UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
    8763 research outputs found

    แนวทางการส่งเสริมการออมและการลงทุนของข้าราชการ สำนักงาน ปป.ช. ในพื้นที่ภาค 4

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการออมและการลงทุนของข้าราชการ สำนักงานป.ป.ช. ในพื้นที่ภาค 4 และ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการออมและการลงทุนของข้าราชการ สำนักงานป.ป.ช. ในพื้นที่ภาค 4 ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากข้าราชการ สำนักงานป.ป.ช. ในพื้นที่ภาค 4 โดยการใช้แบบสอบถาม จำนวน 130 คน โดยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ในพื้นที่ภาค 4 มีอายุน้อย มีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน และมีอัตราการออมต่อเดือนเฉลี่ยถึง 18.53 % ของรายได้ต่อเดือน อัตราการลงทุนต่อเดือนเฉลี่ยถึง 11.31 % ของรายได้ต่อเดือน โดยรูปแบบการออม ส่วนใหญ่คือ เงินฝากธนาคาร และรูปแบบการลงทุนส่วนใหญ่ คือ ทุนเรือนหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์สำนักงานป.ป.ช. อีกทั้งการทดสอบสมมติฐาน ปรากฏรายได้รวมต่อเดือนมีความสัมพันธ์กับสัดส่วนของการออมในรูปตัวเงิน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 แสดงให้เห็นว่าข้าราชการส่วนใหญ่เน้นการออมและการลงทุนแบบเงินต้นปลอดภัย กลัวความเสี่ยง และคุ้นชินกับการออมและการลงทุนที่มีอยู่ ไม่แสวงหาผลประโยชน์จากการออมและการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่มีความรู้ความเข้าใจการออมและการลงทุน อีกทั้งการวางแผนการเงินที่ถูกต้อง และหาแนวทางแก้ไขออกมาเป็น 4 ทางเลือก คือ 1.การจัดกลุ่มสัมมนาออนไลน์ให้ผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญในการลงทุนมาบรรยายถึงผลประโยชน์จากการออมและการลงทุน และจัดกิจกรรม workshop ให้ข้าราชการ 2. มีที่ปรึกษาทางการเงินส่วนตัวให้กับข้าราชการ 3. อบรมผ่านคอรส์ออนไลน์ ให้แก่ข้าราชการที่บรรจุใหม่ 4. การสร้างระบบเสนอข้อมูลการลงทุน อัพเดตข้อมูลข่าวสารให้ข้าราชการทุกวัน โดยตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดคือ แนวทางเลือกที่ 4 การสร้างระบบเสนอข้อมูลการลงทุน อัพเดตข้อมูลข่าวสารให้ข้าราชการทุกวัน โดยมีการ Live Facebook นำบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญการลงทุนเข้ามาเล่าประสบการณ์ มาแนะนำการลงทุนกับข้าราชการในทุกเช้า และ สร้าง Group Line เพื่อส่งข้อความ ข่าวสาร ข้อมูล หลักทรัพย์ที่น่าสนใจในการออมและการลงทุน ควบคู่กับการมี Admin ที่สามารถเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ให้กับข้าราชการที่ขัดข้อง มีปัญหาต้องการคำแนะนำในการออมและการลงทุ

    กลยุทธ์ธุรกิจเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจของ บริษัท บีจีคอนเทนเนอร์ กล๊าส จํากัด (มหาชน)

