UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
    8763 research outputs found

    การศึกษาแรงจูงใจ ทัศนคติด้านภาพลักษณ์องค์กรและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส ทวีรัก99 กรณีศึกษาสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด.

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาแรงจูงใจ ทัศนคติด้านภาพลักษณ์องค์กรและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 กรณีศึกษาสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาถึงแรงจูงใจของลูกค้าที่มีผลต่อการใช้บริการผลิตภัณฑ์เงิน ฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 2) เพื่อศึกษาทัศนติด้านภาพลักษณ์ขององค์กรของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 3) ทัศนคติด้านส่วนประสมทางการตลาดของลูกค้าต่อการใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 เพื่อนําไปวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด พัฒนาช่องทางในการส่งเสริมการขายให้กับสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ให้มีการซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 เพิ่มมากขึ้น โดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างลูกค้าผู้ถือผลิตภัณฑ์ จํานวน 400 คน จาก 5 สาขา ในสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ผลการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 41-50 ปี ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส การศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ประกอบอาชีพเกษตรกร ในครอบครัวมีจํานวนสมาชิกเพียง 2-3 คน มีรายได้ต่อเดือนน้อยกว่า 15,000 บาท พฤติกรรมการซื้อเงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส.ทวีรัก99 ส่วนมากซื้อวงเงินคุ้มครอง 100,000 บาท โดยจะซื้อเพื่อเป็นเงินทุนหลังการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ซึ่งส่วนใหญ่ทราบข้อมูลผลิตภัณฑ์จากแหล่งข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ได้แก่ ครอบครัว เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ส่วนมากจะซื้อผ่านนายหน้าประกัน/เคาเตอร์ธนาคาร 1) แรงจูงใจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 ณ ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% 2) ทัศนคติของลูกค้าที่มีต่อภาพลักษณ์องค์กร ในด้านความน่าเชื่อถือ ด้านความสัมพันธ์ และด้านการบริหาร มีผลต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ณ ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% 3) ทัศนคติด้านส่วนประสมทางการตลาดในด้านผลิตภัณฑ์ ด้านหลักฐานกายภาพบริการ ด้านราคา และด้านกระบวนการ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส.ทวีรัก99 ณ ระดับความเชื่อมั่น 95% นั้นหลากหลายด้านซึ่งลําดับตามที่ลูกค้าให้ความสําคัญต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านหลักฐานกายภาพบริการ ด้านราคาและด้านกระบวนการตามลําดั

    แนวทางการเพิ่มปริมาณสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชลบุรี

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการสินเชื่อและปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการให้สินเชื่อภาคการเกษตร เพื่อเสนอแนวทางเพิ่มปริมาณลูกค้า ที่มาใช้บริการขอสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดชลบุรี โดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 388 ตัวอย่าง การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป และข้อมูลการใช้บริการสินเชื่อ นำไปวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา โดยนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาแปลงเป็นค่าร้อยละ และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของตารางแจกแจงความถี่ วิเคราะห์ข้อมูลของระดับความสำคัญต่อปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการพิจารณาเลือกใช้บริการสินเชื่อ ซึ่งลักษณะแบบสอบถามจะเป็นการประมาณค่า 5 ระดับ (Likert Scale) วิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหา ค่าเฉลี่ย (x̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 5 ตัวอย่าง ผล การศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชายร้อยละ 71.13 มีอายุระหว่าง 51-60 ปี ร้อยละ 36.08 สถานภาพสมรส ร้อยละ 71.13 จบการศึกษาระดับต่ำกว่ามัธยมศึกษา ร้อยละ 42.53 มีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพเกษตรกร 10 ปีขึ้นไป ร้อยละ 39.43 รายได้ต่อเดือน 10,001 - 20,000 บาท ร้อยละ 34.02 ด้านพฤติกรรมการใช้บริการสินเชื่อ ใช้บริการสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ร้อยละ 100 วงเงินสินเชื่อรวมอยู่ที่ 200,000 – 500,000 บาท ร้อยละ 36.60 เป็นประเภทวงเงินกู้ระยะสั้น ร้อยละ 79.90 โดยวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนกิจการภาค การเกษตร ร้อยละ 88.14 และหลักประกันที่ใช้ค้ำประกัน คืออสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ 71.13 ส่วนผลการศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการสินเชื่อสีเขียว ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พบว่า ปัจจัยที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ปัจจัยด้านบุคลากร มีค่าเฉลี่ยที่ระดับ 4.44 จากการสัมภาษณ์พบว่า ปัญหาที่สำคัญจากปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด คือ ปัจจัยด้านกระบวนการบริการและปัจจัยด้านบุคลากร และได้เสนอแนวทางการเพิ่มปริมาณสินเชื่อสีเขียว โดยการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีทักษะความรู้ความสามารถในการปฏิบัติด้านสินเชื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน มีการให้คุณภาพการบริการที่ดี จะส่งผลให้ธนาคารมีความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้นThis survey studied about customer loan’s behavior and their factors of Marketing Mix which influenced to grant credit line of agricultural sector. This research aims to increase the number of customers for Green credit with Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives, Chonburi.The author distributed questionnaires to 388 samples by using “Descriptive Statistic”to analyze the general information and database of credit line utilization.The database was classified by type into percentage and present those results in frequency table.The analysis related to significant level of factors which linked to decision making for credit line utilization. Furthermore, the questionnaire consists with 5 levels of score or “Likert Scale”, analyze statics to find X mean, S.D. by using the in-depth interview from 5 samples. The result shows the most of sample is male as 71.13 percent.There is the age between of 51 and 60 years old as 36.08 percent,71.13 percent of sample has marital status, 42.53 percent is under high school level, 39.43 percent has more than 10 years of experience in agricultural sector, 34.92 percent of sample has income between 10,001 to 20,000 baht. For their behavior of credit line utilization, they utilized the loan with Agriculture and Agricultural Cooperatives Bank as 100 percent for total credit line.36.60 percent is the credit utilization between 200,000 - 500,000 baht, and 79.90 percent as a short-term loan. 88.14 percent loan intend to turnover expense for agricultural sector.71.13 percent is used for real estate for guarantee.The findings indicated that Marketing Mix of decision making of credit was the expertise of bank officer as the score 4.44.The other finding was the most significant problem from Marketing Mix in many issues for example, service process, and factor of bank officer ability.Moreover, this research provide the direction to increase the credit line loan by improving the credit knowledge and related skill following bank standard in order to increase the bank competitiveness by excellent service level from bank office

    การศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ต่อปัจจัยด้านความตั้งใจขอสินเชื่อ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ออมสินช่วยเหลือ SMEs ในภาคการท่องเที่ยว กรณีศึกษาธนาคารออมสิน สํานักสินเชื่อธุรกิจลูกค้า SMEs 9 จังหวัดเชียงราย.

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาดของสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ ออมสินช่วยเหลือ SMEs ในภาคการท่องเที่ยว (2) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านความต้องการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ออมสินช่วยเหลือ SMEs ในภาคการท่องเที่ยว และ (3) เพื่อประเมินน้ำหนักความสัมพันธ์ของ ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดต่อปัจจัยด้านความต้องการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ออมสินช่วยเหลือ SMEs ในภาคการท่องเที่ยว เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บแบบสอบถามกับลูกค้าและบุคคลที่สนใจขอสินเชื่อของสำนักสินเชื่อธุรกิจลูกค้า SMEs 9 ในจังหวัดเชียงราย จำนวน 385 ราย มีสถิติ คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistic) โดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้น แบบพหุ (Multiple Linear Regression) ผลการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 50.40 อายุ 21 – 30 ปี ร้อยละ 44.80 มีการศึกษาในระดับปริญญาตรี ร้อยละ 85.70 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 35.50 โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความต้องการต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการ ภาพรวมในระดับมากที่สุด โดยมีความต้องการด้านบุคลากร เป็นลำดับที่ 1 รองลงมาคือ ลักษณะทางกายภาพ กระบวนการบริการ การส่งเสริมการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ และ ราคา มีความต้องการในระดับมากถึงมากที่สุด และมีความตั้งใจขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำออมสินช่วยเหลือ SMEs ในภาคการท่องเที่ยว ในภาพรวมในระดับมากที่สุด ส่วนผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัย ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านส่งเสริมการตลาด ด้านสถานที่ ด้านบุคลากร ด้านกระบวนการบริการ และด้านลักษณะทางกายภาพส่งผลต่อความตั้งใจขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำออมสินช่วยเหลือ SMEs ในภาคการท่องเที่ยว ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 คำสำคั

    การศึกษากลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น.

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น กลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูลในรูปแบบการสัมภาษณ์ คือ กลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อสื่อโฆษณา จำนวน 5 ราย และลูกค้าที่คาดว่ามีแนวโน้ม ที่สนใจที่จะซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลภายในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 200 กลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test Independent, One-Way ANOVA, Multiple Regression Analysis รวมถึงการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาตามผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ พบว่า มีกลยุทธ์ด้านราคา 4 กลยุทธ์หลักที่มีการใช้ ในการกำหนดราคาสื่อโฆษณาป้ายดิจิทัล ประกอบด้วย 1) กลยุทธ์ราคาแบบรวมกัน (Bundle Pricing) เป็นการตั้งราคาด้วยการนำเอาสินค้าแบบเดียวกันหรือต่างชนิดกันมากกว่า 1 มารวมขายเป็นแพคเกจ 2) กลยุทธ์ราคาให้ส่วนลด (Discount Pricing) เป็นการตั้งราคาโดยให้ความสำคัญกับ ต้นทุนและงบประมาณที่ใช้ในการซื้อสื่อ 3) กลยุทธ์ราคาล่อใจ (Loss Leader Pricing) เป็นการตั้งราคาเพื่อจูงให้ให้ผู้ซื้อสื่อสนใจ และตัดสินใจซื้อสื่อป้ายโฆษณา LED เช่น ทำสัญญา 12 เดือน รับส่วนลด 50% 4) กลยุทธ์ราคาตามการแข่งขัน (Competition-Based Pricing) ผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 41 – 50 ปี มีการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี โดยประเภทธุรกิจการดำเนินธุรกิจเป็นแบบบริษัท จำกัด มีระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ มากกว่าหรือเท่ากับ 8 ปี ขึ้นไป ประเภทสินค้าหลักของการดำเนินธุรกิจคือ ประเภทยานยนต์ และรายได้ของธุรกิจต่อเดือนเฉลี่ย น้อยกว่า 500,000 บาท ซึ่งผู้บริโภคมีความคิดเห็นต่อกลยุทธ์ด้านราคาของสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อลงโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีระดับความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ กลยุทธ์การตั้งราคาล่อใจ รองลงมากลยุทธ์การตั้งราคาโดยให้ส่วนลด กลยุทธ์การตั้งราคาตามการแข่งขัน และการตั้งราคาโดยให้ส่วนลด ตามลำดับ กลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น พบว่า กลยุทธ์ด้านราคาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาดิจิทัลของผู้ซื้อสื่อโฆษณาในศูนย์การค้า ก. ในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ กลยุทธ์การตั้งราคาล่อใจ และกลยุทธ์การตั้งราคาโดยให้ส่วนลด อย่างมีนัยสำคัญ ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการ ควรเน้นไปยังกลยุทธ์การตั้งราคาล่อใจ (Loss Leader Pricing) โดยพิจารณาการขายสื่อโฆษณาดิจิทัล ณ ระดับราคาตามตลาด และกลยุทธ์การตั้งราคาโดยให้ส่วนลด (Discount Pricing) ซึ่งตามผลการศึกษา ลูกค้ามีความสนใจซื้อสื่อในเงื่อนไขกลยุทธ์การตั้งราคา สื่อโฆษณา A กำหนดราคาอยู่ที่ 17,000 บาทต่อเดือน รวมกับสื่อโฆษณา B กำหนดราคาอยู่ที่ 27,000 บาทต่อเดือน พร้อมส่วนลด 10% ในขณะเดียวกันลูกค้านิยมรูปแบบของสัญญารายเดือน สัญญา 3 เดือน หรือน้อยกว่า โดยมีงบประมาณในการซื้อสื่ออยู่ที่ประมาณไม่เกิน 20,000 บาทต่อ เดือ

    ปัจจัยที่มีผลต่อการสั่งซื้อและต่อสัญญาการใช้บริการเครื่องถ่ายเอกสาร Fujifilm

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของลูกค้าที่ใช้บริการเครื่องถ่ายเอกสาร Fujifilm 2) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อและใช้บริการเครื่องถ่ายเอกสาร Fujifilm 3) เพื่อวางแผนการตลาดด้านการบริการให้กับธุรกิจบริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด มียอดขายเพิ่มสูงขึ้น จำแนกตามปัจจัยด้าน ประชากร ได้แก่ กลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการกับทางบริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งกลุ่มลูกค้าองค์กรหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจรายย่อย เช่น โรงพิมพ์ ในพื้นที่ กรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 400 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมเป็นการเก็บแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ การทดสอบแบบ t-test แบบสถิติความแปรปรวนทางเดียว (One – Way ANOVA) ผลการศึกษาพบว่า ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อและต่อสัญญาการใช้บริการในตำแหน่ง ที่ต่างกันส่งผลต่อการตัดสินใจต่อสัญญาบริการไม่ต่างกัน ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อและต่อสัญญาบริการในภาพรวมและรายด้าน มีผลต่อการสินใจอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านพนักงานที่ให้บริการ รองลงมาคือด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านราคา ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการสร้างและนำเสนอสภาพแวดล้อมการบริการ และด้านกระบวนการบริกา

    การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมของกลุ่มผู้ซื้อเพื่อพักอาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร.

