16637 research outputs found
Sort by
Feeding Ecology, food Seiection and food Nutritional Value of Episesarma spp. in Patta Coastal Area
วิทยานิพนธ์ (วท.ม.(ฟิสิกส์ประยุกต์))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2562การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของแหล่งอาศัย ฤดูกาล เพศ และขนาตปูที่มีต่อการกินอาหารของปูแสมสามชนิด ประกอบด้วย ปูแสมก้ามม่วง (E. Imeder) ปูแสมก้ามขาว (E. versicolor) ปูแสมก้ามแดง (E. singaporense) ที่พบในแหล่งอาศัยธรรมชาติ ทดสอบการเลือกกินอาหารของปูแสมในสภาวะจำลองและประเมินคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่ปูแสมเลือกกิน ทั้งนี้แบ่งประเด็นที่ศึกษาออกเป็นสามส่วน ด้วยกัน คือ ส่วนที่ 1 ศึกษาอิทธิพลของแหล่งอาศัย เพศ ขนาด และฤดูกาลที่มีต่อการกินอาหารของปูแสมสามชนิดในแหล่งอาศัยธรรมชาติ โดยเก็บตัวอย่างปูทั้งสามชนิดทุกเดือนตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2561 ถึง เดือน มิถุนายน 2562 จากบริเวณป่าชายเลน 4 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี ประกอบด้วย ป่าชายเลนยะหริ่ง ป่าชายเลนบางเขา ป่าชายเลนแคนา และป่าชายเลนรูสะมิแล สุ่มตัวอย่างปูมาเก็บรักษาสภาพ ซึ่งวัดขนาด ผ่าตัดกระเพาะอาหาร จำแนกชนิดและประเมินปริมาณอาหารที่พบในกระเพาะ ส่วนที่ 2 ศึกษาการเลือกกินอาหารของปูแสมในสภาวะจำลอง โดยนำปูแสมจากธรรมชาติมาทดลองในตู้กระจกในห้องปฏิบัติการควบคุมสภาวะแวดล้อมให้เหมือนกันทั้งหมด ใส่อาหารชนิดต่างๆ ให้เลือกกิน ชั่งน้ำหนักอาหารก่อน และหลังจากให้ปูกิน ส่วนที่ 3 ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการ โดยเลือกอาหารสี่ชนิดจากการทดลองส่วนที่ 2 นำไปวิเคราะห์หาคุณค่าทางโภชนาการของอาหารดังกล่าว ข้อมูลทั้งหมดนำไปวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษา พบว่า ปูแสมทั้งสามชนิดกินพืช ครัสเตเซียน ปลา สาหร่าย และหอยเป็นอาหารหลัก โดยในส่วนของปูก้ามม่วง พบว่า แหล่งอาศัยและเพศมีผลต่อค่าอาหารเต็มกระเพาะ (P<0.05) แหล่งอาศัยและฤดูกาลมีผลจำนวนชนิดของอาหารที่ปูกิน (P<0.05) ในปูก้ามขาว แหล่งอาศัยมีผลต่อค่าอาหารเต็มกระเพาะ (P<0.05) แหล่งอาศัย เพศ ขนาด และฤดูกาล มีผลต่อจำนวนชนิดของอาหาร (P<0.05) ในปูก้ามแดง แหล่งอาศัย และขนาดมีผลต่อค่าอาหารเต็มกระเพาะ (P<0.05) และแหล่งอาศัยมีผลต่อจำนวนชนิดของอาหาร (P<0.05) ผลการวิเคราะห์ด้วยสถิติ multivariate analysis ยืนยันว่าแหล่งอาศัย เพศ ขนาด และฤดูกาล มีผลต่อองค์ประกอบของโครงสร้างทางอาหารของปูแสม ผลการวิเคราะห์การทับซ้อนของอาหาร (diet overlap) พบว่า ปูก้ามขาว และปูก้ามแดง กินอาหารที่เหมือนกันอย่างยิ่ง ในขณะที่ปูม่วงกินอาหารที่แตกต่างจากปูแสมทั้งสองชนิด ผลการศึกษาการเลือกกินอาหารของปูแสมในสภาวะจำลอง พบว่า ปูก้ามม่วงเลือกกินใบคุณส่งแสมทะเลมากที่สุด ปูก้ามขาวเลือกกินใบโกงกางใบใหญ่มากที่สุดและปูก้ามแดงเลือกกินใบถั่วขาวมากที่สุด ผลการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่ปูแสมเลือกกินพบว่า ใบแสมทะเลมีค่าโปรตีนสูงที่สุดร้อยละ 14.30 แต่มีไขมันน้อยที่สุดร้อยละ 2.81 ใบโกงกางใบเล็กและใบโกงกางใบใหญ่มีคาร์โบไฮเดตรสูงสุดร้อยละ 44.65 และ ร้อยละ 41.02 ตามลำดับ โดยที่ค่าเยื่อใยของใบไม้ทุกชนิดมีค่าใกล้เคียงกันร้อยละ 25.02 ถึง ร้อยละ 31.49 ดังนั้น ผลการศึกษาในครั้งนี้จะมีความสำคัญยิ่งสำหรับใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรปูแสม การเพาะเลี้ยงปูแสม และการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนที่เป็นแหล่งอาศัยของปูแสมในอนาค
An Analysis of Distribution Center Location for Southern Zone : A Case Study of a Private Company
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการอุตสาหกรรม), 2562At present, customer demands of a company is much higher than the
capacity of current distribution center, thus the company aims to find an appropriate location for establishing a new distribution center. The objective of this research is to reduce the transportation cost by attempting to distribute the product at a right amount and correct place.