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้างานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ กลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด เพื่อได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจของบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการ วิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลปฐมภูมิ โดยมีผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 9 คนซึ่งเป็น ตัวแทนของพนักงานบริษัทฯทั้งหมด นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้มาซึ่งข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูล จากบทความ สิ่งตีพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ รวมไปถึงแหล่งข้อมูล สาธารณะที่มาจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเช่น รายงาน 56-1 รายงานประจำปี แบบแสดงรายการ ข้อมูลประจำปี รวมถึงข้อมูลเว็บไซต์ภายในบริษัท หนังสือพิมพ์ และวารสาร บริษัทฯ เป็นต้น เมื่อนำ ข้อมูลปฐมภูมิกับข้อมูลทุติยภูมิมารวบรวมพบว่า ความเสี่ยงหลักในการดำเนินธุรกิจสามารถแบ่งเป็น 2 ส่วนได้ดังนี้ 1. ความเสี่ยงภายใน ได้แก่ ความเสี่ยงจากการพึ่งพากลุ่มลูกค้ารายใหญ่จำนวนน้อยราย ความเสี่ยงจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ ความเสี่ยงจากการที่ไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบในราคาและปริมาณที่เหมาะสม ความเสี่ยงจากการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ไม่สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจ และความเสี่ยงที่ไม่สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2. ความเสี่ยงภายนอก ได้แก่ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ ความเสี่ยงจากสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์อื่นใดที่นอกเหนือความควบคุม และอาจทำให้ธุรกิจของบริษัทฯ หยุดชะงักลงและความเสี่ยงจากการที่เข้าไปลงทุนในกิจการใหม่ ทั้งนี้ผู้วิจัยได้วางแนวทางในการแก้ไขปัญหา ดังนี้ 1. การสต็อกเศษแก้วไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน และเข้าไปเป็นเจ้าของบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบเศษแก้ว โดยการถือหุ้น 100% 2. การสร้างความแตกต่าง (Differentiation) การคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ 3. การมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ (Cost Leadership) 4. การเจาะจงในตลาด (Focus) มุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมยา เครื่องสำอางและความงาม โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีรูปแบบซับซ้อนและเจาะจงกับกลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะ 5. การจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรของบริษัท 6. การจัดทำแผนพัฒนาผู้ขายวัตถุดิบที่สำคัญ 7. ลงทุนในระบบการผลิตต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมระบบการผลิต มุ่งสู่การผลิตแบบ Machine Intensive 8. ทำการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องในโครงการที่จะไปลงทุนโดยละเอียด โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 9. การลงทุนเพิ่มในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน Total Packaging Solution ทั้งนี้การดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของปัจจัยทั้งภายในและภายนอกองค์กร และจะต้องมีการประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน โดยพิจารณาถึงผลตอบรับที่ได้และการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวเป็นสำคั

    การศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อ โครงการบ้านล้านหลังที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในจังหวัดเชียงใหม่

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ เป็นการศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในจังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาส่วนประสมการตลาดที่มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกใช้สินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2) เพื่อศึกษาสาเหตุที่ทำให้การจัดการสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขและนำเสนอกลยุทธ์ทางเลือกการเพิ่มยอดสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ใช้บริการธนาคารอาคารสงเคราะห์ จำนวน 400 คน และกลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้จัดการสาขาทั้ง 5 สาขาในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นแบบสอบถามผ่านระบบ Online โดยใช้ Google From และแบบสัมภาษณ์ผู้จัดการสาขา ในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 5 สาขา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่าง 400 ราย ส่วนมากเป็นเพศหญิงมีอายุ 31 – 40 ปี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี มีสถานภาพโสด มีอาชีพรับจ้าง/ พนักงานเอกชน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 15,001 – 20,000 บาท โดยผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และมีความคิดเห็นต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าสาเหตุในการเกิดมี 3 สาเหตุหลัก และ 10 สาเหตุรอง ได้แก่ 1) ปัจจัยภายนอก สาเหตุรองคือ เศรษฐกิจ รัฐบาล และการแพร่ระบาดของโควิด-19 2) ปัจจัยภายใน สาเหตุรองคือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ วงเงินกู้ จำนวนเงินที่ต้องชำระ และระยะเวลาผ่อนชำระ 3) ปัจจัยส่วนบุคคล สาเหตุรองคือ มีรายได้ลดลง ภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และใช้เงินกู้ผิดวัตถุประสงค์ จากการประเมินทางเลือกทั้ง 3 แนวทางสำหรับการแก้ปัญหา นำไปสู่การสรุปทางเลือกที่มีความเหมาะสมในการนำไปใช้แก้ไขปัญหามากที่สุด ได้แก่ แนวทางที่ 1 ซึ่งเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่มุ่งเน้นหาลูกค้าเพื่อเพิ่มยอดสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยกำหนดให้แต่ละสาขาเจาะกลุ่มลูกค้าตามแหล่งชุมชนในทำเลที่ตั้งใกล้เคียงกับสาขา และสร้างการรับรู้ผ่านสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตลอดจนให้คำปรึกษา/แนะนำการเตรียมเอกสารยื่นกู้ และแนะนำทางเลือกอื่น ๆ แก่ลูกค้าที่ไม่เข้าเงื่อนไ

