UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
    8763 research outputs found

    ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกกาแฟของประเทศไทย

    No full text
    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อมูลค่าการส่งออกของไทยโดยวิธีการคำนวณด้วยกำลังสองน้อยที่สุด (OLS) การศึกษาในครั้งนี้ใช้ข้อมูลรายเดือนเป็นระยะเวลา 15 ปี ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ถึง ปี พ.ศ. 2563 ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกเมล็ดกาแฟของไทย ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย โดยมีความสัมพันธ์กับราคาส่งออกเมล็ดกาแฟของไทยในทิศทางเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก มีความสัมพันธ์กับราคาส่งออกเมล็ดกาแฟในทิศทางตรงกันข้าม แต่ไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ในข้างต้น โดยอาจเกิดจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการที่ราคาน้ำมันดิบขึ้นราคามีผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออกมากกว่าต้นทุนที่ใช้ในการผลิต ราคากาแฟสายพันธุ์ Robusta ในประเทศอินโดนีเซีย จะมีความสัมพันธ์กับราคาส่งออกเมล็ดกาแฟของไทยในทิศทางตรงกันข้าม ราคากาแฟสายพันธุ์ Arabica ในประเทศอินโดนีเซีย มีความสัมพันธ์กับราคาส่งออกเมล็ดกาแฟของไทยในทิศทางเดียวกัน และไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ซึ่งอาจมีสาเหตุเนื่องมาจากการที่กาแฟสายพันธุ์ Arabica มีความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประเทศอินโดนีเซียอาจมีการนำเข้ากาแฟ Arabica จากประเทศไทยและนามาเบลน์ (Blend) รวมกับกาแฟ Arabica ของประเทศตนเองเพื่อให้เกิดความหลากหลายและเพิ่มช่องทางในการส่งออกมากขึ้

    แนวทางการแก้ปัญหาการซื้อประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อที่ลดลงของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในจังหวัดเชียงราย

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed methods) ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของการตัดสินใจซื้อหรือขายประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินกู้ (MRTA) ประสบการณ์ในการซื้อและขายประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ การศึกษาระดับความคิดเห็นที่มีต่อการให้กู้เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อและเพื่อหาแนวทางในการเพิ่มรายได้ค่านายหน้าของธนาคาร ตลอดจนค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาการซื้อประกันเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อที่ลดลงของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในจังหวัดเชียงราย ทำการสำรวจเฉพาะในจังหวัดเชียงราย ใช้แบบสอบถามจำนวน 100 ชุด และการสัมภาษณ์เชิงลึกพนักงานสินเชื่อ จำนวน 12 คน ผลการศึกษาพบว่า อายุ สถานภาพ อาชีพ ระดับรายได้ และทัศนคติต่อการประกันมีผลต่อพฤติกรรมการซื้อประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อที่แตกต่างกัน รวมถึงช่องทางการขายและการติดต่อสื่อสารระหว่างพนักงานและลูกค้าในเรื่องการประกันมีข้อจำกัด ส่วนสาเหตุที่ไม่ซื้อประกันแบบคุ้มครองวงเงินสินเชื่อคือทัศนคติของกลุ่มลูกค้าที่มีต่อการประกันแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่อยากทำประกันแต่รายได้น้อยทำให้วงเงินกู้สำหรับชำระค่าเบี้ยประกันที่แยกสัญญาตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยและมีการพิจารณาการกู้ตามเกณฑ์รายได้ทำให้ขาดโอกาสในการทำประกัน 2 กลุ่มที่ไม่อยากทำประกัน อาจมีอคติส่วนตัวกับการทำประกันชีวิตจะรีบปฏิเสธการทำประกันทันทีที่พนักงานให้คำแนะนำเนื่องจากเป็นประกันภาคสมัครใจ และส่วนใหญ่มีประกันชีวิตอยู่แล้วไม่อยากเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย 3. กลุ่มที่ลังเลใจมักไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจทำด้วยตนเอง โดยส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ไม่ต้องการมีภาระในการผ่อนค่าเบี้ยประกันเพิ่มจากสัญญาการกู้หลัก ผู้วิจัยเลือกกลยุทธ์การเพิ่มช่องทางการขาย เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายประกัน เนื่องจากช่องทางการขายมีความสำคัญ การจำกัดช่องทางการขาย หรือการสื่อสารก็จะส่งผลให้การนำเสนอข้อมูล ไม่ครบถ้วน ช่องทางการสื่อสารที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวกและน่าเชื่อถือ จึงเป็นการดีที่ทางธนาคารจะเพิ่มช่องทางการขาย เพื่อช่วยให้พนักงานมีทางเลือกในการสื่อสารกับลูกค้าแม้จะอยู่ห่างไกล เช่น กรณีลูกค้ายื่นกู้ผ่านต่างสาข