An location-allocation model was applied to find the best location for establishing a new distribution center and the Excel Solver program was used to analyze the data. The results reveal that there are two suitable locations: Songkhla (Hat Yai) and Phatthalung. First, Songkhla (Hat Yai) which is a location of an existing distribution center covering Nakhon Si Thammarat, Chumphon, Krabi, Phang Nga, Phuket, Trang, Pattani, Satun, and Songkhla. Second, Phatthalung covers three provinces including Surat Thani, Ranong, and Phatthalung. The total costs equal to 1,486,235 Baht per month.
Another model is that the current distribution center at Songkhla (Hat Yai) is enlarged to meet the customer demand. The total cost is 1,509,173 Baht/ month. In comparison, the total cost of establishing two distribution centers at Songkhla (Hat Yai) and Patalung is lower than expanded the Songkhla (Hat Yai) distribution center by 22,938 Baht/ month, accounting for 1.54%.การวิจัยเรื่อง การวิเคราะห์ที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าสําหรับโซนภาคใต้ กรณีศึกษา บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เนื่องจากปัจจุบันความต้องการของลูกค้าของบริษัทกรณีศึกษามีปริมาณ
มากกว่าความสามารถในการจัดเก็บของศูนย์กระจายสินค้าเดิม ดังนั้นบริษัทจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อหา
ทําเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่สําหรับรองรับความต้องการของลูกค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น รวมถึง เพื่อศึกษาต้นทุนการจัดการและการขนส่งที่ต่ําที่สุดและระบุขอบเขตรับผิดชอบของศูนย์กระจาย
สินค้าแต่ละแห่งว่าควรรับผิดชอบจังหวัดใดบ้าง
ผู้วิจัยได้พัฒนาแบบจําลองทางคณิตศาสตร์สําหรับหาศูนย์กระจายสินค้าที่ดีที่สุด
และใช้โปรแกรมเอ็กเซลโซลเวอร์ (Excel Solver) ในการประมวลผลข้อมูล จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ศูนย์กระจายสินค้าที่ได้รับเลือกมี 2 แห่ง ได้แก่ จังหวัด สงขลา (หาดใหญ่) ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็น ศูนย์กระจายสินค้าเดิมโดยต้องกระจายสินค้าไปทั้งหมด 9 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ชุมพร กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง ปัตตานี สตูล และ สงขลา และอีกหนึ่งแห่งคือ จังหวัด พัทลุง โดยต้องกระจาย สินค้าไปทั้งหมด 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ระนอง และ พัทลุง เมื่อคํานวณต้นทุนทั้งหมดแล้วมี มูลค่ารวมเท่ากับ 1,486,235 บาท/เดือน
อีกหนึ่งกรณีหากยังดําเนินกิจกรรมต่างๆโดยใช้ศูนย์กระจายสินค้าจังหวัด สงขลา (หาดใหญ่) และก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มอีกหนึ่งแห่งในจังหวัดนี้จะมีต้นทุนรวมอยู่ที่ 1,509,173 บาท/เดือน ดังนั้นต้นทุนรวมของการตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่ จังหวัด สงขลา (หาดใหญ่) และ จังหวัด พัทลุง มีต้นทุนรวมที่ต่ํากว่าอยู่ 22,938 บาท/เดือน คิดเป็น 1.54
Second-Hand Clothes Supply Chain Development for Online Business
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม) 2562งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และนำเสนอระบบโซ่อุปทานรูปแบบใหม่ โดยวิเคราะห์ทางด้าน ต้นทุน กำไร ของเสื้อผ้ามือสองสำหรับธุรกิจออนไลน์ และใช้การเปรียบเทียบทางด้านการเงินเป็นตัวแปรสำคัญในทุกๆกิจกรรม การทำงานวิจัยในนี้มีขั้นตอนในการดำเนินการหลักๆ คือการศึกษาระบบโซ่อุปทานในปัจจุบันและใช้แบบสอบถาม ในการสัมภาษณ์เพื่อที่จะทราบถึงต้นทุนของทั้งกระบวนการและนำมาพัฒนาโช่อุปทานใหม่ และทำการเปรียบเทียบระหว่างโซ่อุปทานในระบบปัจจุบันและระบบใหม่ จากการวิเคราะห์พบว่าการขนส่งโดยใช้การขนส่งทางเรือเนื่องจากมีค่าการขนส่งต่อน้ำหนักถูกกว่าการขนส่งทางอากาศอยู่ที่ประมาณ 171 บาทต่อกิโลกรัม และเมื่อรวมกับต้นทุนค่าดำเนินการต่างๆแล้วนั้นในระบบโซ่อุปทานสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม มีต้นทุนกิจกรรมทั้งหมดอยู่ที่ 165,052.61 บาท ธุรกิจขนาดกลางที่มีน้ำหนัก 500 กิโลกรัม มีต้นทุนกิจกรรมทั้งหมด 85,042.39 บาท และธุรกิจขนาดเล็กที่มีน้ำหนัก 250 กิโลกรัม มีต้นทุนกิจกรรมทั้งหมด 51,395.98 บาท จากการวิเคราะห์ต้นทุนกิจกรรมพบว่าต้นทุนต่อหน่วยของธุรกิจในขนาดต่างๆมีต้นทุนที่ลดลงจากรูปแบบโซ่อุปทานในปัจจุบันส่งผลให้กำไรสินค้ามากขึ้น เมื่อประกอบการพิจารณาในทุกๆด้านแล้วนั้นพบว่าโซ่อุปทานในรูปแบบใหม่เหมาะสมกับการทำธุรกิจผ้ามือสองในระบบออนไลน์มากกว่าโซ่อุปทานในรูปแบบปัจจุบันThe aim of this study is to analyze and to propose a new supply chain model. The analysis focuses on the cost and benefit of second-hand clothes online business. The comparison between the new and traditional supply chain in every activity is a major consideration. The constructed quastionair is used to interview the stakeholder in order to analyze the operation cost. The result indicates that the sea shipment is 171 baht/kg lower than air shipment. The total supply chain cost for all business sizes of new supply chain model are lower than the traditional one. The total supply chain cost for big size (weight 1,000 kg), medium size (weight 500 kg) and small size (250 kg) are 165,052.61 baht, 85,042.39 baht, and 51,395.98 baht, respectively. All in all, the new supply chain model is more suitable for second-hand clothes online business than the traditional system.งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และนําเสนอระบบโซ่อุปทานรูปแบบใหม่ โดยวิเคราะห์ ทางด้าน ต้นทุน กําไร ของเสื้อผ้ามือสองสําหรับธุรกิจออนไลน์ และใช้การเปรียบเทียบทางด้าน การเงินเป็นตัวแปรสําคัญในทุกๆกิจกรรม การทํางานวิจัยในนี้มีขั้นตอนในการดําเนินการหลักๆ คือ การศึกษาระบบโซ่อุปทานในปัจจุบันและใช้แบบสอบถาม ในการสัมภาษณ์เพื่อที่จะทราบถึงต้นทุน ของทั้งกระบวนการและนํามาพัฒนาโซ่อุปทานใหม่ และทําการเปรียบเทียบระหว่างโซ่อุปทานใน
ระบบปัจจุบันและระบบใหม่ จากการวิเคราะห์พบว่าการขนส่งโดยใช้การขนส่งทางเรือเนื่องจากมีค่า การขนส่งต่อน้ําหนักถูกกว่าการขนส่งทางอากาศอยู่ที่ประมาณ 171 บาทต่อกิโลกรัม และเมื่อรวมกับ ต้นทุนค่าดําเนินการต่างๆแล้วนั้นในระบบโซ่อุปทานสําหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีน้ําหนัก 1,000 กิโลกรัม มีต้นทุนกิจกรรมทั้งหมดอยู่ที่ 165,052.61 บาท ธุรกิจขนาดกลางที่มีน้ําหนัก 500 กิโลกรัม มีต้นทุนกิจกรรมทั้งหมด 85,042.39 บาท และธุรกิจขนาดเล็กที่มีน้ําหนัก 250 กิโลกรัม มีต้นทุน กิจกรรมทั้งหมด 51,395.98 บาท จากการวิเคราะห์ต้นทุนกิจกรรมพบว่าต้นทุนต่อหน่วยของธุรกิจใน
ขนาดต่างๆมีต้นทุนที่ลดลงจากรูปแบบโซ่อุปทานในปัจจุบันส่งผลให้กําไรสินค้ามากขึ้น เมื่อ ประกอบการพิจารณาในทุกๆด้านแล้วนั้นพบว่าโซ่อุปทานในรูปแบบใหม่เหมาะสมกับการทําธุรกิจผ้า
มือสองในระบบออนไลน์มากกว่าโซ่อุปทานในรูปแบบปัจจุบั
Preparation of Conductive Polymer based on Natural Rubber filled Carbon Nanotube and Few-layer Graphene
กองทุนวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ประจำปีงบประมาณ 256
Operation System of Caring Management of Students in Islam Private Schools in Narathiwat Province
วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม.(การบริหารและการจัดการการศึกษาอิสลาม))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,2562การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือ
นักเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดนราธิวาส 2)เพื่อเปรียบเทียบการดำเนินงาน
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดนราธิวาส จำแนกตาม
เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และขนาดของโรงเรียน 3) เพื่อประมวล
ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
อิสลามจังหวัดนราธิวาส ใช้วิธีวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ผู้บริหาร
สถานศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จำนวน 100 คน ครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอน
ศาสนาอิสลาม จังหวัดนราธิวาส จำนวน 260 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 360 คน ใช้ในการสัมภาษณ์
แบบไม่มีโครงสร้างและแบบสอบถามในการเก็บข้อมูล สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ยเลขคณิต คำเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบค่าที (t-test) และค่าเอฟ (f-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1) การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนทั้ง 5 ด้าน คือ การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
การคัดกรองนักเรียน การส่งเสริมและพัฒนานักเรียน การป้องกันช่วยเหลือและแก้ไข และการส่งต่อ
นักเรียน ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดนราธิวาส ในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับ
มาก
2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูต่อการดำเนินงานระบบดูแล
ช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดนราธิวาส จำแนกตาม อายุ เพศ
ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และขนาดโรงเรียน โดยภาพรวม พบว่า ไม่มีความ
แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้น ขนาดของโรงเรียน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านของการ
ดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนจำแนกตาม เพศ พบว่า ด้านการรู้จักนักเรียนเป็น
รายบุคคลเท่านั้นที่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อจำแนกตามอายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การ
ทำงาน พบว่า การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนทั้ง 3 กลุ่มที่จำแนกตามข้อมูลสถานภาพ
ของผู้ตอบแบบสอบ มีผลที่เหมือนกัน นั่นคือ การดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในด้าน
การคัดกรองนักเรียน และต้านการป้องกันช่วยเหลือและแก้ไขเท่านั้นที่มีนัยสำคัญทางสถิติ และเมื่อ
จำแนกตามขนาดของโรงเรียนพบว่า ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล และการส่งต่อนักเรียน
เท่านั้นที่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3) ประมวลข้อเสนอแนะ พบว่า โรงเรียน ควรวางระบบการดูแลช่วยเหลือที่ชัดเจน เพื่อ
สะดวกต่อการปฏิบัติงานของครูและนักเรียน ครูควรดูแลและรู้จักนักเรียนรอบด้าน เช่น ด้าน
ครอบครัว สุขภาพ และด้านการเรียน ควรใกล้ชิดกับนักเรียนให้มาก และสามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับ
นักเรียน ในยามที่นักเรียนมีปัญหา หรือต้องการคำปรึกษาได้ทุกเมื่อThe objective of this study are: 1) to examine level of the management of
student care system in Islamic Private Schools in Narathiwat province, 2) to compare
the management of student care system based on the difference in gender, age,
level of education, work experience and school size; and 3) to compile guidelines for
developing the management of student care system in the schools. Survey research
was used in this study. The study sample comprises of 100 school administrators and
260 teachers of Islamic Private Schools in Narathiwat province, totaling 360 samples.
