UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
8763 research outputs found
Sort by
การศึกษาแรงจูงใจและส่วนประสมทางการตลาดกับการตัดสินใจซื้อประกันภัยทิพยโควิด-19 ของลูกค้าธนาคารออมสิน สาขาศรีย่าน.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การศึกษาแรงจูงใจและส่วนประสมทางการตลาดกับการตัดสินใจซื้อประกันภัยทิพยโควิด-19 ของลูกค้าธนาคารออมสิน สาขาศรีย่าน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาส่วนประสมทางการตลาดที่ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันภัยทิพยโควิด-19 ของลูกค้าธนาคารออมสิน สาขาศรีย่าน 2)เพื่อศึกษา แรงจูงใจที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันภัยทิพยโควิด-19 ของลูกค้าธนาคารออมสิน สาขาศรีย่าน เพื่อเสนอแนวทางการเพิ่มยอดการขายประกันภัยทิพยโควิด-19 ของธนาคารออมสิน สาขาศรีย่าน กลุ่มตัวอย่างคือ กลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการธนาคารออมสิน สาขาศรีย่าน จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1. ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็นของแรงจูงใจในการเลือกซื้อประกันภัยทิพยโควิด-19 ของธนาคารออมสิน สาขาศรีย่าน ภาพรวมของแรงจูงใจของปัจจัยภายใน อยู่ในระดับมากที่สุด และแรงจูงใจของปัจจัยภายนอกอยู่ในระดับมากและนำแต่ละส่วนมา พิจารณาถึงความต้องการในการสร้างแรงจูงใจให้กับลูกค้า ได้แก่ 1) ควรให้พนักงานเสนอขายและเข้าถึง ลูกค้าให้มากที่สุด เพราะลูกค้าส่วนใหญ่คิดว่าประกันภัยทิพยโควิด-19 มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในปัจจุบันมากที่สุด 2) ควรจัดการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ความสามารถและเข้าใจในผลิตภัณฑ์ ให้มากที่สุด เพื่อความมั่นใจในการสื่อสารและเสนอขายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าให้มากสุด เนื่องจากลูกค้า ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่ามีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในธนาคารออมสินอยู่แล้วแต่ต้องเพิ่มการเข้าถึงทักษะ การเสนอขายผลิตภัณฑ์กับลูกค้าให้ได้มากที่สุด และข้อมูลแสดงความคิดเห็นให้ความสำคัญต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในการเลือกซื้อประกันภัยทิพยโควิด-19 ของธนาคารออมสิน สาขาศรีย่าน อยู่ในระดับมากที่สุด และนำแต่ละด้านมาพิจารณาถึงส่วนประสมทางการตลาดที่ลูกค้าให้ความสำคัญ ได้แก่ 1) ด้านผลิตภัณฑ์ ควรให้ความสำคัญในด้านผลการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด 2) ด้านราคา ต้องแจ้งหรือการระบุในเรื่องของราคาค่าเบี้ยประกันภัยให้ชัดเจนเพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นและ ตัดสินใจในด้านของราคาได้ 3) กระบวนการ ต้องปรับปรุงและให้ความสำคัญในขั้นตอนและกระบวนการ ซื้อและการชำระเงินให้ลูกค้าได้รับความสะดวกและพึงพอใจในการใช้บริการ 4) ด้านส่งเสริมการตลาด ลูกค้าให้ความสำคัญในเรื่องของสื่อโฆษณา ธนาคารต้องจัดการเพิ่มช่องทางสื่อโฆษณาให้มากขึ้น เพื่อการเข้าถึงและทราบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น 5) ด้านพนักงาน ลูกค้าให้ความสำคัญในเรื่องของความเสมอภาคในการให้บริการ พนักงานต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมากเพราะเป็นเรื่องของความรู้สึกของลูกค้าอย่างมาก ไม่เลือกปฏิบัติกับลูกค้า ให้ความเท่าเทียมกับลูกค้าทุกท่าน 6) ด้านการสร้างและการนำเสนอภาพลักษณ์ทางกายภาพ ให้ความสำคัญกับจำนวนปีที่ให้บริการที่ยาวนานและ ความคุ้นเคยระหว่างธนาคารและลูกค้า 7) ด้านสถานที่ ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญในเรื่องของสถานที่จอดรถที่เหมาะสมและเพียงพอต่อลูกค้าที่มาใช้บริการธนาคารออมสิน ควรจัดหาสถานที่จอดรถเพื่อรองรับลูกค้าที่มาใช้บริการธนาคารออมสิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มาใช้บริกา
แนวทางการเพิ่มยอดสินเชื่อชีวิตสุขสันต์ กรณีศึกษาธนาคารออมสิน สาขาบิ๊กซีตาก.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การจัดการ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อหาสาเหตุของปัญหาการลดลงของสินเชื่อชีวิตสุขสันต์ รวมไปถึงเพื่อการกำหนดแนวทางการเพิ่มยอดของสินเชื่อชีวิตสุขสันต์ของธนาคารออมสิน สาขาบิ๊กซีตาก โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ การสัมภาษณ์เชิงลึกคือ เจ้าหน้าที่สินเชื่อ รวมถึงผู้จัดการและผู้ช่วยผู้จัดการด้านสินเชื่อ จำนวน 5 ราย ผู้ใช้บริการสินเชื่อชีวิตสุขสันต์เดิมจำนวน 20 ราย ผู้ที่ไม่เคยขอสินเชื่อชีวิตสุขสันต์ จำนวน 20 ราย ประชากรที่ใช้การเก็บแบบสอบถามคือ ผู้ใช้บริการสินเชื่อชีวิตสุขสันต์เดิมของธนาคารออมสินสาขาบิ๊กซีตาก จำนวน 100 ราย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาคือ สลากออมสินมีไม่เพียงพอต่อความต้องการซื้อของลูกค้า ลูกค้าที่ไม่เคยกู้สินเชื่อชีวิตสุขสันต์ ไม่ทราบว่าสลากออมสินสามารถนำมาเป็นหลักประกันในการกู้เงินได้ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อชีวิตสุขสันต์สูงกว่าดอกเบี้ยการฝากสลากที่ลูกค้าจะได้รับ และสลากออมสินครบอายุแต่ลูกค้าสินเชื่อชีวิตสุขสันต์ที่นำสลากออมสินมาเป็นหลักประกันไม่ทราบ เมื่อวิเคราะห์แล้วพบแนวทางในการแก้ไขปัญหาคือ แนวทางการเตรียมความพร้อมในการจัดช่องบริการพิเศษสำหรับซื้อสลากออมสิน โดยเฉพาะแนวทางกิจกรรมเชิงรุกประชาสัมพันธ์สินเชื่อชีวิตสุขสันต
