UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
8763 research outputs found
Sort by
พฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนกับการรับฟังรายการวิทยุของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ปัจจุบันคนไทยมีทางเลือกในการรับฟังสื่อเสียงจากหลายช่องทาง เนื่องจากพัฒนาการของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สนันสนุนการเข้าถึงข่าวสาร ความบันเทิง และการแลกเปลี่ยนความเห็นที่เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ทำให้ผู้คนหันมานิยมบริโภคสื่อทางเสียงผ่านสมาร์ทโฟน โดยอาศัยแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ อาทิ เฟสบุ๊ก (FaceBook) ยูทูป (Youtube) ไลน์ (Line) ฯลฯ แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ช่วยสร้างโอกาศให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น หากเปรียบเทียบกับสื่อมวลดั้งเดิมกล่าวคือ วิทยุกระจายเสียง ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานโดยได้มอบข้อมูลข่าวสาร ความบันเทิง และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านรายการวิทยุจากช่องสถานีในคลื่นความถี่ต่างๆ จะเห็นได้ว่าการเข้ามาทดแทนของสมาร์ทโฟนในฐานะสื่อมวลชน นั้นถือเป็นความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงในประเทศไทย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนและพฤติกรรมการรับฟังรายการวิทยุของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมทั้งสอง ซึ่งผู้วิจัยได้ทำการส่งแบบสอบถามออนไลน์ (Google form) ให้กับกลุ่มตัวอย่างที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จำนวน 430 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ที่มีระดับทักษะในการใช้สมาร์ทโฟนด้านการเชื่อมต่อ Wi-Fi ต่างกัน มีพฤติกรรมการรับฟังรายการวิทยุแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 แต่ไม่แตกต่างกันในพฤติกรรมการรับฟังวิทยุด้านปริมาณการรับฟัง รวมถึงการรับฟังรายการวิทยุจากอินเตอร์เน็ตอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ที่มีระดับทักษะในการใช้สมาร์ทโฟน ด้านการติดตั้งแอพพลิเคชั่นต่างๆ ลงในสมาร์ทโฟนต่างกัน มีพฤติกรรมการรับฟังรายการวิทยุแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 แต่ไม่แตกต่างกันในพฤติกรรมการรับฟังวิทยุด้านปริมาณการรับฟังรายการวิทยุโดยเฉลี่ยต่อวัน รวมถึงแพลตฟอร์มรับฟังวิทยุออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ที่มีระดับทักษะในการใช้สมาร์ทโฟนด้านการพบปัญหาเมื่อต้องเรียนรู้การใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ต่างกัน มีพฤติกรรมการรับฟังรายการวิทยุไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 แต่แตกต่างกันในพฤติกรรมการรับฟังวิทยุด้านแพลตฟอร์มรับฟังวิทยุออนไลน์ รวมถึงปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ต/โซเชียลมีเดียโดยเฉลี่ยต่อวันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.0
การศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาสินเชื่อธุรกิจ ของสำนักสินเชื่อธุรกิจลูกค้า SMEs 15 ธนาคารออมสิน ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคาร
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุ และแนวทางการแก้ไขปัญหาสินเชื่อธุรกิจ ของสำนักสินเชื่อธุรกิจลูกค้า SMEs 15 ธนาคารออมสิน ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคาร โดยใช้แบบสอบถามในการรวบรวมข้อมูลจากประชากรทั้งหมดซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านสินเชื่อธุรกิจของสำนักสินเชื่อธุรกิจลูกค้า SMEs 15 และใช้โปรแกรมสำเร็จรูป (SPSS) ในการวิเคราะห์ข้อมูลค่าสถิติพื้นฐาน ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ t-test, One Way ANOVA โดยใช้แผนผังก้างปลาเพื่อหาสาเหตุของปัญหา จากนั้นวิเคราะห์สภาพแวดล้อมองค์กรโดยใช้ SWOT Analysis และนำผลที่ได้มากำหนดกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาโดยใช้ TOWS Matrix ผลการศึกษา พบว่าสาเหตุของปัญหาสินเชื่อธุรกิจที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคาร สามารถแบ่งออกเป็น 5 สาเหตุหลัก ได้แก่ ปัญหาด้านพนักงาน ปัญหาด้านกระบวนการทำงาน ปัญหาด้านเครื่องมือ ปัญหาด้านนโยบาย ปัญหาด้านผลิตภัณฑ์ โดยเสนอแนวทางในการแก้ไขด้านนโยบาย คือ ธนาคารควรกำหนดให้มีนโยบาย ระเบียบ คำสั่ง ที่ชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติ และยังทำให้พนักงานมีแนวทางในการปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ธนาคารควรสร้างแรงจูงใจในการเข้ามาใช้บริการของกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ จากการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และเพิ่มยอดอนุมัติและทำสัญญาสินเชื่อธุรกิจให้กับธนาคา
ปัจจัยที่มีผลต่อการสั่งซื้อและต่อสัญญาการใช้บริการเครื่องถ่ายเอกสาร Fujifilm.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของลูกค้าที่ใช้บริการเครื่องถ่ายเอกสาร Fujifilm 2) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อและใช้บริการเครื่องถ่ายเอกสาร Fujifilm 3) เพื่อวางแผนการตลาดด้านการบริการให้กับธุรกิจบริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด มียอดขายเพิ่มสูงขึ้น จำแนกตามปัจจัยด้าน ประชากร ได้แก่ กลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการกับทางบริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งกลุ่มลูกค้าองค์กรหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจรายย่อย เช่น โรงพิมพ์ ในพื้นที่ กรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 400 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมเป็นการเก็บแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ การทดสอบแบบ t-test แบบสถิติความแปรปรวนทางเดียว (One – Way ANOVA) ผลการศึกษาพบว่า ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อและต่อสัญญาการใช้บริการในตำแหน่ง ที่ต่างกันส่งผลต่อการตัดสินใจต่อสัญญาบริการไม่ต่างกัน ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อและต่อสัญญาบริการในภาพรวมและรายด้าน มีผลต่อการสินใจอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านพนักงานที่ให้บริการ รองลงมาคือด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านราคา ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการสร้างและนำเสนอสภาพแวดล้อมการบริการ และด้านกระบวนการบริกา
แนวทางแก้ปัญหายอดจําหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปผ่านช่องทาง Branch Outlet ที่ต่ำกว่าเป้าหมายของ ธก.ส. สาขาเดอะฟิล สุขุมวิท 54
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระในครั้งนี้ เป็นการศึกษาแนวทางแก้ปัญหายอดจําหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปผ่านช่องทาง Branch Outlet ที่ต่ำกว่าเป้าหมายของธ.ก.ส. สาขาเดอะฟิล สุขุมวิท 54 โดยศึกษาความต้องการสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปของลูกค้าธ.ก.ส.สาขาเดอะฟิล สุขุมวิท 54 มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้ทราบสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปที่ลูกค้าของสาขาต้องการ 2) เพื่อสามารถจำหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปได้มากขึ้นเป็นไปตามเป้าหมาย 3) เพื่อหาข้อมูลยืนยันสาเหตุของปัญหา 4) เพื่อพัฒนาศักยภาพของสาขาในการแก้ไขปัญหา โดยสุ่มลูกค้าธ.