UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
    8763 research outputs found

    ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคําในตลาดโลก

    No full text
    การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษา “ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในตลาดโลก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตลาดทองคำการลงทุนในทองคำและสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในตลาดโลก แนวทางที่เลือกศึกษาความสัมพันธ์และปัจจัยต่างๆ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในตลาดโลก โดยเลือกปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำในตลาดโลกคือ อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐ (EUR/USD) อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเยนต่อดอลลาร์สหรัฐ (JPY/USD) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี (BOND YIELD) ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DOW JONES) สกุลเงินดิจิตอล Bitcoin (BTC), Ethereum (ETC), Ripple (XRP), Binance (BNB) โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ซึ่งเป็นข้อมูลรายเดือน เก็บรวบรวมตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 - เดือนมิถุนายน 2564 รวมทั้งสิ้น 126 เดือน โดยใช้การวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในตลาดโลกความสัมพันธ์ในทิศทางที่เป็นบวกกับราคาทองคำในตลาดโลก ได้แก่ ราคาสกุลเงินดิจิตอล (), ราคาสกุลเงินดิจิตอล (), และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ที่ผกผันกับราคาทองคำในตลาดโลก อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯเทียบกับเงินยูโร (/), ราคาสกุลเงินดิจิตอล (), อัตรแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเงินเยน (/), อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ( เป็นตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กับราคาทองคำในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ส่วนตัวแปรอิสระที่เหลือ ได้แก่ ราคาสกุลเงินดิจิตอล (), ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ () อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 0.0

    การแก้ไขปัญหาอัตราการกู้สินเชื่อระบบอิสลามลดลง กรณีศึกษาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขายะหา

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อค้นหาสาเหตุที่ยอดคงเหลือสินเชื่อระบบอิสลาม ธ.ก.ส. สาขายะหา ลดลง โดยการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยในรูปแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน และดำเนินการวิจัย ด้วยวิธีแบบผสมผสาน ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ลูกค้าเงินกู้ ธ.ก.ส. สาขายะหา โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 ธ.ก.ส. สาขายะหา มีลูกค้าเงินกู้จำนวน 7,873 คน ผู้วิจัยจึงได้กำหนดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน ซึ่งได้มาจากการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างจากสมการของ Taro Yamane (1967) โดยเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่ออธิบายข้อมูลเบื้องต้นและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและทดสอบค่าทีเทส กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ ผู้เคยใช้บริการสินเชื่อระบบแอสลาม จำนวน 6 คน และผู้บริหาร พนักงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจ่ายสินเชื่ออิสลาม จำนวน 4 คน โดยการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์เนื้อหาข้อมูล จากนั้นใช้แผนผังก้างปลาหาสาเหตุของปัญหา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยใช้เครื่องมือการวิเคราะห์องค์กรทั้งปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก และใช้ทาวส์เมตริก ทำการการวิเคราะห์เนื้อหา โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกข้อมูล การวางเค้าโครงการ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหา ผลการศึกษาพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 92.75 ส่วนใหญ่ เป็นเพศชาย ร้อยละ 66.00 มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ร้อยละ 43.25 สถานภาพสมรส ร้อยละ 91.25 ส่วน ใหญ่ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 73.50 ส่วนใหญ่ มีอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 80.25 ส่วนใหญ่มีรายได้ 10,001–15,000 บาทต่อเดือน ร้อยละ 71.75 2) พฤติกรรมผู้ใช้บริการ กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่ไม่เคยใช้บริการสินเชื่อระบบอิสลามร้อยละ 75.25 และไม่ทราบว่า ธ.ก.ส. มีสินเชื่อระบบอิสลามให้บริการ ร้อยละ 74.50 มีความถี่ที่ใช้ในการบริการด้านสินเชื่อกับธนาคาร ปีละ 1 ครั้ง 83.75 3) สาเหตุและปัญหาเกิดจากปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ด้านความต้องการผู้บริโภค ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ยังไม่ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภค ด้านพฤติกรรม ลูกค้ายังขาดการรับรู้ในตัวผลิตภัณฑ์และบริการ ด้านพนักงานยังขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีปฏิบัติอย่างถ่องแท้ 4) พัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้หลักเกณฑ์ของระบบการเงินอิสลาม เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค พร้อมการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์และบริกา