การศึกษาแนวทางการพัฒนากลยุทธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการฟื้นฟูสภาพในอนาคต กรณีศึกษาบริษัท S Hotels and Resorts /
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การจัดการ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์โควิด-19 ที่มีผลกระทบทั้งในด้านบวกและด้านลบกับผลการด่าเนินงานของบริษัท S Hotels and Resorts 2) เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมภายนอกและภายในที่มีผลกระทบทั้งในด้านบวกและด้านลบกับ ผลการด่าเนินงานของบริษัท S Hotels and Resorts และ3) เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการฟื้นคืนสภาพของบริษัท S Hotels and Resorts ในอนาคต กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ ผู้บริหารในเครือโรงแรม รวมถึงลูกค้ารายใหญ่และรายย่อย จำนวน 8 ราย วิเคราะห์ข้อมูลแบบเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) สถานการณ์โควิด-19 ที่มีผลกระทบในด้านลบกับผลการดำเนินงานของบริษัทนั้นมาจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและทั่วโลก ขณะที่ผลกระทบด้านบวกต่อธุรกิจคือโครงการสนับสนุนของภาครัฐ 2) สภาพแวดล้อมภายนอกด้านกฎหมาย ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อกลุ่มโรงแรมในเครือบริษัท อันเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมการเดินทางเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่วนด้านเทคโนโลยีเป็นผลกระทบเชิงบวกในการที่จะพัฒนาช่องการการเข้าถึงลูกค้า และ 3) กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional Strategy) เป็นกลยุทธ์ที่มีความเหมาะสมกับแนวทางเลือกแบบเชิงรับ (WO Strategies) เป็นแนวทางแก้ไขจุดอ่อนและเลี่ยงอุปสรรคในสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุดและสามารถฟื้นฟูสภาพของบริษัท S Hotels and Resorts ได้ในอนาค
แรงจูงใจและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อจํานําทะเบียนรถ ธนาคารออมสิน สายงานกิจการสาขา 1.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การศึกษาเรื่อง แรงจูงใจและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อ จำนำทะเบียนรถ ธนาคารออมสิน สายงานกิจการสาขา 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาแรงจูงใจที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ธนาคารออมสิน 2) เพื่อศึกษาส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ธนาคารออมสิน ได้ทำการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการธุรกรรมทางเงินธนาคารออมสินจากสาขาในสังกัดสายงานกิจการสาขา 1 ที่มีความสนใจใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นแบบสอบถามในการเก็บข้อมูล และนำมาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทางสถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 31 – 40 ปี มีระดับการศึกษาสูงสุดอยู่ในระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัท มีสถานภาพโสด และมีรายได้อยู่ในช่วง 10,000 – 20,000 บาท ด้านของพฤติกรรมการใช้บริการพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความสนใจใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถของธนาคารออมสิน มีเหตุผลที่สำคัญที่สุด คือ ไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อจำนำทะเบียนรถของธนาคารออมสิน ผ่านช่องทาง Social media โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยที่มีความต้องการวงเงินกู้ระหว่าง 50,001 – 100,000 บาท ด้านแรงจูงใจในการเลือกใช้บริการส่งเชื่อจำนำทะเบียนรถ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่สนใช้บริการมีแรงจูงใจจากการใช้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถง่าย เพราะไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน ซึ่งเป็นแรงจูงใจภายในอยู่ในระดับสำคัญมาก และแรงจูงใจภายนอก คือ ขั้นตอนการใช้บริการที่สะดวกรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก ในด้านของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดกับการเลือกใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ธนาคารออมสิน ที่ได้ทำการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด อยู่ในระดับสำคัญมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ปัจจัยด้านราคา มีระดับความสำคัญอยู่ในระดับสำคัญมากที่สุด โดยที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญปัจจัยด้านราคา ในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย สินเชื่อที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ในการใช้พิจารณาการใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ธนาคารออมสิน ปัจจัยด้านอื่นที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญรองลงมาโดยเรียงลำดับจากสำคัญมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ปัจจัยด้านพนักงาน ปัจจัยด้านกระบวนการให้บริการ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด และปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ตามลำดั
แนวทางการเพิ่มสัดส่วนการใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร ธนาคารออมสิน สำนักพหลโยธิน.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การศึกษาค้นคว้าอิสระ แนวทางการเพิ่มสัดส่วนการใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ สําหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร ธนาคารออมสิน สํานักพหลโยธิน เกิดจากการที่ธนาคารออมสิน สํานักพหลโยธินสูญเสียรายได้จากการที่ลูกค้าองค์กรสมัครใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ ในจํานวนที่ลดลง เมื่อเทียบกับจํานวนการเปิดบัญชีลูกค้าองค์กรที่เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อหาสาเหตุสัดส่วนการใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์สําหรับ กลุ่มลูกค้าองค์กร ธนาคารออมสิน สํานักพหลโยธิน มีแนวโน้มลดลง และเพื่อหาแนวทาง การเพิ่มสัดส่วนการใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์สําหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร ธนาคารออมสิน สํานักพหลโยธิน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ กลุ่มลูกค้าองค์กรที่เคยเปิดบัญชี กับธนาคารออมสิน สํานักพหลโยธินในปี 2560 ถึงปี 2563 จํานวน 125 หน่วยงาน ใช้เครื่องมือ สํารวจแบบเจาะจงเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดด้านการใช้บริการ ธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์สําหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร ใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนา แจกแจงความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) ในการวิเคราะห์แบบสอบถาม และกลุ่มลูกค้าองค์กร ที่เคยเปิดบัญชีกับธนาคารออมสิน สํานักพหลโยธิน จํานวน 15 หน่วยงาน พนักงานธนาคารออมสิน สํานักพหลโยธิน จํานวน 3 คน ผู้บริหารธนาคารออมสิน สํานักพหลโยธิน 2 คน รวมทั้งหมด 20 คน ใช้เครื่องมือการสัมภาษณ์โดยการสุ่มแบบอิสระ ผลการศึกษา พบว่า สาเหตุที่ทําให้กลุ่มลูกค้าองค์กรส่วนใหญ่ไม่สนใจสมัครใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ มาจากการคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีอยู่ในอัตราที่สูง มีขั้นตอนการใช้งานบริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน อีกทั้งยังมีช่องทางการให้บริการ ที่ไม่หลากหลาย ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าองค์กรที่สมัครใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์มีจํานวนน้อย จึงมีการสร้างทางเลือกสําหรับแก้ไขปัญหา 3 แนวทาง ได้แก่ 1. การประชาสัมพันธ์นอกสถานที่ต่างๆ 2. การจัดทําป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามสถานที่ต่างๆ 3. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อต่างๆ ซึ่งแนวทางที่เลือกใช้ในการแก้ปัญหา คือ แนวทางที่ 1. การประชาสัมพันธ์นอกสถานที่ต่างๆ เนื่องจากการจัดพนักงานออกประชาสัมพันธ์นอกสถานที่ เป็นการเพิ่มช่องทางการให้บริการแก่กลุ่ม ลูกค้าองค์กร และสามารถจัดรายการส่งเสริมการขายยกเว้นอัตราค่าธรรมเนียมแรกเข้าและ ค่าธรรมเนียมรายปีของบริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์หากมีการสมัครใช้บริการ และแนะนํา ขั้นตอนการใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์โดยพนักงานที่มีความชํานาญ เพื่อเป็นการกระตุ้น ยอดการสมัครใช้บริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์The independent study on guidelines for increasing the proportion of electronic banking services for customers of the Government Savings Bank Phaholyothin Office was carried out because the Government Savings Bank Phaholyothin