MBU e-journal (Mahamakut Buddhist University)
Not a member yet
    1083 research outputs found

    รูปแบบภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในศตวรรษที่ 21 Creative Leadership Model in the 21st Century

    Get PDF
    บทคัดย่อ           บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอรูปแบบและองค์ประกอบของภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในศตวรรษที่ 21 โดยพบว่า รูปแบบของภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ประกอบด้วย การสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ การโน้มน้าวและสร้างแรงจูงใจ การกำหนดทิศทางการทำงานอย่างชัดเจน และการมีจินตนาการในการทำงาน ในส่วนขององค์ประกอบภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ พบว่า มี 3 องค์ประกอบ คือ 1) การมีวิสัยทัศน์ 2) การมีจินตนาการ 3) การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล โดยผู้นำนั้นต้องมีการพัฒนาศักยภาพของตนเอง วางแผนอนาคตขององค์กรเพื่อที่จะให้องค์กรเป็นองค์กรที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รู้จักการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมให้มีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21   Abstract The objective of this article is to present the models and components of creative leadership in the 21st century. It was found that creative leadership model consists of creating an environment and an atmosphere of creativity, persuasion and motivation, clearly setting the working direction and having imagination in work. In terms of the creative leadership component had three components: 1) vision 2) imagination 3) individuality. The leaders must develop their own potential, plan for the future of the organization so that the organization was an organization that can keep up with the changes, know how to leverage technology or innovation in line with the 21st century changes

    ผู้นำกับการจัดการความขัดแย้งภายในองค์กร Leader with Conflict Management in Organization

    No full text
    บทคัดย่อ            บทความนี้กล่าวถึงความหมาย ความสำคัญ ทฤษฎีการจัดการความขัดแย้ง และผู้นำกับการจัดการความขัดแย้ง พบว่า ผู้นำต้องมีวิธีรับมือกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพประกอบด้วย 5 วิธี ได้แก่ 1) การหลีกเลี่ยง 2) การปรองดอง 3) การประนีประนอม 4) การแข่งขัน และ 5) การร่วมมือ โดยผู้เขียนจำแนกสถานการณ์ความขัดแย้งไว้ 3 สถานการณ์ คือ 1) สถานการณ์ที่เป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล ผู้นำสามารถใช้วิธีการจัดการความขัดแย้งแบบปรองดองและประนีประนอม 2) สถานการณ์ที่เป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มหรือองค์กร ควรใช้วิธีการจัดการความขัดแย้งแบบหลีกเลี่ยงและร่วมมือกัน 3) สถานการณ์ที่เป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล กลุ่ม องค์กรที่เป็นความขัดแย้งที่ไม่สามารถหาข้อยุติ มีข้อโต้แย้งและไม่ยอมตกลงกัน ควรใช้วิธีการจัดการความขัดแย้งแบบการแข่งขัน โดยผู้นำมีบทบาทสำคัญที่ให้คู่ขัดแย้งได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันและใช้โอกาสจากความขัดแย้งนั้นเพื่อทบทวนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้น เพื่อลดปัญหาและหาทางออกให้กับความขัดแย้งร่วมกัน แสวงหาความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกันได้มากที่สุดเป็นแนวทางที่คู่ขัดแย้งควรให้ความสำคัญ Abstract This article discusses the meaning, significance, theory of conflict management. The leaders and the management of conflicts found that leaders must have a method for dealing with conflicts at an appropriate and effective level consisting of 5 methods: 1) avoidance 2) reconciliation 3) compromise 4) competition, and 5) cooperation. The authors identified three conflict situations as follows: 1) the interpersonal conflict situations, leaders can use reconciliation and compromise management methods. 2) the group conflict or organizational conflict situations, leaders can use avoidance and cooperative conflict management approach. 3) the individual conflict or group conflict or organizational conflict situations, the conflict cannot be resolved. There were arguments and refused to agree. Competitive conflict management methods should be used. Leaders play a key role in allowing couples to learn from each other and to take advantage of the conflict to reexamine and build a healthy relationship to reduce problems and find solutions to conflicts together seeking cooperation that both sides can most agree on a guideline that the conflict should be given priority

    กระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลของแผนกบริหารงานบุคคลของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น

