UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
8763 research outputs found
Sort by
แนวทางการแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มรายได้ของตลาดประชารัฐของดีวีถีชุมชน ธ.ก.ส. ภายใต้สถานการณ์โควิด กรณีศึกษา ธ.ก.ส. จังหวัดขอนแก่น
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มรายได้ของตลาดประชารัฐของดีวีถีชุมชน ธ.ก.ส. ภายใต้สถานการณ์โควิด กรณีศึกษาธ.ก.ส. จังหวัดขอนแกํน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคและความพึงพอใจในการใช้บริการตลาดประชารัฐ ปัจจัยสํวนประสมทางการตลาดที่สํงผลต่อการตัดสินใจใช้บริการตลาดประชารัฐ และเพื่อเสนอแนวทางในการเพิ่มรายได้ของตลาดประชารัฐของดีวีถีชุมชน ธ.ก.ส. ภายใต้สถานการณ์โควิด กรณีศึกษา ธ.ก.ส.จังหวัดขอนแกํน เนื่องจากปัญหาที่พบจากการเก็บข้อมูล ปริมาณการซื้อสินค้าในตลาดประชารัฐของดีวิถีชุมชน ธ.ก.ส. ขอนแก่น จำนวน 3 ปี บัญชีย้อนหลังพบวํา จำนวนผู้ประกอบการที่เข้ามาขายสินค้าที่ตลาดประชารัฐลดลงและปริมาณรายได้หรือยอดขายลดลง กลุํมตัวอยํางคือกลุํมลูกค้าผู้บริโภค ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ที่ใช้บริการตลาดประชารัฐของดีวิถีชุมชน ธ.ก.ส.ขอนแก่น ทุกวันพฤหัสบดี โดยเฉลี่ยจากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลงชื่อในทะเบียนเข้าออก มาตรการป้องกันโควิด-19 กํอนเข้าบริเวณตลาดประชารัฐจำนวน 400 ราย คำนวณหาขนาดกลุํมตัวอยําง ตามสูตร Yamane ได้กลุํมตัวอยําง จำนวน 200 รายและกลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือผู้ประกอบการที่ขายสินค้าในตลาดประชารัฐของดีวิถีชุมชน ธ.ก.ส. จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ ใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งประโยชน์ที่คาดวําจะได้รับคือสร้างแผนกลยุทธ์การตลาด เพิ่มยอดรายได้ให้กับร้านค้าที่มาขายสินค้าในตลาดประชารัฐของดีวิถีชุมชน ธ.ก.ส.ขอนแกํน ภายใต้ สถานการณ์โควิดได้ ผลการศึกษาด้านความพึงพอใจและส่วนประสมทางการตลาดของตลาดประชารัฐในผลรวม ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (=4.43,S.D.=0.59) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบวํา ผู้ตอบแบบสอบถามสํวนมากมีความเห็นด้านบุคคลและการให้บริการมีพึงพอใจอยูํในระดับมากที่สุด (= 4.58,S.D.=0.52) ด้านองค์ประกอบทางกายภาพสภาพแวดล้อมภายนอก มีความพึงพอใจอยูํในระดับมาก (=4.49,S.D.=0.59) ด้านชํองทางบริการและสถานที่ในการซื้อ มีความพึงพอใจอยูํในระดับมาก (=4.44, S.D.=0.55) ด้านสํงเสริมการตลาด มีความพึงพอใจอยูํในระดับมาก (=4.32, S.D.=0.68) ด้านผลิตภัณฑ์ มีความพึงพอใจอยูํในระดับมาก (=4.31,S.D.=0.60) ด้านราคา มีความพึงพอใจอยูํในระดับมาก (= 4.29 S.D.=0.66) แต่เนื่องจากตลาดขาดการประชาสัมพันธ์ผํานสื่อออนไลน์ และสื่อออฟไลน์ จึงได้กำหนดแนวทางในการเพิ่มรายได้ของตลาดประชารัฐของดีวีถีชุมชน ธ.ก.ส.ขอนแก่น เน้นการประชาสัมพันธ์เจาะกลุํมลูกค้าบริเวณใกล้เคียงและวางแผนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ชํองทางออนไลน์ เพิ่มวันเปิดตลาด ขยายเวลาขายสินค้า ผู้ขายและพนักงานผู้ดูแลตลาดประชารัฐต้องใสํใจเน้นการบริการและให้ความรํวมมือด้านมาตรการป้องกันสถานการณ์โควิดThe objectives of this study were to study consumer behavior and satisfaction in using the service of the Green market, marketing mix factors affecting the decision to use the service of the Green market, and to propose a way to increase the income of the Green market of the BAAC under the Covid situation: A case study of the BAAC. As the problems encountered from collecting data on purchase volumes in the Green market of the BAAC, KhonKaen Province for the past 3 years found that the number of entrepreneurs who came to sell products at the Green market decreased and the amount of income or sales decreased. The sample were consumers and customers in Mueang KhonKaen District, KhonKaen Province who used the service of the Green market of BAAC, KhonKaen every thursday. In average of the number of service users who signed in and out of the Covid-19 prevention measures before