    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้วิธีการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านทางอินเตอร์เน็ตของนักลงทุนในประเทศไทย

    No full text
    การศึกษานี้วัถตุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยต่างๆ ของส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเพื่อทำการศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและผ่านเจ้าหน้าที่ทางการตลาด ของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาจากแหล่งข้อมูล 2 แบบ คือข้อปฐมภูมิ (Primary Data) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 400 คน และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ใช้วิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) เพื่อทดสอบความแตกต่างทางด้านประชากรศาสตร์ และใช้วิธีการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ในการวิเคราะห์ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด จากการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 232 ราย อายุผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีอายุอยู่ในช่วง 20-30 ปี จำนวน 269 ราย รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ในช่วง 15,001 –30,000 บาท จำนวน 250 ราย ระดับการศึกษา ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดับการศึกษา อยู่ในระดับ ปริญญาตรี จำนวน 285 ราย อาชีพ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีอาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน จำนวน 176 ราย สถานภาพ ผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่มีสถานภาพ โสด จำนวน 353 ราย ส่วนการทดสอบ สมมติฐานเกี่ยวกับลักษณะประชากรศาสตร์ ซึ่งผลการศึกษาพบว่าปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ที่แตกต่างกัน ในแต่ละด้านได้แก่ เพศ อาชีพ ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์โดยเฉลี่ยต่อเดือน ไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนในประเทศไทยในระดับที่แตกต่างกัน แต่ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน ในด้านของ อายุ รายได้ และระดับการศึกษา จะพบว่า มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนในประเทศไทยในระดับที่แตกต่างกั

    แนวทางการแก้ไขปัญหาสินเชื่อการค้าต่างประเทศ กรณีจํานวนเงินอนุมัติและทําสัญญาไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ธนาคารกําหนดของกลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐ ธนาคารออมสิน

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสาเหตุที่ทำให้จำนวนเงินอนุมัติและทำสัญญาของ สินเชื่อการค้าต่างประเทศไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ธนาคารกำหนด สำหรับเป็นแนวทางการเพิ่มปริมาณยอดสินเชื่อการค้าต่างประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งนำปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix : 7P’s) มาศึกษาและวิเคราะห์ผ่านทางข้อมูลปฐมภมิ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้บริหารภายในหน่วยงาน จำนวน 8 ท่าน และ แบบสอบถามจากกลุ่มลูกค้า จำนวน 54 นิติบุคคล และนำมาเชื่อมโยงเข้ากับข้อมูลทุติยภูมิ โดยการวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยภายนอก โดยเปรียบเทียบเป้าหมายระหว่างผลดำเนินงานจริงกับผลการดำเนินงานที่ธนาคารกำหนด ปี 2561 – 2563 ผลการศึกษา พบว่าจำนวนเงินอนุมัติและทำสัญญาของสินเชื่อการค้าต่างประเทศไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เนื่องจากการที่พนักงานสินเชื่อขาดความรู้ ทักษะ และ ประสบการณ์ ในการอำนวยสินเชื่อ ไม่เข้าใจในธุรกิจของลูกค้า ทำให้มีการกำหนดวงเงินและเงื่อนไขสินเชื่อที่ ไม่ตรงกับความต้องการ และไม่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของลูกค้า ส่งผลให้ลูกค้าปฏิเสธการใช้สินเชื่อกับธนาคาร จึงนำมาสู่การแก้ไขปัญหา โดยเสนอแนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของธนาคาร ด้วยการพัฒนาศักยภาพพนักงานด้วยการจัดอบรม Workshop จะทำให้พนักงานเข้าใจในลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติผ่านการปฏิบัติงาน และได้รับคำแนะนำจากคนที่มีประสบการณ์ เพื่อให้พนักงาน สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและลดข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน และสามารถกำหนดวงเงินและเงื่อนไขให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทำให้ลูกค้าสนใจที่จะใช้บริการสินเชื่อการค้าต่างเทศของธนาคารออมสิ

    ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของรัฐในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    No full text
    งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของรัฐ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้รูปแบบสมการถดถอยเชิงซ้อน (Multiple Regressions) แล้วประมาณค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปรอิสระด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Square) ซึ่งจะใช้ข้อมูลอนุกรมเวลารายเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 รวมทั้งสิ้น 84 เดือน เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างราคาหลักทรัพย์ของรัฐ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด มหาชน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กับปัจจัยที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐอายุ 7 ปี ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ดัชนีราคาหลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากการศึกษาผล พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ดัชนีราคา หลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของรัฐ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ทั้ง 3 ธนาคารในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของรัฐ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์เพียง 2 ธนาคาร คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อย่างมีนัยสำคัญและเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ในส่วนของอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐอายุ 7 ปี ไม่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ของรัฐในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ทั้ง 3 ธนาคา

    แนวทางการแก้ไขประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานฝ่ายขายของบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด สาขาโฮจิมินห์

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.จากปัญหาพนักงานขายบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด สาขาโฮจิมินห์ มีประสิทธิภาพการทำงานที่แตกต่างกัน ทางผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษาถึงแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานขาย โดยการศึกษาค้นคว้าวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานขายผลิตภัณฑ์ทิฟฟี่ ของบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด สาขาโฮจิมินห์ และเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานขาย โดยปัญหา มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยด้าน ความมุ่งมั่นในการทำงานของพนักงาน ความผูกพันต่อองค์กร และ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า และนำข้อมูลที่ได้จากการวิจัยมาวิเคราะห์เสนอแนะแนวทางการ แก้ไขและพัฒนาปรับปรุงการทำงานของพนักงานบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด สาขา โฮจิมินห์ การศึกษาค้นคว้าวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณโดยดำเนินการศึกษาเก็บ ข้อมูลเชิงคุณภาพจากกลุ่มตัวอย่างโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก สัมภาษณ์ด้วยคำถามแบบปลายเปิด กับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งแบ่งออกเป็นกลุ่ม พนักงานขาย หัวหน้าพนักงานขาย ผู้จัดการเขต ของบริษัท และ ตัวแทนลูกค้าร้านยาบริษัท และเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้แบบสอบถาม กับกลุ่มลูกค้าร้านยา จากนั้นผู้วิจัยได้นำข้อมูลเชิงคุณภาพและปริมาณที่ได้มาประมวลผลวิเคราะห์ ร่วมกับทฤษฎีที่เกี่ยวข้องที่ได้ศึกษาค้นคว้า เพื่อสรุปข้อมูลในรูปแบบของเชิงพรรณนา ผลการศึกษา พบว่า ปัญหาหลักเรื่องพนักงานขายมีประสิทธิภาพการทำงานที่แตกต่างกันนั้นมาจากสามสาเหตุหลัก คือการที่พนักงานมีความแตกต่างกันในด้าน ความมุ่งมั่นในการทำงานของพนักงาน ความผูกพันต่อองค์กร และ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ผู้วิจัยได้ใช้ทฤษฎี Business Process Reengineering ของ Hammer and Champy มาใช้เป็นแนวทางเลือก โดยผู้วิจัยเสนอให้เลือกใช้ แนวทางที่ 3 เป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานขายบริษัท ไทยนครพัฒนา โดยมีการปรับนโยบายการทำงานขององค์กรเพื่อสร้างเสริมประสิทธิภาพของพนักงาน ปรับปรุงระบบการทำงาน และปลูกฝังค่านิยม ทัศนคติที่ดีในการทำงาน เนื่องจากบริษัทต้องการพัฒนาพนักงานขาย ให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาแนวคิด ทัศนคติ ทักษะ วิธีการทำงานของพนักงานขายให้เป็นไปตามนโยบายบริษัท ย่อมเป็นการพัฒนาพนักงานขายให้มีประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น และทางบริษัทมีการปรับปรุงโครงสร้างการทำงานขององค์กรในส่วนการสนับสนุนพนักงานขายเพื่อให้พนักงานขายสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัทได้ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ พนักงานขายทุกคนมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อองค์กรให้เกิดความยั่งยื

    การวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณ กลุ่มประชากรที่มีอายุระหว่าง 25 -50 ปี ในพื้นที่อําเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้ เป็นการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณให้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไม่ลำบากหรือเตรียมความพร้อมเมื่อมีเหตุที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น และเพื่อศึกษาการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อวัยเกษียณ ของกลุ่มประชากรที่มีอายุ 25 – 50 ปี ในพื้นที่อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ช่วงวัยทำงาน ที่มีอายุระหว่าง 25 – 50 ปี เป็นแรงงานคืนถิ่นจำนวนมาก เพื่อมาทำการเกษตรมากขึ้น อัตราการว่างงานในจังหวัดขอนแก่น ในปี 2562 คิดเป็นร้อยละ 1.19 ซึ่งเพิ่มจากปี 2561 คิดเป็นร้อยละ 0.52 และอัตราการจ้างงานในภาคเกษตร จังหวัดขอนแก่น ในปี 2562 คิดเป็นร้อยละ 56.58 เพิ่มขึ้นจากปี 2561 คิดเป็นร้อยละ 0.91 (สำนักงานสถิติจังหวัดขอนแก่น 2562) ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณ สร้างแหล่งรายได้ให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตหลังเกษียณอายุ หรือเตรียมความพร้อมเมื่อมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น นอกจากการออมเงินในรูปแบบของเงินฝากธนาคารแล้ว ยังมีการลงทุนทางการเงินให้เลือกอีกมากมาย เช่น การลงทุนในกองทุนรวม กองทุนประกันสังคม กองทุนเงินออมแห่งชาติ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นสามัญ ประกันชีวิต เป็นต้น ที่ตรงกับความต้องการและจำนวนเงินที่สามารถออมได้ จากศึกษาใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน โดยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานในการทดสอบสมมติฐานใช้การทดสอบไควสแควร์ พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 36 – 40 ปี มีสถานภาพโสด มีการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพเกษตรกร รายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 15,001 – 30,000 บาท สามารถออมหรือลงทุนได้ 3,001 – 5,000 บาท ทุกเดือน ในระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ต้องการผลตอบแทนต่ำกว่า 5% ศึกษาข้อมูลการวางแผนทางการเงินด้วยตนเอง โดยมีข้อจำกัด คือ ไม่มีความสนใจ ส่วนใหญ่เลือกการวางแผนทางการเงินที่คุ้มครองเงินต้น เช่น เงินฝากธนาคาร สลากออมทรัพย์ เพื่อทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อใช้ยามฉุกเฉิน/ค่ารักษาพยาบาล โดยข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ เพศ สถานภาพ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณ และส่งผลต่อการให้ความสำคัญต่อคุณลักษณะเฉพาะส่วนบุคคลแตกต่างกัน โดยให้ความสำคัญต่อโปรโมชั่น คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ การนำเสนอและความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการ ในระดับมีอิทธิพลน้อ

    แนวทางการเพิ่มจํานวนลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ใช้บริการโมบายแอปพลิเคชัน GHB ALL