    การศึกษาแนวทางการเพิ่มยอดสินเชื่อไทรทอง ของธนาคารออมสิน

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาแนวทางการเพิ่มยอดสินเชื่อไทรทองของธนาคารออมสิน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษา สาเหตุของปัญหาของยอดสินเชื่อไทรทองของธนาคารออมสินที่ลดลง 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการสินเชื่อไทรทองของธนาคารออมสิน 3) เพื่อศึกษาส่วนประสมการตลาดบริการที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้บริการสินเชื่อไทรทองของธนาคารออมสิน 4) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาในการเพิ่มยอดสินเชื่อไทรทอง ของธนาคารออมสิน โดยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน และใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ใช้บริการสินเชื่อไทรทอง จํานวน 10 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้แผนผังก้างปลาหาสาเหตุของปัญหา และนํามาวิเคราะห์ข้อมูล โดยการตีความเพื่อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหา ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ตัดสินใจใช้บริการสินเชื่อไทรทองเพื่อการอุปโภคบริโภค จากการแนะนําจากพนักงานธนาคาร โดยมีการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของสินเชื่อไทรทองกับผลิตภัณฑ์สินเชื่อประเภทอื่น ๆ ก่อนการตัดสินใจ ซึ่งส่วนใหญ่ ตัดสินใจใช้บริการสินเชื่อไทรทองด้วยตนเอง และจะแนะนําบุคคลอื่นให้มาใช้บริการสินเชื่อไทรทองเช่นกัน สําหรับส่วนประสมทางการตลาดในภาพรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยในทุกด้าน ด้านที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการสินเชื่อไทรทองอันดับแรกคือ ด้านพนักงานธนาคาร รองลงมาคือ ด้านลักษณะทางกายภาพ ด้านช่องทางการจัดจําหน่าย ด้านราคา ด้านกระบวนการให้บริการ และ ด้านผลิตภัณฑ์ ตามลําดับ แนวทางในการเพิ่มยอดสินเช่ือไทรทองของธนาคารออมสิน จํานวน 2 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 การสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสินเชื่อไทรทอง โดยเพิ่มช่องทางการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินเชื่อไทรทองให้แก่พนักงานธนาคารออมสิน และแนวทางที่ 2 การเพิ่มช่องทางการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยการจ้างบริษัทมาพัฒนาระบบช่องทางการให้บริการอิเล็กทรอนิกส

    Integrated Marketing Communication Strategies and Confidence Affecting Participants Willingness to Attend Online Events in Bangkok