ก.ส.สาขาเดอะฟิล สุขุมวิท 54 จำนวน 400 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามและศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ ผลการศึกษาพบว่าลูกค้ามีร้านที่ซื้อเป็นประจำ มักซื้อสินค้าเดิมเป็นประจำ ซื้อเฉพาะยี่ห้อสินค้าที่ชื่นชอบ ไม่ทราบว่าที่สาขามีสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปใดบ้างจำหน่าย ไม่ชื่นชอบสินค้าที่เคยซื้อเนื่องจากราคาสินค้าแพง คุณภาพไม่ดี ไม่มีสินค้าที่ต้องการและการจัดโปรโมชั่นที่สาขามีน้อย เลือกแนวทางแก้ปัญหา คือ ลองนำสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปอื่นมาวางจำหน่าย ลดสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปที่ลูกค้าไม่สนใจและลดสินค้าที่ลูกค้าให้ความเห็นว่ามีราคาสินค้าแพง คุณภาพไม่ดีลง ติดป้ายประชาสัมพันธ์ พูดแนะนำ เชิญชวนให้ลูกค้าเกิดการรับรู้และซื้อสินค้าไปทดลอง อีกทั้งสาขาควรวางจำหน่ายข้าวเพื่อสุขภาพ ข้าวหอมมะลิและข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาต่อไ
แนวทางการแก้ปัญหาการใช้บริการ Mobile Banking ของลูกค้าของธนาคารทีเอ็มบีธนชาต.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้ เป็นการศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาการใช้บริการโมบายแบงก์กิ้งของลูกค้าของธนาคารทีเอ็มบีธนชาต ที่พบปัญหาในการใช้บริการโมบายแบงก์กิ้งในการทำธุรกรรม ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้บริการกับคู่แข่งซึ่งมีอยู่มากมายทำให้จำนวนฐานลูกค้าที่ใช้บริการโมบายแบงก์กิ้ง ของธนาคารลดลง และส่งผลกระทบต่อการดำเนินการและรายได้ของธนาคารในระยะยาว วัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาการให้บริการที่สอดรับกับรูปแบบการดำเนินชีวิตและการพฤติกรรม การทำธุรกรรมทางการเงินของลูกค้าในปัจจบุันที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการใช้ดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง และกลยุทธ์ด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง เพื่อให้ลูกค้าผู้ใช้บริการโมบายแบงก์กิ้ง ของธนาคารได้รับความพีงพอใจและความสะดวกสบายในการใช้บริการอย่างสูงสุด จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 ตัวอย่าง พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ใช้บริการโมบายแบงก์กิ้ง ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกสบาย และความมั่นใจในระบบความปลอดภัย โดยเป็นการใช้บริการเพื่อการทำธุรกรรมบริการบัญชีเงินฝาก และการโอน เติม จ่าย ถอนเงิน ส่วนใหญ่พบปัญหาใช้งานได้แต่ใช้งานยาก และจะเลือกวิธีการจัดการปัญหาที่พบโดยการหาข้อมูลวิธีการแก้ไขในอินเตอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยกลุ่มตัวอย่างมีข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ได้แก่ การปรับปรุงเมนูการใช้งานให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น การปรับปรุงรูปลักษณ์และสีสันให้ทันสมัย และการลดโฆษณาข่าวสาร โปรโมชั่นในแอพพลิเคชั่น จากการศึกษา ได้สร้างแนวทางแก้ไขเป็น 4 ทางเลือก คือ 1.การปรับปรุงการทำงานของระบบ 2.การปรับปรุงสำหรับช่วงที่มีการทำธุรกรรม (traffic) มากกว่าปกติ 3.การพัฒนาเมนูการใช้งานโมบายแบงก์กิ้งให้เป็นมิตร (User-friendly) กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น และ 4.