UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
8763 research outputs found
Sort by
ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสเงินสดจากผลประกอบการกับผลตอบแทนกำไร (ขาดทุน) ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2562
การศึกษาค้นคว้าอิสระเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกระแสเงินสดจากผลประกอบการกับผลตอบแทนกำไร (ขาดทุน) ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2562 นี้ ใช้ข้อมูลทุติยภูมิอันประกอบด้วย งบการเงินประจำปีและงบกระแสเงินสดรายปี ในช่วงปี พ.ศ. 2553 – พ.ศ. 2562 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จำนวน 16 บริษัท ซึ่งมีการรายงานงบการเงินต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี โดยศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมานด้วยเครื่องมือทางเศรษฐมิติสมการถดถอยแบบพหุคูณในการทดสอบสมมติฐานหาความสัมพันธ์ดังกล่าว ผลการศึกษาพบว่ากระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (Cash Flows of Operating Activities: CFO) มีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับผลกำไรจากการประกอบการ (Operating Profit) และจากการทดสอบสมมติฐานโดยการวิเคราะห์สมการถดถอยแบบพหุคูณ พบว่า การเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (Cash Flows of Operating Activities: CFO) และกระแสเงินสดสุทธิ (Net Cash Flow: NCF) ส่งผลต่อกำไรจากการดำเนินงานที่แท้จริง (Earning Before Interest Tax Depreciation and Amortization: EBITDA) ไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.0
The Factors of Experiential Value and Technology Acceptance Effects on Customer Satisfaction on Online Fitness Apps Users’ Continuance Intention to Use in Guangxi, China
The purpose of this paper is to demonstrate the factors of Experiential Value (EV) and Technology Acceptance (TA) effects on Satisfaction on online fitness apps users’ Continuance Intention (CI). Aesthetics (AES) and Customer Return on Investment (CROI) as the sub variables of Experiential Value (EV), Perceived Usefulness (PU), Perceived Ease of Use (PEOU) and Perceived enjoyment (PE) as the sub variables of Technology Acceptance (TA). In recent years, the usage of online fitness apps has become a new trend in China, especially during the COVID-19 outbreak, when the number of users increased rapidly. In this study took 405 valid questionnaire respondents data from Guangxi, China to analysis. The results shown that Customer Return on Investment (CROI), Perceived Usefulness (PU), Perceived Ease of Use (PEOU), Perceived Enjoyment (PE) have positive effect on satisfaction (SAT). Perceived Usefulness (PU), Perceived Ease of Use (PEOU), Perceived Enjoyment (PE) and Satisfaction (SAT) have positive effect on Continuance Intention (CI), Aesthetics (AES) has no effect on Satisfaction (SAT). Experiential Value (EV) have considered as partial effect on Satisfaction (SAT). Technology Acceptance (TA) have positive effect on Continuance Intention (CI). We totally collected 489 questionnaire respondents through WENJUANXING professional online questionnaire distribute channel, there are 405 valid respondents after data clean. According the data set analysis result of demographic part, the female portion (68.9%) was bigger than male portion (31.1%), the mainly generation level was 18-30 years old level (75.8%). The education level of the respondents on two mainly level, which were junior college (38.8%) and bachelor degree (34.3%). There is generally in two level of monthly income, which were less than 2500 CNY (41.2%) and 2501-4000 CNY (22.7%). The most often used online fitness app was Keep (35.3%), the second was Huawei yun dong jiang kang (15.8%), there is strongly competition in this online fitness industry. The frequency of using online fitness app generally on three level, which were once a week (43.2%), twice a week (17.5%), and every day (17.3%
The Factors of Experiential Value and Technology Acceptance Effects on Customer Satisfaction on Online Fitness Apps Users’ Continuance Intention to Use in Guangxi, China
The purpose of this paper is to demonstrate the factors of Experiential Value (EV) and Technology Acceptance (TA) effects on Satisfaction on online fitness apps users’ Continuance Intention (CI). Aesthetics (AES) and Customer Return on Investment (CROI) as the sub variables of Experiential Value (EV), Perceived Usefulness (PU), Perceived Ease of Use (PEOU) and Perceived enjoyment (PE) as the sub variables of Technology Acceptance (TA). In recent years, the usage of online fitness apps has become a new trend in China, especially during the COVID-19 outbreak, when the number of users increased rapidly. In this study took 405 valid questionnaire respondents data from Guangxi, China to analysis. The results shown that Customer Return on Investment (CROI), Perceived Usefulness (PU), Perceived Ease of Use (PEOU), Perceived Enjoyment (PE) have positive effect on satisfaction (SAT). Perceived Usefulness (PU), Perceived Ease of Use (PEOU), Perceived Enjoyment (PE) and Satisfaction (SAT) have positive effect on Continuance Intention (CI), Aesthetics (AES) has no effect on Satisfaction (SAT). Experiential Value (EV) have considered as partial effect on Satisfaction (SAT). Technology Acceptance (TA) have positive effect on Continuance Intention (CI). We totally collected 489 questionnaire respondents through WENJUANXING professional online questionnaire distribute channel, there are 405 valid respondents after data clean. According the data set analysis result of demographic part, the female portion (68.9%) was bigger than male portion (31.1%), the mainly generation level was 18-30 years old level (75.8%). The education level of the respondents on two mainly level, which were junior college (38.8%) and bachelor degree (34.3%). There is generally in two level of monthly income, which were less than 2500 CNY (41.2%) and 2501-4000 CNY (22.7%). The most often used online fitness app was Keep (35.3%), the second was Huawei yun dong jiang kang (15.8%), there is strongly competition in this online fitness industry. The frequency of using online fitness app generally on three level, which were once a week (43.2%), twice a week (17.5%), and every day (17.3%
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกยางพาราแผ่นรมควันชั้น 3 ของประเทศไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อปริมาณการส่งออกยางพาราแผ่นรมควันชั้นสามของประเทศไทยไปยังประเทศจีนโดยวิธี Autoregressive Distributed Lag (ARDL) รวมทั้งหาความสัมพันธ์ระยะยาวของตัวแปรเหล่านี้ การศึกษานี้ใช้ข้อมูลรายไตรมาสตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 พ.ศ. 2553 - ไตรมาสที่ 4 พ.ศ. 2561 รวมทั้งหมด 36 ไตรมาส ผลการทดสอบความนิ่งด้วยวิธี Augmented Dickey-Fuller (ADF) ระบุว่าข้อมูลตัวแปรที่อยู่ในรูปลอการิทึม มีลักษณะนิ่ง (stationary) ที่ Order of Integration เป็น I(0) ทั้งหมด 3 ชุด ตัวแปร คือ ปริมาณการส่งออกยางพาราแผ่นรมควันชั้นสามของประเทศไทยไปยังประเทศจีน ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศจีน (GDP) และมูลค่าการส่งออกน้ำยางดิบและยางแผ่นรมควันจากประเทศมาเลเซียไปยังประเทศจีน ส่วนตัวแปรที่อยู่ในรูปลอการิทึม มีลักษณะนิ่ง ที่ Order of Integration เป็น I(1) ทั้งหมด 3 ตัวแปรคือ ราคา F.O.B. ของยางพาราแผ่นรมควันชั้นสาม อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ และราคา C.I.F. ของยางสังเคราะห์บิวทาไดอีน วิธีการ ARDL พบว่ามีความสัมพันธ์กันในระยะยาวระหว่างตัวแปรตามที่กล่าวข้างต้น โดยราคา F.O.B. ของยางพาราแผ่นรมควันชั้นสาม และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของจีนไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการส่งออกยางพาราแผ่นรมควันชั้นสามของประเทศไทยไปยังประเทศจีนอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคา C.I.F. ของยางสังเคราะห์บิวทาไดอีน และมูลค่าการส่งออกน้ำยางดิบและยางแผ่นรมควัน จากประเทศมาเลเซียไปยังประเทศจีน ส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อปริมาณการส่งออกยางพาราแผ่นรมควันชั้นสามของประเทศไทยไปยังประเทศจี