entering the Green Market area of 400 people, the sample size was calculated according to the Yamane formula, it obtained 200 samples. The informant group were 10 entrepreneurs who sold products in the Green Market of the BAAC. The instrument used in this study was a questionnaire, an interview form. The statistics were used for data analysis. The expected benefit was to create a marketing strategy plan to increase revenue for the stores who sold products in the Green market of the BAAC, KhonKaen under the Covid situation. The study results had shown that opinions on satisfied factors and marketing mixed were highly and statistically significant. The income expansion way of target group should focus on public relation nearly customers and plan to advertise online channels, extend market days, also opening hours of market. The sellers and market staffs should be concentrating in services and cooperation in Covid-19 protecting measures. The results showed that the opinions on the factors of satisfaction and marketing mix of the Green market as a whole were at a high level ( =4.43, S.D. =0.59) On a case-by-side basis, most respondents had the highest level of personal and service satisfaction ( 4.58,S.D.=0.52) On the physical component side, the external environment is very satisfied ( = 4.49,S.D.=0.59). The service channels and places of purchase are very satisfied ( =4.44, S.D.=0.55) The marketing promotion side is very satisfied ( =4.32, S.D.=0.68), the product side is very satisfied ( =4.31,S.D.=0.60). The price is very satisfied ( = 4.29 S.D.=0.66) But because the market lacked the publicity through online media and offline media. Therefore, the market has formulated the guidelines to increase the income of the Green market of the BAAC, Khon Kaen focusing on public relations, targeting nearby customers and planning the advertisement and public relations via online, increasing the opening date of the market, extend the time for selling products. The vendors and staff in charge of the Green market must pay attention on focusing the service and give cooperation in the aspect of measures to prevent the Covid situatio
อุปสงค์แรงงานของประเทศไทย
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของอุปสงค์แรงงานของประเทศไทยกับปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และศึกษาความต้องการแรงงานของประเทศไทย เมื่อปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลผสม (Panel data) รายปี ระหว่าง ปี พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ. 2563 รวมระยะเวลา 10 ปี และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องมือทางเศรษฐมิติ วิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Linear Regression analysis) ด้วยวิธีการประมาณค่าสัมประสิทธิ์ (Coefficient) ของตัวแปรอิสระที่มีผลต่อตัวแปรตามในรูปแบบจำลอง lnLit= β0+β1lnGDPit+β2lnGDP_PCit+β3lnWageit+β4InCPIit+β5lnLPGit+β6lnGasohalit+ β7lnDieselit+ β8lnBenzineit + β9lnPPIit+ β10lnInterestit+ β11lnStockit+uit คำนวณหาสมการสุดท้ายที่ใช้เป็นแบบจำลองในการศึกษา โดยได้สมการแบบจำลองอุปสงค์แรงงานของประเทศไทย ดังนี้ lnLit=β0+β1lnGDPit+β2lnGDP_PCit+β3lnWage_CPIit+β4InBenzineit+ β5lnPPIit+β6lnStockit+uit เมื่อแทนค่าสัมประสิทธิ์ในแบบจำลอง ได้แบบจำลองอุปสงค์แรงงานสุดท้าย คือ lnLit = 1.5315 + 0.9115ln(GDP) - 0.9387ln(GDP_PC ) - 0.0237ln(Wage_CPI) + 0.0455ln(Benzine) + 1.6207ln(PPI) + 0.3868ln(Stock) ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตามกับตัวแปรอิสระ พบว่า ตัวแปรมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ปริมาณการใช้พลังงานน้ำมันเบนซิน (Benzine Volume) และดัชนีราคาผู้ผลิตรวม (Producer Price Index : PPI) มีความสัมพันธ์กับอุปสงค์แรงงานของประเทศไทยในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ สรุปได้ว่าหากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จะทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9155 ปริมาณการใช้พลังงานน้ำมันเบนซิน (Benzine Volume) เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จะทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.0455 ดัชนีราคาผู้ผลิตรวม (Producer Price Index : PPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จะทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6207 และผลิตภัณฑ์ต่อหัวประชากร (GDP Per Capita) มีความสัมพันธ์กับอุปสงค์แรงงานของประเทศไทย ในทิศทางตรงกันข้ามกับอุปสงค์แรงงาน ของประเทศไทย ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ หากผลิตภัณฑ์ต่อหัวประชากร (GDP Per Capita) เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จะทำให้การจ้างงานลดลงร้อยละ 0.9387 หมายความว่า เมื่อ GDP ต่อหัว เป็นตัวเลขที่บอกค่าเฉลี่ยของ GDP เมื่อเทียบกับประชากรในประเทศเพิ่มขึ้น ความต้องการแรงงานในประเทศจะลดลงเนื่องจาก อุปทานแรงงานในประเทศลดลง ผู้ผลิต (นายจ้าง) จึงหันมาใช้เครื่องมือ เครื่องจักรแทนการจ้างงา
การศึกษาแนวทางการเพิ่มยอดขายแบบประกันควบการลงทุน (Unit Linked) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรณีศึกษา บมจ. ไทยประกันชีวิต.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดสำหรับธุรกิจบริการ (7Ps) และปัจจัยคุณค่าของตราสินค้าที่มีผลต่อความตั้งใจซื้อแบบประกันควบการลงทุน (Unit Linked) ของประชากรวัยทำงานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประชากร คือ ประชากรวัยทำงานในเขต พื้นที่กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษามาประชากรวัยทำงานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม จำนวน 400 ราย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการศึกษา ด้านข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 29 - 39 ปี สถานภาพ โสด การศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นพนักงานเอกชน มีรายได้ต่อเดือน 15,000 – 30,000 บาท กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เคยทำกรมธรรม์ประกันชีวิต คิดเป็นร้อยละ 74.25 และรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันชีวิตจากเพื่อน/ญาติ โดยรู้จักกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และแบบตลอดชีพมากที่สุด ผลการศึกษาและวิเคราะห์สมมติฐานพบว่า ปัจจัยด้านความภักดีต่อตราสินค้า ปัจจัยด้านการรู้จักตราสินค้า ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์และปัจจัยด้านลักษณะทางกายภาพ มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อแบบประกันควบการลงทุนของประชากรวัยทำงานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.0
แนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมการออมเงินของประชากรวัยทํางาน Gen Y ในเขตกรุงเทพมหานคร
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางเพื่อส่งเสริมการออมของประชากรวัยทำงาน Gen Y ในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นการศึกษาจากลุ่มตัวอย่าง 291 ตัวอย่าง โดยศึกษาจากการตอบแบบสอบถามและนำเครื่องมือทางสถิติ ได้แก่ สถิติพรรณนา ค่าความถี่ ร้อยและ และ Chi-Square มาใช้ในการวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 173 คน คิดเป็นร้อยละ 59.45 สถานะภาพโสด จำนวน 171 คน คิดเป็นร้อยละ 59 มีบุคคลในความดูแล ต่ำกว่า 3 คน จำนวน 206 คน คิดเป็นร้อยละ 71 ระดับการศึกษาปริญญาตรี จำนวน 193 คน คิดเป็นร้อยละ 66 ทำงานอยู่ในกลุ่มธุรกิจค่าธนาคาร/บริษัทหลักทรัพย์/บริษัทจัดการกองทุน จำนวน 52 คน คิดป็นร้อยละ 17.90 มีรายได้ส่วนตัวเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ในช่วง 20,001 – 30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 26.12 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของทั้งครอบครัวอยู่ในช่วง 50,001 – 100,000 บาท จำนวน 75 คน คิดเป็นร้อยละ 25.77 มีรายจ่ายต่อเดือนของทั้งครอบครัวอยู่ในช่วง 20,001 – 30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 20.96 มีหนี้สินสะสมจำนวน 220 คน คิดเป็นร้อยละ 76 