การพัฒนาการสื่อสารด้านการใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง และได้พิจารณาเลือกแนวทางที่ดีที่สุด คือ แนวทางเลือกที่ 1 การปรับปรุงการทำงานของระบบ โดยปฏิบัติตามแผนการเผ้าดูระบบและนำผลจากการเฝ้าดูระบบมาปรับปรุง รวมถึงเพิ่มรายการตรวจสอบระบบ ทบทวนและปรับปรุงแผนและรายการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง แนวทางเลือกที่ 3 การพัฒนาเมนูการใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยทำการประเมินผลความพึงพอใจกับกลุ่มตัวอย่างก่อนนำออกใช้งานจริง และแนวทางเลือกที่ 4 การ พัฒนาการสื่อสารด้านการใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง โดยทบทวนเนื้อหา วิธีการและช่องทางในการสื่อสาร เพื่อประชาสัมพันธ์ เน้นให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย มีการสำรวจประสิทธิภาพของการสื่อสารและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ตลอดจนนำข้อเสนอแนะของผู้ใช้บริการมาพิจารณาเพื่อพัฒนาการให้บริการโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารให้ดียิ่งขึ้
แนวทางการแก้ปัญหาลูกหนี้ค้างชําระสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย สําหรับผู้มีอาชีพอิสระ/ผู้มีรายได้ประจํา ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19)
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาเรื่อง แนวทางการแก้ปัญหาลูกหนี้ค้างชำระสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับผู้มี อาชีพอิสระ/ผู้มีรายได้ประจำ ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อ ศึกษาสาเหตุการค้างชำระสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับผู้มีอาชีพอิสระ/ผู้มีรายได้ประจำ ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) (2) เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาลูกหนี้ค้างชำระสินเชื่อ เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับผู้มีอาชีพอิสระ/ผู้มีรายได้ประจำ ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) ของธนาคารออมสินสาขาเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ เป็นการวิจัยผสมผสานระหว่าง งานวิจัยเชิงปริมาณ เก็บแบบสอบถามกับ ลูกหนี้ค้างชำระสินเชื่อ จำนวน 83 ราย และงานวิจัยเชิง คุณภาพ ดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึก กับผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ และเจ้าหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับลูกหนี้ค้าง ชำระของธนาคารออมสินสาขาเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ จำนวน 5 ราย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษา พบว่า สาเหตุการค้างชำระ คือ 1. ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจใน ปัจจุบันที่มีภาวะถดถอย สถานการณ์ด้านการเมืองมีความไม่แน่นอน การจ้างงานลดลง 2. ปัญหา เกี่ยวกับพนักงานติดตามหนี้ การให้ความสำคัญในการติดตามหนี้ของพนักงาน พนักงานขาดประสบการณ์ ขาดความรู้ในการวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุที่ทำให้ลูกหนี้ไม่มีความสามารถในการ ชำระหนี้ และจำนวนพนักงานไม่เพียงพอต่อการติดตามหนี้ 3. ปัญหาจากลูกหนี้ รายได้ลดลง ถูกลด เงินเดือนหรือให้ออกจากงาน มีหนี้สินกับสถาบันการเงิน การไปกู้ให้ผู้อื่น การมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ การนำเงินกู้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในการกู้เงิน 4. ปัญหาด้านการดำเนินธุรกิจ การเลิกกิจการ การขาด ความรู้ความเข้าใจ ขาดประสบการณ์ในการทำธุรกิจ การประกาศให้หยุดกิจการจากภาวะโควิด และมี แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา คือ แนวทางเชิงรุก ธนาคารออกมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้มี ความหลากหลาย สอดคล้องกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน และความต้องการของลูกหนี้ แนวทางเชิงแก้ไข การพัฒนาพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญในการติดตามหนี้ไกล่เกลี่ยลูกหนี้ และเพิ่มจำนวนพนักงานให้เพียงพอต่อปริมาณลูกหนี้ของธนาคารออมสิน แนวทางเชิงรับ การทำโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ อย่างการสร้างอาชีพ การจัดโครงการสอนการบริหารจัดการรายได้ให้กับลูกหนี้ธนาคารออมสิน และ แนวทางเชิงป้องกัน การจัดทำรูปแบบการติดตามหนี้ที่เป็นรูปธรรมให้พนักงานนำไปปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกั
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อครีมกันแดดแบรนด์ใหม่ที่ไม่ใช่เคาน์เตอร์แบรนด์ผ่านช่องออนไลน์ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อครีมกันแดดแบรนด์ใหม่ที่ไม่ใช่เคาน์เตอร์แบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นผู้บริโภคที่เคยซื้อครีมกันแดดแบรนด์ใหม่ที่ไม่ใช่เคาน์เตอร์แบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์และอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 405 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ t-test และสถิติ One way ANOVA (F-test) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อครีมกันแดดแบรนด์ใหม่ที่ไม่ใช่เคาน์เตอร์แบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ดารา นักแสดง ที่มีชื่อเสียง เป็นผู้มีอิทธิพลมากที่สุด ทีวี และเว็บขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางที่ได้รับข่าวสารบ่อยที่สุด ซื้อผ่านช่องทาง Social Media ของแบรนด์ (เช่น Facebook, Instragram, Line ฯลฯ) และซื้อผ่านช่องทาง Website ขายสินค้า Online (เช่น Shopee, Lazada, JD Central ฯลฯ) มากที่สุด ความถี่ในการซื้อ ซื้อ 1 ครั้ง/2 เดือน ใช้เงินในการซื้อต่อครั้งต่ำกว่า 1,000 บาท การชำระเงินเลือกวิธีการ ชำระเงินปลายทาง เลือกส่งพัสดุแบบธรรมดา เลือกบริการขนส่งของ Kerry มากที่สุด ด้านผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย และการส่งเสริมการขาย ผู้บริโภคมีความคิดเห็นในเชิงบวกต่อผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดแบรนด์ใหม่ที่ไม่ใช่เคาน์เตอร์แบรนด์ที่ซื้อล่าสุด โดยมีระดับความพึงพอใจที่ดีมาก กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษาร้อยละ 91.29 เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 26-35 ปี มีระดับการศึกษาสูงสุดปริญญาตรี เป็นพนักงานเอกชน มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท อายุ อาชีพ ผู้มีอิทธิพล ช่องทางการรับรู้ข่าวสาร ช่องทางการซื้อ ความถี่ในการซื้อ วิธีการชำระเงิน บริการขนส่ง ปัจจัยเหล่านี้แตกต่างกันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อที่แตกต่างกัน ในขณะที่ ปัจจัยเกี่ยวกับ เพศ การศึกษา รายได้ ราคาเฉลี่ยต่อครั้งในการซื้อ และวิธีจัดส่งสินค้าที่แตกต่างกัน มีผลต่อการตัดสินใจซื้อที่ไม่แตกต่างกั
การศึกษาการแก้ไขการเกิดหนี้ค้างชําระของสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้ เพื่อศึกษาการแก้ไขการเกิดหนี้ค้างชำระของสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ และเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเกิดหนี้ค้างชำระของสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ร่วมกับเชิงคุณภาพ สำหรับวิจัยเชิงปริมาณ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติแจกแจงความถี่ ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์และวิเคราะห์เนื้อหา จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างจากกลุ่มลูกหนี้ที่เป็นกลุ่มสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ของประจำปี 2563 ที่จำนวน 372 ราย เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 บัญชี คิดเป็น 53.76% รวมถึงสัมภาษณ์เชิงลึกกับพนักงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 15 ตัวอย่าง