Office lost revenue from corporate customers applying for electronic banking when compared to the increasing number of corporate account openings. The objectives were to figure out why the proportion of electronic banking services for corporate customers of the Government Savings Bank Phaholyothin Office tended to decrease and to find ways to increase the proportion of electronic banking services for corporate customers of the Government Savings Bank Phaholyothin Office. The samples in this study were composed of corporate customers who previously opened an account with the Government Savings Bank Phaholyothin Office during 2017-2020, totaling 125 departments. A specific survey tool was used to collect data with a questionnaire on the marketing mix of electronic banking services for corporate customers. In a questionnaire analysis, descriptive analysis, frequency distribution, and percentage were used. Corporate customers who previously opened an account with the Government Savings Bank Phaholyothin Office consisted of 15 departments, 3 employees of Government Savings Bank Phaholyothin Office, 2 executives of the Government Savings Bank Phaholyothin Office, totaling 20 people, interviewed by using free random sampling. The results of the study demonstrated the reasons why most corporate customers were not interested in applying for electronic banking services as follows. There is a fee for opening an account, and the annual fee is costly. There is also a complicated process for using electronic banking services, and service channels are not various. As a result, corporate customers who applied for electronic banking services resulted in a small number. Therefore, 3 alternative solutions were created: 1. public relations outside the organization in various places, 2. the preparation of billboards for public relations in various places, and 3. the advertisement through various media platforms. Solution 1. public relations outside the organization in various places was chosen since sending employees to publicize off-site can increase service channels for corporate customers and can promote to exempt the fee to open an account and annual fee of electronic banking services if there is an application, and expert employees can advise on the process of using electronic banking services to boost the number of electronic banking application
แนวทางการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการของธนาคารออมสิน สาขาเดอะมอลล์ นครราชสีมา.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การศึกษาแนวทางการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการของธนาคารออมสิน สาขาเดอะมอลล์ นครราชสีมา วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาที่ส่งผลทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง และเพื่อศึกษาแนวทางเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการให้มียอดที่สูงขึ้น โดยใช้วิธีการแบบสอบถามลูกค้า จำนวน 200 คนและสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 ท่าน ของธนาคารออมสิน สาขาเดอะมอลล์ นครราชสีมา ในการเก็บข้อมูล เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการของธนาคารออมสิน สาขาเดอะมอลล์ นครราชสีมา ย้อนหลัง 3 ปี ที่ผ่านมา (ปี 2561-2563) มีอัตราการเปลี่ยนแปลงที่ลดลง ผลการศึกษา พบว่า ผู้ใช้บริการธนาคารส่วนใหญ่เลือกใช้บริการด้านระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ผู้ใช้บริการธนาคาร ส่วนใหญ่ไม่เดินทางมาที่สาขาเพื่อทำธุรกรรม ดังนั้นธนาคารควรมีการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ทางด้านออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการนำเสนอข้อมูลด้านต่าง ๆ ของธนาคารและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด ให้พนักงานช่วยกันประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ทางด้านออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น อาทิ การแชร์ข้อมูลผ่านทาง LINE, FACEBOOK เป็นต้น เพื่อให้ข่าวสารข้อมูลของธนาคารได้อยู่บนโลกออนไลน์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ โดยสะดวกและรวดเร็ว เมื่อลูกค้าสนใจในตัวผลิตภัณฑ์พนักงานสามารถแนะนำและสามารถออกไปบริการ ลูกค้าตามที่นัดหมายไว้ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและทางธนาคารได้ผลิตภัณฑ์ของธนาคาร รวมไปถึงรายได้และค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการให้กับธนาคารได้Study on ways to increase fee income and services of the Government Savings Bank The Mall Nakhon Ratchasima Branch. Objective to study the problems that resulted in the reduction of fee and service income and to study ways to increase fee income and services to have a higher amount. By using a questionnaire of 200 customers and interviewing 2 executives of the Government Savings Bank The Mall Nakhon Ratchasima branch to collect data. Due to fees and service income of the Government Savings Bank The Mall Branch Nakhon Ratchasima for the past 3 years (2018-2020) has a reduced rate of change. The study found that the majority of bank users opted for digital services more. Consequently, most of the bank users do not come to the branch for transactions. Therefore, banks should promote their products online. To increase the channels of presenting information on various aspects of the bank and reach as many customers as possible Let employees help promote products online more such as sharing information via LINE, FACEBOOK, etc. So that the bank's news and information are available online to reach customers easily and quickly. When customers are interested in a product, staff can make recommendations and can go out to serve customers as scheduled. To make customers satisfied and the bank can get the bank's products including increased income and fees This can be a part of increasing fee and service income for the bank
การศึกษาปัญหาแนวทางแก้ไขและการกําหนดกลยุทธ์สําหรับความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ Mobile Banking (MyMo) ของธนาคารออมสิน ในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การจัดการ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การศึกษาปัญหา แนวทางแก้ไข และการกําหนดกลยุทธ์สําหรับความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ Mobile Banking (MyMo) ของธนาคารออมสิน ในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาถึงประชากรศาสตร์ที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี Mobile Banking (MyMo) ของธนาคารออมสิน ในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2) เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการใช้งานที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี Mobile Banking (MyMo) ของธนาคารออมสิน ในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 3) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการใช้งานผลิตภัณฑ์ Mobile Banking (MyMo) ของธนาคารออมสิน ในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 4) เพื่อการกําหนดกลยุทธ์สําหรับความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ Mobile Banking (MyMo) ของธนาคารออมสิน ในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือ กลุ่มลูกค้าผู้ใช้บริการธนาคารออมสินและเป็นผู้ที่ใช้งาน Mobile Banking (MyMo) ของธนาคารออมสิน ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร จํานวน 384 ราย โดยใช้สูตรคํานวณของเครจซี่และมอร์แกน ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (simple Random Samplings) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistic) การวิเคราะห์โดยแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) โดยใช้การวิเคราะห์ค่าที (T-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวน (OneWay ANOVA) ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 31-40 ปีสถานภาพโสด การศึกษาระดับปริญญาตรีมีอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน/ลูกจ้าง รายได้ต่อเดือน 15,001-25,000 บาท ระยะเวลาที่เป็นลูกค้าธนาคารออมสินและระยะเวลาการใช้งาน Application MyMo อยู่ในช่วง 1-3 ปีลูกค้ารู้จักบริการ Application MyMo ด้วยตัวเอง ใช้บริการ Application MyMo ช่วงเวลา 12.00-17.59 น. ส่วนใหญ่ใช้บริการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารอื่นๆ ใน Application MyMo และมีสาเหตุที่ใช้บริการ Application MyMo เนื่องจากสะดวกในการทําธุรกรรมการเงิน ผลการวิเคราะห์ในด้านการยอมรับเทคโนโลยีพบว่า ภาพรวมของการรับรู้ความง่ายในการใช้งาน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การใช้งานของลูกค้าในเรื่อง