UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
8763 research outputs found
Sort by
การศึกษาศักยภาพของจังหวัดสมุทรสาครในการเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลและอาหารทะเลแปรรูปครบวงจร เพื่อเป็นครัวของโลก
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์การศึกษาเพื่อศึกษาศักยภาพของจังหวัดสมุทรสาครในการเป็นศูนย์กลางอาหารทะเล และอาหารทะเลแปรรูปครบวงจร เพื่อเป็นครัวของโลก เพื่อศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT) ในการเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลและอาหารทะเลแปรรูปครบวงจร เพื่อเป็นครัวของโลก และเพื่อนำผลการศึกษาไปกำหนดเป็นแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครให้สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นๆ ตามยุทธศาสตร์ เพื่อให้สมุทรสาครเป็นศูนย์กลางอาหารทะเล และอาหารทะเลแปรรูประดับโลก การดำเนินการวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Method) ประกอบด้วยการวิจัย เชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ ผู้ศึกษาได้ใช้หลักการวิเคราะห์ SWOT Analysis ร่วมกับทฤษฎีระบบเพชรที่สมบูรณ์ (Diamond Model) จังหวัดสมุทรสาครนับได้ว่ามีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศเนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value 1 Added Industry) ให้กับวัตถุดิบทั้งที่ผลิตใด้ในประเทศ และวัตถุดิบจากการนำเข้าแล้วส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศ อีกทั้งเป็นสินค้าส่งออกหลักที่ทำรายได้เงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี อุตสาหกรรมประมงในจังหวัดสมุทรสาครจัดเป็นจังหวัดที่ประสบความสำเร็จในด้านการพัฒนาประมงจนสามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดสมุทรสาครอย่างต่อเนื่อง การทำการประมง ครอบคลุมพื้นที่ภายในจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งการประมงทะเลและการประมงน้ำจืด ซึ่งกิจกรรมทางประมงที่เกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาคร เป็นการทำประมงเชิงพาณิชย์ (Commercial Fisheries) โดยหลักทฤษฎี Diamond มาวิเคราะห์ธุรกิจอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง ในเรื่องของข้อได้เปรียบในการแข่งขันทางด้านธุรกิจ สามารถแบ่งเป็น 4 ประเภทและวิเคราะห์ได้ ดังนี้ 1. Factor Conditions (เงื่อนไขปัจจัยด้านการผลิต) ธุรกิจสินค้าอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง สามารถแบ่งเงื่อนไขปัจจัยทางการผลิตได้ 5 ประเภท ดังนี้ Knowledge Resources (ทรัพยากรด้านความรู้), Human Resources (ทรัพยากรมนุษย์), Physical Resources (ทรัพยากรทางกายภาพ), Capital Resources (แหล่งเงินทุน) Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน) Demand Conditions (เงื่อนไขปัจจัยด้านอุปสงค์) ธุรกิจสินค้าอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง สามารถแบ่งเงื่อนไขปัจจัยด้านอุปสงค์ 4 ประเภทดังนี้ Home Demand Composition (ลักษณะของความต้องการของผู้ซื้อในประเทศ), Demand Size and Pattern of Growth (ขนาดความต้องการและรูปแบบของการเติบโต) Internationalization of Domestic Demand (ความเป็นสากลของความต้องการในประเทศ) Interplay of Demand Conditions (ปัจจัยความต้องการที่เกื้อหนุนกัน) 3. Related and Supporting Industries โดยอุตสาหกรรมอาหารประมงและอาหารทะเลแปรรูป มีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสนับสนุนมากมาย ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ ได้แก่ ฟาร์มเพาะ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ส่วนอุตสาหกรรมปลายน้ำที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อุตสาหกรรมห้องเย็น อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (การขนส่ง) บริการเกี่ยวกับการเก็บสินค้าสัตว์น้ำที่สะพานปลา (ห้องเย็น) 4. Firm Strategy and Rivalry (กลยุทธ์โครงสร้างการแข่งขันของบริษัท) การให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพสินค้าสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลา ประเภทต่างๆ ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดความเสี่ยงจากภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่ง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลายอย่างที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ทำให้อาหารที่ใช้ปลาเป็นวัตถุดิบ รวมถึง ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เนื่องจากต้นทุนในการผลิตของจังหวัดสมุทรสาครมีมูลค่าต่ำกว่าประเทศคู่แข่ง ดังนั้น กลยุทธ์ในการแข่งขันของอุตสาหกรรมประมงของไทยนั้น คือการพัฒนาสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารเคมีตกค้าง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสามารถตรวจสอบกลับย้อนหลังได้ ทำให้เกิดการปฏิบัติตามการบริหารและการผลิตที่มีประสิทธิภาพของผู้ผลิตในอุตสาหกรรมมากขึ้