และทำการสัมภาษณ์ ลูกค้าเชิงลึกที่เกี่ยวข้องจำนวน 20 ตัวอย่าง พบว่าปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดหนี้ค้างชำระของสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ แบ่งออกเป็น 3 ปัจจัย คือ 1. ปัจจัยภายนอก 2. ปัจจัยภายใน 3. ปัจจัยส่วนบุคคล ซึ่งด้านปัจจัยภายนอกโดยรวมแล้วค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในทั้งหมด 3 ปัจจัย โดยอยู่ในระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.47 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.81 ประกอบไปด้วย 1.ภาวะเศรษฐกิจซบเซา 2.รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ 3.ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค covid-19 ส่วนการสัมภาษณ์ลูกค้า และพนักงาน พบว่าปัจจุบันลูกค้าประสบปัญหาในการชำระค่างวดสินเชื่อ โดยมีสาเหตุจากการมีรายได้ลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ, การแพร่ระบาดของโรค covid-19 เป็นต้น โดยต้องการเข้ามาตรการประนอมหนี้ หรือพักชำระหนี้กับธนาคาร ทั้งนี้ลูกค้ายังต้องการได้รับคำแนะนำ หรือแนวทางการช่วยเหลือที่ดีจากพนักงาน โดยแนวทางแก้ไขที่ผู้ศึกษาได้เลือก คือ การให้ลูกค้าที่มีปัญหาการเกิดหนี้ค้างชำระของสินเชื่อปล่อยใหม่ของธนาคารอาคาร สงเคราะห์เข้าร่วมมาตรการประนอมหนี้กับทางธนาคารอาคารสงเคราะห
เทคโนโลยีการบริหารพื้นที่ทำงานแบบชีวิตวิถีใหม่
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประยุกต์เทคโนโลยีต่างๆ ในการบริหารจัดการพื้นที่ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสำนักงานใหญ่ อาคารทาวเวอร์ เพื่อรองรับชีวิตวิถีใหม่ ในการศึกษาครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการบริการจัดการพื้นที่ และแสดงผลด้วยภาพ (data visualization) ด้วย Power BI 2. การออกแบบแปลนพื้นที่ใหม่ โดยใช้โปรแกรม AutoCAD และ 3. การเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ทำงานแบบชีวิตวิถีใหม่ ผลจากการศึกษา 1. ปัจจัยที่มีผลต่อการบริการจัดการพื้นที่ ได้แก่ ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ค่าไฟฟ้า จำนวนพนักงานในแต่ละส่วนงาน พบว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าช่วงก่อนและหลังโควิดไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เนื่องจากระบบไฟถูกจัดเป็นโซน ระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์และลดจำนวนพนักงาน แต่มาทำงานกระจายทุกโซน ทำให้ค่าไฟฟ้าไม่ลดลง 2. การออกแบบแปลนพื้นที่ใหม่ แบ่งโซนการทำงาน ทำให้ลดพื้นที่ทำงานลง 6 ชั้น และค่าไฟฟ้าลดลงร้อยละ 22.18 และ 3. แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ทำงานแบบชีวิตวิถีใหม่ มี 2 แนวทาง ได้แก่ 1. พื้นที่ที่ปิด ไม่นำไปใช้ประโยชน์ แต่ก็ต้องเสียค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้นร้อยละ 57.63 และ 2. พื้นที่ที่ปิด ปรับเป็น co-working space ให้เช่า เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการเงิน เสียค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 147.64 แต่ได้ค่าเช่า ทั้งนี้แนวทางที่ 2 มีระยะเวลาคืนทุน 2.5 ปี และได้ผลตอบแทนมากกว่าแนวทางที่ 1 กล่าวโดยสรุป การบริหารจัดการพื้นที่ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานใหญ่ อาคารทาวเวอร์ เพื่อรองรับชีวิตวิถีใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีทำให้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับผู้บริหาร การศึกษาขั้นต่อไป คือ การขยายผลการศึกษาไปยังอาคารคอมพิวเตอร์ และอาคารโพเดีย
การศึกษาแนวทางการจัดการทางการเงินส่วนบุคคล กรณีศึกษา : ข้าราชการของศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร.
