ChiangMai Rajabhat University Intellectual Repository
Not a member yet
1393 research outputs found
Sort by
กฎหมายและมาตรฐานอาหาร
การค้าอาหารระหว่างประเทศจำเป็นต้องมีกฎหมายและมาตรฐานอาหาร โดยเฉพาะในปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหาร ทำให้การแข่งขันทางด้านธุรกิจอาหารมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นภายใต้การค้าเสรีที่องค์การการค้าโลกได้วางกรอบกติกาเอาไว้ ความจำเป็นและความสำคัญของกฎหมายและมาตรฐานอาหารก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามลำดับ ดังจะเห็นได้ว่าประเทศไทยจำต้องมีการปรับปรุงและจัดทำกฎหมายและมาตรฐานอาหารใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของการค้าอาหารระหว่างประเทศ
ในปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อผลิตอาหารที่หลากหลายตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือยังมีผู้ผลิตอาหารที่มุ่งเน้นแต่ผลกำไรโดยการละเว้นความปลอดภัยของผู้บริโภคซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด บุคลากรที่ทำงานทางด้านอุตสาหกรรมอาหารต้องยึดหลักของ ความปลอดภัยด้านอาหาร (food safety) ตามข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานอาหาร ที่มุ่งเน้นการควบคุมตัวผลิตภัณฑ์อาหาร ฉลาก บรรจุภัณฑ์ เครื่องหมายที่รับรองคุณภาพของสินค้าอาหาร การโฆษณา ในส่วนการผลิตเน้นที่ความสะอาดของเครื่องจักร เครื่องมือ กระบวนการผลิต ผู้ปฏิบัติงาน สุขาภิบาลสถานที่ผลิตอาหารจึงทำให้อาหารที่ผลิตมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากขึ้น โดยภาพรวมแนวโน้มสถานการณ์อาหารในปัจจุบันของประเทศไทยมุ่งเน้นการผลิตอาหารสู่ตลาดต่างประเทศ อาหารที่ส่งออกต้องได้มาตรฐานและปลอดภัยในระดับสากลด้วย ดังนั้นความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและมาตรฐานอาหารสากลจึงเป็นสิ่งที่ควรทราบเพิ่มเติมเพื่อให้บุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารเป็นกำลังสำคัญสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็น ครัวของโลก (world’s kitchen) ได้ในที่สุด
ตำรา กฎหมายและมาตรฐานอาหาร เล่มนี้ได้เรียบเรียงขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนรายวิชา AGI 2601 กฎหมายและมาตรฐานอาหาร ภาคบรรยาย จำนวน 2 หน่วยกิต 2 (2-0) สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ รวมทั้งใช้อ้างอิงประกอบการเรียนการสอนได้อีกหลายวิชา เช่น AGI 4601 ความปลอดภัยด้านอาหาร รายวิชา AGI 4805 สุขาภิบาลโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร รายวิชา AGI 3603 การประกันคุณภาพอาหาร รายวิชา AGI 3104 วัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร รายวิชา AGI 4704 ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อเศรษฐกิจชุมชน รายวิชา AGI 3401 การแปรรูปอาหาร 1 และรายวิชา AGI 3402 การแปรรูปอาหาร 2 เป็นต้น และใช้เป็นตำราประกอบการเรียนการสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารหรือสาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหารของสถาบันอุดมศึกษาต่างๆทั่วประเทศได้อีกด้วย