Analytical study of ontology of happiness and well-being in Nishida Kitaro’s philosophical conception of Kofuku
งานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความสุขและสุขภาวะที่ดีด้วยวิธีการทางสถิติเพียงอย่างเดียวในกรณีของประเทศญี่ปุ่นทำให้พบว่า สำนึกเชิงอัตวิสัยด้านความสุขไม่สัมพันธ์ตัวบ่งชี้เชิงภววิสัยของสุขภาวะที่ดี ข้อค้นพบที่สวนทางกันเช่นนี้ทำให้การศึกษาเกี่ยวกับความสุขหรือสุขภาวะที่ดีในแบบญี่ปุ่นได้หวนกลับไปสู่ท่าทีเชิงภววิทยา ที่ให้ความสำคัญกับการเข้าใจธรรมชาติของชีวิตซึ่งดำรงอยู่ในโลก ณ ตรงนี้/เวลานี้ โดยการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาวิเคราะห์เอกสารปฐมภูมิของนิชิดะ คิตะโร ผ่านการพินิจพิเคราะห์มโนทัศน์โคฟุกุในกระบวนทัศน์ทางปรัชญาของเขา ซึ่งได้ข้อสรุปจากการสืบสอบดังต่อไปนี้ ประการที่ 1) โคฟุกุในแง่ของความมีอยู่จริง คือ ทุกข์สุขแห่งเอกภาพของชีวิต ส่วนประการที่ 2) โคฟุกุในแง่ของความดี คือ ความปรารถนาที่มีต่ออุดมคติของสภาวะอันดี และประการสุดท้าย 3) โคฟุกุในแง่ของศาสนา คือ การสำแดงให้เห็นถึงประสบการณ์ทางศาสนาที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อีกทั้งข้อค้นพบของการวิจัยครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่า ความสุขและสุขภาวะที่ดีในทัศนะทางภววิทยาแบบญี่ปุ่นของนิชิดะ คิตะโร จะมุ่งให้ความสำคัญต่อการทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติการณ์ของสัตและกัมมันตภาวะของโลกที่ชีวิตดำรงอยู่ ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดความเข้าใจถึงภววิทยาของสุขภาพจิต สุขภาพกาย และสังคมที่ดีในมุมองของปรัชญาญี่ปุ่นได้Many studies about happiness and well-being that solely based on statistical methods in Japan suggest that the subjective senses of happiness is not correlate with the objective indicators of well-being. This contradiction alternates the study of happiness and well-being in Japan turn back to ontological attitude such that the attention is paid to the understanding of the nature of life that is existing in the world as being in the here and the now. The aim of this research is to study Nishida Kitaro’s primary source documents in order to consider conception namely Kofuku in his philosophical paradigm. As a result, the conclusion of this research can be given as following. (1) Kofuku, by mean of reality, is the suffering and happiness as the unity of life. (2) Kofuku, by mean of goodness, is the desire for ideal of being good. and (3) Kofuku, by mean of religion, is the manifestation of religious experience becoming a part of live. Moreover, the finding of this research shows that happiness and well-being in Japanese ontological perspective of Nishida Kitaro pays attention to the understanding about acting of being and living world activities. It contributes to understanding ontology of mental health, physical health, and social well-being in perspective of Japanese philosophyรายงานการวิจัยนี้ได้รับทุนส่งเสริมการวิจัยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พ.ศ. 256
การศึกษาปัจจัยความต้องการที่มีต่อซอสพริกของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการซอสพริก ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้กลุ่มตัวอย่างเพื่อศึกษาพฤติกรรมประสบการณ์ และทัศนคติ รวมถึงพฤติกรรมการเปิดรับสื่อต่าง ๆ ของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดซอสพริกในประเทศไทย โดยเป็นผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ใช้วิธีทางสถิติ การแจกแจงความถี่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์ Independent Samples Test / One-Way ANOVA การศึกษาจากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 313 คน โดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มากกว่าเพศชายช่วงอายุ 31 – 50 ปี สถานภาพสมรส และระดับการศึกษาปริญญาตรี โดยมีรายได้ต่อครอบครัวที่ประมาณ 30,000 ถึงไม่เกิน 100,000 บาทต่อครัวเรือน โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการ และไม่มีส่วนผสมของสารสังเคราะห์ โดยรสชาติ ความสะอาดและกรรมวิธีการผลิต ราคา โปรโมชั่นการตลาด บรรจุภัณฑ์ แบรนด์ยี่ห้อ ให้ความสำคัญลดหลั่นตามลำดับในอัตราส่วนใกล้เคียงกันอย่างยิ่
การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการส่งออกข้าวไทยในตลาดโลกในช่วงระหว่างปี 2560-2564
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.วัตถุประสงค์การศึกษาในครั้งนี้ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การส่งออกข้าวของประเทศไทยในตลาดโลก ศึกษาถึงปัจจัยภายใน และภายนอก ที่มีผลทำให้ไทยเสียส่วนแบ่งตลาด และเพื่อศึกษาถึงปัญหาที่ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกข้าวของประเทศไทยกับในตลาดโลก โดยใช้ทุติยภูมิ (Secondarydata) แบบอนุกรมเวลา (time series data) รายไตรมาส ตั้งแต่ พ.ศ. 2560 ไตรมาสที่ 1 ถึงปี พ.ศ. 2564 ไตรมาสที่ 4 โดยการใช้สมการถดถอยเชิงพหุคูณ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเชิงปริมาณระหว่างตัวแปรตามกับตัวแปรอิสระที่มีมากกว่า 1 ตัว โดยใช้วิธีทางสถิติค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน เป็นค่าที่วัดความสัมพันธ์ในเชิงเส้นตรงระหว่างตัวแปร 2 ตัวแปร วิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ เพื่อวิเคราะห์ ปริมาณการส่งออกข้าวของประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวแปรตาม มีความสัมพันธ์กับตัวแปรอิสระ และทดสอบความสัมพันธ์โดยใช้การทดสอบค่า t ต่อจากนั้นใช้วิธีทางสถิติ เรื่องการถดถอย ผลการศึกษาพบว่าจะมีอยู่ 2 ตัวแปรที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการส่งออกข้าวของประเทศไทย ได้แก่ 1) อัตราเงินเฟ้อ 2) ราคาข้าวส่งออกของเวียดนามโดยวิธีการ การประมาณค่าสัมประสิทธิ์สมการถดถอย ของตัวแปรอิสระที่มีผลต่อปริมาณการส่งออกข้าวของประเทศไทยช่วงเวลาระหว่างปีเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 ไตรมาสที่ 1 ถึงเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2564ไตรมาสที่
Elements of religious tourism influence to motivation of adolescent tourists in Bangkok Province
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ 1) เพื่อสำรวจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มวัยรุ่นที่มาท่องเที่ยวเชิงศาสนาในจังหวัดกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาปัจจัยองค์ประกอบการท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่มีอิทธิพลต่อปัจจัยแรงจูงใจของนักท่องเที่ยววัยรุ่นในจังหวัดกรุงเทพมหานคร และ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยแรงจูงใจในการท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่มีอิทธิพลต่อนักท่องเที่ยววัยรุ่นในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยววัยรุ่นคนไทยอายุ 18 – 25 ปี ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเชิงศาสนาในแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวม 11 สถานที่ คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ศาลหลักเมือง วัดธรรมมงคล วัดโพธิ์(ท่าเตียน) วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก) วัดหัวลำโพง วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ศาลพระพรหมเอราวัณ ศาลพระพิฆเนศ (แยกราชประสงค์) พระตรีมูรติ ศาลเจ้าพ่อเสือ (เสาชิงช้า) จำนวน 532 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม จะทำการหาค่าความถี่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความสัมพันธ์ การวิเคราะห์ปัจจัย และการถดถอยพหุคุณ ผลการศึกษาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวัยรุ่น พบว่า นักท่องเที่ยววัยรุ่นส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เดินทางมาท่องเที่ยว เพื่อชมสถาปัตยกรรม จิตกรรม และประติมากรรม มีอายุ 20 – 21 ปี และเป็นนักศึกษา เรียนอยู่ในระดับปริญญาตรี มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผลของการใช้เทคนิคการวิเคราะห์ปัจจัยของแรงจูงใจ สามารถแบ่งปัจจัยได้ทั้งหมด 4 ปัจจัย ที่มึค่า Factor Loading มากกว่า 0.60 ปัจจัยที่ 1 คือ แรงจูงใจด้านจิตวิญญาณ มี Factor Loading ตั้งแต่ 0.700 – 0.804 ปัจจัยที่ 2 แรงจูงใจด้านปฏิบัติธรรมและเช่าบูชาวัตถุมงคล มี Factor Loading ตั้งแต่ 0.664 – 0.842 ปัจจัยที่ 3 แรงจูงใจด้านการพักผ่อน มี Factor Loading ตั้งแต่ 0.629 – 0.745 และปัจจัยที่ 4 แรงจูงใจด้านการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง มี Factor Loading ตั้งแต่ 0.646 – 0.819The objectives of this research were: 1) to explore the behavior of adolescence tourists visiting in Bangkok 2) to study the factors of