สาเหตุและแนวทางแก้ไขปริมาณลูกหนี้ด้อยคุณภาพของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในจังหวัดเชียงราย.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.การศึกษาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปริมาณลูกหนี้ด้อยคุณภาพของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในจังหวัดเชียงราย เกิดจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ใช้บริการสินเชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์ลดลง โดยจากผลการดำเนินงานในปี 2563 มีอัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อทั้งหมดร้อยละ 3.60 ของสินเชื่อรวม ซึ่งธนาคารต้องดำเนินการตั้งสำรองเพื่อรองรับไว้มากกว่าร้อยละ 200 ของ NPLs ทั้งหมดของธนาคาร วัตถุประสงค์ในการศึกษา 1. เพื่อศึกษาสาเหตุการเกิดหนี้ค้างชำระของผู้ใช้บริการสินเชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในจังหวัดเชียงราย ทั้ง 3 สาขา 2. เพื่อนำข้อมูลมากำหนดแนวทางการปรับปรุง และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อลดปริมาณการเกิดลูกหนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) ของผู้ใช้บริการสินเชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในจังหวัดเชียงราย ศึกษาโดยใช้การวิเคราะห์แบบ Mixed Method ได้แก่ 1. การสุ่มตัวอย่างจากกลุ่มลูกหนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในจังหวัดเชียงราย ที่มียอดค้างชำระเกิน 90 วัน จากรายการในระบบ Intranet ของธนาคาร จำนวน 156 บัญชี จากทั้งหมด 250 บัญชี 2. สัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้บริหาร และพนักงานบริหารหนี้ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในจังหวัดเชียงราย จำนวน 5 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการประมวลผล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลจากการศึกษาพบว่า สาเหตุที่ทำให้ลูกหนี้ด้อยคุณภาพของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในจังหวัดเชียงราย ไม่สามารถชำระหนี้ได้มาจาก 3 สาเหตุหลัก และ 9 สาเหตุรอง คือ 1) ปัจจัยภายนอก สาเหตุรอง คือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 สภาวะเศรษฐกิจไม่ดี นโยบายการควบคุมโรคระบาดของรัฐบาล และนโยบายการช่วยเหลือของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงบ่อย 2) ปัจจัยภายใน (ธนาคาร) สาเหตุรอง คือ อัตราดอกเบี้ยสูงเกินไป 3) ปัจจัยส่วนบุคคล สาเหตุรอง คือ ไม่มีรายได้พิเศษอื่นนอกจากงานประจำ ถูกลดค่าจ้าง/ลาออกจากงานประจำ และมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ผู้ศึกษาจึงได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา และผู้ศึกษาได้เลือกแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยการประชาสัมพันธ์รายละเอียดมาตรการประนอมหนี้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย และเงินงวดที่ปรับลดลงเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายเพื่อให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระได
ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษามัธยมศึกษา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพื่อเปรียบเทียบระดับปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษามัธยมศึกษา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม จำแนกตามเพศ ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน ระดับการศึกษาของครู กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ครูโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษามัธยมศึกษา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษามัธยมศึกษา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ลักษณะเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 50 ข้อ โดยมีอำนาจจำแนกรายข้อระหว่าง .35 - .96 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ̅) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) การทดสอบค่า (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษามัธยมศึกษา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ในปัจจัยจูงใจ โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับจากมากไปน้อยได้แก่ ด้านความก้าวหน้า ด้านความสำเร็จในการทำงาน ด้านความรับผิดชอบ ด้านการยอมรับนับถือ ด้านลักษณะงานที่ปฏิบัติ ตามลำดับ 2. ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษามัธยมศึกษา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ในปัจจัยค้ำจุน โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เรียงตามลำดับจากมากไปน้อยได้แก่ ด้านนโยบายการบริหารงาน ด้านเงินเดือนและสวัสดิการ และด้านความมั่นคงในงาน ด้านความสัมพันธ์ในหน่วยงาน ด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน ตามลำดับ 3. ผลการเปรียบเทียบระดับปัจจัยมีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษามัธยมศึกษา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ได้แก่ปัจจัยจูงใจและและปัจจัยค้ำจุน จำแนกตามเพศโดยรวมพบว่า เพศชายกับเพศหญิงมีระดับปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 โดยเพศชายมีระดับปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานมากกว่าเพศหญิง ยกเว้นด้านการยอมรับนับถือ ด้านลักษณะงานที่ปฏิบัติ ด้านความก้าวหน้า ด้านความมั่นคงในงาน ด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน และด้านเงินเดือนและสวัสดิการไม่แตกต่างกัน 4. ผลการเปรียบเทียบระดับปัจจัยมีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษามัธยมศึกษา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ได้แก่ปัจจัยจูงใจและและปัจจัยค้ำจุน จำแนกตามประสบการณ์ในการปฏิบัติงานโดยรวมและรายด้านพบว่าไม่แตกต่างกัน 5. ผลการเปรียบเทียบระดับปัจจัยมีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษามัธยมศึกษา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ได้แก่ปัจจัยจูงใจและและปัจจัยค้ำจุน จำแนกตามระดับการศึกษาโดยรวมพบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ยกเว้นด้านความสำเร็จในการทำงาน ด้านการยอมรับนับถือ ด้านความรับผิดชอบ ด้านความก้าวหน้า ด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน ด้านความสัมพันธ์ในหน่วยงาน และด้านเงินเดือนและสวัสดิการ ไม่แตกต่างกั
การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์ของผู้บริโภคในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจพฤติกรรมการซื้อเฟอร์นิเจอร์ของผู้บริโภคในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อศึกษาความแตกต่างของการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์ในแต่ละด้านของปัจจัยทางประชากรศาสตร์ ของผู้บริโภคภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด 7Ps กับการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์ของผู้บริโภคในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกลุ่มตัวอย่าง คือประชากรที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่อยู่ในสถานภาพแรงงาน 400 ตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาจรฐาน สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ Independent-samples T-Test การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA)และการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลการทดสอบสมมติฐาน ที่เกี่ยวกับค่าเฉลี่ยของการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์และปัจจัยทางประชากรศาสตร์ พบว่า ปัจจัยประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ เพศ ระดับการศึกษาและจ านวนสมาชิกในครัวเรือน นั้นมีค่าเฉลี่ยการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์หมวดห้องนอนที่แตกต่างกัน ปัจจัยประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ อายุ สถานภาพครอบครัว อาชีพ และสมาชิกในครัวเรือน นั้นมีค่าเฉลี่ยการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์หมวดห้องนั่งเล่นที่แตกต่างกัน ปัจจัยประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ อายุ และสมาชิกในครัวเรือน นั้นมีค่าเฉลี่ยการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์หมวดโฮมออฟฟิศที่แตกต่างกัน ปัจจัยประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน ได้แก่อายุสถานภาพครอบครัว ระดับการศึกษา อาชีพ สมาชิกในครัวเรือน และรูปแบบที่อยู่อาศัย นั้นมีค่าเฉลี่ยการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์หมวดห้องครัว และห้องอาหารที่แตกต่างกัน การวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์หมวดห้องนอนอย่างมีนัยสำคัญ มีเพียง 1 ปัจจัย คือ ปัจจัยด้านลักษณะทางกายภาพ ปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์หมวดห้องนั่งเล่นอย่างมีนัยส าคัญ โดยเรียงลำดับค่าสัมประสิทธิ์ ได้แก่ 1.