ChiangMai Rajabhat University Intellectual Repository
Not a member yet
    1393 research outputs found

    การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อพัฒนาแหล่งอาหารของชุมชนในพื้นที่สะลวง อำเภอแม่แตง และอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (ปีที่ 2)

    No full text
    จากการแยกเส้นใยเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาที่บริโภคได้ให้บริสุทธิ์ของเห็ดป่าทั้ง 13 ชนิด เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญ ได้แก่ สูตรอาหาร (PDA, MEA, MMN, Hagem และ Gamborg) อุณหภูมิ (25, 30 และ 35oC) และความเป็นกรด-ด่าง (pH 5, 6, 7 และ 8) พบว่าสามารถแยกเส้นใยบริสุทธิ์ของเห็ดตับเต่า Phlebopus portentosus LEL-CMRU 004 เห็ดเผาะ Astreaus hygrometricus LEL-CMRU 005 และเห็ดตะไคลขาว Russula delica MTC-CMRU 013 ได้ โดยสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเส้นใยเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดตับเต่า ได้แก่ อาหารเพาะเลี้ยงสูตร PDA อุณหภูมิ 30 และ 35oC ระดับ pH 5 และ 6 ส่วนเส้นใยเชื้อราเอคโต- ไมคอร์ไรซาจากเห็ดเผาะ อาหารเพาะเลี้ยงสูตร MMN และ MEA ที่อุณหภูมิ 25 และ 30oC ระดับ pH 5 และ 6 เหมาะสมต่อการเจริญของเส้นใย และอาหารเพาะเลี้ยงสูตร MEA เหมาะสมต่อการเจริญของเส้นใยของเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดตะไคลขาว อุณหภูมิ 35oC ระดับ pH 8 การเจริญบนอาหารแข็งจากเมล็ดธัญพืช 5 ชนิด ได้แก่ เมล็ดข้าวฟ่าง เมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมล็ดข้าวโพดข้าวเหนียว เมล็ดข้าวไร่ และเมล็ดข้าวบาเล่ย์ เพื่อผลิตหัวเชื้อ พบว่าเมล็ดธัญพืช ที่เหมาะสมต่อการผลิตหัวเชื้อมากที่สุด คือ เมล็ดข้าวฟ่าง โดยเส้นใยเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดตับเต่า สามารถเจริญได้บนอาหารแข็งเมล็ดธัญพืชทุกชนิด การเจริญบนเมล็ดข้าวฟ่างเส้นใยเจริญเต็มหลอดทดลองเร็วที่สุด ใช้ระยะเวลา 29 วัน เส้นใยเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดเผาะ สามารถเจริญได้บนอาหารแข็งจากเมล็ดข้าวฟ่าง และเมล็ดข้าวไร่ ใช้ระยะเวลา 33 และ 42 วัน ตามลำดับ ส่วนเมล็ดข้าวฟ่างเหมาะสมต่อการเจริญของเส้นใยเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ด ตะไคลขาว มากที่สุด ใช้ระยะเวลา 31 วัน และไม่สามารถชักนำให้สร้างดอกเห็ดได้ โดยพบลักษณะของเส้นใยที่อัดตัวกันแน่นเป็นตุ่มเล็กๆ ของเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดตับเต่าเท่านั้น จากการศึกษาการเข้ารากของเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาในต้นกล้าก่อแป้น (Castanopsis diversifolia King.) ในสภาพโรงเรือน โดยวิธีการใส่หัวเชื้อจากเมล็ดข้าวฟ่าง พบว่าภายหลังจากการใส่หัวเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาให้กับต้นกล้าก่อแป้นเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดตับเต่า เห็ดเผาะ และเห็ดตะไคลขาว สามารถเจริญเข้ารากของต้นกล้าก่อแป้นได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (P < 0.05) โดยมีเปอร์เซ็นต์การเข้ารากเฉลี่ย 95.49, 97.78 และ 85.68 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ การศึกษาการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชในด้านอาหาร และสมุนไพร ในพื้นที่หมู่บ้านพระบาท สี่รอย ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม และบ้านเอียก ตำบลสันป่ายาง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยการจัดเวทีชาวบ้านเพื่อระดมความคิดในการเสวนา โดยใช้วิธีการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) พบว่ามีการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืช จำนวน 235 ชนิด สามารถจำแนกได้ 92 วงศ์ โดยพบวงศ์ Euphorbiaceae มากที่สุด จำนวน 17 ชนิด รองลงมาเป็น Asteraceae 15 ชนิด และ Papilionaceae จำนวน 14 ชนิด ได้ทำการสรุปพันธุกรรมพืชที่ทั้งสองหมู่บ้านมีการใช้ประโยชน์โดยภายในปีที่สอง โดยนำพืชที่ใช้ประโยชน์ด้านพืชอาหาร และพืชสมุนไพร มาทำการรวบรวมพันธุกรรมพืชที่มีการใช้ประโยชน์ ในด้านอาหาร สมุนไพร ทำการปลูกเลี้ยง เพื่อปลูกเสริมในพื้นที่ โดยทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุกรรมพืช ในวงศ์ ขิงข่า (Zingiberaceae) ได้แก่ ไพลเหลือง ไพลดำ และว่านสาวหลง พืชในวงศ์ Asteraceae ได้แก่ หญ้าหวาน และ พืชในวงศ์ Lauraceae ได้แก่ พืชในตระกูลอบเชย (Cinnamomum) โดยทำการปลูกเลี้ยงในโรงเรือนเพาะชำ และการใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (plant tissue culture) เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรพืชในพื้นที่ พบว่า ผลของ BA ต่อการเจริญเติบโตของไพลเหลือง (Zingiber montanum) ไพลดำ (Zingiber ottensii) และขิง (Zingiber officinale) ในสภาพปลอดเชื้อ โดยนำส่วนหน่ออ่อนของไพลเหลือง ไพลดำ และขิงมาทำการเพาะเลี้ยงบนอาหารสูตร Murashige and Skoog, 1962 ดัดแปลง โดยเติม BA อัตราส่วน 0, 2.5, 3.0, 3.5, และ 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร พบว่าในไพลเหลือง อาหารสูตร MS ที่เติม BA ความเข้มข้น 3.5 และ 3.0 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถชักนำให้ชิ้นส่วนเนื้อเยื่อไพลเหลืองมีการพัฒนาไปเป็นยอด และมีการเจริญเติบโตสูงสุด คือ 1.50 ยอด ต่อชิ้นส่วนเนื้อเยื่อ และความสูง 4.61 และ 3.43 เซนติเมตรต่อยอด ตามลำดับ ไพลดำพบว่าในอาหารสูตร MS ที่เติม BA ความเข้มข้น 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถชักนำให้เกิดจำนวนยอดเฉลี่ยสูงสุดคือ 1.97 ยอดต่อชิ้นส่วนเนื้อเยื่อ และในอาหารที่เติม BA ความเข้มข้น 3.5 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถชักนำให้เกิดความสูงสูงสุด คือ 3.63 เซนติเมตรต่อยอด และในขิงพบว่าในอาหารสูตร MS ที่เติม BA ความเข้มข้น 3.0 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถชักนำให้เกิดจำนวนยอดเฉลี่ยสูงสุด 1.64 ยอดต่อชิ้นส่วนเนื้อเยื่อ และความสูงเฉลี่ยสูงสุด 3.43 เซนติเมตรต่อยอด การศึกษาเปรียบเทียบผลของ NAA และ BA ต่อการเจริญของแคลลัส โดยนำใบหญ้าหวานมาตัดเนื้อเยื่อเลี้ยงบนอาหารวุ้นสูตร MS ที่เติมสารควบคุมการเจริญ NAA ร่วมกับ BA ที่อัตราส่วนความเข้มข้นต่างกัน คือ 0:0, 0:1, 1:0, 1:1, 1:2, 2:1 และ 2:2 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ รวมทั้งหมด 7 ชุดการทดลอง โดยย้ายเลี้ยงทุก 4 สัปดาห์ ตั้งแต่เริ่มเกิดแคลลัส เป็นเวลา 12 สัปดาห์ เมื่อนำไปวิเคราะห์ผลทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% พบว่าทุกชุดการทดลองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าอาหารวุ้นสูตร MS ที่เติม NAA 1 มิลลิกรัมต่อลิตร ร่วมกับ BA 2 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถชักนำการเจริญของแคลลัสสูงสุด คือ มีความกว้าง ความยาว และน้ำหนักของแคลัสสูงสุดเท่ากับ 1.2, 1.5 เซนติเมตร และ 0.035 กรัม ตามลำดับ จากการศึกษา ความหลากหลายของแมลงน้ำในพื้นที่บ้านเอียก ตำบลสันป่ายาง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 5 จุด ระหว่างเดือนมีนาคม ถึง เดือน กันยายน พ.