The data was collected by interviewing using structured interview questions and by
means of a questionnaire study. Statistical analysis used includes percentage, mean,
standard deviation, t-test, f-test and multiple comparison test.
The findings of this study showed as below;
1) The overall and each dimensional level of the management of student
care system in Islamic private schools in Narathiwat province, which consists of 5
domains, namely, knowing students individually; identifying students' behavior;
enhancing and developing students' behavior; preventing, helping and correcting
students' behavior; and transferring students to higher level of education were high.
2)The comparison of overall level of the management of student care system
in Islamic private schools in Narathiwat province as perceived by school
administrators and teachers based on the difference in gender, age, level of
education, work experience and school size were statistically insignificant different
with the exception of school size. Considering the comparison of each dimensional
level of the management of student care system based on gender, it was found that
the domain of knowing students individually only that attains statistically significant
difference. On the dimensional level of the management of student care system
based on age, level of education, and work experience, it was found that the
management of student care system for these three groups have similar results in
which the domain of identifying students' behavior; and preventing, helping and
correcting students' behavior only were found to be statistically significant different.
On the dimensional level of the management of student care system based on
school size, the results revealed that the domain of knowing students individually
and transferring students to higher level of education only were found to be
statistically significant different.
3) Compiling guidelines for developing the management of student care
system in the schools were found that the schools should set a strong student care
system in order to ease teachers and students in their work operation; teachers
should care students in all aspects such as family matters, health conditions and
study related matters; close teacher-student relationships must be built so that
teachers can be their consultants in time of trouble and they must be able to give
consultation to students at any time
Access to Health Services of Migrant Workers in Mueang District, Pattani Province
วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.(การบริหารการพัฒนาสังคม))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2562การศึกษาเรื่องการเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติในอำเภอเมือง จังหวัด
ปัตตานี มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่
อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 2) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคการเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ
ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 3) แนวทางการพัฒนาการเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ
ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี การศึกษาใช้การผสมผสานระหว่างวิธีวิจัยเชิงปริมาณและเชิง
คุณภาพ ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเชิง
ปริมาณ ได้แก่ แรงงานแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในจังหวัดปัตตานีจำนวน 400 คน เชิงคุณภาพ ได้แก่
แรงงานข้ามชาติที่ทำงานในจังหวัดปัตตานีที่เป็นลูกจ้าง จำนวน 13 คน นายจ้างที่มีการจ้างแรงงานข้าม
ชาติทำงานในจังหวัดปัตตานี จำนวน 3 สถานประกอบการ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบด้าน
การเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ จำนวน 3 คน
ผลการศึกษาพบว่า 1) ปัจจัยการเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่
อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ด้านผู้ให้บริการแก่แรงงานข้ามชาติที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและที่ไม่
จดทะเบียนตามกฎหมายมีความคิดเห็นตรงกันเรื่องเจ้าหน้าที่ให้ความใส่ใจในการบริการในระดับมากที่สุด
ด้านนโยบายการบริหารของสถานบริการสุขภาพแรงงานข้ามชาติที่จดทะเบียนและที่ไม่จดทะเบียนมีความ
คิดเห็นตรงกันเรื่องให้บริการด้านสุขภาพที่เหมือนกันระหว่างแรงงานข้ามชาติกับคนไทย ด้านการบริการ
แรงงานข้ามชาติที่จดทะเบียนเห็นว่าสถานบริการสุขภาพมีสิ่งอำนวยความสะดวก ขณะที่แรงงานข้ามชาติที่
ไม่จดทะเบียนเห็นว่าได้รับการบริการตรวจสอบสิทธิ์ในการรักษามากที่สุด ด้านผู้ใช้บริการแรงงานข้ามชาติ
ที่จดทะเบียนมีความสะดวกรับบริการนอกเวลาราชการ ส่วนแรงงานข้ามชาติที่ไม่จดทะเบียนระยะเวลาใน
การเดินทางที่ใกล้ไปยังสถานบริการสุขภาพอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ปัญหาและอุปสรรคการเข้าถึงบริการ
สุขภาพของแรงงานข้ามชาติ คือ เจ้าหน้าที่มักไม่สนใจการเข้ารับการบริการ สถานบริการสุขภาพไม่มีล่าม
แปลภาษา 3) แนวทางการพัฒนาการเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติการพัฒนาศักยภาพ
เจ้าหน้าที่รัฐด้านภาษา การบริการ และรัฐควรจัดสรรงบการบริการด้านสุขภาพแก่แรงงานข้ามชาติThe study of the healthcare system for migrant workers in Mueang district,
Pattani province aimed to (1) examine the factors, (2) the problems, and (3) the improvement
guidelines on the access to the healthcare service of the migrant workers in Mueang
district, Pattani province. This study employed both quantitative and qualitative
approaches. The purposive sampling of 400 migrant workers in Pattani was used in the
quantitative approach. In terms of qualitative approach, the participants were thirteen
migrant workers in Pattani, the employers of the migrant workers from three enterprises,
and three public health officers who were responsible for the healthcare system for the
migrant workers.