ในการจัดทำตำราเล่มนี้ผู้เขียนมุ่งหวังให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ประกอบอาชีพได้ จึงกำหนดเนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายและมาตรฐานอาหารไทยไว้หลายประการ โดยรวบรวมเนื้อหากฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารจนถึงปัจจุบัน (พฤษภาคม พ.ศ. 2554) อีกทั้งยังมุ่งหวังให้เป็นตำราสำหรับบุคคลผู้สนใจและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายในอุตสาหกรรมอาหารสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน ซึ่งเอกสารเกี่ยวกับกฎหมายและมาตรฐานอาหารที่มีการรวบรวมเอาไว้เป็นหมวดหมู่นั้นมีไม่มากนักจึงเป็นอุปสรรคต่อการเรียน การสอนและการศึกษาค้นคว้าพอสมควร ในรายละเอียดของตำราเล่มนี้ได้แบ่งออกเป็น 8 บท ได้แก่ บทที่ 1 กฎหมายและมาตรฐานอาหารกับการค้าระหว่างประเทศ บทที่ 2 การมาตรฐานอาหารไทยและระหว่างประเทศ บทที่ 3 กฎหมายและมาตรฐานไทยกับการควบคุมความปลอดภัยด้านอาหาร บทที่ 4 การควบคุมอาหารตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 บทที่ 5 ระบบการขออนุญาตอาหารของประเทศไทย บทที่ 6 การอนุญาตผลิตอาหารตามแนวทางกฎหมายอาหารไทย บทที่ 7 อาหารควบคุมเฉพาะและบทที่ 8 อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ทั้งนี้ในส่วนของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกรณีศึกษาต่างๆ ผู้เขียนได้ค้นคว้าและรวบรวมตัวอย่างที่เด่นชัดมาประกอบจากเอกสารคำพิพากษาคดีความเกี่ยวกับการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่ได้ศึกษาตำราเล่มนี้จะได้รับประโยชน์ดังที่ผู้เขียนมุ่งหวังเอาไว้และอาจเป็นส่วนหนึ่งของกลไกสำคัญที่จะช่วยในการดำเนินงานทางด้านกฎหมายและมาตรฐานกับความปลอดภัยด้านอาหารทั้งในระดับประเทศและระดับสากล สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอกราบขอบพระคุณครู อาจารย์ที่ได้เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนให้ตระหนักอยู่ในใจเสมอว่าถ้าทำสิ่งใดขอให้สิ่งนั้นเป็นประโยชน์แก่มวลชน ดังนั้นคุณความดีของตำราเล่มนี้ผู้เขียนของมอบแด่ผู้มีพระคุณ ขอขอบคุณท่านรองศาสตราจารย์รัตนา อัตตปัญโญ คณบดีคณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ศุภชัย ศริธิวงค์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร และผู้ช่วยศาสตราจารย์สุพจน์ บุญแรง รองคณบดีฝ่ายแผนงานและบริหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่ได้กรุณาตรวจทานและแก้ไขเนื้อหา คุณไพโรจน์ แก้วมณี นิติกรผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและมาตรฐานอาหาร กลุ่มกฎหมายอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ให้ข้อเสนอแนะในการจัดทำเนื้อหาและกรณีศึกษาที่น่าสนใจ หากท่านผู้อ่านพบข้อบกพร่องประการใด กรุณาได้โปรดชี้แนะด้วยจักเป็นพระคุณอย่างสูงเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาในครั้งต่อๆไปให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม
A model of a basic school administration based on the philosophy of the sufficiency economy
เคมีวิเคราะห์
วิชาเคมีวิเคราะห์ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎีของการวิเคราะห์ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพโดยประกอบด้วยวิธีการวิเคราะห์แบบดั้งเดิม แบบอาศัยเครื่องมือ การแยกสารให้บริสุทธิ์ รวมถึงการออกแบบการทดลอง การนำหลักสถิติต่าง ๆ มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาวิชาเคมีวิเคราะห์เป็นรากฐานสำคัญสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ได้กับการศึกษาในเคมีแขนงอื่นหรือวิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ ได้ ดังนั้นการทำความเข้าใจในวิชาเคมีวิเคราะห์เบื้องต้นจึงมีความสำคัญ