ศ. 2552 พบแมลงน้ำทั้งหมด จำนวน 930 ตัว 37 วงค์ 8 อันดับ และแมลงน้ำที่พบมากที่สุด คือจุดจุด BE 2 พบ 25 วงศ์ 8 อันดับ พบวงศ์ Odontoceridae อันดับ Trichoptera (พวกแมลงหนอนปลอกน้ำ)มากที่สุด รองลงมาคือ จุด BE 1 พบ 20 วงศ์ 7 อันดับ พบวงศ์ Simulidae (หนอนริ้นดำ) อันดับ Diptera มากที่สุด,จุด BE 3 พบ 10 วงศ์ 5 อันดับ พบวงศ์ Caenidae อันดับ Ephemeroptera (กลุ่มแมลงชีปะขาว) จุด BE 4 พบ 15 วงศ์ 6 อันดับ พบวงศ์ Odontoceridae อันดับ Trichoptera (แมลงหนอนปลอกน้ำ) และ จุด BE 5 พบ 10 วงศ์ 5 อันดับ พบวงศ์ Baetidae อันดับ Ephemeroptera (กลุ่มแมลงชีปะขาว) มากที่สุด ตามลำดับ ความหลากหลายของแมลงน้ำเพื่อประเมินคุณภาพของน้ำทางชีวภาพ ในพื้นที่บ้านสะลวงทั้ง 5 จุด โดยใช้การคำนวณค่า ASPT สามารถสรุปได้ว่าคุณภาพน้ำมีคุณภาพน้ำปานกลาง และปานกลางถึงค่อนข้างดี และค่าดัชนีความหลากหลาย(diversity index) ของแมลงน้ำในพื้นที่บ้านเอียก ทั้ง 5 จุดศึกษา พบว่า จุดที่มีค่าดัชนีความหลากหลายสูงสุด คือ จุด BE 4 บริเวณน้ำตกสายหมอก มีค่าเท่ากับ 2.59 รองลงมาคือ จุด BE 1, BE 2, BE 3, และ BE 5 ซึ่งมีค่าดัชนีความหลากหลายเท่ากับ 2.15, .02, 1.90 และ 1.47 ตามลำดับ จากการศึกษาและการเก็บตัวอย่างผีเสื้อและแมลงปอในพื้นที่ป่าบ้านเอียก ตำบลสันป่ายาง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงเดือนเดือนตุลาคม 2553 เป็นการเก็บแบบสุ่มใน 2 ฤดู คือ ฤดูฝน (wet season) กับฤดูแล้ง (dry season) และช่วงรอยต่อของฤดูฝนและฤดูหนาวเพื่อศึกษาปริมาณและชนิดของแมลง พบผีเสื้อและแมลงปอทั้งหมดทั้งหมด 15 วงศ์ (Family) 109 จีนัส (Genus) และ 141 สปีชีส์ (species) ซึ่งในอันดับ Lepidoptera พบว่ามี 3 สกุล 97 ชนิด เป็นผีเสื้อในวงศ์ ต่าง ๆ 5 วงศ์ คือ ผีเสื้อในวงศ์Nymphalidae , Lycaenidae , Hesperiidae , Pieridae และ Papilionidae พบได้ว่า ผีเสื้อในวงศ์ Nymphalidae มีการปรากฏมากที่สุด รองลงมา คือผีเสื้อในวงศ์ Lycaenidae และมีการปรากฏน้อยที่สุด คือผีเสื้อวงศ์ Hesperiidae ในอันดับ Odonata พบทั้งหมด 36 สกุล 44 ชนิด เป็นแมลงปอในวงศ์ต่าง ๆ 10 วงศ์ คือแมลงปอวงศ์ Calopterygidae , Chlorocyphidae , Euphaeidae , Coenagrionidae , Platystictidae , Libellulidae , Gomphidae , Aeshnidae , Corduliidae , Platycnemididae พบได้ว่าแมลงปอวงศ์ Libellulidae มีการปรากฏมากที่สุด รองลงมา คือแมลงปอวงศ์ Coenagrionidae และมีการปรากฏน้อยที่สุด คือแมลงปอวงศ์ Aeshnidae และแมลงปอวงศ์ Platycnemididae ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า จำนวนชนิดของผีเสื้อมากกว่าแมลงปอ ทั้งในฤดูฝนและแล้ง ผีเสื้อและแมลงปอถือเป็นส่วนสำคัญในระบบป่าไม้ ซึ่งมีความสำคัญมากน้อยแตกต่างกันไปตามชนิดและความถี่ที่พบแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน ในอันดับ Lepidoptera ฤดูฝนชนิด (species) ที่พบมากที่สุด คือ G. harina burmana คือ ผีเสื้อเณรยอดไม้ ชนิดที่พบมาก ได้แก่ K. rubecula คือ ผีเสื้อคาดแสดแถบสั้น ในช่วงฤดูแล้งชนิดที่พบมากที่สุด คือ E. hecabe contubernalis คือ ผีเสื้อเณรธรรมดา ชนิดที่พบมาก ได้แก่ G. harina burmana คือผีเสื้อเณรยอดไม้ ในอันดับ Odonata ช่วงฤดูฝนชนิด (species) ที่พบมากที่สุด ได้แก่ B. contaminate A. fenestrella คือ แมลงปอบ้านผู้ปีกเปื้อนส้ม แมลงปอเข็มน้ำตกสั้นผู้ดำ ชนิดที่พบมาก ได้แก่ H. biforata คือ แมลงปอเข็มน้ำตกสั้นวงม่วง ในช่วงฤดูแล้งชนิดที่พบมากที่สุด ได้แก่ B. contaminata คือ แมลงปอบ้านผู้ปีกเปื้อนส้ม ชนิดที่พบมาก ได้แก่ A. fenestrella และ A. aethra คือ แมลงปอเข็มน้ำตกสั้นผู้ดำ และแมลงปอบ้านยอดฟ้า จากการสำรวจพบผีเสื้อคุ้มครอง 1 ชนิด เป็นการบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี คือพบผีเสื้อถุงทองธรรมดา การเก็บตัวอย่างนก โดยทำการสำรวจตลอดเดือนตุลาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อระหว่างการเข้าสู่ฤดูหนาว และหมดฤดูฝน โดยในพื้นที่สำรวจจะเป็นป่าหลังหมู่บ้านพระบาท จากการสำรวจอาทิตย์ละละ 1 ครั้ง พบนกทั้งหมด 107 ชนิด โดยยังพบนกถึง 33 ชนิดที่พบในการสำรวจทุกครั้ง การใช้ประโยชน์จากนกและแมลงในการสร้างเป็นเสนทางศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นการส่งเสริมและศึกษาเส้นทางดูนกและแมลง และการใช้แมลงเพื่อการติดตามตรวจสอบสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแมลงบางชนิด และนกจะนำมาสังเคราะห์ ให้เป็นเอกสาร และคู่มือ ซึ่งสามารถใช้ประกอบในการพัฒนาพื้นที่สะลวงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้ 3 เส้นทางดังนี้ เส้นทางที่ 1 เส้นทางป่าชุมชน บ้านพระบาทสี่รอย ต.สันป่ายาง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ (1.8 กิโลเมตร) โดยพบนกที่น่าสนใจดังนี้ เหยี่ยวนกเขาชิครา (Accipiter badius) กินปลีหางยาวคอดำ (Aethopyga saturate) ปลีกล้วยเล็ก (Arachnothera longirostra) ปลีกล้วยลาย (Arachnothera magna) แอ่นพง (Artamus fuscus) พบผีเสื้อและแมลงปอทั้งหมดทั้งหมด 15 วงศ์ (Family) 109 จีนัส (Genus) และ 141 สปีชีส์ (species) ซึ่งในอันดับ Lepidoptera พบว่ามี 3 สกุล 97 ชนิด เป็นผีเสื้อในวงศ์ ต่าง ๆ 5 วงศ์ คือ ผีเสื้อในวงศ์ Nymphalidae , Lycaenidae , Pieridae, Papilionidae และ Hesperiidae ตามลำดับ ในอันดับ Odonata พบทั้งหมด 36 สกุล 44 ชนิด เป็นแมลงปอในวงศ์ต่าง ๆ 10 วงศ์ คือแมลงปอวงศ์ Libellulidae, Coenagrionidae, Calopterygidae , Chlorocyphidae , Euphaeidae , Platystictidae , Gomphidae , Corduliidae, Aeshnidae , และ Platycnemididae ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบจุดเด่นในพื้นที่คือมีการสำรวจพบผีเสื้อคุ้มครอง 1 ชนิด เป็นการบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี คือพบผีเสื้อถุงทองธรรมดา เส้นทางที่ 2 เส้นทางผาแตก บ้านพระบาทสี่รอย ต.สันป่ายาง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ (2.5 กิโลเมตร) โดยพบนกที่น่าสนใจดังนี้ นกจับแมลงหัวเทา (Culicicapa ceylonensis ) คัดคู้มรกต ( Chrysococcyx maculatus ) กินปลีหางยาวคอดำ (Aethopyga saturate) ปลีกล้วยเล็ก (Arachnothera longirostra) ปลีกล้วยลาย (Arachnothera magna) แอ่นพง (Artamus fuscus) นอกจากนี้เนื่องจากเป็นพื้นที่ๆ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ทำให้มีอากาศที่หนาวเย็น ดังนั้นจึงมีนกอพยพเข้ามาพักอาศัยในฤดูหนาวในพื้นที่หลายชนิด เช่น นกเด้าดินสวน (Anthus hodgsoni) นกจับแมลงคอแดง (Ficedula parva ) นกอีเสือลายเสื่อ (Lanius tigrinus) และ นกอุ้มบาตร (Motacilla alba ) เป็นต้น พบผีเสื้อและแมลงปอทั้งหมดทั้งหมด 14 วงศ์ (Family) 88 จีนัส (Genus) และ 132 สปีชีส์ (species) ซึ่งในอันดับ Lepidoptera พบว่ามี 3 สกุล 89 ชนิด เป็นผีเสื้อในวงศ์ ต่าง ๆ 5 วงศ์ คือ ผีเสื้อในวงศ์ Nymphalidae , Lycaenidae , Papilionidae, Pieridae และ Hesperiidae ตามลำดับ ในอันดับ Odonata พบทั้งหมด 36 สกุล 44 ชนิด เป็นแมลงปอในวงศ์ต่าง ๆ 10 วงศ์ คือแมลงปอวงศ์ Libellulidae, Coenagrionidae, Calopterygidae , Chlorocyphidae , Euphaeidae , Platystictidae , Gomphidae , Platycnemididae, Corduliidae , และ Aeshnidae ตามลำดับ เส้นทางที่ 3 เส้นทางผาแตก บ้านพระบาทสี่รอย ต.สันป่ายาง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ (1.5 กิโลเมตร) โดยพบทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ โดยพบนกที่น่าสนใจดังนี้ นกกินปลีหางยาวคอดำ (Aethopyga saturate) ปลีกล้วยเล็ก (Arachnothera longirostra) ปลีกล้วยลาย (Arachnothera magna) แอ่นพง (Artamus fuscus) นอกจากนี้เนื่องจากเป็นพื้นที่ๆ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จึงทำให้มีนกอพยพที่เป็นนกอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำเข้ามาพักอาศัยในฤดูหนาวในพื้นที่หลายชนิด เช่น ยอดหญ้าหัวดำ (Saxicola torquata) นกคัดคู้หงอน (Clamator coromandus ) นกจับแมลงคอแดง (Ficedula parva ) นกอีเสือลายเสื่อ (Lanius tigrinus) เป็นต้น พบผีเสื้อและแมลงปอทั้งหมดทั้งหมด 12 วงศ์ (Family) 79 จีนัส (Genus) และ 110 สปีชีส์ (species) ซึ่งในอันดับ Lepidoptera พบว่ามี 3 สกุล 79 ชนิด เป็นผีเสื้อในวงศ์ ต่าง ๆ 5 วงศ์ คือ ผีเสื้อในวงศ์ Nymphalidae , Lycaenidae , Papilionidae , Pieridae และ Hesperiidae ตามลำดับในอันดับ Odonata พบทั้งหมด 32 สกุล 40 ชนิด เป็นแมลงปอในวงศ์ต่าง ๆ 9 วงศ์ คือแมลงปอวงศ์ Libellulidae, Calopterygidae , Chlorocyphidae , Euphaeidae , Platystictidae , Gomphidae , Aeshnidae, Corduliidae และ Coenagrionidae ตามลำดับ สามารถจัดกิจกรรมให้กับชุมชนได้ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้ให้แก่ชุมชนในการศึกษา ติดตามตรวจสอบและอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพในน้ำของเขตพื้นทีสะลวง กิจกรรมที่ 2 การติดตามตรวจสอบทรัพยากรชีวภาพและประเมินคุณภาพน้ำ โดยจะมีการดำเนินการจากชุมชน ที่ผ่านการอบรมและมีการประเมินคุณภาพน้ำ กิจกรรมที่ 3 การประเมินผลการศึกษาทางด้านความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่สะลวง และยอมรับการใช้ประโยชน์จากความหลากหลาย จากการประเมินผลผู้เข้าร่วมโครงการโดยรวมจากแบบสอบถามให้ค่ามากกว่า ร้อยละ 80 พบว่าตัวแทนจากโรงเรียนและชุมชนมีความตื่นตัวและยินดีที่จะเข้าร่วมในการพัฒนาองค์ความรู้จากฐานความหลากหลายทางชีวภาพ ในการสร้างเส้นทางศึกษาธรรมชาติ การให้มีความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในด้านสิ่งแวดล้อมและคุณค่าของระบบนิเวศ แต่ชุมชนยังขาดเครื่องมือที่จะนำมาใช้ดำเนินการสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.

    การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายของเห็ดป่า ในพื้นที่สะลวง อำเภอแม่แตง และอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (ปีที่ 2)

    No full text
    The isolated pure mycelium from 13 species wild edible ectomycorrhyzal fungi of were investigate optimal growth conditions, such as various agar medium of culture media (PDA, MEA, MMN, Hagem and Gamborg), temperature (25, 30 and 35oC) and pH (5, 6, 7 and 8). The isolated pure mycelium of Phlebopus portentosus LEL-CMRU 004, Astreaus hygrometricus LEL-CMRU 005 and Russula delica MTC-CMRU 013 had capability to grow in all tested culture media. PDA medium were considered to be best media. Growth of P. portentosus LEL-CMRU 004 was optimal at 30 and 35oC, pH 5 and 6. MMN and MEA medium were considered to be the best media for mycelium growth of A. hygrometricus LEL-CMRU 005. Optimal growth wen observed at 25 and 30oC, pH 5 and 6 in MEA medium. Growth of MTC-CMRU 013 was optimal at 35oC and pH 8. Growth in 5 type of cereal grain media such as sorghum grain, field corn, waxy corn, rice and barley grain was investigated. The mycelium of P. portentosus LEL-CMRU 004 grew best in sorghum grain within 29 days after inoculation. A. hygrometricus LEL-CMRU 005 grew best in sorghum grain and rice within 33 and 42 days, respectively. R. delica MTC-CMRU 013 grew best in sorghum grain within 31 days after inoculation. Further inocubation of P. portentosus LEL-CMRU 004 caused numerous agglomerations of mycelium. Root infection in Castanopsis diversifolia seedling by ectomycorrhizal fungi under greenhouse condition were evaluation of the inoculated with inoculums preputting in sorghum grain media. The hyphae of P. portentosus LEL-CMRU 004, A. hygrometricus LEL-CMRU 005 and R. delica MTC-CMRU 013 were able to colonize the roots of C. diversifolia (P < 0.05) with percent infection in host plant roots were 95.49, 97.78 and 85.68%, respectively.จากการแยกเส้นใยเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาที่บริโภคได้ให้บริสุทธิ์ของเห็ดป่าทั้ง 13 ชนิด เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญ ได้แก่ สูตรอาหาร (PDA, MEA, MMN, Hagem และ Gamborg) อุณหภูมิ (25, 30 และ 35oC) และความเป็นกรด-ด่าง (pH 5, 6, 7 และ 8) พบว่าสามารถแยกเส้นใยบริสุทธิ์ของเห็ดตับเต่า Phlebopus portentosus LEL-CMRU 004 เห็ดเผาะ Astreaus hygrometricus LEL-CMRU 005 และเห็ดตะไคลขาว Russula delica MTC-CMRU 013 ได้ โดยสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเส้นใยเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดตับเต่า ได้แก่ อาหารเพาะเลี้ยงสูตร PDA อุณหภูมิ 30 และ 35oC ระดับ pH 5 และ 6 ส่วนเส้นใยเชื้อราเอคโต- ไมคอร์ไรซาจากเห็ดเผาะ อาหารเพาะเลี้ยงสูตร MMN และ MEA ที่อุณหภูมิ 25 และ 30oC ระดับ pH 5 และ 6 เหมาะสมต่อการเจริญของเส้นใย และอาหารเพาะเลี้ยงสูตร MEA เหมาะสมต่อการเจริญของเส้นใยของเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดตะไคลขาว อุณหภูมิ 35oC ระดับ pH 8 การเจริญบนอาหารแข็งจากเมล็ดธัญพืช 5 ชนิด ได้แก่ เมล็ดข้าวฟ่าง เมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมล็ดข้าวโพดข้าวเหนียว เมล็ดข้าวไร่ และเมล็ดข้าวบาเล่ย์ เพื่อผลิตหัวเชื้อ พบว่าเมล็ดธัญพืช ที่เหมาะสมต่อการผลิตหัวเชื้อมากที่สุด คือ เมล็ดข้าวฟ่าง โดยเส้นใยเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดตับเต่า สามารถเจริญได้บนอาหารแข็งเมล็ดธัญพืชทุกชนิด การเจริญบนเมล็ดข้าวฟ่างเส้นใยเจริญเต็มหลอดทดลองเร็วที่สุด ใช้ระยะเวลา 29 วัน เส้นใยเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดเผาะ สามารถเจริญได้บนอาหารแข็งจากเมล็ดข้าวฟ่าง และเมล็ดข้าวไร่ ใช้ระยะเวลา 33 และ 42 วัน ตามลำดับ ส่วนเมล็ดข้าวฟ่างเหมาะสมต่อการเจริญของเส้นใยเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ด ตะไคลขาว มากที่สุด ใช้ระยะเวลา 31 วัน และไม่สามารถชักนำให้สร้างดอกเห็ดได้ โดยพบลักษณะของเส้นใยที่อัดตัวกันแน่นเป็นตุ่มเล็กๆ ของเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดตับเต่าเท่านั้น จากการศึกษาการเข้ารากของเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาในต้นกล้าก่อแป้น (Castanopsis diversifolia King.) ในสภาพโรงเรือน โดยวิธีการใส่หัวเชื้อจากเมล็ดข้าวฟ่าง พบว่าภายหลังจากการใส่หัวเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาให้กับต้นกล้าก่อแป้นเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาจากเห็ดตับเต่า เห็ดเผาะ และเห็ดตะไคลขาว สามารถเจริญเข้ารากของต้นกล้าก่อแป้นได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (P < 0.05) โดยมีเปอร์เซ็นต์การเข้ารากเฉลี่ย 95.49, 97.78 และ 85.68 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.

