ็คเกจที่ดึงดูดกลุ่มลูกค้า นอกจากนี้ ผู้วิจัยยัง
นาเสนอในส่วนของเทคนิคการใช้เครื่องมือการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการโดยมีรายละเอียด
ในเล่มแล้
Bone substitute material and osteoconductive scaffold for bone regeneration
ภายหลังการถอนฟัน กระดูกเบ้าฟันเกิดการปรับรูปและสลายตัวนำไปสู่การฝ่อลีบของกระดูกขากรรไกรทำให้ไม่เพียงพอต่อการรองรับฟันเทียมและรากฟันเทียม การคงสภาพกระดูกเบ้าฟันเป็นการใส่กระดูกปลูกถ่ายในเบ้าฟันเพื่อทำหน้าที่เป็นโครงร่างสำหรับการสร้างกระดูกในเบ้าฟันเพื่อให้เบ้าฟันคงรูปร่างอยู่ได้ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวัสดุทดแทนกระดูกไบเฟสิกแคลเซียมฟอสเฟต กับกระดูกเอกพันธ์แห้งแบบระเหิดในการคงสภาพเบ้าฟันที่ปิดด้วยเยื่อเพลตเลตริชไฟบริน (พีอาร์เอฟ) การศึกษานี้เป็นการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยที่รับการถอนฟันที่มีรากเดียว และได้รับการคงสภาพกระดูกเบ้าฟันสำหรับการฝังรากเทียม ผู้ป่วยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ซี่ฟันทำการปลูกถ่ายกระดูกเบ้าฟันด้วยกระดูกเอกพันธุ์แห้งแบบระเหิด หรือวัสดุทดแทนกระดูกไบเฟสิกแคลเซียมฟอสเฟตและปิดเบ้าฟันด้วยเยื่อพีอาร์เอฟ ทำการประเมินการหายของเนื้อเยื่ออ่อนโดยการวัดปากเบ้าฟันและประเมินการเปลี่ยนแปลงมิติของสันกระดูกขากรรไกรโดยวัดจากชิ้นหล่อศึกษาและโคนบีมคอมพิวเตอร์โทโมกราฟ ที่ 2, 6, 8 และ 12 สัปดาห์ และที่ 12 สัปดาห์ ทำการตรวจชิ้นเนื้อกระดูกและประเมินปริมาณของกระดูกและวัสดุปลูกถ่ายด้วยภาพถ่ายรังสีทางไมโครคอมพิวเตอร์โทโมกราฟและตรวจสัณฐานวิทยาโดยวิธีจุลพยาธิวิทยา ผลการศึกษาพบว่าการหายของเนื้อเยื่ออ่อนของบริเวณปากเบ้าฟันไม่แตกต่างกันระหว่าง 2 กลุ่มในแต่ละช่วงเวลา แต่ในแต่ละกลุ่มมีการหายของเนื้อเยื่ออ่อนต่างกันโดยปากแผลลดลงในแต่ละช่วงเวลาที่ 6, 8 และ 12 สัปดาห์อย่างนัยสำคัญทางสถิติ (P <0.05) การเปลี่ยนแปลงมิติของสันกระดูกขากรรไกรโดยชิ้นหล่อศึกษาในแนวความกว้างและความสูงของทั้ง 2 กลุ่ม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่พบการลดลงความกว้างของสันกระดูกขากรรไกรด้านแก้ม ด้านเพดานหรือด้านลิ้น และความสูงในกลุ่มเดียวกันลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ทั้งสองกลุ่ม การเปลี่ยนแปลงมิติของสันกระดูกขากรรไกรโดยโคนบีมคอมพิวเตอร์โทโมกราฟทั้งของสองกลุ่มไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ภาพรังสีไมโครคอมพิวเตอร์โทโมกราฟพบว่าปริมาณการสร้างกระดูกใหม่และวัสดุที่หลงเหลือของกระดูกเอกพันธ์แห้งแบบระเหิด (22.37?9.61,17.31?14.53) และไบเฟสิกแคลเซียมฟอสเฟต(16.89?7.46,15.94?7.39) ไม่มีความแตกต่างกัน แต่จากการวัดทางจุลพยาธิวิทยาพบวัสดุที่หลงเหลือของกระดูกเอกพันธ์แห้งแบบระเหิด(29.38?7.96) และไบเฟสิกแคลเซียมฟอสเฟต (22.50?2.64) มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) แต่ไม่พบความแตกต่างในการสร้างกระดูกใหม่ของกระดูกเอกพันธ์แห้งแบบระเหิด (20.17?4.59) และไบเฟสิกแคลเซียมฟอสเฟต (18.40?7.20) จึงสรุปได้ว่าไบเฟสิกแคลเซียมฟอสเฟตและกระดูกเอกพันธ์แห้งแบบระเหิดเหมาะสมสำหรับการทำการคงสภาพกระดูกเบ้าฟัน และเยื่อพีอาร์เอฟมีประสิทธิภาพในการสร้างเนื้อเยื่ออ่อนเหมาะสมสำหรับการใช้ปิดเบ้าฟั
Status of coral diseases in Samui Island, Surat Thani Province
วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (การจัดการสิ่งแวดล้อม)) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255
ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมการผลิตที่ผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนโดยระบบต่าง ๆ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
Some Natural Preservative Extracts for Shelf-life Extension of Red Tilapia (Oreochromis niloticus) Fillets During Refrigerated Storage