The findings revealed that (1) in terms of the factors in the access to the
healthcare service in Mueang, Pattani, both registered and non-registered migrant
workers rated the hospitality of the officer as the highest rank. In terms of the
management policy of the healthcare center, it was found that both groups of migrant
workers agreed that the healthcare service provided to both migrant workers and the
locals were equal. In terms of the service, the registered migrant workers rated for the
facilities, while the non-registered rated for the checking of the treatment right as the
highest rank The results also shown that, as visitors, the registered workers were
convenient with the after-hours service, whereas the non-registered considered the
travel distance to the nearest healthcare center at the highest level. Furthermore, it was
found that (2) the problems in the access to the healthcare system of the migrant
workers were the negligence of the officers and there was no translator provided. Lastly,
(3) with regards to the improvement guidelines on the access to the healthcare system
of the migrant workers, the results reflected that the language proficiency of the officer
should be enhanced and the budget on the healthcare system of the migrant workers
should be allocate
States, problems, and guidelines for promoting the use of the Arabic language : a case study of College of Islamic Studies, Prince of Songkla University
วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.(อิสลามศึกษา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2562งานวิจัยเรื่อง "สภาพ ปัญหา และแนวทางการส่งเสริมการใช้ภาษาอาหรับ
กรณีศึกษา วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ " เป็นวิทยานิพนธ์เล่มหนึ่งที่ผู้วิจัยมี
ความประสงค์จะวิจัยถึงบริบทของวิทยาลัยอิสลามศึกษา ตามวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพ
ของวิทยาลัยอิสลามศึกษาในการใช้ภาษาอาหรับ 2. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาของวิทยาลัยอิสลามศึกษา
ในการใช้ภาษาอาหรับ 3. เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมการใช้ภาษาอาหรับของวิทยาลัยอิสลาม
ศึกษา การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพที่ผู้วิจัยได้กำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการ
เจาะจง โดยเลือกผู้บริหารวิทยาลัยอิสลามศึกษา คณาจารย์ บุคลากรที่ดูแลโครงการที่เป็นเชิงเผยแพร่
ภาษาอาหรับของวิทยาลัย ตลอดจนผู้ที่เข้าร่วมโครงการที่ทางวิทยาลัยอิสลามศึกษาได้จัดไว้
โดยผู้วิจัยได้นำเสนอข้อมูลโดยการพรรณนา
ผลการวิจัยพบข้อมูลดังนี้
1. สภาพวิทยาลัยอิสลามศึกษาในการใช้ภาษาอาหรับที่ปรากฏอย่างเห็นได้ชัดนั้น
มีสองอย่างด้วยกัน โดยจำแนกออกเป็นในด้านหลักสูตรและโครงการที่เป็นเชิงเผยแพร่ภาษาอาหรับ
ซึ่งในด้านหลักสูตรที่เป็นเชิงเผยแพร่ภาษาอาหรับนั้นคือการเปิดแผนกการสอนอิสลามศึกษาหลักสูตร
นานาชาติ ในส่วนของการใช้ภาษาอาหรับผ่านตัวโครงการนั้น มีโครงการใหญ่ๆที่เห็นได้ชัดคือ
โครงการ International Islamic Studies-Networking (ISN) โครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบและ
พัฒนาทักษะภาษาอาหรับเพื่ออิสลามศึกษา และโครงการมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาต่างชาติ
เพื่อเดินทางมาศึกษา ณ วิทยาลัยอิสลามศึกษา
2. สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในการใช้ภาษาอาหรับของวิทยาลัยอิสลามศึกษาในด้าน
หลักสูตรของแผนกวิชาอิสลามศึกษาหลักสูตรนานาชาติเป็นปัญหาด้านการใช้ภาษาในการเรียนการ
สอน ส่วนปัญหาของโครงการต่างนั้น พบว่ามีปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ
และงบประมาณที่จะคอยสนับสนุนโครงการ รวมทั้งวิธีการสร้างสังคมให้เป็นสังคมแห่งความเป็น
นานาชาติภายในวิทยาลัยอิสลามศึกษา
3. วิธีการแก้ปัญหาที่วิทยาลัยอิสลามศึกษาจะต้องแก้ไขคือวิธีการรับนักศึกษาเข้า
ศึกษาใช้หลักสูตรอิสลามศึกษานานาชาติที่ต้องการให้ผ่านการเรียนภาษาอาหรับ ณ ศูนย์ทดสอบและ
พัฒนาทักษะภาษาอาหรับเพื่ออิสลามศึกษาก่อนที่จะเข้ามาศึกษาในปีหนึ่ง รวมทั้งมุมมองที่ให้ศูนย์
ทดสอบภาษาอาหรับและพัฒนาภาษานานาชาติเพิ่มระยะเวลาในการจัดโครงการในการเผยแพร่
ภาษาอาหรับและมีการจัดระดับชั้นของภาษาให้ชัดเจน และวิธีการแก้ปัญหาของการมอบ
ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาต่างชาติ โดยให้เน้นวัตถุประสงค์ของการรับนักศึกษามาศึกษาต่อ โดยให้เน้น
ด้านการสร้างสังคมแห่งความเป็นนานาชาติในด้านภาษาอาหรับให้เกิดขึ้นในสังคมวิทยาลัยอิสลาม
ศึกษาThe topic of research is States, Problems, and Guidelines For Promoting Use of
Arabic Language : A Case Study of College of Islamic Studies, Prince of Songkla
University; Is a thesis what researcher would like to research about College of Islamic
Studies (CIS) Actions. The research aims to: 1. study the state of CIS in using Arabic
language. 2) Study the CIS problems in using Arabic Language. 3) Study how to
guidelines for promoting Arabic Language usage. The study was field research
relying on observations and interviews in information and fact collection, as the
researcher chose Faculty's heads, staffers, students and participants in Faculty's
activities.
The results of the study were as follows:
First: The states of CIS in using Arabic Language has stemmed from two methods, its
Curricula and activities. Curricula for using Arabic via specialization are open for
Islamic Studies International Program (ISIP). As for using the Arabic Language in
activities includes student exchange, Arabic Language Center construction, and
finally scholarships offer to students joining the College in order to build an Arab
society in the College.
Second: CIS ISIP faces 3 problems: teaching methods, activities time allocation and
budgets that support the activities, added to the obstacle of building Arabic society
within the college.
Third, the guidelines for promoting the use of Arabic for CIS ISIP that is obligatory
for each student in the program mentioned to pass all Arabic programs offered by
Arabic Language Center. As for the guidelines of solving Arabic Language Center
problems is to increase activities time and provide teaching rooms facilities both
proficient Arabic speaking student and poor Arabic speakers among the students.