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาค้นคว้าอิสระในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาสาเหตุที่ทําให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีส่วนแบ่งการตลาดของผู้ใช้บริการโมบายแอปพลิเคชัน GHB ALL ในอัตราที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับจํานวนผู้ใช้บริการโมบายแอปพลิเคชันทางการเงินทั้งหมดในประเทศไทย และนําเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อเพิ่มผู้ใช้บริการโมบายแอปพลิเคชัน GHB ALL โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ กลุ่มลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ใช้บริการโมบายแอปพลิเคชัน GHB ALL ในจังหวัดขอนแก่น ใช้วิธีการศึกษาแบบผสม ด้วยการเก็บแบบสอบถาม จํานวน 400 ราย และการสัมภาษณ์เชิงลึก จํานวน 8 ราย โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ผลการศึกษา พบสาเหตุของปัญหา คือ ด้านผลิตภัณฑ์โมบายแอปพลิเคชัน GHB ALL มีรูปแบบการทําธุรกรรมที่ไม่หลากหลายและครอบคลุมเพียงพอ การใช้งานยังมีความซับซ้อน เมื่อเข้าสู่แอปพลิเคชันแล้วต้องใช้ความพยายามที่จะเข้าใจสัญลักษณ์ต่าง ๆ จึงจะใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว รูปแบบภายในของแอปพลิเคชัน GHB ALL ดูไม่ทันสมัย ประกอบกับคนเจนวายส่วนใหญ่มีความภักดีต่อตราสินค้าค่อนข้างสูง ไม่สามารถเปลี่ยนมาใช้แอปพลิเคชันของธนาคารอื่นได้ทันทีหากไม่มีเหตุจําเป็นให้ต้องเปลี่ยนแปลง เมื่อวิเคราะห์แล้วพบแนวทางในการแก้ไขป้ญหา คือ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์และพัฒนาแอปพลิเคชัน GHB ALL เพิ่มฟังก์ชันการใช้งานที่ลูกค้า ธอส. คาดหวัง ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ส่งผลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการโมบายแอปพลิเคชัน GHB ALL สามารถขยายลูกค้าเป้าหมายไปยังกลุ่มอื่น ๆ ได้ นอกเหนือจากลูกค้าสินเชื่อบ้านของธนาคาร และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ให้ธนาคารเติบโตได้อย่างมั่นคงในยุคดิจิทั

    แนวทางการเพิ่มจํานวนผู้ใช้บริการชําระค่าสาธารณูปโภคผ่านบัญชีเงินฝาก กรณีศึกษา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดนครศรีธรรมราช

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับการชำระค่าสาธารณูปโภคผ่านบัญชีเงินฝาก 2) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 3) เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจใช้บริการชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มีจำนวนลดลง 4) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ ชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 384 ตัวอย่าง การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลพฤติกรรมการชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร นำไปวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) โดยนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาแบ่งกลุ่ม จำแนกประเภทตามลักษณะต่าง ๆ นำมาแปลงเป็นค่าร้อยละ (Percentage) และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของตารางแจกแจงความถี่ (Frequency Table) วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความสำคัญต่อปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการพิจารณาเลือกใช้บริการสินเชื่อ ซึ่งลักษณะแบบสอบถามจะเป็นการประมาณค่า 5 ระดับ (Likert Scale) วิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหาค่าเฉลี่ย (X̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 5 ตัวอย่าง โดยนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก มาทำการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกข้อมูล การวางเค้าโครงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาและวัตถุประสงค์ของการ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 31-40 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานของรัฐ มีรายได้ของครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือน 10,000-20,000 บาท ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าสาธารณูปโภคเฉลี่ยต่อเดือน 5,000 บาทขึ้นไป ด้านพฤติกรรมการชำระค่าสาธารณูปโภค ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ชำระผ่าน Mobile Application ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ช่วงเวลาที่ชำระ คือ ช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ค่าสาธารณูปโภคส่วนใหญ่ที่ชำระผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร คือ ค่าไฟฟ้า และเหตุผลที่เลือกชำระผ่านบัญชี เนื่องจากสะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนผลการศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พบว่า ปัจจัยที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ จากการสัมภาษณ์ พบว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ลูกค้าไม่ตัดสินใจใช้บริการกับ ธ.ก.ส. คือ ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด ปัจจัยด้านกระบวนการบริการ และปัจจัยด้านราคา และได้แนวทางการแก้ไขปัญหา โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ ทำได้โดยส่งเสริมการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด เน้นการแสวงหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ โดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สื่อสารข้อมูลข่าวสารโปรโมชั่นต่าง ๆ ผ่านการเลือกใช้สื่อหลากหลายรูปแบบ พร้อมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดให้เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมา

    0

    full texts

    8,763

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