UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
8763 research outputs found
Sort by
แนวทางการแก้ไขปัญหาสินเชื่อธุรกิจวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท ของธนาคารออมสิน สาขาโคกอุดม ที่มีแนวโน้มลดลง
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.งานวิจัยนี้เกิดจากการให้บริการสินเชื่อธุรกิจของธนาคารออมสิน สาขาโคกอุดม ที่มีผลต่อการดำเนินงานสินเชื่อธุรกิจวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลกระทบต่อสินเชื่อรวมสุทธิ ทำให้ผลการประเมิน (KPIs) ของธนาคารไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ผู้ศึกษาต้องการหาสาเหตุของปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยใช้แบบสอบถามลูกค้า 20 ตัวอย่าง การสัมภาษณ์เชิงลึกจากพนักงาน และผู้บริหารระดับสูง จำนวน 3 ตัวอย่าง โดยการออกแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย จากการศึกษาพบว่าสาเหตุที่สินเชื่อธุรกิจมีแนวโน้มลดลง ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจซบเซา การบริหารจัดการของรัฐบาลกับโรคระบาด COVID-19 ทำให้ความสามารถในการทำกำไร สภาพคล่อง และผลประกอบการธุรกิจของลูกค้าลดลง นอกจากนี้ยังพบปัญหาในการให้บริการสินเชื่อธุรกิจของธนาคาร ดังนี้ 1.ลูกค้าไม่มีความเข้าใจในการกำหนดวัตถุประสงค์ของการขอกู้ 2.สถาบันการเงินขาดความยืดหยุ่นในเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา 3.ลูกค้าเผชิญกับปัญหาบางประการ เช่น กิจการถูกปิด การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของภาครัฐ และหาแนวทางการแก้ไขออกมาเป็น 2 ทางเลือก คือ 1.การส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานสินเชื่อ 2.การปรับเปลี่ยนกระบวนการด้านสินเชื่อ และตัดสินใจใช้ทั้ง 2 ทางเลือก เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในส่วนของพนักงานและกระบวนการสินเชื่
แนวทางการเพิ่มจํานวนผู้ใช้บริการชําระค่าสาธารณูปโภคผ่านบัญชีเงินฝาก กรณีศึกษา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดนครศรีธรรมราช
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับการชำระค่าสาธารณูปโภคผ่านบัญชีเงินฝาก 2) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 3) เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจใช้บริการชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มีจำนวนลดลง 4) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ ชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 384 ตัวอย่าง การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลพฤติกรรมการชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร นำไปวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) โดยนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาแบ่งกลุ่ม จำแนกประเภทตามลักษณะต่าง ๆ นำมาแปลงเป็นค่าร้อยละ (Percentage) และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของตารางแจกแจงความถี่ (Frequency Table) วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความสำคัญต่อปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการพิจารณาเลือกใช้บริการสินเชื่อ ซึ่งลักษณะแบบสอบถามจะเป็นการประมาณค่า 5 ระดับ (Likert Scale) วิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหาค่าเฉลี่ย (X̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 5 ตัวอย่าง โดยนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก มาทำการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกข้อมูล การวางเค้าโครงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาและวัตถุประสงค์ของการ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 31-40 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานของรัฐ มีรายได้ของครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือน 10,000-20,000 บาท ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าสาธารณูปโภคเฉลี่ยต่อเดือน 5,000 บาทขึ้นไป ด้านพฤติกรรมการชำระค่าสาธารณูปโภค ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ชำระผ่าน Mobile Application ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ช่วงเวลาที่ชำระ คือ ช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ค่าสาธารณูปโภคส่วนใหญ่ที่ชำระผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร คือ ค่าไฟฟ้า และเหตุผลที่เลือกชำระผ่านบัญชี เนื่องจากสะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนผลการศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พบว่า ปัจจัยที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ จากการสัมภาษณ์ พบว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ลูกค้าไม่ตัดสินใจใช้บริการกับ ธ.