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการจัดการทางการเงินส่วนบุคคลของข้าราชการ ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร (2) เพื่อศึกษาสาเหตุด้านการจัดการทางการเงินส่วนบุคคลของข้าราชการ ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร (3) เพื่อนำเสนอแนวทางการจัดการทางการเงินส่วนบุคคล โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ข้าราชการศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร จำนวน 320 คน โดยใช้ แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยใช้การทดสอบไคสแควร์ (Chi-Square) ที่ระดับนัยสําคัญทางสถิติ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 30 ปีหรือน้อยกว่า สถานภาพ สมรส ชั้นยศ (ส.ต. – ส.อ.) ซึ่งมีระดับการศึกษาปริญญาตรี มีจำนวนคนที่อยู่ในความดูแล 1 – 2 คน รายได้รวมต่อเดือน 10,001 - 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท และมีหนี้สิน มีพฤติกรรมการจัดการทางการเงินส่วนบุคคลในด้านการบริหารรายได้ โดยส่วนใหญ่ไม่มี การหารายได้เสริม มีพฤติกรรมการออมเพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ในรูปแบบการออม (นิยมออมเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ ส่วนการลงทุนในหุ้นสามัญ กองทุนรวม และพันธบัตรรัฐบาลได้รับความนิยมน้อย) ในแต่ละเดือนมีการกำหนดการออมไม่แน่นอน เป็นไปตามจำนวนเงินที่เหลือ มีพฤติกรรมด้านการลงทุน นิยมการฝากเงินออมทรัพย์ ส่วนการซื้อขายหลักทรัพย์ ได้แก่ หุ้น และ กองทุนรวม ได้รับความนิยมน้อย และมีพฤติกรรมด้านการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ โดยนิยมในรูปแบบหุ้นสหกรณ์ พบว่าพฤติกรรมการวางแผนการเงินของบุคคลที่ไม่มีการวางแผน คือ ด้านรายได้ ด้านค่าใช้จ่าย ด้านการออมและการลงทุน มีผลต่อสาเหตุของปัญหาด้านการจัดการทางเงินส่วนบุคคล ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลมีความสัมพันธ์กับการจัดการทางการเงิน ด้านการบริหารรายได้ ด้านการบริหารรายจ่ายด้านการออม ด้านการลงทุน และด้านการวางแผนเพื่อการเกษียณอายุ สาเหตุสำคัญในการตัดสินใจออมเงิน การบริหารรายได้ การจดบันทึกรายรับ - รายจ่าย และวางแผนการใช้จ่าย การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ลักษณะการออมหรือการลงทุน อย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับ 0.05 และปัจจัยด้านความรู้และความเข้าใจ วัตถุประสงค์ รูปแบบของการจัดการทางการเงินส่วนบุคคล มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการจัดการทางการเงินส่วนบุคคล ด้านการ บริหารรายได้ ด้านการออม ด้านการลงทุน ด้านการวางแผนเพื่อเกษียณอายุ อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05The objectives of this study were (1) to study personal financial management behavior, of the civil servants of the Military Student Center, (2) to study the causes and find ways to prevent and solve problems of Personal financial management of civil servants at the Military Student Center, (3) to propose guidelines for personal financial management. The population used in the study was 320 civil servants of the Military Education Center. The questionnaire was used as a data collection tool. The statistics used in the analysis were frequency, percentage, mean and standard deviation. The hypothesis was tested using the Chi-Square test at the statistical significance level of 0.05. The results of the study found that Most of the respondents were male, aged between 30 years or less, marital status, rank of Pfc. - Sgt., with a bachelor's degree, There are a number of people in care of 1 - 2 people. total monthly income at 10,001 - 20,000 baht, total expenses per month 10,001 - 20,000 baht and have debts. They have personal financial management behavior in income management. Most of them do not earn extra income. They have a habit of saving for emergency spending. (It is popular for saving with cooperatives, Investing in common stocks, mutual funds, and government bonds is less popular.) Each month there is a unfixed savings schedule. (have investment behavior savings deposits are popular. Trading in securities (stocks, mutual funds) is less popular. and have behavior in financial planning for retirement popular in the form of cooperative stocks.) It was found that the financial planning behavior of the person who didn’t have a plan was the income aspect, the expense aspect. Savings and Investment Affects the cause of personal money management problems. The hypothesis testing results showed that Personal factors are related with financial management in income management, expense management for savings, investments, and retirement planning. The main reason for the decision for saving, management of income record. and planning expenses. Control unnecessary expenses. Saving or investment characteristics are significantly at 0.05. Knowledge and understanding factors, objectives, patterns of personal financial management were related to personal financial management behaviors. (They save the remaining amount. Saving deposit is popular. Trading in saverities (stock, mutual funds) is less popular. They have behavier in financial planning for retirement in the form of cooperative fund.