    การศึกษาพฤติกรรมและการตัดสินใจเช่าที่พักอาศัยของผู้ที่เข้ามาพักอาศัยในจังหวัดนครพนม

    No full text
    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมและการตัดสินใจเช่าที่พักอาศัยของผู้ที่เข้ามาพักอาศัยในจังหวัดนครพนม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ผู้ที่เช่าที่พักอาศัยในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว การทดสอบความแตกต่างรายคู่โดยวิธี LSD และค่าสถิติ chi-square ผลการศึกษาพบว่า ผู้เช่าที่พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 21-30 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี มีอาชีพข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ นักเรียน/นักศึกษา พนักงานบริษัท ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว/เจ้าของกิจการ และลูกจ้างทั่วไป สถานภาพโสด มีจำนวนสมาชิกในครอบครัว 4-5 คน มีภูมิลำเนาเดิมที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รายได้ส่วนบุคคลไม่เกิน 15,000 บาท และมีรายได้ทั้งครอบครัว 45,000 บาทขึ้นไป และส่วนของการวิเคราะห์พฤติกรรมการเลือกเช่าที่พักอาศัย พบว่า ส่วนใหญ่เช่าที่พักแบบบ้านเดี่ยว พักอาศัยอยู่คนเดียว พักแบบรายเดือน มีราคาค่าเช่าต่อเดือนอยู่ที่ 4,000-6,750 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ของการเช่าที่พักคือเพื่อทำงานระยะสั้น และส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกเช่าที่พักอาศัยด้วยตัวเอง พบที่เช่าพักอาศัยด้วยการเดินหาด้วยตนเอง มีผู้แนะนำ และพบโฆษณาใน Facebook ส่วนใหญ่พักอาศัยมาแล้วมากกว่า 4 ปี และมีแนวโน้มที่จะไม่ย้ายที่เช่าพักอาศัย และความต้องการเพิ่มเติมในช่วงสถานการณ์โควิด-19 คือ มีส่วนลดค่าเช่า และส่วนของการวิเคราะห์ระดับการให้ความสำคัญของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยมีการให้ความสำคัญในด้านบุคลากรเป็นลำดับที่ 1 ผลของการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้เช่าที่พักอาศัยไม่ส่งผลต่อพฤติกรรมในการเลือกเช่าที่พักอาศัย ยกเว้นปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ อาชีพ และรายได้ส่วนบุคคล และปัจจัยส่วนบุคคลผู้เช่าที่พักอาศัยไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเช่าที่พักอาศัย ยกเว้นปัจจัยส่วนบุคคลด้านอาชีพ ภูมิลำเนา รายได้ส่วนบุคคล และรายได้ทั้งหมดของครอบครั

    ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานีบริการน้ำมัน ในกรุงเทพมหานคร

    No full text
    การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานีบริการน้ำมันในกรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานีบริการน้ำมัน ในกรุงเทพมหานครและเพื่อศึกษาปัจจัยของส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานีบริการน้ำมัน ในกรุงเทพมหานคร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปโดยวิธีทางสถิติ SPSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ใช้วิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และวิธี Chi-Square ผลการศึกษาพบว่า มีเพศชาย มากกว่าเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 53.0, 47.0 ตามลำดับ โดยร้อยละ 78.8 มีอายุ 21-37 ปี สถานภาพโสดร้อยละ 82.8 ส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 71.3 นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 10,001 – 30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 60.3 ส่วนการทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับลักษณะทางประชากรศาสตร์ พบว่า ปัจจัยด้านอายุที่แตกต่างกัน จะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานีบริการน้ำมันที่แตกต่างกัน แต่ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ด้านอื่นๆ คือปัจจัยด้านเพศ สถานภาพ การศึกษา และรายได้ ที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานีบริการน้ำมันที่ไม่แตกต่างกัน และส่วนของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด 7P’s พบว่า ปัจจัยเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านบุคคล ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านกระบวนการ ด้านราคา และด้านส่งเสริมการขายมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการรองลงมา ตามลำดั