    The Development of Marketing Management for Cotton Products, Case Study : The Cotton Hand Weaving Groups at Donluang Village Tambon Maerang, Amphur Pasang, Lamphun Province.

    No full text
    The objectives of this research were to study the efficiency and effectiveness of marketing in a present and future that fit for Donluang cotton hand weaving products and to develop and find out the appropriated marketing management that consisted with the group’s resources and capabilities by the economy sufficiency philosophy. The primary data collected by data analysis, focus groups discussion, in-depth interviews, and observations. The secondary data collected by data analysis, contents analysis, and participatory action training. The research was a Participatory Action Research (PAR) and conducted from 1 December 2009 to 30 November 2010. The results showed that the efficiency and effectiveness of marketing in a present: the target market were both wholesalers and retailers in Lamphun and Chiang Mai Province. The product positioning emphasized on natural dyeing. The product strategies: focused on product varieties; household product, table cloths, and curtain. The price strategies: the pricing setting was 10-30 % mark up on cost for retail price and less than 10 % for wholesale price. The place strategies: uses both direct channel, sold through the center networking products group and indirect channel, sold through wholesalers and retailers. The promotion strategies: participate in local trade fairs, word of mouth, point of purchase materials, such as, name card and folder. The appropriated marketing management: the group should expand market to tourist market, the school and educational segment, hotels and restaurants and foreign market. The product positioning should focus on the products made by 100 % cotton weaving. The product strategies: should survey market demand to develop the design, styles, brand, color, logo, and slogan that applied from the research. The price strategies: the price setting should be higher, approximately 40-50 % mark up on cost for retail price and 20-30 % for wholesale price. The place strategies: uses direct channel and indirect channel, especially, through website (www.thaitrdepoint/donluang.com). The promotion strategies: applied integrated marketing communication: the advertising, such as, radio sport, brochure and internet advertising, sales promotion should focus on current market and new market, personal selling should have order getter salesman to activate market, public relation should join with the government sectors to publicize the products, and the last, direct marketing should collect customer’s data and use direct mails and telemarketing to offer sales contact.การวิจัยเรื่อง การพัฒนากระบวนการจัดการทางการตลาดในผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายทอมือ กรณีศึกษา : กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือบ้านดอนหลวง ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านการตลาดที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันและอนาคตที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายทอมือของกลุ่ม และเพื่อพัฒนาและหารูปแบบกระบวนการจัดการทางการตลาดที่เหมาะสมของกลุ่มให้สอดคล้องกับทรัพยากรและขีดความสามารถ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน การวิจัยใช้เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล คือ การวิเคราะห์เอกสาร การสนทนากลุ่มย่อย การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การสังเกต การจัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การทดสอบตลาด และการศึกษาดูงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผ้าฝ้ายทอมือ ผลการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านการตลาดที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน พบว่า กลุ่มผู้ผลิต ผ้าฝ้ายทอมือบ้านดอนหลวงจำหน่ายสินค้าผ่านพ่อค้าส่งและพ่อค้าปลีกในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เน้นการขายปลีกเพราะได้กำไรมากกว่าการขายส่ง กำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ไปที่ผ้าฝ้าย ทอมือที่ย้อมสีแบบธรรมชาติ ด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เน้นการผลิตสินค้าที่หลากหลายรูปแบบ อาทิ ผลิตภัณฑ์ผ้าสำหรับใช้ในครัวเรือน ผ้าปูโต๊ะ และผ้าม่าน ปัญหาที่พบ คือ ผ้าตกสีหรือหดตัวเวลาซัก ด้านกลยุทธ์ราคาจะตั้งราคาขายปลีกโดยบวกกำไรจากต้นทุน 10-30 % ส่วนราคาขายส่งบวกกำไรไว้ ไม่ถึง 10 % ด้านกลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่าย จะมีทั้งการขายปลีกผ่านหน้าร้านของสมาชิก การขายส่งให้แก่พ่อค้าคนกลาง และการขายผ่านศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ด้านกลยุทธ์การส่งเสริม การตลาด จะใช้การออกร้านแสดงสินค้ากับหน่วยงานราชการ การแนะนำแบบปากต่อปาก และการใช้สื่อ ณ จุดขาย อาทิ นามบัตรและแผ่นพับสำหรับโฆษณาและประชาสัมพันธ์ศูนย์จำหน่ายสินค้า รูปแบบของกระบวนการจัดการทางการตลาดที่เหมาะสมของกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้ายทอมือบ้านดอนที่สอดคล้องกับทรัพยากรและขีดความสามารถ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ กลุ่มควรขยายตลาดเพิ่มมากขึ้นไปยังกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่หาซื้อสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ไปเป็นของฝาก กลุ่มโรงเรียนและสถานศึกษาที่ต้องการเสื้อผ้าฝ้ายทอมือสำหรับในการทำกิจกรรม กลุ่มโรงแรมหรือร้านอาหารที่ต้องการนำเอาผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายทอมือไปตกแต่งร้านตามแบบสไตล์ล้านนา และ กลุ่มตลาดต่างประเทศ และปรับตำแหน่งผลิตภัณฑ์ไปที่ความเป็นผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายทอมือ 100 % ที่ทอด้วยกี่แบบโบราณ และสามารถสัมผัสได้ถึงคุณค่าเวลาใช้หรือสวมใส่ ส่วนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ควรสำรวจความต้องการของตลาดก่อน เพื่อพัฒนารูปแบบและสไตล์ของสินค้าให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดในกลุ่มแฟชั่น พร้อมกับพัฒนาตราสินค้า สี โลโก้ และสโลแกนตามหลักการและแนวคิดที่ได้จากการวิจัย ด้านกลยุทธ์ราคา ควรบวกกำไรจากต้นทุนให้สูงขึ้นอีกประมาณ 40-50 % สำหรับการขายปลีก และ 20-30 % สำหรับการขายส่ง แต่สอดรับกับกลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดและตำแหน่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้พัฒนาจากการวิจัย ด้านกลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่าย ควรเพิ่มช่องทางการขายผ่านตลาดออนไลส์ แต่ก็ไม่ละทิ้งช่องทางการจัดจำหน่ายที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ด้านกลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด ควรใช้การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการผ่านทั้งการโฆษณา อาทิ จัดทำสปอตโฆษณาผ่านวิทยุชุมชน การใช้โบรชัวร์ที่มีรายละเอียดของสินค้าและราคา และการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ของกลุ่ม ด้านการขายโดยบุคคล ควรมีพนักงานขายแสวงหาคำสั่งซื้อเพื่อทำหน้าที่การทำตลาดเชิงรุก และมีพนักงานขายประจำศูนย์ เพื่อต้อนรับและแนะนำลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้า ด้านการประชาสัมพันธ์ ควรร่วมมือกับภาคราชการ ในระดับจังหวัด เพื่อการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ไปยังภายนอกมากขึ้น ด้านการส่งเสริมการขายควรเลือกทำกับกลุ่มตลาดที่เป็นลูกค้าประจำและกลุ่มลูกค้าใหม่ ส่วนด้านการตลาดทางตรง ควรมีระบบการจัดเก็บและรวบรวมฐานข้อมูลของลูกค้า ทั้งนี้เพื่อการใช้เครื่องมือการตลาดทางตรงเข้าไปติดต่อเพื่อการเสนอขายสินค้า อาทิ การใช้จดหมายขายตรง และการใช้โทรศัพท์ทางตรงมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาต

    The Knowledge Management for the Potential Development of Participated Marketing Management of Ban-Dokdang sewing group, Doi-saked, Chiang-Mai Province.