Application MyMo ช่วยให้การทําธุรกรรมทางการเงินง่ายขึ้น และสามารถทําความเข้าใจ เรียนรู้การใช้งาน Application MyMo ได้ด้วยตัวท่านเอง อยู่ในระดับมากที่สุด ในส่วนของการรับรู้ประโยชน์โดยภาพรวม เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประโยชน์ของ Application MyMo ในการทําธุรกรรมทางการเงินผ่าน Application MyMo มีประโยชน์มาก และช่วยลดเวลาในการเดินทางไปทําธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคาร อยู่ในระดับมากที่สุด แนวทางการจัดการเชิงกลยุทธ์ของธนาคารออมสิน จากการศึกษาและวิเคราะห์ตามกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ของธนาคารออมสิน โดยใช้เครื่องมือ TOWS Matrix ในการวิเคราะห์สามารถสรุปการกําหนดกลยุทธ์ได้ดังนี้ 1) กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product development strategy) มุ่งเน้นความเป็นผู้นําด้านนวัตกรรมใหม่ๆ พัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้มีความแตกต่างจากคู่แข่งขัน และเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันระยะยาว เช่น ผลิตภัณฑ์ MyMo, สลากดิจิทัล, MyMo MyCard 2) กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน (Competitive Differentiation) การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการให้มีความรวดเร็วและทันสมัย เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก พึงพอใจต่อการใช้บริการ และลดการร้องเรียนจากลูกค้
แนวทางป้องกันหนี้ค้างชำระตามโครงการสินเชื่อฉุกเฉิน สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสามง่าม.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาสาเหตุหนี้ค้างชำระ ศึกษาแนวทางแก้ไขและป้องกันหนี้ค้างชำระตามโครงการสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสามง่าม กำหนดกลุ่มตัวอย่าง ตามสูตร Taro Yamane’s โดยใช้แบบสอบถาม จำนวน 146 ราย และสัมภาษณ์พนักงานที่เกี่ยวข้องในการจ่ายสินเชื่อ จำนวน 10 ราย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จัดทำผังก้างปลาหาสาเหตุของปัญหามาวิเคราะห์ SWOT Analysis กำหนดกลยุทธ์แก้ไขปัญหาโดยใช้ Tows Matrix ผลการศึกษาพบว่า สาเหตุหลักการเกิดปัญหาหนี้ค้างชำระโดยรวมจากตัวผู้กู้ รายได้จากการประกอบอาชีพลดลงไม่พอต่อค่าใช้จ่าย มีหนี้สินหลายทาง สาเหตุรองลงมา ด้านสภาพแวดล้อม ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูงขึ้นจากสภาพเศรษฐกิจ สาเหตุที่น้อยที่สุดจากการให้บริการด้านสินเชื่อ ระยะเวลาส่งชำระไม่ตรงกับการเก็บเกี่ยวผลผลิต และพนักงานไม่เร่งรัดติดตามหนี้เมื่อถึงกำหนดชำระ มีสาเหตุจากพนักงานมีปริมาณงานที่รับผิดชอบเยอะ แนวทางแก้ไขปัญหาคือ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน โดยขยายระยะเวลา ชำระหนี้ร่วมกับจัดอบรมให้ความรู้กับเกษตรกรและทายาทเกษตรกร เพื่อการเพิ่มมูลค่าการผลิต และความรู้ด้านการเงิน เป็นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีส่งผลให้ธนาคารลดการเกิดปัญหาหนี้ค้างชำระและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้The purposes of this study were to analyze and to find the factors affecting the outstanding debt and solutions to prevent overdue loan of the Emergency Loan Program for those who affected by the COVID-19 Virus of the Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives, Sam Ngam Branch. A questionnaire was used as a study instrument to collect data from 146 of customers by using sample method of Taro Yamane, and interviewed 10 loan officers. The descriptive statistics used in data analysis was based on the commutative frequency for percentage, mean and standard deviation. Finding and analyzing factors by using fishbone diagram and SWOT analysis method, then solving problem by using TOWS Matrix. The result of the study shown that the factors influencing overdue loan the most were from debtors that had low income, high expense and had debt more than 1 bank. The second factors were from external factors, natural disasters and high cost of consumer goods from economic stagnation. The least factors were service from loan officers, due date was not relate to time that they had income, loan officer did not contact the debtors and loan officer had too many responsibilities. The guideline for solving overdue debt are expanding due date that suit each debtor or doing debt restructuring. Training debtors and their children in topic about increasing productivity, reducing cost of farming and financial literacy