    การศึกษาพฤติกรรมในการใช้เครื่องบริการ Electronic ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาเดอะมอลล์บางแค.

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ ปัญหามาจากการที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์มีแผนการพัฒนายุทธศาสตร์การดำเนินงานในรูปแบบดิจิทัลแบงค์กิ้ง ซึ่งมีการเปลี่ยนปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาระบบการให้บริการกับผู้ใช้บริการในรูปแบบดิจิทัลซึ่งสามารถอำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการทำธุรกรรมในรูปแบบต่างๆ โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นธนาคารผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยชั้นนำระดับประเทศโดยจึงทำให้หนึ่งในธุรกรรมที่เป็นธุรกรรมที่สำคัญของธนาคารอาคารสงเคราะห์คือการบริการรับชำระหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้ใช้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทางธนาคารจึงจัดช่องทางการรับชำระหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยใช้เครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ (LRM: Loan Repayment Machine) ให้บริการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์สาขาเดอะมอลล์บางแค เป็นหนึ่งในสาขาของธนาคารที่มีการจัดเครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ให้บริการ แต่ปัจจุบันพบปัญหาการที่ผู้ใช้บริการบางส่วนยังขาดความเชื่อมั่นในการใช้บริการเครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์สาขาเดอะมอลล์บางแค เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ธนาคารจำเป็นต้องหาสาเหตุจากพฤติกรรมของลูกค้าทั้งในกรณีของผู้ใช้บริการและไม่ใช้บริการเครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อที่จะได้ทราบสาเหตุปัจจัยในการไม่ใช้เครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ และทราบถึงความพึงพอใจของผู้ใช้บริการเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาปรับปรุงการให้บริการเพื่อสามารถแก้ไขสาเหตุของผู้ไม่ใช้บริการเครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 ตัวอย่างของทั้งผู้ใช้บริการและไม่ใช้บริการเครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการไม่ใช้บริการของผู้ไม่ใช้บริการเครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์นั้นเกิดจากการไม่เชื่อมั่นความปลอดภัยในการใช้บริการเครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการหาแนวทางแก้ไขนั้นเป็นการนำเอาผลจากความพึงใจของผู้ใช้บริการมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหา โดยแบ่งออกเป็น 2 ทางเลือกคือ 1. แนวทางเชิงรุก (เข้าหาประชาสัมพันธ์ให้ความรู้สร้างความเชื่อมั่นแก่กลุ่มเป้าหมาย) เป็นการเข้าหากลุ่มลูกค้าบริเวณใกล้เคียงธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาเดอะมอลล์บางแค ผ่านทางบริษัท ห้างร้านเอกชน หน่วยงานราชการ เพื่อประชาสัมพันธ์การใช้บริการรวมถึงสิทธิประโยชน์พิเศษเพื่อสร้างแรงจูงใจในการใช้บริการและจัดให้มีการให้ความรู้นอกสถานที่ให้ความรู้แก่ลูกค้าได้ทราบถึงประโยชน์และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการเครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ 2. แนวทางเชิงรับ (จัดพนักงานนำเสนอสร้างแรงจูงใจเพิ่มสร้างความเชื่อมั่น) เป็นการจัดพนักงานให้คำแนะนำให้การช่วยเหลือการใช้งานให้แก่ผู้ที่ไม่เคยใช้บริการเพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการและจัดกิจกรรมให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการเครื่องบริการชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ เฉพาะสาขาเดอะมอลล์บางแค ในการลุ้นรับรางวัลเพื่อเพิ่มความสนใจและแรงจูงใจในการใช้บริกา

    การศึกษากลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น กลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูลในรูปแบบการสัมภาษณ์ คือ กลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อสื่อโฆษณา จำนวน 5 ราย และลูกค้าที่คาดว่ามีแนวโน้ม ที่สนใจที่จะซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลภายในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 200 กลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test Independent, One-Way ANOVA, Multiple Regression Analysis รวมถึงการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาตามผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ พบว่า มีกลยุทธ์ด้านราคา 4 กลยุทธ์หลักที่มีการใช้ ในการกำหนดราคาสื่อโฆษณาป้ายดิจิทัล ประกอบด้วย 1) กลยุทธ์ราคาแบบรวมกัน (Bundle Pricing) เป็นการตั้งราคาด้วยการนำเอาสินค้าแบบเดียวกันหรือต่างชนิดกันมากกว่า 1 มารวมขายเป็นแพคเกจ 2) กลยุทธ์ราคาให้ส่วนลด (Discount Pricing) เป็นการตั้งราคาโดยให้ความสำคัญกับ ต้นทุนและงบประมาณที่ใช้ในการซื้อสื่อ 3) กลยุทธ์ราคาล่อใจ (Loss Leader Pricing) เป็นการตั้งราคาเพื่อจูงให้ให้ผู้ซื้อสื่อสนใจ และตัดสินใจซื้อสื่อป้ายโฆษณา LED เช่น ทำสัญญา 12 เดือน รับส่วนลด 50% 4) กลยุทธ์ราคาตามการแข่งขัน (Competition-Based Pricing) ผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 41 – 50 ปี มีการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี โดยประเภทธุรกิจการดำเนินธุรกิจเป็นแบบบริษัท จำกัด มีระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ มากกว่าหรือเท่ากับ 8 ปี ขึ้นไป ประเภทสินค้าหลักของการดำเนินธุรกิจคือ ประเภทยานยนต์ และรายได้ของธุรกิจต่อเดือนเฉลี่ย น้อยกว่า 500,000 บาท ซึ่งผู้บริโภคมีความคิดเห็นต่อกลยุทธ์ด้านราคาของสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อลงโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีระดับความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ กลยุทธ์การตั้งราคาล่อใจ รองลงมากลยุทธ์การตั้งราคาโดยให้ส่วนลด กลยุทธ์การตั้งราคาตามการแข่งขัน และการตั้งราคาโดยให้ส่วนลด ตามลำดับ กลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น พบว่า กลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ กลยุทธ์การตั้งราคาล่อใจ และกลยุทธ์การตั้งราคาโดยให้ส่วนลด อย่างมีนัยสำคัญ ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการ ควรเน้นไปยังกลยุทธ์การตั้งราคาล่อใจ (Loss Leader Pricing) โดยพิจารณาการขายสื่อโฆษณาดิจิทัล ณ ระดับราคาตามตลาด และกลยุทธ์การตั้งราคาโดยให้ส่วนลด (Discount Pricing) ซึ่งตามผลการศึกษา ลูกค้ามีความสนใจซื้อสื่อในเงื่อนไขกลยุทธ์การตั้งราคา สื่อโฆษณา A กำหนดราคาอยู่ที่ 17,000 บาทต่อเดือน รวมกับสื่อโฆษณา B กำหนดราคาอยู่ที่ 27,000 บาทต่อเดือน พร้อมส่วนลด 10% ในขณะเดียวกันลูกค้านิยมรูปแบบของสัญญารายเดือน สัญญา 3 เดือน หรือน้อยกว่า โดยมีงบประมาณในการซื้อสื่ออยู่ที่ประมาณไม่เกิน 20,000 บาทต่อ เดือ

    ปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้นอุตสาหกรรม S-Curve ที่มีการทำธุรกิจและการลงทุนในจีน

    No full text
    การศึกษาครั้งนี้ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มที่เป็นอุตสาหกรรม S-Curve ที่มีการทำธุรกิจและการลงทุนในประเทศจีน ปัจจัยที่เลือกในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ประเทศจีน (Shanghai Composite (SSEC)) และ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่อยู่ในภาคการผลิตและมีความเชื่อมโยงกับจีน ทั้งที่มีรายได้จากจีน และการลงทุนในจีน โดยการเลือก 3 บริษัท คือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DELTA) และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิแบบอนุกรมเวลา (Secondary Time Series Data) เป็นรายเดือนตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2559 – 31 พฤษภาคม 2564 รวมระยะเวลา 5 ปีย้อนหลัง สถิติในการประมวลผลข้อมูล ได้แก่ ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด ในการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้นอุตสาหกรรม S-Curve ที่มีการทำธุรกิจและการลงทุนในจีน ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าที่ระดับนัยสำคัญร้อยละ 95 ตัวแปรที่ส่งผลต่อราคาหลักทรัพย์ของ เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) อย่างมีนัยสำคัญมี 1 ตัวแปร คือ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้าม ตัวแปรที่ส่งผลต่อราคาหลักทรัพย์ของ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DELTA) โดยมีตัวแปรที่มีนัยสำคัญทั้งหมด 3 ตัว คือ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวน (CNY_THB) มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้าม ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ประเทศจีน (Shanghai Composite (SSEC)) มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีน มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้าม ตัวแปรที่ส่งผลต่อราคาหลักทรัพย์ของ พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) โดยมีตัวแปรที่มีนัยสำคัญทั้งหมด 2 ตัว คือ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวน (CNY_THB) มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกั

    การศึกษากลยุทธ์การตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้ในเขตกรุงเทพมหานคร

    No full text
    งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การศึกษากลยุทธ์การตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้ในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มคนวัยทำงานที่เคยบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้และไม่เคยบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้ จำนวน 430 คน โดยใช้วิธีการสุ่มเก็บตัวอย่างโดยอาศัยความสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามออนไลน์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก (Binary Logistic Regression Analysis) ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง มีช่วงอายุ 25 ถึง 33 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน และมีรายได้ 15,001 ถึง 25,000 บาท พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เคยบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้ โดยพบว่ากลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เคยบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Colligi Collagen ซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้เพื่อบำรุงสุขภาพ ซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้ 2 เดือนต่อครั้ง มีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อครั้ง 1,001 ถึง 1,500 บาท ซื้อจากช่องทางออนไลน์ ผู้ที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อมากที่สุด คือ ตนเอง และมีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสินค้าจากรายการโทรทัศน์ สำหรับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดของผู้ที่เคยบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้และผู้ที่ไม่เคยบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้ เมื่อพิจารณารายด้านโดยเรียงระดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย ให้ระดับความสำคัญเหมือนกัน คือ ด้านราคา รองลงมา ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และด้านการส่งเสริมการตลาด ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า เพศและอายุที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้ในเขตกรุงเทพมหานครแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ด้านผลิตภัณฑ์ สินค้าผลิตจากธรรมชาติ 100% และสินค้ารสชาติดี ด้านราคา มีการแสดงราคาสินค้าระบุไว้ชัดเจน ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและมีรูปแบบการชำระเงินได้หลายช่องทาง ด้านการส่งเสริมการตลาด มีการจัดโปรโมชั่นลดราคา แถมสินค้าและมีการจัดกิจกรรม Event ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอมาโด้ในเขตกรุงเทพมหานครแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ถึง 0.1