ตำราฉบับนี้จึงได้ถูกจัดทำขึ้น เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนในรายวิชาเคมีวิเคราะห์ (CHEM 2604) โดยเน้นให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในเบื้องต้นของทฤษฎีต่างๆ ทางเคมีวิเคราะห์ ในที่นี้ จะเน้นหลักการทางเคมีวิเคราะห์เบื้องต้น การเก็บตัวอย่าง การใช้หลักสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์เชิงปริมาณ และหลักการเบื้องต้นของการสกัด
ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตำราฉบับนี้ จะมีส่วนช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ศึกษาด้วยตนเองจนมีความเข้าใจในทฤษฎีและการปฏิบัติงานในสาขาเคมีวิเคราะห์ได้มากขึ้น ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนเคมีหรือวิทยาศาสตร์ในแขนงอื่นต่อไป
ท้ายนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณกำลังใจจากครอบครัว ขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.ประศักดิ์ ถาวรยุติการต์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.จรูญ จักร์มุณี ที่กรุณาให้คำแนะนำและตรวจทานต้นฉบับ จนสามารถจัดทำตำราฉบับนี้ได้เสร็จสมบูรณ์มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม
กำรจัดกำรสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง
ต ำรำวิชำ “กำรจัดกำรสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง” เป็นต ำรำที่รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล ควำมรู้
ด้ำนกำรบริหำรจัดกำร และกำรด ำเนินงำนสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องโดยละเอียด ซึ่งสำมำรถใช้
ประกอบกำรเรียนกำรสอนใน รำยวิชำ กำรจัดกำรสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง (Serials Management) รหัสวิชำ
IS 3203 โดยเป็นวิชำหนึ่งที่บรรจุอยู่ในหลักสูตรสำรสนเทศศำสตร์ พ.ศ. 2553 (ฉบับปรับปรุง)
เนื้อหำประกอบด้วย ข้อมูลพื้นฐำนที่ควรทรำบเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง หน่วยงำนที่
เกี่ยวข้อง กำรพัฒนำทรัพยำกร กระบวนกำรจัดซื้อจัดหำ กระบวนกำรจัดกำร กำรสงวนรักษำ กำร
ควบคุมกำรบันทึกรำยกำร กำรให้บริกำร ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ประเด็นที่น่ำสนใจและควำม
ท้ำทำยของงำนสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องในอนำคตโดยข้อมูลทั้งหมดนี้ สำมำรถใช้เป็นคู่มือประกอบ
กำรศึกษำและกำรปฏิบัติงำนด้ำนบรรณำรักษศำสตร์และสำรสนเทศศำสตร์ได้เป็นอย่ำงมี
ประสิทธิภำพมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม
Study of Roasted Herb Brown Rice Process and Shelf Life in the Level of Local’s Industry for Value Added and Technology Transfer to Chiang Mai Study of Roasted Herb Brown Rice Process and Shelf Life in the Level of Local’s Industry for Value Added and Technology Transfer to Chiang Mai
Study of roasted herb brown rice process and shelf life in the level of local’s industry for
value added and technology transfer to Chiang Mai community were reported. The roasted rice
machine was designed which consisted of four main parts. The first part was the heating chamber
with the diameter and length of 40 cm and 50 cm. The second part was the power source using
½ hp electric motor. The third part was the temperature controller unit. The fourth part was the
heating source. Inside the system consists of high speed gas burner and liquid petroleum gas tank.