ก.ส. คือ ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด ปัจจัยด้านกระบวนการบริการ และปัจจัยด้านราคา และได้แนวทางการแก้ไขปัญหา โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ ทำได้โดยส่งเสริมการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด เน้นการแสวงหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ โดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สื่อสารข้อมูลข่าวสารโปรโมชั่นต่าง ๆ ผ่านการเลือกใช้สื่อหลากหลายรูปแบบ พร้อมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดให้เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมา
ปัจจัยที่มีผลต่อความผูกพันในองค์กรของบุคลากร บริษัท มิตรไมตรีการแพทย์ จำกัด
การศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อความผูกพันในองค์กรของบุคลากร บริษัท มิตรไมตรีการแพทย์ จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความผูกพันของบุคลากร และนำผลการวิจัยไปใช้บริหารบุคลากรของบริษัท มิตรไมตรีการแพทย์ จำกัด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานในบริษัท มิตรไมตรีการแพทย์ จำกัด จำนวน 230 คน โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้เป็นการใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับระดับและปัจจัยที่มีผลต่อความผูกพันในองค์กรของบุคลากร บริษัท มิตรไมตรีการแพทย์ จำกัด ที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น ข้อมูลที่ได้นำมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติในการใช้ทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ ค่า t-test, F-test, correlation analysis ผลการศึกษาวิจัย พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 66.09 อยู่ในช่วงอายุ 30-39 ปี คิดเป็นร้อยละ 35.22 มีสถานภาพโสด คิดเป็นร้อยละ 53.04 ระยะเวลาในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในบริษัท มิตรไมตรีการแพทย์ จำกัด ส่วนใหญ่อยู่ที่อายุงาน 1-3 ปี คิดเป็นร้อยละ 41.30 เงินเดือนส่วนใหญ่ น้อยกว่า 15,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 51.30 การวิเคราะห์เกี่ยวกับระดับความผูกพันต่อองค์กร พบว่า ระดับความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในบริษัท มิตรไมตรีการแพทย์ จำกัด ในภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายด้านเรียงตามลำดับค่าเฉลี่ย มากที่สุด คือด้านบรรทัดฐานทางสังคม รองลงมาคือด้านความรู้สึก และความต่อเนื่อ
ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) กรณีศึกษา : ตัวแทนขายบริษัทไทยประกันชีวิตจำกัด (มหาชน)
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) กรณีศึกษา ตัวแทนขายบริษัทไทยประกันชีวิต จากัด (มหาชน) และศึกษาความแตกต่างของการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) ในปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน และศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) กับการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน โดยกลุ่มตัวอย่างคือ ตัวแทนประกันชีวิต บริษัทไทยประกันชีวิต จากัด (มหาชน) 400 ตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณา อาทิเช่น ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติในการทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ Independent-samples T-Test การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ที่ระดับนัยสาคัญทางสถิติ 0.05 โดยผลการทดสอบสมมติฐาน ที่เกี่ยวกับค่าเฉลี่ยของการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน พบว่า ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ด้านเพศพบว่าค่าเฉลี่ยการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/1 และแบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99 เท่ากันในเพศชายและเพศหญิง ด้านอายุพบว่าค่าเฉลี่ยการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/1 และแบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99 เท่ากันในทุกช่วงอายุ ด้านสถานภาพครอบครัว พบว่าค่าเฉลี่ยการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/1 และแบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99 เท่ากันในทุกสถานภาพครอบครัว ด้านการศึกษา พบว่าค่าเฉลี่ยการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/1 และแบบประกันชีวิต ควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99 เท่ากันในทุกระดับการศึกษา และด้านจานวนปีที่เป็นตัวแทนขายประกันชีวิต พบว่าค่าเฉลี่ยการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/1 และแบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99 เท่ากันในแต่ละจานวนปีที่เป็นตัวแทนขายประกันชีวิต การวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/1 อย่างมีนัยสาคัญ โดยเรียงลาดับค่าสัมประสิทธิ์ ได้แก่ 1.