การศึกษาแนวทางการพัฒนากลยุทธ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการฟื้นฟูสภาพในอนาคต กรณีศึกษาบริษัท S Hotels and Resorts.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การจัดการ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์โควิด-19 ที่มีผลกระทบทั้งในด้านบวกและด้านลบกับผลการด่าเนินงานของบริษัท S Hotels and Resorts 2) เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมภายนอกและภายในที่มีผลกระทบทั้งในด้านบวกและด้านลบกับ ผลการด่าเนินงานของบริษัท S Hotels and Resorts และ3) เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการฟื้นคืนสภาพของบริษัท S Hotels and Resorts ในอนาคต กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ ผู้บริหารในเครือโรงแรม รวมถึงลูกค้ารายใหญ่และรายย่อย จำนวน 8 ราย วิเคราะห์ข้อมูลแบบเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) สถานการณ์โควิด-19 ที่มีผลกระทบในด้านลบกับผลการดำเนินงานของบริษัทนั้นมาจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและทั่วโลก ขณะที่ผลกระทบด้านบวกต่อธุรกิจคือโครงการสนับสนุนของภาครัฐ 2) สภาพแวดล้อมภายนอกด้านกฎหมาย ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อกลุ่มโรงแรมในเครือบริษัท อันเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมการเดินทางเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่วนด้านเทคโนโลยีเป็นผลกระทบเชิงบวกในการที่จะพัฒนาช่องการการเข้าถึงลูกค้า และ 3) กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional Strategy) เป็นกลยุทธ์ที่มีความเหมาะสมกับแนวทางเลือกแบบเชิงรับ (WO Strategies) เป็นแนวทางแก้ไขจุดอ่อนและเลี่ยงอุปสรรคในสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุดและสามารถฟื้นฟูสภาพของบริษัท S Hotels and Resorts ได้ในอนาค
การศึกษาหาสาเหตุและแนวทางการลดปริมาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ของลูกหนี้สินเชื่อธนาคารประชาชน ธนาคารออมสิน เขตลําปาง.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาสาเหตุและแนวทางการลดปริมาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ของลูกหนี้สินเชื่อธนาคารประชาชน ธนาคารออมสิน เขตลำปาง เพื่อนำผล ที่ได้มาใช้เป็นแนวทางในการลดปริมาณหนี้ NPLs และลดการกันสำรองของธนาคาร โดยทำการเก็บ รวมรวมข้อมูลแบบสอบถามจากลูกหนี้ NPLs สินเชื่อธนาคารประชาชน ธนาคารออมสิน เขตลำปาง จำนวน 300 คน โดยคำนวณหาขนาดของกลุ่มตัวอย่างจากสูตร Yamane ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 95 และข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์พนักงาน จำนวน 10 คน จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ โดยใช้สถิติพื้นฐาน ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (X) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : S.D.) ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้นำทฤษฎีแผนผังก้างปลา ทฤษฎีการวิเคราะห์ SWOT ทฤษฎีการวิเคราะห์ TOWS Matrix แนวคิดเกี่ยวกับมูลเหตุของการค้าง ชำระหนี้ ตลอดจนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาใช้เป็นแนวทางประกอบในการศึกษาครั้งนี้ ผลการศึกษา พบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอก เรียงตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจ นโยบายรัฐบาล ภัยธรรมชาติ และโรคระบาด COVID-19 ตามลำดับ จากการประมวลผลและสัมภาษณ์ข้อมูลเชิงลึก พบว่าแนวทางในการลดปริมาณหนี้ NPLs มีทางเลือก 2 แนวทาง ดังนี้ แนวทางที่ 1 กลยุทธ์เชิงรุก (SO) การจัดประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ สื่อออนไลน์ แอปพลิเคชัน MyMo การโทรสอบถาม ทำหนังสือเชิญชวน และการลงพื้นที่เพื่อให้ คำแนะนำ ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาให้กับลูกหนี้ได้อย่างเหมาะสม เช่น การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ การเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ก่อนฟ้อง การเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ของธนาคาร เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาหนี้ค้างชำระและลดปริมาณหนี้ NPLs ของธนาคาร แนวทางที่ 3 กลยุทธ์เชิงรับ (ST) ทีมงานศูนย์หนี้ฯ ได้จัดตารางลงพื้นที่ในการติดตามหนี้ ร่วมกับสาขาต่าง ๆ เนื่องจากสาขาที่ดูแลลูกค้าจะรู้จักลูกค้าในพื้นที่ดี มีข้อมูลลูกหนี้ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้ลูกหนี้มีความรู้ ความเข้าใจการวางแผนการเงิน ลดโอกาสการค้างชำระ และลดปริมาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ของธนาคา