    No full text
    การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการที่มีผลกับความตั้งใจเข้าร่วมงานอีเว้นท์ออนไลน์ (Virtual Event) ของผู้เข้าร่วมงาน 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อมั่นของผู้เข้าร่วมงานที่มีผลกับความตั้งใจเข้าร่วมงานอีเว้นท์ออนไลน์ (Virtual Event) ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบวิจัยแบบผสม (Mix Method) คือการใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 3 คน และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 400 คน ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก พบว่า 1) รูปแบบการจัดงานอีเว้นท์ออนไลน์ (Virtual Event) ส่วนใหญ่ยังเป็นทั้งในรูปแบบ ออฟไลน์ (Offline) และออนไลน์ (Online) แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงส่งผลให้รูปแบบการจัดอีเว้นท์ออนไลน์ (Virtual Event) เป็นที่นิยมมากเพิ่มขึ้น 2) เครื่องมือการสื่อสารการตลาดบูรณาการ โดยทำการประชาสัมพันธ์ผ่านในลักษณะของวิดีโอไวรัล (Viral Video) และการถ่ายทอดสดในระบบออนไลน์ (Live Stream) เน้นการสร้างภาพเคลื่อนไหว เสียง ภาพนิ่ง เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ผ่านเฟซบุ๊กก่อนในช่วงแรก และสื่อสารผ่านช่องทางอื่น ๆ อาทิ โฆษณาทีวี และการเช่าป้ายโฆษณา เพื่อเน้นสร้างการจดจำ และความสนใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน 3) ด้านความเชื่อมั่น ผู้จัดงานเน้นกลยุทธ์ในการใช้เทคโนโลยีที่สร้างความรู้สึกให้เกิดความเชื่อที่ใกล้เคียงกับการเข้าร่วมงานอีเว้นท์แบบออฟไลน์ (Offline) ให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า ปัจจัยการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการมีความสัมพันธ์ต่อความตั้งใจเข้าร่วมงานอีเว้นท์ออนไลน์ (Virtual Event) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยในด้านการสื่อสารแบบปากต่อปากมีผลสูงสุด รองลงมาการตลาดเชิงกิจกรรมและประสบการณ์ การส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์ และการโฆษณา ตามลำดับ ในส่วนปัจจัยด้านความเชื่อมั่นมีความสัมพันธ์ต่อความตั้งใจเข้าร่วมงานอีเว้นท์ออนไลน์ (Virtual Event) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยความเชื่อมั่นในการนำเสนอมีผลสูงสุด รองลงมาความเชื่อมั่นจากความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า ตามลำดับ ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะต่อผู้จัดงาน ควรให้ความสำคัญกับรูปแบบการจัดงานที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายโดยเน้นระบบสารสนเทศที่ผู้เข้าร่วมรู้สึกใกล้เคียงกับการเข้าร่วมแบบออฟไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ รวมถึงการสร้างการรับรู้โดยการโฆษณาลงช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อดูความคิดเห็นและผลตอบรับเบื้องต้น ก่อนขยายไปยังช่องทางอื่น ๆ อาทิ โทรทัศน์ เพื่อสร้างการจดจำให้กับกลุ่มเป้าหมายในการกระตุ้นให้เกิดความตั้งใจเข้าร่วมงานThis research aimed at 1) to study the relationship between integrated marketing communications and the intention of attendees to attend Virtual Event and 2) to study the relationship between attendee confidence and intention to attend Virtual Event. This research was carried out using a mixed-method which employs both qualitative and quantitative research. The qualitative research was performed by the interview with 3 key informants and the quantitative research uses a questionnaire as a tool for data collection which was comprised of a total of 400 respondents. The results of qualitative research are divided into 3 major issues as follows: 1) Virtual Event take place in the format of both offline and online events. With the COVID-19 pandemic situation, hosting a virtual event has become increasingly popular. 2) The tools of integrated marketing communication include viral videos and live stream focusing on creating animations, sounds, and still images to communicate with the target audience through Facebook in the beginning and through other channels such as TV advertisements and billboard rentals to increase event attendees’ attention and memory. 3) In terms of attendee confidence, the event organizers highlight strategies used during. events with technology to create the most engaging feeling and atmosphere possible close to offline event attendance in order to build confidence among event attendees. The results of the quantitative research found that there is a statistically significant relationship between the integrated marketing communication factors and intention of attendees to attend Virtual Event. The word-of-mouth communication had the highest effect followed by event and experiential marketing, promotion, public relations, and advertising respectively. The factor of confidence has statistically significant effect on the intention to attend virtual events. The confidence in presentation has the greatest effect, followed by confidence from credibility and confidence in product quality respectively. Nevertheless, event organizers should consider the format of hosting events consistent with the target audience by emphasizing on information system to help attendees feel like they are engaging in offline events and give them the confidence as well as building awareness by social media advertising to read comments and preliminary feedback before expanding to other channels like television in order to create recognition for the target audience and stimulate willingness to a virtual event

    พฤติกรรมการคิดลดแบบไฮเปอร์โบลิกและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตรวจสุขภาพประจําปีของผู้มีสิทธิบริการที่มิตรไมตรีคลินิกสาขาสนามบินน้ำ

    No full text
    การศึกษานี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการตรวจสุขภาพประจำปีของผู้ใช้บริการที่มีสิทธิการรักษาในมิตรไมตรีคลินิกสาขาสนามบินน้ำ รวมทั้งศึกษาว่าพฤติกรรมการคิดลดแบบไฮเปอร์โบลิกมีผลต่อการตรวจสุขภาพอย่างไร โดยทำการศึกษาทั้งสิ้น 399 ราย โดยใช้การคำนวณทางสถิติค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสมการถดถอยแบบโพบิท ที่ระดับนัยสำคัญที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการตรวจสุขภาพประจำปีในเชิงบวก คือ เพศหญิง อายุ ดัชนีมวลกายที่มาก ระดับรายได้สูง ระดับการศึกษาสูง การออกกำลังกาย การไม่สูบบุหรี่ การได้รับการรักษาในโรงพยาบาล ความรู้ทางสุขภาพที่สูง ความกังวลทางสุขภาพที่มาก การเป็นพนักงานประจำ การเป็นคนที่ไม่มีพฤติกรรมการคิดลดแบบไฮเปอร์โบลิก โดยตัวแปรดังกล่าวเป็นตัวแปรที่มีระดับนัยสำคัญที่ 0.0