หนี้สินประเภทเงินกู้ซื้อบ้าน จำนวน 133 คน คิดเป็นร้อยละ 28.36 ไม่เคยทำทั้งบัญชีรับ - จ่ายรายเดือน และบัญชีสินทรัพย์ และหนี้สิน จำนวน 155 คน คิดเป็นร้อยละ 53 แนวทางการส่งเสริมการออมโดยการส่งเสริมให้ความรู้ถึงวิธีการ และข้อดีในการจัดทำชีรายรับ – รายจ่าย รวมไปถึง บัญชีสินทรัพย์และหนี้สิน เพื่อให้ทราบถึงสถานะการเงินในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังช่วยให้สามารถวางแผนเงินออมได้มากขึ้น และยังทำให้สามารถบริหารจัดการและแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างยั่งยืนในด้านการลงทุน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เลือกออมเงินภาคสมัครใจผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รองลงมาคือ กรมธรรม์ประกันชีวิต และสหกรณ์ออมทรัพย์ ประเภทเงินฝาก คิดเป็นร้อยละ 15.10 ร้อยละ 12.36 และ ร้อยละ 8.21 ตามลำดับ เน้นการออมที่มีความเสี่ยงต่ำ มากกว่าการลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเพียงร้อยละ 35.40 ที่มีพอร์ตการลงทุน อันเนื่องมาจากการขาดความรู้เกี่ยวกับการออมและการลงทุน และไม่อยากเสี่ยง เนื่องจากกลัวที่จะขาดทุนจึงควรส่งเสริมให้ความรู้ในด้านการลงทุน เพื่อเพิ่มช่องทางการออมที่มากกว่าการออมเงินในบัญชีออมทรัพย์ และประชาสัมพันธ์ช่องทางการหาความรู้ด้านการลงทุน ให้แก่ประชาชนในหลายกลุ่มมากขึ้น ส่งเสริมให้มีการใช้จ่าย e-money ผ่าน e-wallet เพื่อเป็นการบันทึกรายรับ - จ่าย และเป็นเครื่องมือในการวางแผนการเงินและกำหนดเป้าหมายในการออม ได้อย่างเหมาะสมและตรงตามความต้องการเฉพาะบุคค
การศึกษาเพื่อพยากรณ์ลูกค้า NPL สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์และจัดกลุ่มการเข้าสู่สภาวะความเสี่ยง
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาเพื่อพยากรณ์ลูกค้า NPL สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ และจัดกลุ่มการเข้าสู่สภาวะความเสี่ยง วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดลูกค้า NPL เพื่อศึกษาพฤติกรรมที่มีผลก่อให้เกิดแนวโน้มลูกค้า NPL และแนวทางในการลดความเสี่ยง โดยใช้โมเดลการเรียนรู้ของเครื่อง 3 แบบ (Decision Tree (J48), K-Nearest Neighbor และ Naïve Bayes) เพื่อพยากรณ์ลูกค้า NPL ผลการศึกษา คือ ประสิทธิภาพการพยากรณ์ของโมเดล Decision Tree (J48) ได้ค่ามีความถูกต้องแม่นยำสูงสุดที่ 98.23% โมเดล K – Nearest Neighbor : KNN ได้ค่ามีความถูกต้องแม่นยำ 93.80% โมเดล Naive Bayes ได้ค่ามีความถูกต้องแม่นยำ 90.26% ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบจากการศึกษาจะพบว่าลูกค้าทุกกลุ่มอาชีพ และมีเงินเดือน 10,000 – 20,000 บาท จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในด้าน NPL มากที่สุด ถ้าพิจารณาเจาะจงที่อาชีพพนักงานประจำมั่นคง ซึ่งเป็นตัวอย่างข้อมูลที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด พบว่าลูกค้ากลุ่มพนักงานธุรกิจเอกชน จดทะเบียน (>2 ปี/พนง.>20 คน) เป็นฐานที่มีความเสี่ยงด้าน NPL สูง และเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่เข้ามาทำสินเชื่อ ในการศึกษาครั้งต่อไป ธนาคารควรจะนำข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้มาทำการวิเคราะห์เพื่อลดความเสี่ยงด้าน NPL ที่สูงได้ดีขึ้น ประสิทธิภาพการพยากรณ์แล้ว พบว่าโมเดล Decision Tree (J48) มีประสิทธิภาพการพยากรณ์ดีที่สุด ได้ค่ามีความถูกต้องแม่นยำสูงที่สุ
ศักยภาพการส่งออกของไทยไปยังประเทศเอเชียตะวันออก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาถึงลักษณะการค้าระหว่างประเทศของไทยกับประเทศเอเชียตะวันออก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการส่งออกของไทยในแต่ละรายการสินค้าในตลาดประเทศเอเชียตะวันออก เพื่อดูว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพในการส่งออกไปยังประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้หรือไม่ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ทำการเปรียบเทียบการค้าระหว่างประเทศใน 2 ช่วงเวลาคือปี พ.ศ. 2559 (ก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) และปี พ.