    ผลกระทบของหนี้สาธารณะที่ส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

    No full text
    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทั่วไปของการก่อหนี้สาธารณะและนโยบายการบริหารจัดการการก่อหนี้สาธารณะของประเทศไทย รวมถึงบทบาทของหนี้สาธารณะที่มีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2540 – 2563 ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถนำไปพัฒนาปรับปรุงแนวคิดเกี่ยวกับการก่อหนี้สาธารณะ และวางแผนนโยบายของหนี้สาธารณะในระยะยาว พร้อมทั้งเป็นแนวทางการควบคุมปริมาณหนี้สาธารณะให้เหมาะสมกับนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยข้อมูลที่ใช้ศึกษาเป็นข้อมูลทุติยภูมิ แบบอนุกรมเวลา (Time Series) ระหว่างปี พ.ศ.2540-2563 รวมทั้งสิ้น 24 ปี ดำเนินการวิเคราะห์ความมีเสถียรภาพของข้อมูล และทำการประมาณค่าสัมประสิทธิ์แบบจำลองด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Squares: OLS) จากผลการศึกษาพบว่า การก่อหนี้สาธารณะในประเทศมีความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยการก่อหนี้สาธารณะในประเทศส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าการก่อหนี้สาธารณะถือเป็นนโยบายอย่างหนึ่งที่สำคัญของรัฐบาล สำหรับใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ภาคเอกชนไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ และหนี้สาธารณะต่างประเทศมีความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ อย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ 0.10 แต่รัฐบาลก็ไม่ควรที่จะละเลยนโยบายการก่อหนี้สาธารณะต่างประเทศ เนื่องจากหนี้สาธารณะต่างประเทศยังคงมีผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศในอนาคต ในส่วนของการชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้กับแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ ต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในช่วงเวลานั้น ดังนั้นรัฐบาลควรสนับสนุนให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในมีการเจริญเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน เพื่อที่จะได้มีความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีความเสี่ยงในการเกิดวิกฤตหนี้สาธารณ

    ผลกระทบของหนี้สาธารณะที่ส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

    No full text
    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทั่วไปของการก่อหนี้สาธารณะและนโยบายการบริหารจัดการการก่อหนี้สาธารณะของประเทศไทย รวมถึงบทบาทของหนี้สาธารณะที่มีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2540 – 2563 ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถนำไปพัฒนาปรับปรุงแนวคิดเกี่ยวกับการก่อหนี้สาธารณะ และวางแผนนโยบายของหนี้สาธารณะในระยะยาว พร้อมทั้งเป็นแนวทางการควบคุมปริมาณหนี้สาธารณะให้เหมาะสมกับนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยข้อมูลที่ใช้ศึกษาเป็นข้อมูลทุติยภูมิ แบบอนุกรมเวลา (Time Series) ระหว่างปี พ.ศ.2540-2563 รวมทั้งสิ้น 24 ปี ดำเนินการวิเคราะห์ความมีเสถียรภาพของข้อมูล และทำการประมาณค่าสัมประสิทธิ์แบบจำลองด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Squares: OLS) จากผลการศึกษาพบว่า การก่อหนี้สาธารณะในประเทศมีความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยการก่อหนี้สาธารณะในประเทศส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าการก่อหนี้สาธารณะถือเป็นนโยบายอย่างหนึ่งที่สำคัญของรัฐบาล สำหรับใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ภาคเอกชนไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ และหนี้สาธารณะต่างประเทศมีความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ อย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ 0.10 แต่รัฐบาลก็ไม่ควรที่จะละเลยนโยบายการก่อหนี้สาธารณะต่างประเทศ เนื่องจากหนี้สาธารณะต่างประเทศยังคงมีผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศในอนาคต ในส่วนของการชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้กับแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ ต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในช่วงเวลานั้น ดังนั้นรัฐบาลควรสนับสนุนให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในมีการเจริญเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน เพื่อที่จะได้มีความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีความเสี่ยงในการเกิดวิกฤตหนี้สาธารณ

    0

    full texts

    8,763

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