วิทยานิพนธ์ (วท.ม.(วิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2559ศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของปลานิลแดงแล่ (Oreochromis niloticus) ในการแช่ด้วยสารสกัดจากรางจืด หม่อนและชะพลูร้อยละ 1 พบว่าปลานิลแดงแล่ที่แช่ด้วยสารสกัดจากรางจืดสามารถลดการเสื่อมเสียคุณภาพทางจุลินทรีย์และเคมี เมื่อเปรียบเทียบกับชุดควบคุม ตัวอย่างที่แช่สารสกัดรางจืดที่มีปริมาณแบคทีเรีย mesophilies psychrotophs พีเอช ปริมาณรวมด่างที่ระเหยได้ทั้งหมด (TVB-N) และไตรเมทิลเอมีน (TMA) น้อยกว่าตัวอย่างชุดควบคุม (p<0.05) ปลานิลแดงแล่ที่แช่สารสกัดรางจืดมีค่าสี (L*,a* ,b*) ค่าความแข็ง (Hardness) และแรงเฉียน(Shear)ดีกว่าตัวอย่างชุดควบคุม (p<0.05) นอกจากนี้ปลานิลแดงแล่ที่แช่สารสกัดรางจืดมีการยอมรับทางประสาทสัมผัสด้านสี กลิ่นรส เนื้อสัมผัสและความชอบโดยรวม มากกว่าตัวอย่างที่แช่สารสกัดหม่อน ชะพลูและชุดควบคุมตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา 15 วัน อย่างไรก็ตามตัวอย่างที่แช่สารสกัดหม่อนและชะพลู มีการยอมรับทางประสาทสัมผัสได้ 12 และ 9 วัน ตามลำดับ ชุดควบคุมมีการยอมรับทางประสาทสัมผัสได้เพียง 6 วัน ดังนั้นการแช่ด้วยสารสกัดรางจืดสามารถชะลอการเสื่อมเสียและรักษาคุณภาพเนื้อปลานิลแดงระหว่างการเก็บรักษา 15 วัน
ศึกษาการประเมินคุณภาพของปลานิลแดงแล่ร่วมกับสารสกัดรางจืดร้อยละ 1 ที่เก็บรักษาแบบดัดแปลงบรรยากาศ (60% CO2, 10% O2, 30% N2:MAP) และการบรรจุแบบสุญญากาศ (VAP) เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส พบว่าการเก็บตัวอย่างร่วมกับสารสกัดรางจืดภายใต้การบรรจุแบบดัดแปลงบรรยากาศ สามารถชะลอหรือยับยั้งปริมาณแบคทีเรีย mesophilies และ psychrotophs ได้ดีที่สุด ตัวอย่างปลานิลแดงแล่ร่วมกับสารสกัดรางจืดภายใต้การบรรจุแบบดัดแปลงบรรยากาศมีค่าพีเอช ปริมาณรวมด่างที่ระเหยได้ทั้งหมด และไตรเมทิลเอมีนน้อยกว่าตัวอย่างที่เก็บในบรรยากาศปกติ (p<0.05) ตัวอย่างปลานิลแดงแล่ร่วมกับสารรางจืดที่เก็บรักษาแบบดัดแปลงบรรยากาศมีค่าสี (L* ,a* ,b*) ค่าความแข็ง (Hardness) และแรงเฉียน (Shear) ดีกว่าตัวอย่างที่เก็บในบรรยากาศปกติ (p<0.05) ตัวอย่างที่แช่สารสกัดรางจืดภายใต้การบรรจุแบบดัดแปลงบรรยากาศ มีการยอมรับทางประสาทสัมผัสด้านสี กลิ่นรส เนื้อสัมผัสและความชอบโดยรวมมากกว่าตัวอย่างอื่นๆ ตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา 21 วัน อย่างไรก็ตามตัวอย่างที่เก็บในบรรยากาศปกติการยอมรับทางประสาทสัมผัสได้เพียง 9 วัน ของการเก็บรักษา ดังนั้นการเก็บรักษาแบบดัดแปลงบรรยากาศร่วมกับสารสกัดรางจืดเหมาะสมในการยืดอายุการเก็บรักษาปลานิลแดงแล่
ศึกษาผลของสารสกัดรางจืดร่วมกับการบรรจุแบบดัดแปลงบรรยากาศต่อการอยู่รอดของเชื้อ Escherichia coli และ Staphylococcus aureus ที่เติมในเนื้อปลานิลแดงแล่ที่เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส โดยพบว่าตัวอย่างของปลานิลแดงแล่ร่วมกับสารสกัดรางจืดภายใต้การเก็บแบบดัดแปลงบรรยากาศสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ โดยสามารถลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียทั้งหมดและแบคทีเรียกรดแลคติก เมื่อเทียบกับตัวอย่างชุดควบคุม นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงเชื้อ E. coli และ S. aureus ที่เติมในเนื้อปลาแดงแล่ (10ยกกำลัง4 โคโลนี/กรัม) ในระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส พบว่าการใช้สารสกัดรางจืดร่วมกับการบรรจุแบบดัดแปลงบรรยากาศในปลานิลแดงแล่ สามารถลดจำนวนเชื้อ E. coli และ S. aureus ดังนั้นการใช้สารสกัดรางจืดร่วมกับการบรรจุแบบดัดแปลงบรรยากาศสามารถลดหรือยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคได
The effects of oral health promotion program on tooth brushing behavior weaning of baby bottle use among caregivers and caries increment of 9-18 months old children in Hat Yai District, Songkhla Province
วิทยานิพนธ์ (วท.ม. (วิทยาศาสตร์สุขภาพช่องปาก))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255
The multi-level causal factors affecting the operations in the talent management system of the private higher education institutions
วิทยานิพนธ์ (ปร.ด. (การจัดการ)) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255
The relationship between cooperative auditing quality control (CAQC) and audit quality of cooperative auditing department
วิทยานิพนธ์ (บช.ม. (การบัญชี)) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 255