ศ. 2563 (หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) โดยใช้ข้อมูลอนุกรมเวลารายปีของ UN Comtrade Database ผลการวิเคราะห์ข้อมูลรายการสินค้าที่ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรกในแต่ละประเทศที่ศึกษา ในช่วงระหว่างปี 2559 – 2563 (HS 4 หลัก) พบว่า ลักษณะการค้าระหว่างประเทศของไทยกับประเทศเอเชียตะวันออก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ส่วนใหญ่มีมูลค่าการส่งออกสูงขึ้น และส่วนใหญ่มีสัดส่วนการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ นอกจากนี้ยังพบว่า มีบางรายการสินค้าที่ประเทศไทยเป็นผู้นำหลักในการส่งออกไปยังตลาดเอเชียตะวันออก นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลรายการสินค้าที่ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรกในแต่ละประเทศที่ศึกษา (HS 4 หลัก) ด้วยแบบจำลองส่วนแบ่งตลาดคงที่ ทำให้ทราบว่าสินค้ารายการใดบ้างที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออกในแต่ละประเทศของตลาดเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะรายการสินค้าส่งออกของไทยที่มีศักยภาพจากการที่การขยายตัวทางการค้าโดยรวมของโลกขยายตัวและประเทศไทยก็มีความสามารถในการแข่งขันที่จะรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้เป็นหลัก ผลจากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้าและแนวทางในการพัฒนาศักยภาพการส่งออกของประเทศไทยไปยังตลาดเอเชียตะวันออก เพื่อให้สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดของประเทศไทยในตลาดเอเชียตะวันออกได้อย่างต่อเนื่อ
Mud cloth : from local wisdom to the national and international brands
การศึกษาเรื่อง ผ้าหมักโคลน: จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แบรนด์ระดับชาติและนานาชาติ มีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ เพื่อศึกษาภูมิปัญญาในกระบวนการผลิตผ้าหมักโคลนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของชุมชนจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดระยอง และเพื่อศึกษาพัฒนาการกระบวนการผลิตผ้าหมักโคลนของแต่ละชุมชนที่ได้นำภูมิปัญญาไปพัฒนาต่อยอดจนนำไปสู่สินค้าระดับชาติและนานาชาติ การศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตการศึกษาผ้าหมักโคลนที่อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่ว่าด้วยเรื่องภูมิปัญญาเพื่อชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการผลิตผ้าหมักโคลน ที่มีการนำภูมิปัญญามาพัฒนาต่อยอดจนไปสู่การเป็นสินค้าระดับชาติและนานาชาติ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. ผ้าหมักโคลนหนองสูง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร
1.1. ด้านภูมิปัญญา ผ้าหมักโคลนหนองสูงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ด้านภูมิปัญญา 3 ด้าน คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาด้านการประกอบอาชีพ และภูมิปัญญาสร้างสรรค์ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับองค์ความรู้ใหม่ ทั้งนี้เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ผ้าหมักโคลนหนองสูงจึงมีอัตลักษณ์ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้าโอทอป และเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของอำเภอหนองสูง ส่งผลให้ชุมชนมีอาชีพเสริมและสามารถพึ่งพาตนเองได้ นับว่าเป็นการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน
1.2. ด้านพัฒนากระบวนการผลิต ผ้าหมักโคลนหนองสูงมีกระบวนการพัฒนาด้านการผลิต 3 ด้าน คือ ด้านการผลิต ด้านผู้ผลิต และด้านการจำหน่าย ผู้ผลิตได้นำองค์ความรู้ใหม่มาพัฒนากระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป รวมทั้งได้นำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในรูปแบบออนไลน์ จึงทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น ส่งผลให้ชุมชนมีอาชีพเสริมและสามารถพึ่งพาตนเองได้ นับว่าเป็นการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน
2. ผ้าหมักโคลนทะเล อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