    No full text
    Integrated research to develop and enhance the market competitiveness of businesses to the community using a case study of community product business group managed by Ban-Dokdang sewing group, Doi-saked, Chiang-Mai Province was a research and development project using a participatory action research method between the members of community enterprise and the academics as a major way. The purpose of this research was to meet development needs and enhance the basic potential of manufacturers in the community to be ready and able to offer products to the market more broadly and have the opportunity to export them to overseas market in the future. The findings revealed general information, strengths and weaknesses as well as the obstacles and opportunities of Ban-Dokdang sewing group as follows. The community enterprise who manufactured handicraft products had potential in production and good image in their products, but lacked potential to develop their products to meet various customers’ needs because the products were still sent to the wholesalers. Through promotion and development that would lead to an innovation that created value added and meet the needs of customers with high purchasing power. The results identified significant issues in developing and enhancing potential and capacity of market competitiveness to expand Ban-Dokdang sewing group’s market which comprised problems of marketing planning, branding and distribution. What to be done was to develop the potential of the group in order to get sustainable development in stead of waiting for orders from dealers which would cause uncertainty in business. Thus, the research group has developed the mentioned group basically by inviting experts and scholars to provide training to the members of Ban-Dokdang sewing group in five areas. They consisted of product design and development, branding, distribution, target customers and market positioning and marketing planning. To offer products to meet the needs of the buyers, the research group tested developed products among the buyers who had never known the products such as those in department stores by developing products, packaging and pricing. Then, the data from both the consumers in department stores and in different trade fairs were collected. The findings showed that new market channel or interested people were mostly women who usually shopped in department stores. They focused on the reliability of distributors which comprised clear sources with brands as well as standard package. Price reductions did not affect much because they always buying valuable things. They would buy goods which were interesting. The popular price was up 500 baht. Most handicrafts were for personal use. They focused on the durability of product, beauty and high-quality material. The comparative study of the different means of factors concerning products classified by gender revealed significant differences in the meticulousness, certified manufacturing standards, materials used and manufacturing technology. Therefore, the group must set plans to meet the mentioned differences. According to the study of purchasing purpose, gender showed a significant difference. Male customers usually bought goods not only for personal use but for other people as souvenirs or gifts from traveling. Female customers also bought goods for personal use but they preferred buying gifts for special occasion to buying souvenirs from traveling. The study of distribution revealed that it was very important because it was convenient for ultimate consumers to buy goods. The members of the group agreed to increased more shops in order that customers could buy goods more easily. Branding plan was important for marketing plan of the group. The result of market testing in the new channel showed that consumers trusted the brand which was attached to the packaging. That made a better image of the group which became famous because consumers could reach the group through the address given. Moreover, branding could help the group to break into the tourist market because the tourists could recognize the brand. The findings of knowledge management for the potential development of participated marketing management of Ban-Dokdang sewing group revealed guidelines for marketing plan according to the concept of sustainable management which considered the proper context as well as the characteristics of the group. People in the community should participate in the group activities. However, Ban-Dokdang sewing group still focused on unsustainable or fashionable market which could make money more easily because that could attract customers’ interests. For this reason, aggressive marketing was the appropriate marketing management for Ban-Dokdang sewing group.การวิจัยแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดเพื่อการแข่งขันของธุรกิจชุมชน กรณีศึกษากลุ่มธุรกิจชุมชนผลิตภัณฑ์กลุ่มตัดเย็บบ้านดอกแดง ตำบลสง่า-บ้าน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการวิจัยและพัฒนาหนึ่งที่ใช้รูปแบบวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกับนักวิชาการเป็นแบบวิธีสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในเบื้องต้นของกลุ่มผู้ผลิตในชุมชน ให้มีความพร้อมจนสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ตลาดที่กว้างออกไป และมีโอกาสส่งออกไปต่างประเทศได้ในอนาคต ผลการวิจัยที่สำคัญ ได้ข้อมูลทั่วไปและจุดแข็งจุดอ่อน ตลอดจนอุปสรรคและโอกาสของกลุ่มธุรกิจกลุ่มตัดเย็บบ้านดอกแดง ซึ่งพบว่าเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรมที่มีศักยภาพในด้านการผลิต และกลุ่มมีจุดเด่นในการผลิตสินค้าของตนเองแต่ยังขาดศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายแต่ยังคงเป็นการผลิตเพื่อส่งไปยังพ่อค้าส่ง ซึ่งหากได้รับการส่งเสริมและการพัฒนาจะก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าระดับสูงที่มีกำลังซื้อที่สูงได้ ผลการวิจัยได้ระบุประเด็นปัญหาที่สำคัญในการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อการขยายตลาดของกลุ่มตัดเย็บบ้านดอกแดง นั่นคือปัญหาในด้านการวางแผนการตลาด ปัญหาด้านการสร้างตราสินค้า และปัญหาในด้านการจัดจำหน่าย ซึ่งจุดสำคัญของการพัฒนาอยู่ที่ การพัฒนาศักยภาพของคนในกลุ่มเพื่อที่จะได้เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปแทนการเป็นฝ่ายรอรับคำสั่งซื้อจากพ่อค้าคนกลางซึ่งจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางธุรกิจ ดังนั้นทางกลุ่มวิจัยได้พัฒนากลุ่มเป็นเบื้องต้นโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการเข้าไปให้ความรู้ โดยการจัดฝึกอบรมให้แก่สมาชิกกลุ่มตัดเย็บบ้านดอกแดง ที่สนใจใน 5 ด้านด้วยกัน คือ ด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้านการสร้างตราสินค้า ด้านการจัดจำหน่าย ด้านการกำหนดลูกค้าเป้าหมายและการกำหนดตำแหน่งทางการตลาด และด้านการวางแผนการตลาด เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของผู้ซื้อ ทั้งนี้ทางกลุ่มวิจัยได้มีการนำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการพัฒนานำไปทดสอบตลาดที่กลุ่มยังไม่เคยนำผลิตภัณฑ์ไปนำเสนอ คือแหล่งจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า โดยทำการปรับปรุงทั้งตัวผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์และการตั้งราคา แล้วทำการสำรวจข้อมูลจากกลุ่มผู้บริโภคทั้งในห้างสรรพสินค้าและผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์จากงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ซึ่งพบว่า ช่องทางตลาดใหม่นั้นกลุ่มผู้สนใจส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เป็นผู้ที่นิยมซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า ให้ความสำคัญในความน่าเชื่อถือของผู้จำหน่ายโดยต้องมีแหล่งที่มาชัดเจนมีตราสินค้า มีบรรจุภัณฑ์ที่มาตรฐาน การลดราคามีผลต่อการซื้อไม่มากนักเนื่องจากนิยมซื้อสินค้าที่มีคุณค่าหากเป็นสินค้าที่สนใจก็จะตัดสินใจซื้อโดยจะนิยมซื้อสินค้าในมูลค่า 500 บาทขึ้นไป สินค้าหัตถกรรมส่วนใหญ่ที่ซื้อจะเป็นของใช้ส่วนตัวโดยให้ความสำคัญกับความคงทนของสินค้าที่สามารถใช้ได้ในระยะยาวมีความสวยงามผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ ซึ่งการศึกษาการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์จำแนกตามสถานภาพด้านเพศ พบว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในด้าน ความสวยงามปราณีต การรับประกันมาตรฐานการผลิต วัสดุที่ใช้ในการผลิตและเทคโนโลยีในการผลิต จากการศึกษาทำให้กลุ่มต้องมีการวางแผนเพื่อตอบสนองความแตกต่างในส่วนนี้ จากการศึกษาด้านจุดประสงค์การซื้อพบว่า สถานภาพส่วนบุคคลด้านเพศมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ โดยลูกค้าเพศชายนอกจากจะซื้อสินค้าไปใช้เองแล้วยังนิยมซื้อไปเป็นของฝากจากการท่องเที่ยว แต่ลูกค้าเพศหญิงจะนิยมซื้อไปใช้เองเหมือนกันแต่ที่ต่างคือจะซื้อไปเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษมากกว่าการซื้อเป็นของฝากจากการท่องเที่ยว ด้านการจัดจำหน่ายจะพบว่าลูกค้าให้ความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นการสร้างความสะดวกในการในการหาซื้อสินค้าซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าคนสุดท้าย สมาชิกกลุ่มได้มีความเห็นในการเพิ่มสถานที่จำหน่ายสินค้าของกลุ่มฯ เพิ่มขึ้น เพื่อให้ลูกค้าหาซื้อสินค้าของกลุ่มฯ ได้ง่ายขึ้น แผนการสร้างตราสินค้าเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนการตลาดของกลุ่มฯ จากการนำผลิตภัณฑ์ที่ได้พัฒนาแล้วออกทดสอบตลาดในช่องทางใหม่ พบว่า ส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเชื่อถือคือการติดตราสินค้าติดไปกับบรรจุภัณฑ์แต่ ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของกลุ่มดีขึ้นและเป็นที่รู้จักโดยในตราสินค้าสื่อถึงกลุ่มและยังมีที่อยู่ที่ลูกค้าสามารถติดต่อได้ จากการสร้างตราสินค้ายังทำให้กลุ่มได้โอกาสในการเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวจากการจดจำตราสินค้าได้ จากพัฒนาองค์ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารการตลาดทำให้กลุ่มตัดเย็บบ้านดอกแดงได้แนวทางในการวางแผนการตลาดตามแนวคิดในการบริหารจัดการที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับบริบทและลักษณะจำเพาะของกลุ่ม ให้คนในชุมชนมีส่วนในการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่ม แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มตัดเย็บบ้านดอกแดงยังคงให้ความสำคัญกับการตลาดที่ไม่ยั่งยืนซึ่งสามารถทำเงินนั่นคือ การตลาดตามสมัยนิยม ทางกลุ่มยังให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดความสนใจของลูกค้า ดังนั้นการตลาดเชิงรุกจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับการบริหารการตลาดของกลุ่มตัดเย็บบ้านดอกแดงสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.