religious tourism components that influence the motivation factors of adolescence tourists in Bangkok and 3) to study the motivation factors for religious tourism influencing adolescent tourists in Bangkok. The sample group was adolescent tourists aged 18 – 25 years who traveled for religious tourism in tourist attractions in Bangkok, a total of 11 places: Temple of Emerald Buddha (Wat Phra Kaew), City Pillar Shrine, Wat Thammamonkol, Wat Pho (Tha Tien), Wat Phra Sri Maha Uma Devi (Wat Khaek), Wat Hua Lumphong), Wat Mongkon Kamalawat (Leng Nei Yi Temple), Erawan Shrine, Ganesha Shrine (Ratchaprasong Intersection), Phra Timurti, Chao Pho Suea Shrine (Sao Ching Cha) were 535 people by convenience sampling method. Statistics used to analyze data from questionnaires were frequency, percentage, mean, standard deviation, correlation, factor analysis, and multiple regression. The results of a study on behavior of adolescent tourists found that the most adolescent tourists had the purpose of travelling was seeing architecture, painting, and sculpture, aged 20 -21 years, university student, studying at bachelor’s degree, domicile in Bangkok. The results of using technique factor analysis in motivation can be divided into 4 factors and loading factor more than 0.60. The first factor was spiritual motivation had factor loading 0.700 – 0.804. Second factor was motivation for dharma practice and worshiping scared objects had factor loading 0.664 –0.842. Third factor was relaxing motivation had factor loading 0.629 –0.745. And fourth factor was motivation for learning and self-development had factor loading 0.646 – 0.819
ความสามารถในการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่น
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเรื่องความสามารถในการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่น ในช่วงปี พ.ศ.2554 – 2560 โดยการศึกษาสินค้าอุตสาหกรรม 13 หมวดสินค้า ได้แก่ 1. รถยนต์ปิกอัพ 2. รถยนต์นั่ง 3. ส่วนประกอบรถยนต์ 4. รถจักยานต์ยนต์ 5. ดิสก์ไดร์ฟ 6. แผงวงจรไฟฟ้า 7. อัญมณีและเครื่องประดับ 8. เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 9. ทองคำ 10. เคมีภัณฑ์ 11. เม็ดพลาสติก 12. เครื่องนุ่งห่ม 13. รองเท้า โดยมีวัตถุประสงค์ศึกษาคือ 1. วิเคราะห์ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่น โดยศึกษาความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของสินค้าอุตสาหกรรม จำแนกตามรายกลุ่มสินค้า ด้วยดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (Revealed Comparative Advantage: RCA) 2. วิเคราะห์ตามแบบจำลองส่วนแบ่งตลาดคงที่ Constant Market Shares (CMS) จะศึกษาความสามารถในการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไทยไปตลาดญี่ปุ่น จำแนกตามรายกลุ่มสินค้า ในช่วงแรกปี 2554-2557 และ ช่วงหลังปี พ.ศ.2560 - 2563 ด้วยแบบจำลอง CMS ผลการศึกษา พบว่าผลการวิเคราะห์ความสามารถแข่งขันการส่งออกด้วยดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (Revealed Comparative Advantage: RCA) และปัจจัยที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันการส่งออกด้วยแบบจำลองส่วนแบ่งตลาดคงที่ (Constant Market Shares : CMS) พบว่าสินค้าที่มีค่า RCA มากกว่า 1 ได้แก่ หมวดเคมีภัณฑ์ หมวดเม็ดพลาสติก หมวดยางยานพาหนะ หมวดเครื่องนุ่งห่ม หมวดรองเท้า หมวดทองคำ หมวดอัญมณีและเครื่องประดับ หมวดเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ หมวดแผงวงจรไฟฟ้า หมวดรถยนต์นั่ง หมวดส่วนประกอบรถยนต์ หมวดรถจักรยานยนต์ และมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าการส่งออกไปญี่ปุ่นที่สูงขึ้น หลังช่วงปี 2560 – 256
The Feasibility study of Nakayama Wellness Center Amphoe Mueng, Lamphun Province