ปัจจัยด้านลักษณะทางกายภาพ 2.ปัจจัยด้านราคา และ 3. ปัจจัยด้านบุคคล ปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์หมวดโฮมออฟฟิศอย่างมีนัยสำคัญ มีเพียง 1 ปัจจัย คือปัจจัยด้านราคา ปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อการตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์หมวดห้องครัว และห้องอาหารอย่างมีนัยสำคัญ โดยเรียงลำดับค่าสัมประสิทธิ์ ได้แก่ 1.ปัจจัยด้านลักษณะทางกายภาพ 2.ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และ 3.ปัจจัยด้านบุคค
การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนธุรกิจร้านนั่งดื่ม บริเวณถนนสุขุมวิท 77 เขตสวนหลวง จังหวัดกรุงเทพมหานครฯ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนธุรกิจร้านนั่งดื่ม บริเวณถนนสุขุมวิท77 เขตสวนหลวง จังหวัดกรุงเทพมหานครฯ ในด้านการตลาด ด้านเทคนิค ด้านการจัดการ และด้านการเงิน โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มเป้าหมายในเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานครฯ จำนวน 400 ราย ศึกษาด้านการตลาดและด้านเทคนิค พบว่า มีอุปสงค์ในการเข้ามาใช้บริการสูงถึง ร้อยละ 74.25 มีความต้องการบรรยากาศภายในที่มีความเป็นกันเอง มีรูปแบบโมเดิร์น และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน สำหรับด้านการจัดการ ได้รวบรวมข้อมูลจากบทความต่างๆ พบว่า โครงสร้างการบริหารงานของในตำแหน่งต่างๆ ประกอบไปด้วย ผู้จัดการ และพนักงานในฝ่ายต่างๆ ประมาณ 10 คน ด้านการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในด้านการเงิน ด้วยข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ประกอบการที่มีการดำเนินธุรกิจรูปแบบคล้ายคลึงกันและข้อมูลทุติยภูมิเกี่ยวกับการประเมินต้นทุนและรายได้ พบว่า มีความคุ้มค่าในการลงทุน กล่าวคือ ใช้เงินลงทุน 1,295,000 บาท ระยะเวลาคืนทุนในการคืนทุนที่ปรับค่าของเวลา (DPB) เท่ากับ 2 ปี 1 เดือน 24 วัน มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 2,558,284 บาท อัตราผลตอบแทนภายในโครงการ (IRR) เท่ากับ 48.64% และมีอัตราผลตอบแทนต่อค่าใช้จ่าย (B/C Ratio) เท่ากับ 1.0885 เท่
Provincial identity communication through mascot for Thailand’s tourism promotion
การวิจัยเรื่อง “การสื่อสารอัตลักษณ์จังหวัดด้วยมาสคอตเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย” ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมวิธี ระหว่างวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ และด้านการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย 3 ประการ คือ 1.เพื่อศึกษาสภาพการใช้มาสคอตในการสื่อสารอัตลักษณ์จังหวัดเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย 2.เพื่อศึกษาการรับรู้อัตลักษณ์จังหวัดผ่านมาสคอตจากประชาชนไทย 3.เพื่อจัดทำกลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์จังหวัดด้วยมาสคอตเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย กลุ่มที่ทำการศึกษาคือ มาสคอตเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดต่างๆในประเทศไทย จำนวน 23 ตัว โดยมีผู้ให้ข้อมูลหลักคือ 1) ผู้กำหนดนโยบายการใช้งานมาสคอตและผู้ออกแบบมาสคอต จำนวน 9 คน ด้วยวิธีการสัมภาษณ์ 2) ประชาชนทั่วไป จำนวน 539 คน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามและการสนทนากลุ่ม เครื่องมือที่ใช้คือ แบบบันทึกข้อมูล การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และแบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือน มกราคม - พฤษภาคม 2563 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณา ผลการศึกษาพบว่า 1) สภาพการสื่อสารอัตลักษณ์จังหวัดด้วยมาสคอตเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในปัจจุบันส่วนใหญ่มาสคอตถูกสร้างเป็นรูปสัตว์ เพศชาย มีบุคลิกร่าเริง สดใส และเป็นมิตร อัตลักษณ์จังหวัดที่พบจากมาสคอต มี 7 ด้าน (1) ประเพณีและความเชื่อของจังหวัด (2) โบราณสถานและโบราณวัตถุ (3) อาหารและสินค้าหัตถกรรมของจังหวัด (4) สถานที่ท่องเที่ยว (5) เครื่องแต่งกาย (6) ศิลปวัฒนธรรมทางทัศนศิลป์และการแสดง (7) สัญลักษณ์จังหวัด โดยอัตลักษณ์ที่มาสคอตส่วนใหญ่นำมาใช้เพื่อการสื่อสารอัตลักษณ์จังหวัดคือ อัตลักษณ์ด้านสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ลักษณะการแสดงออกเชิงสัญวิทยาส่วนใหญ่ถูกสร้างความหมายอยู่ในระดับรูปเหมือนที่มีความคล้ายคลึงกับวัตถุจริงในลักษณะตัวการ์ตูน เพื่อให้เข้าถึงและสร้างความดึงดูดให้กับ ผู้พบเห็นได้ง่าย ด้านการวางแผนการใช้สื่อ พบว่ามีการผสมผสานสื่อที่หลากหลายในการเผยแพร่ทั้งสื่อออนไลน์ทางเฟซบุ๊กมากที่สุด และสื่อออฟไลน์ทางกิจกรรมพิเศษมากที่สุด ลักษณะการใช้สื่อเผยแพร่พบว่าเป็นแบบวงกว้างกระจัดกระจายและไม่ต่อเนื่อง 2) ประชาชนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นมาสคอตมาก่อน ทำให้การรับรู้อัตลักษณ์จังหวัดผ่านมาสคอตอยู่ในระดับต่ำ โดยมีการเปิดรับข้อมูลท่องเที่ยวจากสื่ออินเตอร์เน็ตทางเฟซบุ๊กเพราะเข้าถึงได้ง่ายที่สุด มาสคอตที่ส่วนใหญ่เคยเห็นมากที่สุด คือน้องชาม ของจังหวัดลำปาง และที่เห็นน้อยที่สุดคือ สีดา ของจังหวัสระแก้ว โดยปัญหาสำคัญของการสื่อสารอัตลักษณ์จังหวัดด้วยมาสคอตคือ การเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อเพื่อสร้างการรับรู้อยู่ในระดับต่ำ และขาดความร่วมมือของชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐบาลและเอกชน และสาเหตุสำคัญอีกประการคือ ข้อจำกัดในด้านการเชื่อมโยงความหมายระหว่างมาสคอตและอัตลักษณ์จังหวัด 3) กลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์จังหวัดด้วยมาสคอตเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นคือ “MASCOT Model” ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 MOS การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงนโยบายและการดำเนินงานอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ที่ 2 ACT การสร้างและยกระดับกลไกการออกแบบและเลือกใช้อัตลักษณ์จังหวัดบนมาสคอตให้เป็นรูปธรรมและสามารถเชื่อมโยงถึงจังหวัดได้ยุทธศาสตร์ที่ 3 COT การปรับปรุงกระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนเชื่อมโยงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพThis present paper entitled “The Communication of Provincial Identity through the Mascots to Promote Thai Tourism” is mix-method research and has three primary objectives: (1) To investigate the condition of using a mascot for communication concerning the provincial identity promotion in Thai tourism; (2) To study the perception of the provincial identity through a mascot based on the perceptions of Thai people; and (3) To formulate a strategy to enhance the provincial identity communication with a mascot to boost Thai tourism. The sampling population was 23 mascots, specifically designed for the tourism promotion at a provincial level in Thailand. The main group of respondents included: (1) The policymakers who take the lead to formulate the mascot policy, and mascot designers, which are 9 respondents in total; (2) 539 Thai citizens with the help of the survey, and group interviews. The tools used are the record form, in-depth interviews, group discussion, and questionnaires. The data collection was performed during January - May 2020. The quantitative data analysis was represented by the frequency, percentage, mean, and standard deviation; while, the qualitative dataset was the descriptive analysis. The results found that a mascot characteristic to promote Thai tourism concerning the provincial identity was made up of animals, males with cheerful and friendly personalities. A provincial identity found in the mascot contains 7 dimensions traditions and beliefs of the province, archaeological sites and antiques, food and handicrafts of the province, tourist attractions, clothing, cultural arts and performance, and other provincial identities. The most frequent use to promote the provincial identity by the mascot is the famous tourist attractions. Most of the morphological expressions are synonymous with the cartoon characters, making a thesis statement and attractive to the audience. On the planning aspect, the utilization of different media channels is crucial; for online, Facebook is the most frequently used while offline is used intensively for special events. The dissemination of information