    Effect of Modified Atmosphere Packaging and Temperature for Quality of Bergamot Leaves

    No full text
    The study effect of Modified Atmosphere Packaging and temperature for quality of Bergamot leaves. The target of the study for find the suitable of Modified Atmosphere Packaging and the best temperature to preserve storage life of Bergamot leaves. The experiment was in faculty of Agricultural Technology, Chiang Mai Rajabhat. There designed in 2 experiments in CRD ( Completely Randomized Designed). First step, study of best packaging by using Polyethylene (PE) , Low-density polyethylene (LDPE), Wrap with Polyvinyl chloride and storage at room temperature ( 22 ± 2) (RH 67 %). We found that Bergamot leaves that contain with Polyethylene (PE) had the best quality by percentage of weight loss was 11.69 %, Total titratable acidity 0.07 % , Vitamin C 11.78 (mg. / 100g.) and chlorophyll a chlorophyll b and Total chlorophyll was 0.48, 0.65 and 1.12 (mg./100g.) respectively. When compared with another treatment. Then, for sensory evaluation test of Bergamot leaves was contained Polyethylene (PE) that the most acceptable for consumer by having storage life 12 days. The study effect of temperature for quality of Bergamot leaves at 5, 10, 15 degree Celsius compare with storage at room temperature. We found that the storage at 5 degree Celsius had percentage of weight loss at the least about 6.13, Total titratable acidity 0.08 %, Vitamin C 24.29 (mg. / 100g.) and Chlorophyll a, chlorophyll b and Total chlorophyll was 0.46, 0.46 and 1.01 (mg. / 100g.) respective. Then, the experiment found that when stored Bergamot leaves in low temperature that effect of chemical change when compare with 10 and 15 degree Celsius. While sensory evaluation test score and percentage of weight loss found with the save value. The storage at 5, 10 and 15 degree Celsius had the same score by having storage life and shelf- life 21 days.การวิจัยผลของภาชนะบรรจุดัดแปลงบรรยากาศและอุณหภูมิต่อคุณภาพของใบมะกรูด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาภาชนะบรรจุดัดแปลงบรรยากาศและอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเก็บรักษาใบมะกรูด ทำการทดลองที่คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 2 การทดลองดังนี้ การศึกษาชนิดของภาชนะบรรจุที่เหมาะสมในการเก็บรักษา โดยบรรจุด้วยถุงโพลิเอทธิลีน ถุงซิป (LDPE) ถาดโฟมแล้วปิดด้วยพลาสติก PVC แล้วเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิห้อง (22 ± 2 องศาเซลเซียส) ความชื้นสัมพัทธ์ 67 เปอร์เซ็นต์ พบว่าใบมะกรูดที่บรรจุด้วยพลาสติกชนิดโพลิโพรพิลีนมีคุณภาพดีที่สุด โดยมีอัตราการสูญเสียน้ำหนักน้อยที่สุดคือ 11.69 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณกรดที่ไตเตรตได้ทั้งหมด 0.07 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณวิตามินซี 11.78 (มิลลิกรัม / 100 กรัม) และมีปริมาณคลอโรฟิลด์ เอ ปริมาณคลอโรฟิลด์ บี และปริมาณคลอโรฟิลด์รวมเท่ากับ 0.48, 0.65 และ 1.12 (มิลลิกรัม / 100 กรัม) ตามลำดับ เมื่อเทียบกับใบมะกรูดที่บรรจุด้วยกรรมวิธีอื่นๆ ทั้งนี้จากคะแนนการประเมินลักษณะปรากฏของใบมะกรูดที่บรรจุด้วยพลาสติกชนิดโพลิโพรพิลีนนั้นมีลักษณะเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากที่สุด โดยมีอายุการเก็บรักษาและการวางจำหน่ายถึง 12 วัน การศึกษาผลของอุณหภูมิต่อคุณภาพของใบมะกรูดเมื่อเก็บรักษาใบมะกรูดไว้ที่อุณหภูมิ 5, 10 และ15 องศาเซลเซียส พบว่าการเก็บรักษาใบมะกรูดเมื่อเก็บรักษาไว้ที่ 5 องศาเซลเซียส มีเปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำหนักน้อยที่สุดคือ 6.13 และมีปริมาณกรดที่ไตเตรตได้ ทั้งหมด 0.08 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณวิตามินซี 24.29 (มิลลิกรัม / 100 กรัม)และมีปริมาณคลอโรฟิลด์ เอ ปริมาณคลอโรฟิลด์ บี และปริมาณคลอโรฟิลด์รวมเท่ากับ 0.46, 0.46 และ1.01 (มิลลิกรัม / 100 กรัม) ตามลำดับ ทั้งนี้พบว่าการเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำนั้นไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเคมีอื่นๆ เมื่อเทียบกับการเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 10 และ 15 องศาเซลเซียส ในขณะเดียวกันเมื่อประเมินลักษณะที่ปรากฏของใบมะกรูดเมื่อเทียบกับเปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำหนัก พบว่าการเก็บรักษาใบมะกรูดไว้ที่อุณหภูมิต่ำ 5, 10 และ 15 องศาเซลเซียสนั้น มีคะแนนการยอมรับของผู้บริโภคใกล้เคียงกัน โดยมีอายุการเก็บรักษา และการวางจำหน่ายเท่ากันคือ 21 วันมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม

    The knowledge management of economics to develop community enterprises of peanuts products, soybean products and sesame oil at Pangmoo and Subsoi village Muang district Meahongson province.