Finally, the guidelines for solving international students' scholarships problems are to
take utmost care for students and as motivation and incentives for students' interest in
building a successful Arabic society within the College
รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ศูนย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
โครงการเพาะพันธุ์ปัญญา เป็นโครงการศึกษาและพัฒนาระบบการสอนของโครงงานฐานวิจัย (Research-Based Project) เพื่อเพิ่มความสามารถในการคิดและแก้ปัญหาให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษากว่า 80 โรงเรียนทั่วประเท
Design of Banana Powder Manufacturing Process
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการอุตสาหกรรม), 2562This Minor thesis is research about Design of Banana powder
Manufacturing process. The choosen banana type is cultivated banana cause of widespreadation of growing and high gap of commercial value increasing (Low capital cost and High sale price). We set cost target to increase commercial value from 12 baht per kilogram of raw fruit bananas to be 800 baht per kilogram of transformed product as Powder banana. This research is include Powder banana production designing platform which production capacity is 80 clusters per one day and detail of Slice machine, Hot air oven and grinder machine which cost is lower than market price. We researched any information of Cultivated banana raw fruit characteristic, raw fruit powder transformation process, Farm Environment detail. Then, we planed and designed for transformation process and machine 3 parts as below. Slice machine (Self-producing) Production capacity is 117 kilogram per hour, Hot air oven (Self-producing) Production capacity is 80 Kilogram per 1 time and oven at 70 celsius by 7 hour. Grinder machine (Outsource-supply) Production capacity is 61.6 kilogram per hour. At the last, This Powder banana transformation process can transform raw fruit banana 80 clusters, around 80 kilogram, to be powder 27 kilogram. Results from this research can design banana powder production process and powder banana have the desired quality.สารนิพนธ์นี้เป็นการวิจัยการออกแบบกระบวนการผลิตกล้วยผง โดยทําการแปรรูป
จากกล้วยน้ําว้าดิบ ซึ่งถือว่าเป็นการนํากล้วยน้ําว้า หนึ่งในพืชผลทางการเกษตร ที่มีการปลูกกันมาก ในประเทศ แต่มีราคาต่ํา นํามาเพิ่มมูลค่าให้มีมูลค่าสูงขึ้น ผู้วิจัยต้องการเพิ่มมูลค่าของกล้วยน้ําว้าให้ มีมูลค่าสูงขึ้น ราคากล้วยน้ําว้ากิโลกรัมละ 12 บาท เมื่อแปรรูปเป็นกล้วยผงแล้วจะขายได้กิโลกรัมละ 800 บาท ดังนั้นงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบโรงงานผลิตกล้วยผงที่สามารถแปรรูปกล้วย น้ําว้าดิบได้วันละ 80 หวี และทําการออกแบบเครื่องหั่น ตู้อบ เครื่องบดเพื่อใช้แปรรูปกล้วยน้ําว้าดิบ โดยมีราคาต้นทุนต่ํากว่าท้องตลาด ผู้วิจัยทําการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลของกล้วยน้ําว้า กระบวนการแปรรูปกล้วยผง สภาพแวดล้อมในด้านต่างๆ ของฟาร์มที่ทําการวิจัย แล้วจึงนําข้อมูลมา ออกแบบกระบวนการแปรรูป ออกแบบและสร้างรวมถึงจัดหาเครื่องจักรที่จะใช้ เครื่องจักรที่สร้างคือ เครื่องหั่น สามารถหั่นกล้วยได้ 117 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ตู้อบลมร้อน สามารถทําการอบกล้วยน้ําว้าดิบ หั่น 80 กิโลกรัมต่อการอบหนึ่งครั้ง โดยทําการอบแห้งที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ใช้เวลาในการอบ 7 ชั่วโมง และจัดหาเครื่องบด สามารถบดกล้วยอบแห้งได้ 61.6 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ออกแบบผัง กระบวนการทํางานให้สอดคล้องกับการทํางาน กระบวนการผลิตกล้วยผงเมื่อทําการแปรรูปกล้วย น้ําว้าดิบ 80 หวีจะได้เนื้อกล้วยน้ําว้าประมาณ 80 กิโลกรัม และเมื่อทําการอบแห้งและบดจะเหลือ ประมาณ 27 กิโลกรัม ผลจากการวิจัยนี้ สามารถออกแบบกระบวนการผลิตกล้วยผงได้ และกล้วยผง มีคุณภาพตามที่ต้องกา
Welfare Needs in Generations of Support Staff of Prince of Songkla University
รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ,2562งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการในสวัสดิการของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเปรียบเทียบความแตกต่างของเจเนอเรชั่นที่ส่งผลต่อความต้องการในสวัสดิการของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ สังกัดสานักงานอธิการบดีจานวน 241 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ คือ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว
ผลการวิจัย พบว่า บุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีความต้องการสวัสดิการด้านความมั่นคง อยู่ในระดับมากที่สุด โดยบุคลากรที่มีเพศ ช่วงปีเกิด ระดับการศึกษาและตาแหน่งงานที่แตกต่างกันมีความต้องการสวัสดิการแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญ ส่วนบุคลากรที่มีสถานภาพการสมรสและหน่วยงานที่สังกัดแตกต่างกันจะมีความต้องการสวัสดิการไม่แตกต่างกัน สาหรับผลการเปรียบเทียบความต้องการสวัสดิการ โดยจาแนกตามช่วงปีเกิด พบว่าบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่มีช่วงปีเกิดแตกต่างกันมีความต้องการสวัสดิการแตกต่างกันอย่างมีนัย สาคัญในด้านเศรษฐกิจ ด้านนันทนาการ และด้านการศึกษ