    Get PDF
                บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการการสรรหาและคัดเลือกบุคคลของแผนกบริหารงานบุคคลโดยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลจำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ การสัมภาษณ์และทำการวิเคราะห์ผลการสัมภาษณ์ จำแนกประเด็นตามข้อคำถามและตีความ             ผลการวิจัยพบว่าผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 6 คน จำแนกเป็นเพศหญิง จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 66.67 ผลการวิเคราะห์จุดแข็งของการสรรหาและคัดเลือกบุคคล คือ ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ และประกาศรับสมัครงานอย่างเคร่งครัด โดยการสรรหาและคัดเลือกมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ ส่วนจุดอ่อนของการสรรหาและคัดเลือกบุคคล คือ กระบวนการในการดำเนินการรับสมัครล่าช้า และใช้ระยะเวลานาน โอกาสของการสรรหาและคัดเลือกบุคคล คือ การนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้ามาปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ต้องการและอุปสรรคของการสรรหาและคัดเลือกบุคคล คือ การใช้สื่อและช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลไม่ทั่วถึงและครอบคลุ

    การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย

    Get PDF
                การวิจัยเรื่องการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอนาด้วง จังหวัดเลยนี้ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย และ (2) เปรียบเทียบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย จำแนกตาม อายุ และระดับการศึกษา ประชากร ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ พนักงานส่วนตำบลและลูกจ้างในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย จำนวน 212 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 139 คนโดยวิธีการใช้สูตรการคำนวณขนาดตัวอย่างด้วยวิธีของ Taro Yamane เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถาม ประกอบไปด้วยเนื้อหา 2 ส่วน และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือสถิติพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสำหรับศึกษาข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ T-test และ F-test             ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอนาด้วง จังหวัดเลยโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅  = 3.56, S.D. = 0.87) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านหลักความรับผิดชอบ (x̅  = 3.67, S.D. = 0.97) รองลงมา คือ ด้านหลักความโปร่งใส (x̅ = 3.57, S.D.= 1.09) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านหลักการมีส่วนร่วม (x̅  = 3.44, S.D. = 0.92) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอนาด้วง จังหวัดเลย โดยจำแนกตามอายุ และระดับการศึกษา โดยภาพรวม พบว่า ไม่มีความแตกต่างกัน                  The research, titled “Good Governance-based Administration of Local Administrative Organizations, Na Duang District, Loei Province,” was conducted by the survey research methodology. The objectives of the research were (1) to study the opinions of people on administration, based on good governance, of local administrative organizations in Na Duang district, Loei province, and (2) to compare the people’s opinions on good governance-based administration, Na Duang district, Loei province, classified by their age and educational level. The samples of the research were 139 people from five local administrative organizations, Na Duang district, Loei province, selected by Taro Yamane’s sampling method (Yamane, 1973). The instruments used for data collection comprised of the five-point rating scale questionnaire, and the descriptive statistics used for data analysis consisted of percentage, mean, and standard deviation whereas the statistics used for the research hypothesis were the t-test and one way analysis of variance (ANOVA).                The findings of the research were as follows: The opinions of people on administration based on good governance of local administrative organizations, Na Duang district, Loei province, was found to be overall at a high level (x̅  = 3.56, S.D. = 0.87). Separately considered in the descending order, responsibility was found to be at the highest level (x̅ = 3.67, S.D. = 0.97), followed by transparency (x̅ = 3.57, S.D. = 1.09), and cooperation was found to be at the lowest level (x̅ = 3.44, S.D. = 0.92). The comparison of people’s opinions on good governance-based administration of local administrative organizations, Na Duang district, Loei province, classified by their gender and educational level, was found not to be different

    การประยุกต์ใช้หลักสันโดษเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

    Get PDF
    บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายการประยุกต์ใช้ "หลักความสันโดษ" ซึ่งเป็นหนึ่งหลักธรรมที่สำคัญหลักหนึ่งในการปรับตัวเพื่อการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบัน สภาวะทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคมมีผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของชีวิตที่มีคุณภาพ การประยุกต์ใช้ความสันโดษเพื่อให้คนในสังคมเข้าใจธรรมชาติของตนเองมากขึ้น เนื่องจากความเร่งรีบในการดำเนินชีวิตและการดิ้นรนกับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ  คนส่วนใหญ่ในสังคมต่างพยายามที่จะหาปัจจัย 4 เพื่อประโยชน์ของตนเองมากเกินไป (เพราะพวกเขาคิดว่าการครอบครองทรัพยากรจำนวนมากคือความมั่นคงในชีวิต) บทความนี้เป็นการอธิบายเนื้อหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันในมิติทางของพุทธศาสนาในการแก้ปัญหา อธิบายลักษณะของมนุษย์ การแสดงออกต่อตนเอง และผู้อื่นตลอดถึงการดำเนินชีวิตเพื่อการพัฒนาสู่สังคมอุดมคต