    No full text
    The purpose of this study were to investigate the efficiency, cost of production, capital supporter, scale of production and to develop production in community enterprises for peanuts products, soybean products and sesame oil at Pangmoo and Subsoi village Muang district Meahongson Province.The samples of this survey are 14 households. This research was used apply research and action research together. The analysis of data was completed using frequencies, percentages, means, variants and standard deviations. The analysis of producer’s efficiency was used Stochastic Frontier Function with Data Envelopment Analysis (DEA) method. The action research was used public hearing for investigating the problem, threat and cooperates of community enterprises.The findings indicated that 8 producers whose produce soybean products (sheet soybeans) almost had the same technical efficiency. 2 persons are the best of all had best efficiency and 2 persons had lowest efficiency about 85.5%. Inefficiency involves used labor resources, energy, electricity and water resources. However all of firms had used the law material (soybean) by high efficiency. Costs of production per once (30 liters) are 700.65 baths. Revenue were 650 baths thus producers had lost 50.65 baths per once. Cost of peanuts products divided 3 types first, Shan peanuts (Paloa) costs are 640.86 baths per once (28 liters). Revenues are 740 baths thus producers had profit 99.14 baths. Second, Shan peanuts (Pajoa) costs are 1075.52 baths per once (28 liters) Revenue are 1,050 baths thus producers had lost 25.52 baths and last fire peanuts costs are 800.86 baths per once (20 liters). Revenues are 735 baths thus producers had lost 65.86 baths. Costs of sesame oil are 1,617.38 baths per once (30 liters). Revenue are1,950 baths thus producers had profit 332.62 baths. The problem of production found that outputs are not qualified and tools for production are not standard and producer had not bargaining power, had small capital and had little margin. Path to solve this problems producers must improved the production process with standard tools and standard of the food and drug administration or standard of good manufacturing practice (GMP). Beside they must improved packaging, brand and packing after that they will to seek the place for more sale in local market and other province market. Official government will support this producers by training about finance, marketing, technology knowledge and innovation. In a hurry local government must provide the market place for these products in local area.การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการผลิต ต้นทุนการผลิตผลิตภัณฑ์จากถั่วลิสง ถั่วเหลืองและน้ำมันงา เพื่อพัฒนารูปแบบการผลิต การระดมทุน ให้เป็นวิสาหกิจชุมชนที่เหมาะสมสอดคล้องกับทรัพยากรของชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพึ่งตนเองและนำรูปแบบการพัฒนาวิสากิจชุมชนภายใต้การพึ่งพาทรัพยากรภายในชุมชนท้องถิ่นไปเผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยสู่เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นอื่น ๆ ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านปางหมู และบ้านสบสอย ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยใช้กลุ่มตัวอย่างสำหรับการเก็บข้อมูลจำนวน 14 ครัวเรือน รูปแบบของการวิจัยเป็นการวิจัยแบบประยุกต์ทั้งการวิจัย เชิงปริมาณและมีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของชุมชนประกอบกัน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิตร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าความแปรปรวนและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การศึกษาประสิทธิภาพการผลิตใช้ฟังก์ชันเส้นพรมแดนการผลิต(Stochastic Frontier Function) วัดประสิทธิภาพของผู้ผลิตถั่วเหลืองแผ่น (ถั่วเน่าแค่บ) ด้วยวิธีการ Data Envelopment Analysis (DEA) การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมด้วยการเปิดเวทีชาวบ้าน ศึกษาปัญหา อุปสรรคและหาแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากการวิเคราะห์ผลการวิจัย พบว่า ผู้ผลิตถั่วเหลืองแผ่น(ถั่วเน่าแค่บ) จำนวน 8 ราย มีประสิทธิภาพการผลิตใกล้เคียงกัน คือมีประสิทธิภาพสูงสุดจำนวน 2 ราย และมีประสิทธิภาพต่ำที่สุดคิดเป็นร้อยละ 85.5 จำนวน 2 ราย การไม่มีประสิทธิภาพเกิดขึ้นเนื่องจากการใช้แรงงาน ฟืน ไฟฟ้าและน้ำประปามากเกินไป ส่วนต้นทุนในการผลิตถั่วเหลืองแผ่นต่อครั้งเท่ากับ 700.65 บาท มีรายรับจากการผลิต 650 บาท ดังนั้นผู้ผลิตขาดทุนจำนวน 50.65 บาทต่อการผลิตครั้งละ 1.5 ถัง ต้นทุนในการผลิตถั่วแปหล่อเท่ากับ 640.86 บาทต่อครั้ง รายรับรวมเท่ากับ 740 บาทต่อครั้ง ดังนั้นผู้ผลิตจะมีกำไรจากการผลิตจำนวน 99.14 บาทต่อการผลิตครั้งละ 28 ลิตร ต้นทุนในการผลิต ถั่วแปจ่อเท่ากับ 1,075.52 บาทต่อครั้ง มีรายรับรวมเท่ากับ 1,050 บาทต่อครั้ง ดังนั้นผู้ผลิตจะขาดทุนเท่ากับ 25.52 บาทต่อการผลิตครั้งละ 28 ลิตร ต้นทุนในการผลิตถั่วลิสงคั่วเท่ากับ 800.86 บาทต่อครั้ง มีรายรับรวมเท่ากับ 735 บาทต่อครั้ง ดังนั้นผู้ผลิตจะขาดทุนเท่ากับ 65.86 บาทต่อการผลิต ครั้งละ 20 ลิตร ต้นทุนในการผลิตน้ำมันงาเท่ากับ 1,617.38 บาทต่อครั้ง มีรายรับจากการผลิต 1,950 บาทต่อครั้ง ดังนั้นผู้ผลิตจะมีกำไรเท่ากับ 332.62 บาทต่อการผลิตครั้งละ 1.5 ถังการพัฒนารูปแบบการผลิต ผู้ผลิตต้องการหาตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น และต้องการพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้รับมาตรฐานอาหารและยา แต่ผลตอบแทนจากการผลิตค่อนข้างต่ำ การสะสมทุนของผู้ผลิตน้อยจึงไม่สามารถพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้รับมาตรฐานอาหารและยาได้ โครงการวิจัยจึงได้ทำการพัฒนาปรับปรุงบรรจุภัณฑ์และ ตราสินค้า ตลอดจนนำผลิตไปทดสอบตลาด ซึ่งผลการทดสอบตลาดได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี แนวทางการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตถั่วเหลืองแผ่น ถั่วแปหล่อ ถั่วแปจ่อ ถั่วลิสงคั่วและกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันงา คือ การหาช่องทางการจัดจำหน่ายและขยายตลาดเพิ่มขึ้น จัดสร้างสถานที่จำหน่ายสินค้าชุมชน สนับสนุนเงินทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต อุปกรณ์การผลิตโรงเรือนตลอดจนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และตราสินค้า ส่งเสริมความรู้ของผู้ผลิตด้วยการจัดการอบรมความรู้ทางการตลาด การเงิน เรียนรู้แหล่งทุน เทคโนโลยีและเทคนิคการผลิตใหม่ ๆ ตลอดจนอบรมการวางแผนธุรกิจแก่ทายาท ของผู้ผลิตเพื่อศักยภาพการผลิตของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในอนาคตสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาต

    Development of reading skills. Using a series of reading skills in English. The student's grade is 1/1 Chiang Mai University Demonstration School

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะในด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ นักเรียนชั้น ป.1/1 จำนวน 6 คนเครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลได้แก่ ชุดกิจกรรมแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาไทย จำนวน 6 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 3 แผน แบบประเมินการอ่าน และแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย นำเสนอในรูปแบบตารางการประกอบการบรรยาย ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการพัฒนาโดยใช้ชุดกิจกรรมแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาไทยจำนวน 6 คน มีพัฒนาการด้านการอ่านโดยรวมดีขึ้น และสามารถอ่านสะกดคำได้ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งทักษะการอ่านที่นักเรียนมีระดับการอ่านเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ ดีมาก ส่วนทักษะในการฝึกอ่านแจกลูกคำนั้น นักเรียนมีระดับการอ่านเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ พอใช้ ผลการทดสอบหลังเรียนการอ่านสะกดคำที่เป็นคำเดี่ยวมีระดับการอ่านอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยคิดเป็นร้อยละ 50The purpose of this research. To improve the reading skills of students in the 1/1 School of the university the standard slideshow. The samples for the students in grade 1/1 of 6 people to store data. The activity of reading skills over a series of six lesson plans for a third reading assessment plan. And tested before - and after the data were analyzed using percentage and presented in tabular and narrative components. The results showed that Students have been developed using a series of reading skills in English are 6 people with developmental reading as well. Can read and spell more accurately. The reading skills that students with average reading skills are very good in terms of training I read the word. Students with average reading some of the test results after a single reading, spelling and reading level is considered satisfactory. Accounting for 50 per cent.มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม

    Conservation and Sustainable Use of Diversity of Wild Mushrooms at Saloung Area Mae Tang and Mae Rim District, Chiang Mai Province

    No full text
    With the collaboration of the local communities, the survey of wild mushroom species are conducted in the area of the Ban Eak, San Pa Yang, Mae Tang District, Chiang Mai and Ban Phra Bata Si Roi, Saluang, Mae Rim District, Chiang Mai during April - August 2009. The aim of this study is to further promote conservation and utilization of a variety of wild mushrooms in the area Mae Tang and Mae Rim, Chiang Mai Province. From the survey and 138 samples collected in Ban Eark, San Pa Yang Local, Mae Tang District, Chiang Mai during April - July 2009, the samples were classified to 6 orders, 14 families, 19 genera, and 30 species. The samples are mostly in the second currency order Polyporales, family Polyraceae, and genus Microporus with the percentage of 43.39%, 26.92% and 15.09%, respectively. Microporus xanthopus and M. varnicipes were found the most at 6.89% out of all wild mushrooms species. Survey No. 3 (Sa3) in June has the highest value for Diversity Index and Equality Index of 2.8804 and 0.92, respectively. In the area of four villages in Ban Phra Bata Si Roi, Saluang, Mae Rim District, Chiang Mai Province, between June - August 2009, 119 samples of wild mushrooms were classified to 9 orders, 18 families, 25 genera and 44 species. Most of the samples are in genus Lactarius, order Russulales, and family Russulaceae at 27.58%, 28.57% and 21.1%, respectively. Cantharellus odoratus are the main samples founded at 13.39% out of all wild mushrooms. The survey No. 1 (SL1) in June exhibited the highest Species Diversity Index at 2.7623. In addition, the Equality of Species Index from the survey in the month of June, July and August have similar values of 0.78, 0.80 and 0.77, respectively.การสำรวจความหลากหลายของเห็ดป่าในเขตพื้นที่หมู่บ้านเอียก ตำบลสันป่ายาง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และเขตพื้นที่หมู่บ้านพระบาทสี่รอย ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับชุมชน ระหว่างเดือนเมษายน – เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 เพื่อศึกษาอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายของเห็ดป่าในพื้นที่อำเภอแม่แตง และอำเภอแม่ริมจังหวัดเชียงใหม่ จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างในพื้นที่หมู่บ้านเอียก ตำบลสันป่ายาง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเดือนเมษายน – เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552 พบเห็ดป่าทั้งหมด 138 ตัวอย่าง จัดจำแนกได้ 6 อันดับ 14 วงศ์ 19 สกุล และ 30 ชนิด ส่วนใหญ่อยู่ในอันดับ Polyporsles วงศ์ Polyraceae สกุล Microporus ร้อยละ 43.39, 26.92 และ15.09 ตามลำดับ โดยพบเห็ดกรวยทองตากู (Microporus xanthopus) และ เห็ดพัดแพรวาว (M. varnicipes) มากที่สุด จากร้อยละ 6.89 ของเห็ดป่าทั้งหมด การสำรวจครั้งที่ 3 (Sa3) เดือนมิถุนายน มีค่าดัชนีความหลากหลายและดัชนีความเท่าเทียมของชนิดเห็ดป่ามากที่สุด เท่ากับ 2.8804 และ 0.92 ตามลำดับพื้นที่สำรวจความหลากหลายของเห็ดป่าในเขตพื้นที่หมู่บ้านพระบาทสี่รอย ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 พบเห็ดป่าทั้งหมด 119 ตัวอย่าง จัดจำแนกได้ 9 อันดับ 18 วงศ์ 25 สกุล 44 ชนิด ส่วนใหญ่อยู่ในอันดับ Russulales วงศ์Russulaceae สกุล Lactarius ร้อยละ 27.58, 28.57 และ 21.1 ของเห็ดป่าทั้งหมด โดยพบเห็ดขมิ้นใหญ่หรือขมิ้นหลวง (C. odoratus) มากที่สุด ร้อยละ13.39 ของเห็ดป่าทั้งหมด จากการสำรวจครั้งที่ 1 (SL1) เดือนมิถุนายน มีค่าดัชนีความหลากหลายของชนิดเห็ดป่ามากที่สุด เท่ากับ 2.7623 และดัชนีความเท่าเทียมของชนิดเห็ดป่าจากการสำรวจระหว่างเดือน มิถุนายน-สิงหาคม มีค่าใกล้เคียงกัน คือ 0.78, 0.80 และ 0.77 ตามลำดับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.