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมของกลุ่มผู้ซื้อ เพื่อพักอาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมของกลุ่มผู้ซื้อเพื่อพักอาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาถึงปัจจัยในการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมของกลุ่มผู้ซื้อเพื่อพักอาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้มีความสนใจซื้อคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน และกลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมในเขต กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาพบว่า พฤติกรรมในการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครสรุปได้ว่าส่วนใหญ่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลักในชีวิตประจำวัน โดยสนใจคอนโดมีเนียมรูปแบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ระหว่าง 31 - 35 ตารางเมตร และมีงบประมาณในการซื้อคอนโดมีเนียม 1,000,001 - 2,000,000 บาท เน้นการตัดสินใจจากตนเองเป็นหลัก โดยมีการหาข้อมูลต่างๆ ผ่านทางช่องทางอินเตอร์เน็ต/เว็บไซต์ เนื่องจาก ต้องการความสะดวกในการเปรียบเทียบข้อมูลของโครงการต่างๆ โดยช่องทางออนไลน์ที่เลือกใช้ คือ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นต่อปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาดบริการ ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด เรียงลำดับความสำคัญ ได้แก่ 1) ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย 2) ด้านการบริการ 3) ด้านราคา 4) ด้านผลิตภัณฑ์ 5) ด้านองค์ประกอบทางกายภาพ 6) ด้านบุคลากร และ 7) ด้านการส่งเสริมการตลาด ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับผลจากการสัมภาษณ์ โดยพบว่า ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (ทำเลและที่ตั้ง) เป็นอันดับแรก และปัจจัยรองลงมา คือ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ เช่นเดียวกันทั้ง 3 ท่าน โดยมีผู้ให้สัมภาษณ์บางท่านให้ความสำคัญ ในปัจจัยด้านองค์ประกอบทางกายภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบของตัวอาคา

    แนวทางแก้ปัญหายอดจําหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปผ่านช่องทาง Branch Outlet ที่ต่ำกว่าเป้าหมายของ ธก.ส. สาขาเดอะฟิล สุขุมวิท 54

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระในครั้งนี้ เป็นการศึกษาแนวทางแก้ปัญหายอดจําหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปผ่านช่องทาง Branch Outlet ที่ต่ำกว่าเป้าหมายของธ.ก.ส. สาขาเดอะฟิล สุขุมวิท 54 โดยศึกษาความต้องการสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปของลูกค้าธ.ก.ส.สาขาเดอะฟิล สุขุมวิท 54 มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้ทราบสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปที่ลูกค้าของสาขาต้องการ 2) เพื่อสามารถจำหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปได้มากขึ้นเป็นไปตามเป้าหมาย 3) เพื่อหาข้อมูลยืนยันสาเหตุของปัญหา 4) เพื่อพัฒนาศักยภาพของสาขาในการแก้ไขปัญหา โดยสุ่มลูกค้าธ.ก.ส.สาขาเดอะฟิล สุขุมวิท 54 จำนวน 400 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามและศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ ผลการศึกษาพบว่าลูกค้ามีร้านที่ซื้อเป็นประจำ มักซื้อสินค้าเดิมเป็นประจำ ซื้อเฉพาะยี่ห้อสินค้าที่ชื่นชอบ ไม่ทราบว่าที่สาขามีสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปใดบ้างจำหน่าย ไม่ชื่นชอบสินค้าที่เคยซื้อเนื่องจากราคาสินค้าแพง คุณภาพไม่ดี ไม่มีสินค้าที่ต้องการและการจัดโปรโมชั่นที่สาขามีน้อย เลือกแนวทางแก้ปัญหา คือ ลองนำสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปอื่นมาวางจำหน่าย ลดสินค้าเกษตรและสินค้าทั่วไปที่ลูกค้าไม่สนใจและลดสินค้าที่ลูกค้าให้ความเห็นว่ามีราคาสินค้าแพง คุณภาพไม่ดีลง ติดป้ายประชาสัมพันธ์ พูดแนะนำ เชิญชวนให้ลูกค้าเกิดการรับรู้และซื้อสินค้าไปทดลอง อีกทั้งสาขาควรวางจำหน่ายข้าวเพื่อสุขภาพ ข้าวหอมมะลิและข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาต่อไ