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัจจัยทางการตลาดที่มีผลต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการบ้านและการบริบาลสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ตลอดจน ศึกษาต้นทุนและอัตราผลตอบแทนของโครงการบ้านและการบริบาลสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การศึกษาข้อมูลโครงการบ้านและการบริบาลสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยมีผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการที่มีกิจการอยู่ในจังหวัดลำพูนและจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 2 ท่าน และการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทย จำนวน 442 ตัวอย่าง 2) การวิเคราะห์โครงการลงทุน ประกอบด้วย มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV) ระยะเวลาคืนทุน (Internal Rate of Return : IRR) และอัตราผลตอบแทนภายในโครงการ (Internal Rate of Return : IRR) ผลการวิจัยสามารถสรุปตามหัวข้อ ความเป็นไปได้โครงการ ดังนี้ 1) ด้านการตลาด พบว่า ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกพักโครงการบ้านและการบริบาลสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มากที่สุดคือ ด้านกระบวนการ รองลงมาคือ ด้านลักษณะทางกายภาพ ส่วนด้านช่องทางการจัดจำหน่าย มีระดับความคิดเห็น อยู่ในระดับต่ำสุด ในด้านของสภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน (Five Forces) อยู่ในระดับต่ำ ในด้านของ สภาพแวดล้อมปัจจุบันขององค์กร โดยการวิเคราะห์ TOWS Matrix พบว่า โครงการบ้านและการบริบาลสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน สามารถใช้กลยุทธ์ทางการตลาด คือ กลยุทธ์การเจาะตลาด กลยุทธ์การพัฒนาตลาด กลยุทธ์การกระจายธุรกิจศูนย์กลาง กลยุทธ์การร่วมลงทุน และกลยุทธ์การตัดทอน 2) ด้านเทคนิค พบว่า โครงการบ้านและการบริบาลสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน มีเนื้อที่ รวม 389-0-92.5 ไร่ (155,692.5 ตารางวา) ได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชั้นนำของประเทศไทย เป็นไปตามมาตรฐานบ้านพักผู้สูงอายุที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้กำหนดไว้ภายใต้แนวคิดข้อบัญญัติของการออกแบบ LEED & WELL 3) ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม พบว่า โครงการบ้านและการบริบาลสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มีการจัดจ้างบริษัทที่รับจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) เพื่อความถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้ 4) ด้านกฎหมาย พบว่า โครงการบ้านและการบริบาลสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายต่างๆ คือ (ก) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดลำพูน กระทรวงพาณิชย์ (ข) สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวและการกีฬา (ค) กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง (ง) สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ (จ) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดลำพูน 5) ด้านการเงิน พบว่า มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 6,213,384,232 บาท โดยมีต้นทุนเงินทุน ร้อยละ 10 การคำนวณหาค่าอัตราผลตอบแทนภายในโครงการ (IRR) เท่ากับร้อยละ 33.27 และระยะเวลาคืนทุนของโครงการ (PP) เท่ากับ 2.4 ปี สะท้อนให้เห็นว่า โครงการบ้านและการบริบาลสำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มีความเป็นไปได้ในการลงทุนThis research aimed to study marketing mix factor that affected target group of customers. And studied the possibility of investing in Nakayama Wellness Center Amphoe Mueng, Lamphun Province. As well as the costs and the rate of return-oninvestment Nakayama Wellness Center. Consist of 2 steps were 1) Studied to data of the project investment’s Nakayama Wellness Center by in-depth interviews from 2 key informants who related to the project in Lamphune and near by. And the 442 sample were elderly Japanese people who live in Thailand. 2) Investment projects analysis include the Net Present Value : NPV, Payback Period : PP and Internal Rate of Return : IRR The result of this research has been concluded by each comprisal of project feasibility study as 1) Marketing, the marketing mix factor that most affected the decision to stay in Nakayama Wellness Center is the process; the next on they focused on the physical evidence and the least affected factor is the place. Project’s competitive environment (Five Forces) was in low-level and Project’s present environment was analyzed by TOW Matrix found that Nakayama Wellness Center Amphoe Mueng, Lamphun Province can use the marketing strategies such as market penetration, marketing development, diversification strategies, joint venture and retrenchment. 