    Study on Plant and Community Food Bank Application for Traditional Knowledge Conservation and Ecotourism at Saluang Area Mae Tang and Mae Rim District, Chiang Mai Province

    No full text
    The use of plants as food and medicinal herb in Ban Phra Bata Si Roi, Saluang sub-district, Mae Tang district and Ban Eak, San Pa Yang sub-district, Mae Rim district was studied. Methods of study consisted of focus group discussion, village information collection, participant observation and plants survey in the village. The results showed that plants utilization in Ban Phra Bata Si Roi was 235 species belonging to 92 families. The Family Euphorbiaceae was most found of 17 species, followed by Families Asteraceae and Papilionaceae of 15 and 14 respectively. One hundred and forty-seven species were used as medicinal plants and 103 species have been used as food. Forty-six species were used in whole part of plants. Top stem and combination of stem and leaf were used in 41 and 40 species respectively. The use of plants in Ban Eak was 149 species belonging to 62 families. The Family Euphorbiaceae was most found of 10 species, followed by Families Papilionaceae and Poaceae of 9 and 9 respectively. Sixty-six species were used as medicinal plants and 83 species have been used as food. Thirty species were used in form of fruit. Root and leaf were used of 22 and 21 species respectively. It was showed that used plants of both suburb were most food plants and either found in forest or cultivated in home garden and agricultural fields. Some important medicinal plants used by Ban Phra Bata Si Roi people were different to those in Ban Eak, for example, Acmella oleracea R.K. Jansen (PR: for decrease fever, BE: for relief skin disease), Baccaurea ramiflora Lour.L (PR: for use as fruit only, BE: for use as fruit and relief toxic from toad), Blumea balsamifera DC. (PR: for relief fatique, BE: for marternity problem), Cajanus cajan Millsp (PR: for relief rash, BE: for food only). (PR =Ban Phra Bata Si Roi, BE = Ban Eak)การศึกษาการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชในด้านอาหาร และสมุนไพร ในพื้นที่บ้านพระบาทสี่รอย ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม และบ้านเอียก ตำบลสันป่ายาง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้วิธีการสนทนากลุ่ม (focus group discussion) เก็บข้อมูลพื้นฐานของหมู่บ้าน ประชุมจัดทำเวทีชุมชน สังเคราะห์องค์ความรู้จากการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชของชุมชน จากการศึกษาในพื้นที่ป่าชุมชน ของบ้านพระบาทสี่รอย พบว่ามีการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืช จำนวน 235 ชนิด สามารถจำแนกได้ 92 วงศ์ โดยพบวงศ์ Euphorbiaceae มากที่สุด จำนวน 17 ชนิด รองลงมาเป็น Asteraceae 15 ชนิด และ Papilionaceae จำนวน 14 ชนิด เมื่อแบ่งตามลักษณะการใช้ประโยชน์พบว่า มีการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชในด้านของพืชสมุนไพร 147 ชนิด ในด้านของพืชอาหาร 103 ชนิด ส่วนที่ใช้ประโยชน์มากที่สุดคือ ใช้ประโยชน์ทั้งต้น 46 ชนิด รองลงมาเป็น ยอดอ่อน 41 ชนิด ลำต้นและใบ 40 ชนิด การศึกษาในพื้นที่บ้านเอียก พบว่ามีการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืช จำนวน 149 ชนิด สามารถจำแนกได้ 62 วงศ์ โดยพบวงศ์ Euphorbiaceae มากที่สุด จำนวน 10 ชนิด รองลงมาเป็น Papilionaceae จำนวน 9 ชนิด และ Poaceae จำนวน 9 ชนิดมีการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชในด้านของพืชสมุนไพร 66 ชนิด ในด้านของพืชอาหาร 83 ชนิด ส่วนที่ใช้ประโยชน์มากที่สุดคือ ใช้ประโยชน์จากผล 30 ชนิด รองลงมาเป็นราก 22 ชนิด ใบ 21 ชนิด จากการสำรวจพบว่าพืชที่มีการใช้ประโยชน์ทั้งสองหมู่บ้านมีจำนวน 49 ชนิด โดยส่วนใหญ่เป็นพืชอาหาร มักพบปลูกตามบ้านเรือนในชุมชน บางชนิดใช้ประโยชน์ในด้านอาหารเหมือนกัน แต่ใช้ประโยชน์ในด้านสมุนไพร ต่างกัน เช่น ผักเผ็ด หรือผักคราดหัวแหวน (Acmella oleracea R.K. Jansen) บ้านพระบาทสี่รอย ใช้แก้ปวดศรีษะ รักษาแผลแก้ปวดฟัน ลำต้นแก้ไข้ เจ็บคอ แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ รากเป็นยาระบาย ส่วนบ้านเอียกใช้ลำต้นใบ ทาแก้โรคผิวหนัง พืชบางชนิด เช่น มะไฟป่า (Baccaurea ramiflora Lour.L.) ใช้เป็นผลไม้ ทั้งสองหมู่บ้าน แต่หมู่บ้านเอียก ใช้เปลือกลำต้นแช่น้ำดื่มแก้พิษคางคก พืชบางชนิดใช้ประโยชน์ต่างกัน เช่น หนาดใหญ่ (Blumea balsamifera DC.) บ้านพระบาทสี่รอย ใช้ใบต้มอาบแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย บ้านเอียก ใช้ใบต้มอบ ไอน้ำให้ผู้หญิงอยู่ไฟ ถั่วแฮะ (Cajanus cajan Millsp.) บ้านพระบาทสี่รอยใช้เป็นพืชสมุนไพร ใช้ราก ทาหรือฝนกับน้ำรับประทานแก้ผื่นคัน ส่วนบ้านเอียก ใช้ผลต้มกินเป็นพืชอาหาร เป็นต้นสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.

    Study on Seed Germination and Seedling Development of Wild Vanda spp. in vitro

    No full text
    การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้สกุลแวนด้าสายพันธุ์ป่าที่ได้จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างในพื้นที่บ้านเอียก ต.สันป่ายาง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อศึกษาการงอกของเมล็ดและการเจริญของต้นกล้ากล้วยไม้สกุลแวนด้าสายพันธุ์ป่าบนอาหารเพาะเลี้ยงสูตรดัดแปลง Vacin and Went ที่เติมสารอินทรีย์ ได้แก่ มะละกอ, กล้วยหอม, มันฝรั่ง และมะเขือเทศ ในอัตราส่วนต่างๆ 6 สูตร พบว่าเมล็ดฟ้ามุ่ยสายพันธุ์ป่า (Vanda coerulea Griff. Ex Lindl.) งอกได้ดีบนอาหารเพาะเลี้ยงสูตร MV4, MV5 และ MV6 ใช้ระยะเวลาในการงอกประมาณ 70 วัน และต้นกล้าฟ้ามุ่ยสายพันธุ์ป่าเจริญบนอาหารเพาะเลี้ยงสูตร MV4 (มันฝรั่ง 50 : มะละกอ 50 กรัม) ได้ดี มีน้ำหนักสดและความยาวใบเฉลี่ยต่อต้นสูงสุดเท่ากับ 128.78±71.73 มก. และ 7.43±1.43 มม. มีใบเฉลี่ย 3.80 ใบ และราก 3.2 รากต่อต้น ตามลำดับ หลังเพาะเลี้ยงเป็นเวลา 60 วันThe tissue culture of orchid from surveying and collecting the wild Vanda spp. in Ban Eak area Tambol San Pa Yang, Mae Tang district, Chiang Mai province. The germination and growth were determined on the modified formula medium Vacin and Went with the organic substance addition which papaya, banana, potato, and tomato were prepared in six all formula ratios. The results showed that seed germinated well on the medium formula MV4, MV5, and MV6 by the period of time about 70 days. The growth on medium formula MV4, potato: papaya (50: 50) was good result of 128.78 mg. fresh weight, 7.43 cm. long leaf. The development of leaf and root was 3.80 and 3.20 (per each) respectively after 60 day.โครงการวิจัยร่วมกับการเรียนการสอนบูรณาการศาสตร์เพื่อการเรียนรู้การพัฒนาพื้นที่สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโท (ABC-PUS/MAC

    0

    full texts

    1,393

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    ChiangMai Rajabhat University Intellectual Repository
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