    A Study of Knowledge of Vinayavinicchya in Bhikkhunivibhanga

    Get PDF
    This thesis has three objectives: 1) to study the judgment of the discipline as shown in the Theravada Buddhist scriptures, 2) to study the judgment of the discipline as shown in the Bhikkhuni Viphang scriptures, and 3) to analyze the diagnosis of the discipline as shown in the scriptures. It is a documentary research. The research results were found that A monk when he was ordained into the diocese In Buddhism, we adhere to and abide by the Discipline, which is a scripture that has compiled the rules of conduct for the training of body, speech and mind that the Lord Buddha has laid the foundation of behavior in order to preserve the chastity sex, when giving this body to the holding of sex, the monk Vinai is like a representative of Lord Buddha. When his Highness Dabkhan Nirvana,The Vinaipitaka code of Buddhist commandments, which consists of regulations tradition The way of life and the way of conducting various activities of the monks in those days and have been practiced until now It can be regarded as like a monk's law. That has set the rules of imposing heavy punishments or moderately reduced Determination of the punishment for the offense committed Buddhist monks, even though they practice very well. Inevitably brings good results to the practitioner Resulting in peace and order to the monksThe ruling of the discipline in the Bhikkhuni scriptures is divided into two groups: the public law and the law. In bhikkhuni, the phantom is public law. It is a sikyadet that only monks maintain, 130 Sikyadet and public commandments. Prescribed by monks to preserve and nuns should be treated as well. 181 Sikkhapada are structured and the essence of the monks is divided into seven kuns, consisting of the Senate Kan Sangkhathisakhan. Nissakiyakun Pachitthiyakan Discipleship of Tessanee Kan Sekhikhan and Akhon Samatha Judgment of the Discipline in Bhikkhuni Divided into 2 characteristics: 1) the general diagnosis has 17 items, such as objects, abuses, deeds, etc. 2) The diagnosis of each Sikkhapada consists of the Sikkhapada Wipang Act, etc. Considered a precepts to the nuns Must adhere to strict observance Leading to the mindfulness of the body. Verbal is like a form of a physical-verbal practice. According to the monk's discipline Inevitably it is for the beautiful body of speech which is the basis of which leads to the ultimate goal in Buddhism

    What makes a good English teacher in the context of teaching English as a global language?

    Get PDF
    This article aims at providing the important qualities of a good English teacher including personal characteristics, positive beliefs about English language teaching and self-efficacy. These qualities will be useful for preparing a good English teacher to teach in the context of teaching English as a Global Language

    ศึกษาวิเคราะห์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาของศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมกถึก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

    Get PDF
                บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อศึกษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาลและสมัยปัจจุบัน 2)เพื่อศึกษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมกถึก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 3)เพื่อวิเคราะห์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาของศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมกถึก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 12 รูป/คน นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา           ผลการวิจัยพบว่า 1. การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาลและปัจจุบัน พบว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระธรรมทูตด้วยพระองค์เองในฐานะธรรมราชา ทรงมีรูปแบบและวิธีการเผยแผ่ที่หลากหลาย โดยการคำนึงถึงประโยชน์สุขอย่างยั่งยืนของผู้ฟังเป็นสำคัญ แม้ในสมัยหลังพุทธกาลถึงปัจจุบัน พระธรรมกถึกก็ยังปฏิบัติตามหลักการเป็นนักเผยแผ่หลักธรรมคำสอนแบบเชิงรุกโดยการประยุกต์หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาให้ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน 2. การเผยแผ่พระพุทธศาสนาของศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมกถึก พบว่า เป็นงานที่ดำเนินตามกฎ ระเบียบ และคำสั่งของศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมกถึก มีวิธีการเผยแผ่ที่หลากหลาย แตกต่างกันออกไปตามคตินิยม สภาพแวดล้อมทางสังคม ส่วนเนื้อหาหลักธรรมสามารถประยุกต์ใช้กับเทคนิควิธีสมัยใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ฟัง 3. วิเคราะห์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาของศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมกถึก พระธรรมกถึกมีการใช้เนื้อหาหลักธรรมหลายหมวด รวมทั้งข้อคิดคำคมในสถานการณ์ปัจจุบันมาใช้ โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมกับเพศ วัย อาชีพ สภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง มีการใช้สื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการเผยแผ่หลักธรร

    ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการบริหารงานวิชาการโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

    Get PDF
               บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อศึกษาความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการบริหารงานวิชาการโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด 2)เพื่อเปรียบเทียบความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการบริหารงานวิชาการ โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด 3)เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะของผู้ปกครองที่มีต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียoมัธยมศึกษา  ปีที่ 1-3 จำนวน 309 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติ t-test และค่า F-test           ผลการวิจัยพบว่า 1. ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการบริหารงานวิชาการโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยรวมห้าด้านอยู่ในระดับมากที่สุด 2. ผลการ เปรียบเทียบความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการบริหารงานวิชาการโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด จำแนกตามเพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ของผู้ปกครองโดยรวมทั้งห้าด้านไม่แตกต่างกัน 3. ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ข้อเสนอแนะที่ได้รับการวิจัยลำดับความถี่สูงไปหาต่ำ สามอันดับแรก คือ จัดกิจกรรมให้ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความทันสมัยและเพียงพอต่อความต้องการ และส่งเสริมให้ครูมีเทคนิคการสอนที่ทันสมัย ตามลำดั

    ยุทธวิธีรั้วของชาติกับการป้องกันภัยคุกคามภายใน

    Get PDF
                บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารให้ผู้อ่านได้มองเห็นบริบทการทำหน้าที่ของทหารที่มีต่อชุมชน และเพื่อให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงการปกป้องเอกราชของไทยโดยผู้เขียนเป็นผู้ลงปฏิบัติในพื้นที่จริงโดยใช้การดำเนินการทางทหารเพื่อช่วยเสริมสร้างสภาวะแวดล้อมให้มีความมั่นคงเกิดเสถียรภาพ และเกื้อกูลต่อการเสริมสร้างพลังอำนาจแห่งชาติในด้านต่าง ๆ ให้เข้มแข็ง กิจกรรมที่กระทำมีได้หลายรูปแบบ ผลจากการปฏิบัติงานพบว่า ชุมชนมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยทางหน่วยงานได้ทำแบบสำรวจความพึงพอใจในภาพรวมพบว่าประชาชนในพื้นที่ส่วนมากมีความพึงพอใจถึงร้อยละ 85 นอกจากนี้ยังได้ติตามประเมินผลหลังจากเสร็จสิ้นโครงการคือจากการสัมภาษณ์ และสังเกต พบว่าประชาชนได้ตระหนักถึงพิษภัยและภัยคุกคามของยาเสพติดมากขึ้น ประชาชนหันมาทำเกษตรแบบอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดในการทำงานที่บรรลุวัตถุประสงค์มากที่สุดคือประชาชนมีความเข้าใจในบทบาทของการทำงานของทหาร มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีและให้ความร่วมมือในการทำงานกับเจ้าหน้าที่ทหารเป็นอย่างดี คำสำคัญ: ยุทธวิธีรั้วของชาติ; การป้องกันภัยคุกคามภายใน;   Abstract                The objectives of the academic article were to communicate with the readers the context of the military services towards the community, and to make the readers aware of the protection of Thai independence. The author by himself worked in the field and utilized military actions to strengthen the environment for stability and to contribute to empowerment of the country’s various aspects. However, activities could be taken in many forms. The performance results revealed that the community was satisfied with the performance of the military. Apart from the poll, 85% of most people were satisfied. In addition, an evaluation after the project by the  interview and observation methods was found that people were highly aware of dangers and threats from drugs. The most important thing, which was regarded as an achievement of the project, was that people understood the roles of the military, had good relationship, and cooperated to work with the military.   Keywords: Military Strategies; Protection of Internal Threats

    1,014

    full texts

    1,083

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    MBU e-journal (Mahamakut Buddhist University)
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