was found to be a broad-spectrum but not consistent. The findings illustrated that Thai people have rarely seen a mascot for tourism promotion, potentially caused the provincial identity to be perceived at a low level. The most visible mascot character seen by the public is Nong Charm from Lampang Province; while, the least one is Sida from Sa Kaeo province. The critical problems for provincial identity communication with a mascot are the dissemination of news, which is relatively low to create awareness and the lack of cooperation from communities and stakeholders, both government and private sectors. This included the inability to make a clear linkage between a mascot and a particular provincial identity. The study also showed that the strategy for provincial identity communication with a mascot to promote Thai tourism should be performed through the "MASCOT Model" consisting of three sub-strategies: (1) MOS that is the development of efficiency in policy management and sustainable operation; (2) ACT that is the creation and upgrading mechanisms to design and choose the right mascot to communicate a certain provincial identity; and (3) COT that is to improve the communication process to enhance awareness, comprehension, and connection between tourist behaviors more effectively
การทําเหมืองข้อมูลเพื่อพยากรณ์โอกาสลูกค้ามีหนี้ค้างชําระ
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2563.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีวิสัยทัศน์ว่า “เป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน มุ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชนบท” ภาระหนี้สินเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของครัวเรือนเกษตรกรที่เป็นลูกค้าของธ.ก.ส. การที่เกษตรกรที่เป็นลูกค้าไม่สามารถส่งชําระหนี้คืนให้กับธ.ก.ส.ได้ ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตามล้วนส่งผลต่อการดําเนินงานของธ.ก.ส.และยังอาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือในการดูแลคุณภาพชีวิตของเกษตรกรด้วย ทั้งนี้ หากสามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยําหรือใกล้เคียงความเป็นจริงว่าลูกค้าคนใดมีโอกาสที่จะเป็นหนี้ค้างชําระ ก็จะช่วยให้สามารถป้องกันหรือแก้ไขก่อนที่จะเป็นหนี้ค้างชําระได้ ดังนั้น ในบทความนี้ได้ประยุกต์ใช้เหมืองข้อมูลในการพยากรณ์โอกาสลูกค้ามีหนี้ค้างชําระ ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์สําหรับใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชําระต่อไป วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้จึงศึกษาปัจจัยที่ทําให้ลูกค้ามีหนี้ค้างชําระ และประยุกต์การทําเหมืองข้อมูลมาใช้ในการพยากรณ์โอกาสลูกค้ามีหนี้ค้างชําระ ดําเนินงานการศึกษาโดยใช้แนวทางของกระบวนการ CRISP-DM ผู้วิจัยเลือกกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรรายย่อยมาจํานวน 860 คน ทําการจัดชุดข้อมูลเป็น 3 ชุด เลือกกลุ่มตัวอย่างมาร้อยละ 70 80 และ 90 ของจํานวนกลุ่มตัวอย่างที่มี 860 คน เป็นชุดข้อมูลสําหรับฝึกสอน (Training set) กันข้อมูลส่วนหนึ่งไว้สําหรับเป็นชุดทดสอบ (Test set) 86 คน ไม่ซ้ำกับชุดฝึกสอน แต่ใช้สําหรับทดสอบกับชุดฝึกสอนทุกชุด ทําการสร้างแอตทริบิวต์ขึ้นมาใหม่ อีก 28 แอตทริบิวต์ สําหรับใช้เป็นปัจจัยในการพยากรณ์ ใช้วิธีการ One Hot Encoding แปลงแอตทริบิวต์ข้อมูลที่เป็น Nominal Number และใช้หลักการของ Max-Min Nomalization ปรับบรรทัดฐานข้อมูลที่มีช่วงแตกต่างกันมาก ใช้โปรแกรม WEKA Version 3.8.5 ช่วยในการสร้างและวิเคราะห์แบบจําลอง ใช้เทคนิคการสร้างแบบจําลอง 3 เทคนิค ไดแก่ Decision Tree j48, Support Vector Machine (SVM) และ Naïve Bayes และทําการวัดประสิทธิภาพแบบจําลองโดยใช้วิธี 10-fold cross-validation ผลการศึกษา พบว่า แบบจําลองที่ใช้ข้อมูลจากเกษตรกรรายย่อย ที่ใช้ชุดทดสอบจํานวน 688 คน (80% จากจํานวน 860 คน) โดยใช้เทคนิค Support Vector Machine (SVM) ซึ่งใช้ฟังก์ชั่นเคอร์เนลแบบเชิงเส้น (Linear kernel) ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เมื่อทดสอบด้วยชุดทดสอบ 86 คน โดยมีค่า Accuracy, Kappa statistic และ ROC Area เท่ากับ 81.3953% 0.4452 และ 0.774 ตามลําดั