It was found that samples roasted at 80OC heating time of 20 minutes was cooked uniformly. In
case of sensory evaluation, the roasted herb brown rice with ginger was resulted in significantly
better overall acceptance from testers (p<0.05). Therefore, base on the moisture content the
results showed that sample in vacuum and alluminium foil had good quality products when
compared with standard qualities (Thai community product standard NO 1381/2550).งานวิจัยน้ี ศึกษาการผลิตและกำรเก็บรักษาข้าวคั่ว สมุนไพร ในระดับอุตสำหกรรมท้องถิ่น
เพื่อเพิ่มมูลค่ำและถ่ำยทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ เครื่องคั่วข้าวคั่วที่สร้างข้ึนมี
ส่วนประกอบหลัก 4 ส่วนคือ ถังคั่วขนาดเส้นผำนศูนยกลาง 40 เซนติเมตร ยำว 50 เซนติเมตร ส่วน
ที่สอง คือ ชุดมอเตอร์ส่งกำลัง ขนาด ½ แรงม้ำ ส่วนที่สำมเป็นชุดควบคุมอุณหภูมิ ส่วนที่สี่เป็นแหล่ง
ให้ความร้อน ประกอบด้วยชุดหัวแก๊สแบบเร่งและถังแก๊ส LPG พบว่า อุณหภูมิที่เหมาะสมในการ
คั่ว ข้าวคั่ว คือ อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที ข้าวคั่วที่ไดมีการสุกที่สม่ำเสมอ จากการ
ทดสอบทำงประสาทสัมผัส พบว่า ผ้บริโภคให้คะแนนการยอมรับต่อข้าวคั่ว สมุนไพรขิงมำกที่สุด
(p<0.05) บรรจุภัณฑ์ถุงสุญญากาศและอลูมิเนียมฟอยล์ สำมำรถรักษาคุณภาพด้านปริมาณความช้ืน
ของผลิตภัณฑ์ได้ดีโดยคุณภำพยัองยใู่นเกณฑ์มาตรฐำนเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์
ชุมชนข้าวคั่ว (มผช.1381/2550)มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ งบประมาณแผ่นดิน ปี งบประมาณ พ.ศ. 2554
โดยการสนับสนุนจากส านักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
พ.ศ. 255
การจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
This research involved the Water resource management in Pai Watershed, Mae hong
Son Province.The main objective of this project was to study of the model and the pattern for
Water resource management also emphasizing to use the participatory action research. The result
shown that
In the section of study in pattern and way to improve the water quality which proper for
water consumption of the people in this area consist of raising awareness and educating the
community, A survey of water resources for the consumer together, analysis of water quality in
water used for consumption in the community, organizing a workshop about improving water
quality and the community plans to improve water systems for the consumption and water supply.
A model for to solve these water pollution problems in Pai Watershed area which
beginning of allowing community to realize their problems within the community. Then, to train
in construction of the fat trapping tank, to construct the dam for irrigation purposes in the forest,
to set up fire protection line area for protection of the soil crumble especially on the area nearby
the bank of the Pai Watershed and to gather the group of teenager with environmental reservation
mind.
The study on Geographic Information System for ecological water resources
management in Pai watershed, Mae Hong Son Province. The operations include improving the
efficiency of data input, storage, analysis and developing a database management system
concerned with suitable water quality management. A geographic information system was utilized
and integrated with the system to present water quality information in a way suitable for the
information system users. The study included the development of a database using Microsoft
Excel under the Windows operating system. The program also utilized Quantum GIS 1.7.0 for the
GIS operation. The information system also identified the water quality index which is very
important for water quality implementation. Finally, the system was evaluated ways in which the
information system could be developed for other watersheds were also discussed.