2) Technique, Nakayama Wellness Center Amphoe Mueng, Lamphun Province is located on Pasak-Tawangpraw Road Tumbon Pasak Amphoe Mueng, Lamphun Province with 153.85 Acres. The project’s building and areas have designed by major Architectural firm in Thailand and also followed the standard of almshouse by Ministry of Social Development and Human Security under the concept design of LEED and WELL. 3) Social and environment, Nakayama Wellness Center Amphoe Mueng, Lamphun Province outsource on environment impact assessment (EIA) for absolutely correct, complete and accuracy. 4) Legal, Nakayama Wellness Center Amphoe Mueng, Lamphun Province has involved with (a) Department of Business Development of Lamphune under Minstry of Commerce. (b) Ministry of Tourism and Sports (c) The Revenue Department under Minstry of Finance (d) Lamphune Provincial Adminstrative Organization and (e) Immigration Bureau of Lamphune. 5) Feasibility of investment found that net present value is equal 6,213,384,232 Baht with cost of capital 10 percent, internal rate of return is equal 33.27 percent and payback period is equal 2.4 years which reflect that the project of Nakayama Wellness Center Amphoe Mueng, Lamphun Province has possibility on investment
แนวทางการสื่อสารทางการตลาดสินเชื่อสวัสดิการข้าราชการบํานาญและลูกจ้างประจํา กรณีศึกษาธนาคารออมสินเขตเชียงใหม่ 3
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสาเหตุที่สินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ โดยใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกันของธนาคารออมสิน ไม่เป็นตามเป้าหมายที่กำหนด และ 2. เพื่อเสนอแนวทางกิจกรรมการสื่อสารทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินเชื่อสวัสดิการข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ กรณีศึกษาธนาคารออมสิน เขตเชียงใหม่ 3 เป็นการวิจัยแบบผสม Mixed method ประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปริมาณ มีกลุ่มตัวอย่าง คือ ข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติสหสัมพันธ์ และการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการ สัมภาษณ์เชิงลึกกับเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัย พบว่า สาเหตุที่สินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำไม่เป็นตามเป้าหมายที่กำหนด คือ 1. ไม่มีสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการทำการตลาดทางตรง ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 2. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายไม่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า 3. ปัญหาด้านการสื่อสารของพนักงาน ส่วนแนวทางการแก้ปัญหา คือ ธนาคารออมสินควรให้ความสำคัญด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงและเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมการตลาด และเพิ่มจำนวนพนักงานให้เพียงพอต่อการบริการ รวมไปถึงการจัดอบรมพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานด้านทักษะการขายและบริการ เพื่อให้สามารถให้บริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกั
การยอมรับการใช้บริการ Mobile Banking ในกลุ่มลูกค้าเกษตรกรผู้สูงอายุ บริบทธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (บธ.ม. (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2564.การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการใช้งาน Mobile Banking ในกลุ่มลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในเขตกรุงเทพมหานคร เฉพาะปีบัญชี 2564 จำแนกตามปัจจัยแรงจูงใจในการใช้งาน ปัจจัยการเข้าถึงและการใช้งาน และปัจจัยความพึงพอใจในการใช้บริการ Mobile Banking โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ โดยใช้ ความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการสร้างแบบจำลองการเรียนรู้แบบมีผู้สอน (Supervised Learning) วิเคราะห์ผ่านโปรแกรม Weka (Waikato Environment for Knowledge Analysis) เพื่อกลุ่มข้อมูลหาความสัมพันธ์จากการทำนายผลของผู้ที่ใช้งาน Mobile Banking เพื่อหาความสำคัญของปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้งาน Mobile Banking ผลการศึกษา พบว่าปัจจัยในการยอมรับการใช้บริการ มีระดับการยอมรับการใช้งานในด้านการประหยัดเวลาในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคารอยู่ในระดับมาก การเข้าถึงและการใช้งานในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด มีการเข้าถึงและการใช้งานฟังก์ชั่นในการโอนเงินจากบัญชี ธ.ก.