2.1 ด้านภูมิปัญญา ผ้าหมักโคลนทะเลเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ด้านภูมิปัญญา 3 ด้าน คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาด้านการประกอบอาชีพ และภูมิปัญญาสร้างสรรค์ โดยนำภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีอยู่ดั้งเดิมมาดัดแปลง เพื่อนำมาใช้กับทรัพยากรในท้องถิ่นทำให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ ส่งผลให้ผ้าหมักโคลนทะลมีความโดดเด่นด้านภูมิปัญญาสร้างสรรค์ที่นำทุนวัฒนธรรมมาพัฒนาต่อยอด ทำให้ได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าโอทอป และเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ 4DNA อำเภอบ้านฉาง
2.2 ด้านพัฒนากระบวนการผลิต ผ้าหมักโคลนทะเลมีกระบวนการพัฒนาด้านการผลิต 3 ด้าน คือ ด้านการผลิต ด้านผู้ผลิต และด้านการจำหน่าย ผ้าหมักโคลนทะเล แบรนด์ลีลาฝ้าย เป็นผู้ผลิตรายแรกและรายเดียวในภูมิภาคตะวันออก โดยนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาพัฒนา ต่อยอดกระบวนการผลิตเพื่อให้ผ้าหมักโคลนทะเลมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างไปจากผ้าหมักโคลนในภูมิภาคอื่น จนมีโอกาสไปร่วมแสดงสินค้าหลายประเทศ และทำให้มียอดการสั่งซื้อต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการจ้างงานในชุมชน สร้างอาชีพ รายได้ และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนเป็นอย่างมากThe study entitled Mud Cloth: from Local Wisdom to the National and International Brands has two objectives: to study the local wisdom in the mud cloth production process from past to present of communities in Mukdaharn and Rayong Provinces; and to study the development of the mud cloth production process of each community that develops and builds on the local wisdom until
it becomes the national and international brands. In this study, the researcher sets the scope of study of the mud cloth at Nong Soong District, Mukdaharn Province and Ban Shang District, Rayong Province by studying and analyzing data that concerns the local wisdom in order to point out to changes in the mud cloth production process that builds on the local wisdom until it becomes the national and international brands. The research results can be summarized as follows :
1. The Mud Cloth of Nong Soong District, Mukdaharn Province
1.1 The Aspect of Local Wisdom, the mud cloth of Nong Soong is the product that has three unique wisdoms, i.e., local wisdom, occupational wisdom, and creative wisdom. It is the combination of the local wisdom and the new body of knowledge in order to develop the production process to produce the quality product with standard. The mud cloth of Nong Soong therefore has the outstanding local wisdom identity and is selected to be an OTOP product and Geographical Indication (GI) of Nong Soong District, resulting in the community has an extra job and can be self-reliance. It is regarded the construction of economic sustainability to the community.
1.2 The Aspect of the Development of Production Process, the mud cloth of Nong Soong has three production development processes, i.e., production, producer, and sale. The producers use the new body of knowledge to develop the production process to conform to changing social context. They also use technologies to manage and increase sale channels in the form of online sale, so it reaches to more consumers, resulting the community to have an extra job and can be self-reliance. It is regarded the construction of economic sustainability to the community.
2. The Sea Mud Cloth, Ban Shang District, Rayong Province
2.1 The Aspect of Local Wisdom, the sea mud cloth is the product that has three unique wisdoms, i.e., local wisdom, occupational wisdom, and creative wisdom. The original villager’s local wisdom is applied to use with the local resources to create the new body of knowledge, resulting the sea mud cloth having the outstanding creative wisdom that builds on the cultural capital, and being selected as an OTOP product and the 4DNA product sign of Ban Shang District.