The Study on Bio-monitoring in Pai Watershed, Mae hong Son Province. Can be using
aquatic organisms, benthic diatom, macroalgae, phytoplankton and aquatic insects as indicator of
water quality in Pai Watershed.การวิจัย เรื่อง การจัดการทรัพยากรน้ำในพ้ืนที่ ลุ่มน้้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีจุดประสงค์หลัก เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการทรัพยากรน้ำในพ้ืนที่ลุ่มน้าปาย โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมกับ ประชาชนในพ้ืนที่ลุ่มน้าปาย ผลการศึกษา พบวา่ รูปแบบในการจัดการทรัพยากรน้ำที่เหมาะกบั พ้ืนที่ลุ่มน้าปาย ประกอบด้วย การจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่เหมาะสมกบั ชุมชน ประกอบด้วยการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้าในชุมชนจากแหล่งน้าที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคในชุมชน จัด อบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำแบบต่างๆ การจัดทำคู่มือการปรับปรุงคุณภาพน้าในรูปแบบต่างๆ ร่วมกัน และการเขียนแผนชุมชนในการปรับปรุงระบบน้าสาหรับการอุปโภคบริโภคที่มีปัญหาเรียงตามลำดับ ความรุนแรงของปัญหา และผลกั ดนั เข้าสู่แผนพัฒนาของท้องถิ่น การจัดการมลพิษทางน้ำ ประกอบด้วย การบำบัด น้ำเสียเบื้องตนจากครัวเรือน การทำฝายชะลอน้ำ และตะกอนและปลูกหญ้า แฝกเพื่อลดการพังทลายของดิน และการสร้างเครือข่ายกลุ่มเยาวชน และ
ประชาชนซ่ึงการดาเนินกิจกรรมน้ีสามารถได้กลุ่มเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ การใช้ระบบสารสนเทศในการจดั การทรัพยากรน้า เยาชนในพ้ืนที่ศึกษา ลงพ้ืนที่เพื่อเก็บข้อมูลจะทาการบันทึกข้อมูลดังกล่าวลงในแบบฟอร์มสาหรับการสารวจ และนำข้อมูลดังกล่าวมา มาป้อนเข้าสู่ระบบด้วยตัวเองได้ทัน เป็นการสร้างความภาคภูมิใจแก่เยาวชนอีกทางหน่ึงในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่อาศัยของตนเอง การใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ได้ทำการจากการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณลุ่มน้าปาย เมื่อนาเขา้ สู่ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ จากนั้นนำไปผ่านการประมาณค่าดัชนีต่าง ๆ รูปแบบการประมาณค่าน้ีจะเน้นการใช้สีเป็นหลัก เนื่่องจากสื่อสารต่อผู้ใช้ได้ชัดเจน และสามารถใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้าได้ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย นอกจากน้ีวิธีการประมาณค่าดัชนีต่าง ๆ ยังสามารถลดการสำรวจภาคสนามได้ เมื่อเทียบกับ ค่าใช้จ่ายในการสำรวจระบบ สามารถประยุกต์ใช้เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของดัชนีคุณภาพน้าระหว่างฤดูกาลและแสดง
บริเวณที่ควรเฝ้ าระวัง ได้อย่างชัดเจน ทำให้เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
การใช้ความหลากหลายทางชีวภาพในการจัดการทรัพยากน้าสามารถใช้ความหลากหลายของแมลงนำ้ไดอะตอมพ้ืนท้องน้ำ แพลงก์ตอนพืช และแพลงก์ตอนสัตว์ เป็ นดชั นีบ่งช้ีคุณภาพน้ำ ของแม่น้าปาย จังหวัด แม่ฮ่องสอน ได้มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ งบประมาณแผ่นดิน ปี งบประมาณ พ.ศ. 2554
โดยการสนับสนุนจากสานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.
Applied an Edict of The King in Sufficiency Economy to Inherit the Local Knowledge in the Field of Handicrafts in Chiang Mai Province, the Department of Pottery and Porcelain
The purposes of this study aim to 1) study the context and potential of local pottery and
porcelain handicraft wisdoms in Chiang Mai Province, (2) analyze the consistency of self-sufficiency
economy and local wisdoms of pottery and porcelain handicraft in Chiang Mai Province, and (3) inherit
local pottery and porcelain handicraft wisdoms in Chiang Mai Province in order to publicize in local
level, community level, national level, and international level. The study is performed from 10 sample
groups while instruments used in this study are questionnaires and interviewing forms. The study is
performed by Qualitative Study and Participatory Action Research.