ปัจจัยด้านพนักงานที่ทาหน้าที่สนับสนุนกระบวนการขาย 2.ปัจจัยด้านกองทุนรวมภายใต้แบบประกันยูนิตลิงค์ และ 3.ปัจจัยด้านเครื่องมือสนับสนุนกระบวนการขาย และปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อการตัดสินใจขายผลิตภัณฑ์แบบประกันชีวิตควบการลงทุนทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99อย่างมีนัยสาคัญ โดยเรียงลาดับค่าสัมประสิทธิ์ ได้แก่ 1.ปัจจัยด้านพนักงานที่ทาหน้าที่สนับสนุนกระบวนการขาย 2.ปัจจัยด้านกองทุนรวมภายใต้แบบประกันยูนิตลิงค
Impact of ownership structure, managerial motivation, and audit quality on discretionary accruals and earnings quality through the selection of accounting methods : evidence from Thailand
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาผลกระทบของโครงสร้างผู้ถือหุ้น แรงจูงใจของผู้บริหารตามทฤษฎีการบัญชีเชิงบวก และคุณภาพการสอบบัญชีต่อการเลือกวิธีปฏิบัติทางบัญชี 2) เพื่อศึกษาผลกระทบของวิธีปฏิบัติทางบัญชี โครงสร้างผู้ถือหุ้น แรงจูงใจของผู้บริหารตามทฤษฎีการบัญชีเชิงบวกและคุณภาพการสอบบัญชีต่อรายการคงค้างที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ 3) เพื่อศึกษาผลกระทบของวิธีปฏิบัติทางบัญชี โครงสร้างผู้ถือหุ้น แรงจูงใจของผู้บริหารตามทฤษฎีการบัญชีเชิงบวกและคุณภาพการสอบบัญชีต่อคุณภาพกำไร 4) เพื่อศึกษาผลกระทบของโครงสร้างผู้ถือหุ้น แรงจูงใจของผู้บริหารตามทฤษฎีการบัญชีเชิงบวก และคุณภาพการสอบบัญชีต่อรายการคงค้างที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจผ่านการเลือกวิธีปฏิบัติทางบัญชี และ 5) เพื่อศึกษาผลกระทบของโครงสร้างผู้ถือหุ้น แรงจูงใจของผู้บริหารตามทฤษฎีการบัญชีเชิงบวก และคุณภาพการสอบบัญชีต่อคุณภาพกำไร ผ่านการเลือกวิธีปฏิบัติทางบัญชี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ มีจำนวน 1,021 ตัวอย่าง จากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่อยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2554 – 2561 คัดเลือกโดยใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งเก็บรวบรวมจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้เทคนิคการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (OLS) และวิธีกำลังสองน้อยที่สุดสองขั้น (2SLS) ผลการศึกษาพบว่า การกระจุกตัวของผู้ถือหุ้น และการถือหุ้นโดยนักลงทุนรายย่อย ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อวิธีปฏิบัติทางบัญชี ในทางตรงข้ามพบว่า บริษัทที่ไม่มีผู้ถือหุ้นเป็นผู้บริหาร ผลการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สิน ขนาดกิจการ และคุณภาพการสอบบัญชี ส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อวิธีปฏิบัติทางบัญชี สำหรับผลการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบต่อรายการคงค้างที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจพบว่า การกระจุกตัวของผู้ถือหุ้นและการถือหุ้นโดยนักลงทุนรายย่อยส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อรายการคงค้างที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ในทางตรงข้ามพบว่า วิธีปฏิบัติทางบัญชี บริษัทที่ไม่มีผู้ถือหุ้นเป็นผู้บริหาร ผลการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สิน ขนาดกิจการ และคุณภาพการสอบบัญชี ส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อรายการคงค้างที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ สำหรับผลการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบต่อคุณภาพกำไร พบว่า วิธีปฏิบัติทางบัญชี บริษัทที่ไม่มีผู้ถือหุ้นเป็นผู้บริหาร อัตราส่วนหนี้สิน ขนาดกิจการ และคุณภาพการสอบบัญชี ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญกับคุณภาพกำไร ในทางตรงข้ามพบว่า การถือหุ้นโดยนักลงทุนรายย่อยส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพกำไร แต่ไม่พบผลกระทบของการกระจุกตัวของผู้ถือหุ้น และผลการดำเนินงานต่อคุณภาพกำไรการศึกษาครั้งนี้พบว่า วิธีปฏิบัติทางบัญชีเป็นตัวแปรส่งผ่านผลกระทบทางอ้อมของการกระจุกตัวของผู้ถือหุ้น การถือหุ้นโดยนักลงทุนรายย่อย การไม่มีผู้ถือหุ้นเป็นผู้บริหาร ผลการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สิน ขนาดกิจการ และคุณภาพการสอบบัญชีต่อรายการคงค้างที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ รวมทั้ง วิธีปฏิบัติทางบัญชีส่งผ่านผลกระทบทางอ้อมสาหรับการกระจุกตัวของผู้ถือหุ้น การถือหุ้นโดยนักลงทุนรายย่อย การไม่มีผู้ถือหุ้นเป็นผู้บริหาร ผลการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สินขนาดกิจการ และคุณภาพการสอบบัญชีต่อคุณภาพกำไร การศึกษาครั้งนี้ให้หลักฐานเพิ่มเติมจากวรรณกรรมในอดีตเกี่ยวกับประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ โดยพบว่าโครงสร้างการถือหุ้นและคุณภาพการสอบบัญชีส่งผลกระทบที่สำคัญต่อรายการคงค้างที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและคุณภาพกำไร ผ่านการเลือกวิธีปฏิบัติทางบัญชีThe purposes of this study were: 1) to study the impact of ownership structure, managerial motivation influenced by positive accounting theory, and audit quality on the selection of accounting methods, 2) to study the impact of accounting methods, ownership structure, managerial motivation influenced by positive accounting theory, and audit quality on discretionary accruals, 3) to study the impact of accounting methods, ownership structure, managerial motivation influenced by positive accounting theory, and audit quality on earnings quality, 4) to study the impact of ownership structure, managerial motivation influenced by positive accounting theory, and audit quality on discretionary accruals mediated by the selection of accounting methods, and 5 ) to study the impact of ownership structure, managerial motivation influenced by positive accounting theory, and audit quality on earnings quality mediated by selection of accounting methods. The sample group used in this study consisted of 1,021 observations of companies listed on the Stock Exchange of Thailand from 2011 to 2018 and was selected by using purposive sampling. The ordinary least squares (OLS) and two-stage least squares (2SLS) multiple regression techniques were employed for data analysis. The results showed that concentrated ownership and free float ownership had significant positive impact on accounting methods. On the other hand, non-managerial ownership, firm performance, leverage ratio, firm size, and audit quality had significant negative impact on accounting methods. The results of the impact on discretionary accruals showed that concentrated ownership and free float ownership had significant positive impact on discretionary accruals. On the contrary, it was found that accounting methods, non-managerial ownership, firm performance, leverage ratio, firm size, and audit quality had significant negative impact on discretionary accruals. The results of the impact on earnings quality found that accounting methods, non-managerial ownership, leverage ratio, firm size, and audit quality had significant positive impact on earnings quality. On the contrary, it was found that free float ownership had a significant negative impact on earnings quality. However, the impact of concentrated ownership and firm performance on earnings quality was not found. This study found that the accounting method was a mediating variable that transmitted indirect impacts of concentrated ownership, free float ownership, non-managerial ownership, firm performance, leverage ratio, firm size, and audit quality on discretionary accruals. In addition, the accounting method transmitted indirect impact of concentrated ownership, free float ownership, non-managerial ownership, firm performance, leverage ratio, firm size, and audit quality on earnings quality. This study provided additional literature relating to Thailand, which is an emerging market, that the ownership structure and audit quality have significant impact on discretionary accruals and earnings quality mediated by accounting method
การเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานด้วยการพัฒนาขั้นตอนการดําเนินงานและการจัด Layout กรณีศึกษาแผนก Operation บริษัท FLS1993 (Thailand) Co., Ltd.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การจัดการโลจิสติกส์)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ พบปัญหาจากการศึกษาขั้นตอนการดำเนินงาน พบว่า แต่ละฝ่ายต้องมีการติดต่อสื่อสารกันภายใน เพื่อให้งานแต่ละชิ้นเสร็จสิ้นไปด้วยดีแต่การวาง Layout ของแผนก ทำให้ฝ่ายที่มีการติดต่อสื่อสารมากอยู่ไกลกัน ทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างแผนก การส่งเอกสารต้องใช้ระยะทางและเวลามากขึ้น และยังพบว่า ขั้นตอนการดำเนินงานบางส่วนมีการซ้ำซ้อนกันของแต่ละฝ่าย กล่าวคือ งานที่ควรเป็นของฝ่ายที่ 1 แต่ฝ่ายที่ 2 กลับมาทำงานนี้ด้วย ทำให้เกิดการซ้ำซ้อนในการทำงาน จากปัญหาที่กล่าวมา ถือเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับพนักงานโดยไม่จำเป็น ทำให้พนักงานต้องทำงานหนักขึ้น และเป็นการใช้เวลาในการทำงานมากเกินไป โดยการศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานโดยการลดระยะเวลาในการทำงาน และขั้นตอนของการปฏิบัติงาน และเพื่อศึกษาปรับปรุงและพัฒนาขั้นตอนการทำงานและการจัดวาง Layout ภายในสำนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในด้านระยะเวลาการปฏิบัติงานของพนักงาน จากการศึกษาความรู้เรื่องทฤษฎี Load-distance Technique, ทฤษฎี ECRS, Lean Office และการจัดวาง Layout สำนักงาน เข้ามาใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากที่ได้ปรับปรุงกระบวนการทำงานและปรับปรุง Layout ของสำนักงานใหม่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อขั้นตอนการนำเข้า ดังต่อไปนี้ ขั้นตอนการทำงานของ CS ลดลงจาก 5 ขั้นตอน เหลือ 2 ขั้นตอน เวลาในการทำงานรวมลดลง 1 ชั่วโมง จากการปรับปรุงกระบวนการทำงาน คิดเป็น 19.34% เวลาในการติดต่อสื่อสารลดลง 15 นาที คิดเป็น 42.85% ระยะทางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารและส่งเอกสาร ลดลง 20 เมตร คิดเป็น 33.89% เส้นทางการติดต่อสื่อสารและการส่งต่อเอกสารเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้การทำงานไหลลื่นมากขึ้น หลังจากปรับปรุงกระบวนการทำงานและการจัด Layout ใหม่ช่วยให้เวลาและระยะทางในการทำงานลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในด้านระยะเวลาในการทำงาน และขั้นตอนของการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น ตามวัตถุประสงค์ของการศึกษา นอกจากนี้การปรับปรุงที่เกิดขึ้นยังช่วยให้เส้นทางการติดต่อสื่อสารและการส่งต่อเอกสารเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้การทำงานไหลลื่นเป็นขั้นตอนมากขึ้
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการทำกำไรของธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทย
การศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการทำกำไรของธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์สำคัญอยู่ 2 ประการ ได้แก่ เพื่อศึกษาถึงปัจจัยทางตรงและปัจจัยทางอ้อมที่ส่งผลกระทบต่อการทำกำไรของธุรกิจประกันวินาศภัย และเพื่อศึกษาถึงความแตกต่างในการทำกำไรของธุรกิจประกันวินาศภัยโดยเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มบริษัทไทยและกลุ่มบริษัทต่างชาติ ทั้งนี้ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นบริษัทประกันวินาศภัยซึ่งจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจำนวน 50 บริษัท โดยใช้ข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ถึงปี พ.ศ. 2563 เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 4 ปีได้ขนาดของกลุ่มข้อมูลจำนวน 200 ตัวอย่างเป็นข้อมูลแผง ผ่านการใช้เทคนิคการวิเคราะห์ด้วยวิธีการ Fixed Effect Model และ Random Effect Model และสรุปผลการเลือกเทคนิคการวิเคราะห์ที่เหมาะสมในแต่ละแบบจำลองด้วยวิธีการทดสอบแบบ Hausman ซึ่งได้ผลลัพธ์ดังต่อไปนี้ สำหรับสมการตัวแบบของแบบจำลองกำไรสุทธิจากการดำเนินงานโดยภาพรวมของธุรกิจประกันวินาศภัยพบว่า ตัวแปรอิสระที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ประกอบไปด้วย จำนวนเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ รายได้อื่นจากการดำเนินงาน และอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ส่วนสมการตัวแบบของแบบจำลองกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัยไทยพบว่า ตัวแปรอิสระที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ประกอบไปด้วย จำนวนเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ รายได้อื่นจากการดำเนินงาน และ อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน สำหรับสมการตัวแบบของแบบจำลองกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัยต่างชาติพบว่า