    การศึกษาแรงจูงใจ ทัศนคติด้านภาพลักษณ์องค์กรและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส ทวีรัก99 กรณีศึกษาสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาแรงจูงใจ ทัศนคติด้านภาพลักษณ์องค์กรและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 กรณีศึกษาสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาถึงแรงจูงใจของลูกค้าที่มีผลต่อการใช้บริการผลิตภัณฑ์เงิน ฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 2) เพื่อศึกษาทัศนติด้านภาพลักษณ์ขององค์กรของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 3) ทัศนคติด้านส่วนประสมทางการตลาดของลูกค้าต่อการใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 เพื่อนําไปวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด พัฒนาช่องทางในการส่งเสริมการขายให้กับสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ให้มีการซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 เพิ่มมากขึ้น โดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างลูกค้าผู้ถือผลิตภัณฑ์ จํานวน 400 คน จาก 5 สาขา ในสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ผลการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 41-50 ปี ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส การศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ประกอบอาชีพเกษตรกร ในครอบครัวมีจํานวนสมาชิกเพียง 2-3 คน มีรายได้ต่อเดือนน้อยกว่า 15,000 บาท พฤติกรรมการซื้อเงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส.ทวีรัก99 ส่วนมากซื้อวงเงินคุ้มครอง 100,000 บาท โดยจะซื้อเพื่อเป็นเงินทุนหลังการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ซึ่งส่วนใหญ่ทราบข้อมูลผลิตภัณฑ์จากแหล่งข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ได้แก่ ครอบครัว เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ส่วนมากจะซื้อผ่านนายหน้าประกัน/เคาเตอร์ธนาคาร 1) แรงจูงใจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 ณ ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% 2) ทัศนคติของลูกค้าที่มีต่อภาพลักษณ์องค์กร ในด้านความน่าเชื่อถือ ด้านความสัมพันธ์ และด้านการบริหาร มีผลต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ณ ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% 3) ทัศนคติด้านส่วนประสมทางการตลาดในด้านผลิตภัณฑ์ ด้านหลักฐานกายภาพบริการ ด้านราคา และด้านกระบวนการ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส.ทวีรัก99 ณ ระดับความเชื่อมั่น 95% นั้นหลากหลายด้านซึ่งลําดับตามที่ลูกค้าให้ความสําคัญต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านหลักฐานกายภาพบริการ ด้านราคาและด้านกระบวนการตามลําดั

    กลยุทธ์ธุรกิจเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจของ บริษัท บีจีคอนเทนเนอร์ กล๊าส จํากัด (มหาชน)

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้างานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ กลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด เพื่อได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการ วิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลปฐมภูมิ โดยมีผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 9 คนซึ่งเป็น ตัวแทนของพนักงานบริษัทฯทั้งหมด นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้มาซึ่งข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูล จากบทความ สิ่งตีพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ รวมไปถึงแหล่งข้อมูล สาธารณะที่มาจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเช่น รายงาน 56-1 รายงานประจำปี แบบแสดงรายการ ข้อมูลประจำปี รวมถึงข้อมูลเว็บไซต์ภายในบริษัท หนังสือพิมพ์ และวารสาร บริษัทฯ เป็นต้น เมื่อนำ ข้อมูลปฐมภูมิกับข้อมูลทุติยภูมิมารวบรวมพบว่า ความเสี่ยงหลักในการดำเนินธุรกิจสามารถแบ่งเป็น 2 ส่วนได้ดังนี้ 1. ความเสี่ยงภายใน ได้แก่ ความเสี่ยงจากการพึ่งพากลุ่มลูกค้ารายใหญ่จำนวนน้อยราย ความเสี่ยงจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ ความเสี่ยงจากการที่ไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบในราคาและปริมาณที่เหมาะสม ความเสี่ยงจากการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ไม่สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจ และความเสี่ยงที่ไม่สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2. ความเสี่ยงภายนอก ได้แก่ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ ความเสี่ยงจากสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์อื่นใดที่นอกเหนือความควบคุม และอาจทำให้ธุรกิจของบริษัทฯ หยุดชะงักลงและความเสี่ยงจากการที่เข้าไปลงทุนในกิจการใหม่ ทั้งนี้ผู้วิจัยได้วางแนวทางในการแก้ไขปัญหา ดังนี้ 1. การสต็อกเศษแก้วไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน และเข้าไปเป็นเจ้าของบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบเศษแก้ว โดยการถือหุ้น 100% 2. การสร้างความแตกต่าง (Differentiation) การคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ 3. การมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ (Cost Leadership) 4. การเจาะจงในตลาด (Focus) มุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมยา เครื่องสำอางและความงาม โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีรูปแบบซับซ้อนและเจาะจงกับกลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะ 5. การจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรของบริษัท 6. การจัดทำแผนพัฒนาผู้ขายวัตถุดิบที่สำคัญ 7. ลงทุนในระบบการผลิตต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมระบบการผลิต มุ่งสู่การผลิตแบบ Machine Intensive 8. ทำการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องในโครงการที่จะไปลงทุนโดยละเอียด โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 9. การลงทุนเพิ่มในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน Total Packaging Solution ทั้งนี้การดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของปัจจัยทั้งภายในและภายนอกองค์กร และจะต้องมีการประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน โดยพิจารณาถึงผลตอบรับที่ได้และการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวเป็นสำคั

    การศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อ โครงการบ้านล้านหลังที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในจังหวัดเชียงใหม่

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ เป็นการศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในจังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาส่วนประสมการตลาดที่มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกใช้สินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2) เพื่อศึกษาสาเหตุที่ทำให้การจัดการสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขและนำเสนอกลยุทธ์ทางเลือกการเพิ่มยอดสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ใช้บริการธนาคารอาคารสงเคราะห์ จำนวน 400 คน และกลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้จัดการสาขาทั้ง 5 สาขาในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นแบบสอบถามผ่านระบบ Online โดยใช้ Google From และแบบสัมภาษณ์ผู้จัดการสาขา ในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 5 สาขา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่าง 400 ราย ส่วนมากเป็นเพศหญิงมีอายุ 31 – 40 ปี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี มีสถานภาพโสด มีอาชีพรับจ้าง/ พนักงานเอกชน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 15,001 – 20,000 บาท โดยผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และมีความคิดเห็นต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าสาเหตุในการเกิดมี 3 สาเหตุหลัก และ 10 สาเหตุรอง ได้แก่ 1) ปัจจัยภายนอก สาเหตุรองคือ เศรษฐกิจ รัฐบาล และการแพร่ระบาดของโควิด-19 2) ปัจจัยภายใน สาเหตุรองคือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ วงเงินกู้ จำนวนเงินที่ต้องชำระ และระยะเวลาผ่อนชำระ 3) ปัจจัยส่วนบุคคล สาเหตุรองคือ มีรายได้ลดลง ภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และใช้เงินกู้ผิดวัตถุประสงค์ จากการประเมินทางเลือกทั้ง 3 แนวทางสำหรับการแก้ปัญหา นำไปสู่การสรุปทางเลือกที่มีความเหมาะสมในการนำไปใช้แก้ไขปัญหามากที่สุด ได้แก่ แนวทางที่ 1 ซึ่งเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่มุ่งเน้นหาลูกค้าเพื่อเพิ่มยอดสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยกำหนดให้แต่ละสาขาเจาะกลุ่มลูกค้าตามแหล่งชุมชนในทำเลที่ตั้งใกล้เคียงกับสาขา และสร้างการรับรู้ผ่านสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตลอดจนให้คำปรึกษา/แนะนำการเตรียมเอกสารยื่นกู้ และแนะนำทางเลือกอื่น ๆ แก่ลูกค้าที่ไม่เข้าเงื่อนไ

    การศึกษาแรงจูงใจและการยอมรับเทคโนโลยีของคนไข้ที่มีผลต่อการตัดสินใจใช้โทรเวชกรรมของโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง.

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาแรงจูงใจและการยอมรับเทคโนโลยีของคนไข้ที่มีผลต่อการตัดสินใจใช้โทรเวชกรรมของโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง การศึกษาหัวข้อนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาแรงจูงใจของคนไข้ที่มีผลต่อการตัดสินใจใช้โทรเวชกรรมของโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสัน หลัง (2) เพื่อศึกษาปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีที่มีผลต่อการตัดสินใจใช้โทรเวชกรรมของโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง (3) เพื่อศึกษาทัศนคติของคนไข้เกี่ยวกับส่วนประสมทางการตลาด ที่มีผลต่อการตัดสินใจใช้โทรเวชกรรมของโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง (4) เพื่อเสนอแนะแนวทางการตลาดให้กับโรงพยาบาลเฉพาะทางนำไปสู่การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยใช้การศึกษาวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทำการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหาร โรงพยาบาลและผู้บริหารระดับหัวหน้า คนไข้ที่เคยใช้โทรเวชกรรม จำนวนและคนไข้ที่ไม่เคยใช้โทรเวชกรรม และวิจัยเชิงปริมาณ โดยทำแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างคนไข้ที่เคยใช้โทรเวชกรรม ผลการศึกษา พบว่า ทัศนคติที่คนไข้ตัดสินใจในการบริการโทรเวชกรรมของโรงพยาบาล ได้แก่ แรงจูงใจด้านเหตุผล การยอมรับเทคโนโลยีด้านประโยชน์และการใช้งานง่าย ด้านส่วนประสมการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ ช่องทางบริการ กระบวนการบริการ หลักฐานกายภาพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และผลจากการสัมภาษณ์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีบริการการใช้โทรเวชกรรม ในการดูแลและให้คำปรึกษาได้ และเครื่องมีประโยชน์คือ ไม่ต้องรอแพทย์ สะดวก ประหยัดเวลา ใช้งานง่าย ตรงตามความต้องการ ใช้ได้ทุกที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์ มีการแสดงผลที่ชัดเจนทันสมัย ดังนั้นแนวทาง นำเสนอด้านการตลาด คือ ด้านผลิตภัณฑ์บริการโทรเวชกรรม สามารถติดตามผลรักษาได้แสดงผลตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและให้บริการได้หลายรูปแบบ ด้านช่องทางการให้บริการ สามารถใช้บริการได้ทุกระบบได้ทุกที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์ ด้านกระบวนการให้บริการสามารถรับคำปรึกษาในทุก ขั้นตอนผ่านโทรเวชกรรมมีความรวดเร็ว และด้านหลักฐานกายภาพมีหน้าจอแสดงผลที่ชัดเจน ทันสมั

    ภาพลักษณ์องค์กรและทัศนคติด้านส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกใช้เครื่องรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ของธนาคารออมสิน

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาภาพลักษณ์องค์กรและทัศนคติด้านส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกใช้ เครื่องรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ของธนาคารออมสิน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาพลักษณ์องค์กรและศึกษาทัศนคติด้านปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่มีผลต่อการใช้บริการ EDC ของธนาคารออมสิน โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือ กลุ่มร้านค้าสมาชิกที่ใช้บริการ EDC ของธนาคารออมสิน จำนวน 105 ร้านค้า และกลุ่มร้านค้าที่ใช้บริการ EDC ของธนาคารอื่น จำนวน 8 ร้านค้า เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็น แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 105 คน เลือกใช้เครื่องรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ของธนาคารออมสิน ที่มีผลต่อด้านปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการด้าน ผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจำหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านบุคคล ด้านกระบวนการให้บริการ และด้านองค์ประกอบทางกายภาพ มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ 0.79 อยู่ในระดับมาก ดังนั้น สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการตลาดด้านส่วนประสมทางการตลาดบริการให้กับธนาคารออมสินได้A study of corporate image and market contribution attitudes affecting the choice of using Electronic Data Capture (EDC) of Government Savings Bank aimed to study the organizational image and to study the attitude of the marketing mix service factors that affect to use EDC services of Government Savings Bank. There are 105 member stores using Government Savings Bank's EDC service and a group of 8 stores using other bank EDC services. The tools were used in this study consist of the questionnaires, interviews, and statistics used to analyze data, including the percentage, average, and standard deviation. The results showed that 105 respondents who chose to use electronic card accepting machine (EDC) of the marketing mix service factors that affect. affects the service marketing mix. Product, price, distribution channel marketing promotion, personnel, service process and physical components. The standard deviation of 0.79 was at a high level. Therefore, the information can be used in the marketing planning of the marketing mix of services for the Government Savings Bank

    0

    full texts

    8,763

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