According to the study, it is found that most sample groups reside in Saraphi District who
manufacture household appliances or decorations in many places; e.g. jars, tea pots, lotus bowls, and clay
firepot. Ceramic house decorations are in Doi Saket District where dolls and earthenware animal-figures
are manufactures while San Patong District manufactures cloth and ceramic dolls. Raw materials are
procured from outside the community. Purchased raw materials are marl from Lampang Province,
firewood from Lamphun Province, non-air accumulated clay from Bangkok, dolls’ eyes and hair from
foreign countries. Next, raw materials which are procured from within the community are clay from
puddles in Saraphi District. Labor is local labors who are employers in the community. On
manufacturing process, self manufacturing is used by molding by hands, second is hiring other people
who are community members to mold. Places of operation are houses and areas in factories. Product
design is invented by sample groups, and second is from the employers. Distribution channels are
specified using their stores, electronic media, resellers, and public relations will be performed via
handbills, advertisement signs, product exhibitions, market fairs or walking streets respectively.
According to SWOT Analysis, it is found that strengths are product diversity, prices appropriate
with markets, precise public relations. Weaknesses are lack of marketing knowledge and spending tooฉ
ฉ
much expense on purchasing raw materials. Opportunity that is products from business person is popular
among foreign countries. Troubles are many competitors in the same market and changing climate.
The consistency analysis of the self-sufficiency economy and local pottery handicraft wisdoms
inheritance as guidance for creating improvement for the community and locality affects local pottery
handicraft wisdoms inheritance sustainable.
Local pottery and porcelain handicraft knowledge inheritance of Chiang Mai Province is a local
handicraft wisdom inheritance from parents to children in order to teach handicraft knowledge to later
generations to inherit and to demonstrate the product manufacturing process and distribution. Moreover,
public-relations media are published; such as vinyl signs, electronic medias, and printing medias to
create pottery and porcelain handicraft database.วัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ เพื่อศึกษาบริบทและศักยภาพภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงาน
หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบ เพื่อวิเคราะห์ความสอดคล้องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบ และเพื่อสืบทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานหัตถกรรมสาขาเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบ เป็นการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ในระดับท้องถิ่น ระดับชุมชน ระดับประเทศสู่สากล โดยได้
ท ำการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 10 กลุ่ม โดยการใช้เครื่องมือในการท าการศึกษาวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์
จากการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในอ าเภอสารภี ผลิตเกี่ยวกับเครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเป็นเครื่องประดับตกแต่งภายในอาคารสถานที่ ได้แก่ โอ่ง กาน้ าชา อ่างบัว เตาอั้งโล่ ประเภทของตกแต่งบ้านเซรามิค รองลงมาอาศัยอยู่ในอำเภอดอยสะเก็ด ได้ผลิตเกี่ยวกับตุ๊กตาเครื่องปั้นดินเผารูปสัตว์ต่าง ๆ และอ าเภอสันป่าตองได้ผลิตเกี่ยวกับตุ๊กตาผ้าและเซรามิค วัตถุดิบจากแหล่งผลิตภายนอกชุมชน ซึ่งวัตถุดิบที่จัดซื้อ ได้แก่ ดินขาว จากล าปาง ฟืนจากล าพูน ดินดูดอากาศจากกรุงเทพฯ ลูกตาและผมของตุ๊กตามาจากต่างประเทศ รองมาจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตภายในชุมชน (ดินจากบ่อดินในอ าเภอสารภี ส่วนการจ้างแรงงานเป็นแรงงานภายในท้องถิ่น คือ ลูกจ้างภายในชุมชน การผลิตนิยมใช้วิธีการผลิตเองโดยใช้วิธีการปั้นด้วยมือ รองลงมามีการจ้างผู้อื่นปั้น ซึ่งเป็นสมาชิกภายในชุมชน สถานที่ในการปฏิบัติงานใช้บ้านเป็นสถานที่ในการปฏิบัติงาน รองลงมาเป็นการใช้สถานที่ในโรงงาน การออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นการคิดค้นแบบเองทั้งหมด