ตัวแปรอิสระที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ประกอบไปด้วย จำนวนเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจประกันภัย และอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ส่วนสมการตัวแบบของแบบจำลองกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัยต่างชาติเฉพาะอเมริกันและญี่ปุ่นพบว่า ตัวแปรอิสระที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ประกอบไปด้วย จำนวนเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิรายได้อื่นจากการดำเนินงาน อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจประกันภัยและท้ายที่สุดของงานศึกษานี้สามารถสรุปได้ว่ากลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัยไทยและกลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัยต่างชาติมีปัจจัยหรือตัวแปรอิสระที่ส่งผลต่อการทำกำไรของธุรกิจประกันวินาศภัยโดยเปรียบเทียบแตกต่างกัน ซึ่งกลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัยไทยมีตัวแปรอิสระที่ส่งผลกระทบอย่างนัยสำคัญที่ 0.05 จำนวน 3 ตัวแปร อันได้แก่ จำนวนเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ รายได้อื่นจากการดำเนินงาน และอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน ทว่ากลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัยต่างชาติมีตัวแปรอิสระที่ส่งผลกระทบอย่างนัยสำคัญที่ 0.05 จำนวน 3 ตัวแปรอันได้แก่ จำนวนเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจประกันภัย และอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเท
การวิเคราะห์การจัดทำและบริหารงบประมาณการลงทุนด้านการก่อสร้างอาคาร กรณีศึกษาสำนักงานในส่วนงานภูมิภาคของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธก.ส.)
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการจัดทําและการบริหารงบประมาณการลงทุนก่อสร้างสาขา ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งแต่กระบวนการเสนอขอสร้างสาขา กระบวนการพิจารณาอนุมัติการก่อสร้างและกระบวนการจัดสร้างสาขา ตามกรอบงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดทํางบประมาณและการบริหารงบประมาณการลงทุนก่อสร้างสาขาของ ธ.ก.ส. เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการวางแผนจัดทํางบประมาณและการบริหารงบประมาณการลงทุนก่อสร้างสาขาของ ธ.ก.ส. โดยทําการเก็บข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก ในส่วนงานสํานักงานใหญ่ และส่วนงานภูมิภาค รวมทั้งหมด 44 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร จํานวน 22 คน และพนักงาน จํานวน 22 คน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เครื่องมือแผนผังก้างปลา เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ผลการศึกษาพบว่า บุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ให้มุมมองการเกิดปัญหา ดังนี้ 1. ด้านนโยบาย พบว่า มีการปรับเปลี่ยนนโยบาย โดยการกระจายอํานาจให้สาขาดําเนินการแทนส่วนกลาง และชะลอการก่อสร้างสาขาที่เป็นสาขาตําบล 2. ด้านงบประมาณ พบว่า ขาดการจัดลําดับความสําคัญก่อนหลัง ของแผนงานให้สอดคล้องกับศักยภาพของบุคลากร และการประมาณการงบประมาณไว้สูงเกินไป 3. ด้านกระบวนการ พบว่า มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กรอบระยะเวลาไม่เพียงพอ การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า ผู้รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนกับธนาคารมีน้อยราย และราคากลางต่ำเกินไป 4. ด้านบุคลากร พบว่า บุคลากรของส่วนกลางไม่เพียงพอ การโยกย้ายสับเปลี่ยนพนักงาน และพนักงานขาดประสบการณ์และไม่มีความรู้ ทางผู้ศึกษาได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา 3 แนวทาง ดังนี้ 1. นโยบายการปรับลดจํานวนสาขาหรือปรับขนาดสาขาให้เล็กลง และลงทุนด้านเทคโนโลยีมากขึ้น 2. นโยบายให้ส่วนกลางดําเนินการโดยตรง หากพนักงานไม่เพียงพอให้จ้างบริษัทภายนอกและควบคุมโดยส่วนกลาง 3. นโยบายการกระจายอํานาจให้ส่วนภูมิภาคดําเนินการเอง ทางผู้ศึกษาขอเสนอแนวทางเลือกที่ 1 นโยบายการปรับลดจํานวนสาขา คือ การลงทุนด้านเทคโนโลยี ทําให้ธนาคารมีการปรับตัวโดยการนําเทคโนโลยีมาช่วยอํานวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการเงินแก่ลูกค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากรให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงิน แนวทางนี้จะช่วยลดปัญหาในด้านบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในส่วนงานภูมิภาค ที่มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนตําแหน่งภายในองค์กร พนักงานขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดําเนินงานก่อสร้างสาขา และสามารถบริหารงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรได
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคําในตลาดโลก
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษา “ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในตลาดโลก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตลาดทองคำการลงทุนในทองคำและสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในตลาดโลก แนวทางที่เลือกศึกษาความสัมพันธ์และปัจจัยต่างๆ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในตลาดโลก โดยเลือกปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำในตลาดโลกคือ อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐ (EUR/USD) อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเยนต่อดอลลาร์สหรัฐ (JPY/USD) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี (BOND YIELD) ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DOW JONES) สกุลเงินดิจิตอล Bitcoin (BTC), Ethereum (ETC), Ripple (XRP), Binance (BNB) โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ซึ่งเป็นข้อมูลรายเดือน เก็บรวบรวมตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 - เดือนมิถุนายน 2564 รวมทั้งสิ้น 126 เดือน โดยใช้การวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในตลาดโลกความสัมพันธ์ในทิศทางที่เป็นบวกกับราคาทองคำในตลาดโลก ได้แก่ ราคาสกุลเงินดิจิตอล (), ราคาสกุลเงินดิจิตอล (), และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ที่ผกผันกับราคาทองคำในตลาดโลก อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯเทียบกับเงินยูโร (/), ราคาสกุลเงินดิจิตอล (), อัตรแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเงินเยน (/), อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ( เป็นตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กับราคาทองคำในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ส่วนตัวแปรอิสระที่เหลือ ได้แก่ ราคาสกุลเงินดิจิตอล (), ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ () อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 0.0
การศึกษาการแก้ไขการเกิดหนี้ค้างชําระของสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้ เพื่อศึกษาการแก้ไขการเกิดหนี้ค้างชำระของสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ และเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเกิดหนี้ค้างชำระของสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ร่วมกับเชิงคุณภาพ สำหรับวิจัยเชิงปริมาณ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติแจกแจงความถี่ ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์และวิเคราะห์เนื้อหา จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างจากกลุ่มลูกหนี้ที่เป็นกลุ่มสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ของประจำปี 2563 ที่จำนวน 372 ราย เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 บัญชี คิดเป็น 53.76% รวมถึงสัมภาษณ์เชิงลึกกับพนักงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 15 ตัวอย่าง และทำการสัมภาษณ์ ลูกค้าเชิงลึกที่เกี่ยวข้องจำนวน 20 ตัวอย่าง พบว่าปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดหนี้ค้างชำระของสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ แบ่งออกเป็น 3 ปัจจัย คือ 1. ปัจจัยภายนอก 2. ปัจจัยภายใน 3. ปัจจัยส่วนบุคคล ซึ่งด้านปัจจัยภายนอกโดยรวมแล้วค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในทั้งหมด 3 ปัจจัย โดยอยู่ในระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.47 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.81 ประกอบไปด้วย 1.ภาวะเศรษฐกิจซบเซา 2.รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ 3.ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค covid-19 ส่วนการสัมภาษณ์ลูกค้า และพนักงาน พบว่าปัจจุบันลูกค้าประสบปัญหาในการชำระค่างวดสินเชื่อ โดยมีสาเหตุจากการมีรายได้ลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ, การแพร่ระบาดของโรค covid-19 เป็นต้น โดยต้องการเข้ามาตรการประนอมหนี้ หรือพักชำระหนี้กับธนาคาร ทั้งนี้ลูกค้ายังต้องการได้รับคำแนะนำ หรือแนวทางการช่วยเหลือที่ดีจากพนักงาน โดยแนวทางแก้ไขที่ผู้ศึกษาได้เลือก คือ การให้ลูกค้าที่มีปัญหาการเกิดหนี้ค้างชำระของสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคาร สงเคราะห์เข้าร่วมมาตรการประนอมหนี้กับทางธนาคารอาคารสงเคราะห