    Comparative study of performances of Thai companies with sustainable business management policies in compliance with the United Nations Sustainable Development Goals 2015-2030

    No full text
    งานวิจัยนี้ ศึกษาเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของบริษัทไทยที่มีนโยบายการจัดการธุรกิจยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ค.ศ. 2015-2030 โดยใช้แบบจำลอง Pooled OLS Regression และ Fixed Effect Model กลุ่มตัวอย่าง 123 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประมวลผลจากข้อมูลทางการเงินตั้งแต่ ค.ศ.2002-2020 ผลการศึกษาพบว่า บริษัทจดทะเบียนไทยที่มีนโยบายการจัดการธุรกิจยั่งยืนอยู่ในระดับสูง (Strong ESG Performance) มีผลการดำเนินงาน (Company Performance) ที่เติบโตความแตกต่างกับบริษัทจดทะเบียนไทยที่มีการจัดการด้านธุรกิจยั่งยืนระดับตํ่า (Weak ESG Performance) อยู่ร้อยละ 1.5 นอกจากนั้น ยังพบว่าอัตราส่วนทางการเงินที่แสดงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ได้แก่ กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) อัตรากำไรสุทธิ (NPM) และ อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีของบริษัท ด้วยความสัมพันธ์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยและผลงานวิจัยในอดีตThis study aims to compare performances of Thai companies with sustainable business management policies in compliance with the United Nations Sustainable Development Goals 2015-2030. This study employs Pooled OLS Regression and Fixed Effect Model on 123 listed companies in the Stock Exchange of Thailand with their financial data from 2002-2020. The result shows that the Thai listed companies with high level of sustainable business management policy (or, strong ESG Performance) have different performances from those companies with low level of sustainable business management policy (or, weak ESG Performance) around 1.5%. In addition, financial ratios, which represents the company's profitability including earning per share; net profit margin; and return on equity, are key variables to determine average annual rate of return. There exists a positive relationship between financial ratios and average annual rate of return, that are consistent with hypothesis and previous studiesรายงานการวิจัยนี้ได้รับทุนส่งเสริมงานวิจัยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พ.ศ. 256

    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้วิธีการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านทางอินเตอร์เน็ตของนักลงทุนในประเทศไทย

    No full text
    การศึกษานี้วัถตุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยต่างๆ ของส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเพื่อทำการศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและผ่านเจ้าหน้าที่ทางการตลาด ของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาจากแหล่งข้อมูล 2 แบบ คือข้อปฐมภูมิ (Primary Data) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 400 คน และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ใช้วิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) เพื่อทดสอบความแตกต่างทางด้านประชากรศาสตร์ และใช้วิธีการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ในการวิเคราะห์ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด จากการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 232 ราย อายุผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีอายุอยู่ในช่วง 20-30 ปี จำนวน 269 ราย รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ในช่วง 15,001 –30,000 บาท จำนวน 250 ราย ระดับการศึกษา ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดับการศึกษา อยู่ในระดับ ปริญญาตรี จำนวน 285 ราย อาชีพ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีอาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน จำนวน 176 ราย สถานภาพ ผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่มีสถานภาพ โสด จำนวน 353 ราย ส่วนการทดสอบ สมมติฐานเกี่ยวกับลักษณะประชากรศาสตร์ ซึ่งผลการศึกษาพบว่าปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ที่แตกต่างกัน ในแต่ละด้านได้แก่ เพศ อาชีพ ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์โดยเฉลี่ยต่อเดือน ไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนในประเทศไทยในระดับที่แตกต่างกัน แต่ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน ในด้านของ อายุ รายได้ และระดับการศึกษา จะพบว่า มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนในประเทศไทยในระดับที่แตกต่างกั

    ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของรัฐในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    No full text
    งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของรัฐ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้รูปแบบสมการถดถอยเชิงซ้อน (Multiple Regressions) แล้วประมาณค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปรอิสระด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Square) ซึ่งจะใช้ข้อมูลอนุกรมเวลารายเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 รวมทั้งสิ้น 84 เดือน เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างราคาหลักทรัพย์ของรัฐ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด มหาชน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กับปัจจัยที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐอายุ 7 ปี ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ดัชนีราคาหลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากการศึกษาผล พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ดัชนีราคา หลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของรัฐ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ทั้ง 3 ธนาคารในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของรัฐ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์เพียง 2 ธนาคาร คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อย่างมีนัยสำคัญและเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ในส่วนของอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐอายุ 7 ปี ไม่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ของรัฐในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ทั้ง 3 ธนาคา

    0

    full texts

    8,763

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