รองลงมาเป็นแบบของผู้ว่าจ้าง มีการก าหนดช่องทางจัดจ าหน่ายโดยใช้ร้านค้าของตนเอง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตัวแทนจำหน่าย และการประชาสัมพันธ์จะประชาสัมพันธ์ผ่านใบปลิว ป้ายโฆษณา งานแสดงสินค้าต่าง ๆ ตลาดนัดหรือถนนคนเดิน ตามล าดับ การวิเคราะห์ SWOT Analysis พบว่า จุดแข็ง สินค้าที่ผลิตมีความหลากหลาย ราคา เหมาะสมกับท้องตลาด มีการประชาสัมพันธ์ที่แน่นอน จุดอ่อน ขาดความรู้ด้านการตลาด และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อวัตถุดิบสูง โอกาส สินค้าของผู้ประกอบการได้รับความนิยมจากต่างประเทศสูง อุปสรรค มีคู่แข่งขันในตลาดเดียวกันเป็นจ านวนมาก และสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน การวิเคราะห์ความสอดคล้องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการสืบทอดภูมิปัญญา
ท้องถิ่นด้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาฯ เป็นแนวทางเพื่อสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ชุมชนและท้องถิ่น ส่งผลให้การสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นงานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาฯ ของไทยให้คงอยู่ต่อไป
การสืบทอดองค์ความรู้งานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบนั้น เป็นการถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานหัตถกรรมผ่านครอบครัวจากพ่อแม่สู่ลูก เพื่อปลูกฝังความรู้ด้านหัตถกรรมให้แก่เยาวชนรุ่นหลังได้สืบทอด ตลอดจนการสาธิตเกี่ยวกับวิธีการผลิตและการการจัดจำหน่าย ได้มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์หัตถกรรมสาขาต่าง ๆ เช่น ป้ายไวนิล สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อท าเป็นฐานข้อมูลทางด้านงานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบ สืบต่อไปสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.
Applied an Edict of a King in Sufficiency Economy to Inherit the Local Knowledge in the Field of Handicrafts in Chiang Mai Province, the Department of Metal Works
The purposes of this study aim to 1) study the context and potential of local Metal Works
handicraft wisdoms in Chiang Mai Province, (2) analyze the consistency of self-sufficiency economy and
local wisdoms of Metal Works handicraft in Chiang Mai Province, and (3) inherit local Metal Works
handicraft wisdoms in Chiang Mai Province in order to publicize in local level, community level,
national level, and international level. The study is performed from 10 sample groups in 5 district; Chom
Thong District, Doi Saket District, Mae Rim District, Saraphi District, and San Patong District using
Qualitative Study and Participatory Action Research.
For the research result, it is found that entrepreneurs reside in Mueang District, San Kamphaeng
District, Doi Saket District, San Sai District, and San Patong District. Most raw materials and
equipments are from manufacturing sources in the community, and secondly, raw materials are
purchased from manufacturing sources outside the community. Administration is performed with family
members,self administration, and administration with group members. For manufacturing location,
mostly, sample groups’ houses and private locations are used. Products are invented and designed by
groups themselves. For public relations, it is performed via market fairs or Wua Lai Walking Street and
Sunday Walking Street (Thapae), and public relations via printing media; such as magazines, flyers, and
online media.
According to SWOT Analysis, Strengths are good knowledge, being expertise in iron work for
long time, and always performing marketing promotion. Weakness is lack of creating product symbol,
design, and package. Opportunity is that the government supports small and middle businesses more.
Treats is that there are many competitors causing entrepreneurs to always invent and develop their
products.ฉ
ฉ
For the consistency analysis of the self-sufficiency economy and local Metal Works handicraft
wisdoms inheritance, not-expensive technology is applied, focusing on risk distribution from product
diversity, manufacturing size proper with potential, not taking advantages from consumers, responding
local and domestic markets.