ส. ไปยังธนาคารอื่นอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ในด้านขั้นตอนการใช้งานในการทำธุรกรรมง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมาก โดยในกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี ที่มีการใช้งาน Mobile Banking พบว่า มีระดับการยอมรับการใช้งานในด้านการประหยัดเวลาในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคาร อยู่ในระดับมากที่สุด มีการเข้าถึงและการใช้งานในการโอนเงินจากบัญชี ธ.ก.ส. ไปยังธนาคารอื่นอยู่ในระดับมากที่สุด และส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ในด้านขั้นตอนการใช้งานในการทำธุรกรรมง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมาก และกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป พบว่ามีระดับการยอมรับการใช้งานในด้านการประหยัดเวลาในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคารอยู่ในระดับมากที่สุด มีการเข้าถึงและการใช้งานเพื่อตรวจสอบยอดเงินเคลื่อนไหวในบัญชี ธ.ก.ส. อยู่ในระดับมากที่สุด และส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ ธ.ก.ส. A-Mobile ในด้านขั้นตอนการใช้งานในการทำธุรกรรมง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อเสนอแนะจากงานการศึกษานี้คือ ธนาคารควรพัฒนา ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุดตามปัจจัยที่ได้วิเคราะห์ในการศึกษาครั้งนี้ เพื่อที่จะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้มาใช้บริการ ธ.ก.ส. A-Mobile และสามารถดึงลูกค้าใหม่ใช้บริการผลิตภัณฑ์กับทางธนาคารมากที่สุ
พฤติกรรมผู้บริโภคต่อการซื้อสินค้าบนระบบ LAZADA ในเขตกรุงเทพมหานคร
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้บริโภคกับการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ทางแอพพลิเคชั่น LAZADA เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคต่อการซื้อสินค้าบนระบบ LAZADA ในเขตกรุงเทพมหานครและเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประสมทางการตลาด 7P’s กับการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์ทางแอพพลิเคชั่น LAZADA โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปโดยวิธีทางสถิติ SPSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ใช้วิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และวิธี Chi-Square จากผลการศึกษาพบว่า ความถี่ในการซื้อสินค้าออนไลน์ต่อเดือน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความถี่ในการซื้อสินค้าออนไลน์ต่อเดือน 1-2 ครั้ง จำนวน 212 ราย ซื้อสินค้าจากทาง LAZADA ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ซื้อสินค้าจากทาง LAZADA เป็น กระเป๋า จำนวน 154 ราย เพศ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 189 ราย อายุ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 20-30 ปี จำนวน 357 ราย สถานภาพ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีสถานภาพ โสด จำนวน 375 ราย ระดับการศึกษา ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดับการศึกษา อยู่ในระดับ ปริญญาตรี จำนวน 308 ราย รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ในช่วง 10,001 – 20,000 บาท จำนวน 140 ราย อาชีพ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอาชีพ พนักงานเอกชน จำนวน 224 ราย ตามลำดับ จากการวิเคราะห์ขนาดของอิทธิพลของปัจจัยทางส่วนประสมการตลาด มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมผู้บริโภค ต่อการซื้อสินค้าบนระบบ LAZADA ในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ปัจจัยทางส่วนประสมการตลาด ด้านส่งเสริมการตลาด ด้านกระบวนการ ด้านราคา ด้านการสร้างและนำเสนอลักษณะทางกายภาพ มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจต่อการซื้อสินค้าบนระบบ LAZADA ในเขตกรุงเทพมหานคร เนื่องจากผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญกับ ปัจจัยด้านส่งเสริมการตลาด ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลด/ของแถม การโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ หรือ ด้านกระบวนการที่ระบบ LAZADA นั้น มีความรวดเร็วในการให้บริการ การสั่งซื้อ และชำระเงิน เป็นไปด้วยความสะดวกสบาย รวมถึงด้านราคา ที่จะเห็นได้ว่า สินค้าในระบบ LAZADA นั้นมีราคาที่หลากหลายและมีราคาถูกกว่าที่อื่น สอดคล้องกับงานวิจัยของ ชนิตา เสถียรโชค (2560) ที่ศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ต่อการซื้อสินค้าบนระบบ LAZADA โดยผลการศึกษาพบว่าปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ที่มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ต่อการซื้อสินค้าบนระบบ LAZAD