2.2 The Aspect of the Development of Production Process, the mud cloth of Nong Soong has three production development processes, i.e., production, producer, and sale. The sea mud cloth of Leela Faai Brand is the first and only in the eastern part. The production process is built on the villager’s local wisdom for the sea mud cloth to have the outstanding identity that is different from the mud cloth in other parts until it has opportunities to participate in trade fair in many countries, resulting in the continuous buying orders, employment in the community, creating occupation, income, and economic strength to the community to a great extentรายงานการวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประจำปีการศึกษา 256
แนวทางการสื่อสารทางการตลาดสินเชื่อสวัสดิการข้าราชการบํานาญและลูกจ้างประจํา กรณีศึกษาธนาคารออมสินเขตเชียงใหม่ 3.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสาเหตุที่สินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ โดยใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกันของธนาคารออมสิน ไม่เป็นตามเป้าหมายที่กำหนด และ 2. เพื่อเสนอแนวทางกิจกรรมการสื่อสารทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินเชื่อสวัสดิการข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ กรณีศึกษาธนาคารออมสิน เขตเชียงใหม่ 3 เป็นการวิจัยแบบผสม Mixed method ประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปริมาณ มีกลุ่มตัวอย่าง คือ ข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติสหสัมพันธ์ และการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการ สัมภาษณ์เชิงลึกกับเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัย พบว่า สาเหตุที่สินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำไม่เป็นตามเป้าหมายที่กำหนด คือ 1. ไม่มีสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการทำการตลาดทางตรง ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 2. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายไม่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า 3. ปัญหาด้านการสื่อสารของพนักงาน ส่วนแนวทางการแก้ปัญหา คือ ธนาคารออมสินควรให้ความสำคัญด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงและเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมการตลาด และเพิ่มจำนวนพนักงานให้เพียงพอต่อการบริการ รวมไปถึงการจัดอบรมพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานด้านทักษะการขายและบริการ เพื่อให้สามารถให้บริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกั
การยอมรับการใช้บริการ Mobile Banking ในกลุ่มลูกค้าเกษตรกรผู้สูงอายุ บริบทธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการใช้งาน Mobile Banking ในกลุ่มลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในเขตกรุงเทพมหานคร เฉพาะปีบัญชี 2564 จำแนกตามปัจจัยแรงจูงใจในการใช้งาน ปัจจัยการเข้าถึงและการใช้งาน และปัจจัยความพึงพอใจในการใช้บริการ Mobile Banking โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ โดยใช้ ความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการสร้างแบบจำลองการเรียนรู้แบบมีผู้สอน (Supervised Learning) วิเคราะห์ผ่านโปรแกรม Weka (Waikato Environment for Knowledge Analysis) เพื่อกลุ่มข้อมูลหาความสัมพันธ์จากการทำนายผลของผู้ที่ใช้งาน Mobile Banking เพื่อหาความสำคัญของปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้งาน Mobile Banking ผลการศึกษา พบว่าปัจจัยในการยอมรับการใช้บริการ มีระดับการยอมรับการใช้งานในด้านการประหยัดเวลาในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคารอยู่ในระดับมาก การเข้าถึงและการใช้งานในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด มีการเข้าถึงและการใช้งานฟังก์ชั่นในการโอนเงินจากบัญชี ธ.ก.ส. ไปยังธนาคารอื่นอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ในด้านขั้นตอนการใช้งานในการทำธุรกรรมง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมาก โดยในกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี ที่มีการใช้งาน Mobile Banking พบว่า มีระดับการยอมรับการใช้งานในด้านการประหยัดเวลาในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคาร อยู่ในระดับมากที่สุด มีการเข้าถึงและการใช้งานในการโอนเงินจากบัญชี ธ.ก.ส. ไปยังธนาคารอื่นอยู่ในระดับมากที่สุด และส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ในด้านขั้นตอนการใช้งานในการทำธุรกรรมง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมาก และกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป พบว่ามีระดับการยอมรับการใช้งานในด้านการประหยัดเวลาในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคารอยู่ในระดับมากที่สุด มีการเข้าถึงและการใช้งานเพื่อตรวจสอบยอดเงินเคลื่อนไหวในบัญชี ธ.ก.ส. อยู่ในระดับมากที่สุด และส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ ธ.ก.ส. A-Mobile ในด้านขั้นตอนการใช้งานในการทำธุรกรรมง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อเสนอแนะจากงานการศึกษานี้คือ ธนาคารควรพัฒนา ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุดตามปัจจัยที่ได้วิเคราะห์ในการศึกษาครั้งนี้ เพื่อที่จะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้มาใช้บริการ ธ.ก.ส. A-Mobile และสามารถดึงลูกค้าใหม่ใช้บริการผลิตภัณฑ์กับทางธนาคารมากที่สุ