For local Metal Works handicraft wisdom inheritance, there are public relations by arranging
exhibitions to publicize local wisdoms, publishing media; such as vinyl signs, electronic medias, printing
medias, printing medias (flyers), inviting scholars and craftsmen to demonstrate and teach their
knowledge. Moreover, there are product promotion and distribution which promotes arranging new
craftsmen project in order to allow later generations to learn handicrafts of Chiang Mai Province and to
make local handicrafts sustainable.การวิจัยเป็นวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ ศึกษาบริบทและศักยภาพภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานหัตถกรรมสาขาโลหะ วิเคราะห์ความสอดคล้องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานหัตถกรรมสาขาโลหะ และเพื่อสืบทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานหัตถกรรมสาขาโลหะเป็นการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ในระดับท้องถิ่น ระดับชุมชนระดับประเทศสู่สากล โดยท าการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 10 กลุ่ม จากทั้งหมด 5 อ าเภอ ได้แก่ อ าเภอ
จอมทอง อ าเภอดอยสะเก็ด อ าเภอแม่ริม อ าเภอสารภี และอ าเภอสันป่าตอง โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและแบบมีส่วนร่วมสำหรับผลการวิจัย พบว่า กลุ่มผู้ประกอบการอาศัยอยู่ในอ าเภอเมือง อาศัยอยู่ในอำเภอสันก าแพง อำเภอดอยสะเก็ด
อำเภอสันทรายและอำเภอสันป่าตอง วัตถุดิบและวัสดุอุปกรณ์ ส่วนใหญ่มาจากแหล่งผลิตภายในชุมชน รองลงมาจะเป็นการจัดซื้อวัตถุดิบจากแหล่งผลิตภายนอก ชุมชน ส่วนการบริหารงานร่วมกับสมาชิกภายในครอบครัว รองลงมาเป็นการบริหารงานด้วยตนเอง การบริหารงานร่วมกับสมาชิกภายในกลุ่ม ส าหรับสถานที่ผลิตของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่ใช้บ้าน
และเป็นสถานที่ของกลุ่ม (การออกแบบจากการคิดค้นแบบเองทั้งหมด ส่วนการประชาสัมพันธ์ผ่านทางตลาดนัดหรือถนนคนเดินวัวลาย และถนนคนเดินวันอาทิตย์ (ท่าแพ) รองลงมาจะเป็นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น นิตยสาร แผ่นพับ สื่อออนไลน์ การวิเคราะห์ SWOT Analysis จุดแข็ง มีความรู้ ความช านาญทางด้านงานโลหะมานาน มีการจัดทำการส่งเสริมการตลาดและการส่งเสริมการขายอยู่เป็นประจ า จุดอ่อน ขาดความรู้ด้านการสร้างตราสินค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ โอกาส รัฐบาลมีการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง อุปสรรค ตลอดจนการมีคู่แข่งขันในตลาดเดียวกันเป็นจำนวนมากทำให้ต้องคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เสมอ การวิเคราะห์ความสอดคล้องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถกรรมสาขาโลหะนั้น ได้ใช้เทคโนโลยีที่มีราคาไม่แพง เน้นการกระจายความเสี่ยงง
จากการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีขนาดการผลิตที่เหมาะสมสอดคล้องกับความสามารถ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค เน้นตอบสนองตลาดภายในท้องถิ่น ภูมิภาคตลาดในประเทศ การสืบทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานหัตถกรรมสาขาโลหะเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การจัดนิทรรศการ เผยแพร่ความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดท าสื่อประชาสัมพันธ์อาทิเช่น ป้ายไวนิล สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อสิ่งพิมพ์ (ใบปลิว) การเชิญพ่อครูแม่ครูภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสาธิตและให้ความรู้ นอกจากนี้ได้มีการส่งเสริมการจัดจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งโครงการช่างรุ่นใหม่ขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้หัตถกรรมสาขาต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ ไปถ่ายทอดและท าให้หัตถกรรมท้องถิ่นยังคงมีผู้สืบทอดต่อไปสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาต