UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
    8763 research outputs found

    การศึกษาการตัดสินใจเลือกซื้อรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่าของกลุ่มคนวัยทำงาน ในเขตกรุงเทพมหานคร

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาค้นคว้าอิสระในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการตัดสินใจเลือกซื้อรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่าของกลุ่มคนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานครกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ผู้บริโภคที่ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่าของกลุ่มคนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 ตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน คือ Independent Samples t-test, One-way ANOVA, Least Significant Difference และ Spearman rank correlation coefficient ผลการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 31-40 ปี สถานภาพสมรส ระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกอบอาชีพ พนักงานบริษัท รายได้เฉลี่ยต่อเดือน มากกว่า 25,000 บาท เลือกซื้อรถจักรยานยนต์ประเภทกลุ่มรถ Automatic โดยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดกระบวนการขั้นตอนการตัดสินใจลือกซื้อรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่าของกลุ่มคนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานครโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่าปัจจัยส่วนบุคคลโดยส่วนมาก ไม่มีผลต่อกระบวนการตัดสินใจเลือกซื้อรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่าของกลุ่มคนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านลักษณะทางกายภาพและด้านกระบวนการมีความสัมพันธ์ต่อกระบวนการตัดสินใจเลือกซื้อรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่าของกลุ่มคนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.0

    Communication of Thai identity through graphic design on skincare packaging of Thai entrepreneurs for the global market

    No full text
    ดุษฎีนิพนธ์ (นศ.ด. (นิเทศศาสตร์การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565

    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศไทย

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาในครั้งนี มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศไทย และ (2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศไทย โดยใช้วิธีการประมาณค่า Fixed Effects Model ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปร และใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ซึ่งเป็นข้อมูลภาคตัดขวางและข้อมูลอนุกรมเวลา (Panel Data) โดยจำแนกออกเป็นรายจังหวัดของประเทศไทยและเป็นข้อมูลรายปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ.2562 รวมทั้งสิ้น 385 ข้อมูลผลการศึกษาพบว่า ตัวแปรทางด้านการศึกษา (จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยที่ประชากรได้รับ) เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในทิศทางตรงกันข้าม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับตัวแปรทางด้านความยากจน (สัดส่วนคนจน), การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (ผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว) และอัตราเงินเฟ้อ (ดัชนีราคาผู้บริโภค) เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในประเทศไทยในทิศทางเดียวกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิต

    Brand image strategy in crisis communication : fake news via online media

    No full text
    งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์การวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบและวิธีการลวงที่เกิดขึ้นกับแบรนด์องค์กรผ่านสื่อออนไลน์ 2) เพื่อศึกษาผลกระทบของแบรนด์องค์กรจากการเผยแพร่ข่าวลวงผ่านสื่อออนไลน์ 3) เพื่อศึกษากลยุทธ์การกำหนดภาพลักษณ์ของแบรนด์องค์กรในกรณีข่าวลวงผ่านสื่อออนไลน์ และ 4) เพื่อเสนอแนะแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือของแบรนด์องค์กรกับภัยคุกคามจากสื่อออนไลน์กรณีข่าวลวง ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาและการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการศึกษาพบว่าจำนวนประเด็นข่าวลวงที่นำเสนอผ่านสื่อออนไลน์ มากที่สุด คือข่าวกลุ่มภัยพิบัติ และใช้วิธีการลวงด้วยการเผยแพร่/แชร์/โพสต์คำเตือนที่เป็นเท็จ รวมถึงการวนซ้ำข่าวเก่า/ข่าวลือ/กลโกง มากที่สุด สำหรับวิธีการแจ้งเตือนข้อมูลข่าวลวงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มากที่สุด คือการขึ้นต้นด้วยข้อความพาดหัวข่าวด้วยคำว่า “ข่าวปลอม! ข่าวบิดเบือน!อย่าแชร์! และผลกระทบจากการเผยแพร่ข่าวลวงผ่านสื่อออนไลน์ มากที่สุด คือทำให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกThis research study used a content analysis method to examine fake news that was disseminated only through online media and was verified as fake news or false information by organizations and/or product and service brands. The objectives of this study were 1) to examine and analyze formats and disseminating methods of fake news against brands through online media and 2) to study the effect of disseminated fake news over online media on brands. The fake news that was analyzed could be put into 4 categories: 1) Natural disaster fake news 2) Economic fake news 3) Health related products, supplements, products and services fake news, and 4) Fake news related to government policies and official as well as state enterprise information. The key findings included; in terms of format and how to hoax the public through online media, the findings revealed that the fake news category found most often over online media was natural disasters. The approaches that were used most often were disseminating/sharing/posting false warnings and spreading rumors or outdated news or publishing common scams that have been spread around, warned, or reposted on social media. The effect of fake news that was found most often was that it caused commotion among the publi

    ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการจดทะเบียนห้องชุดในเขตกรุงเทพมหานคร

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการจดทะเบียนห้องชุดในเขตกรุงเทพมหานคร โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ ได้แก่ ดัชนีราคาอาคารชุด ดัชนีราคาบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์พร้อมที่ดิน ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคก่อสร้าง รายได้ประชากร ความหนาแน่นของประชากร อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และปริมาณสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เป็นข้อมูลรายไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 พ.ศ. 2551 - ไตรมาสที่ 4 พ.ศ. 2562 รวม 48 ไตรมาส ใช้วิธีทางเศรษฐมิติช่วยในการวิเคราะห์ โดยใช้วิธีวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Squares: OLS) รวมทั้งมีการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และผู้บริโภค ในประเด็นสถานการณ์ทั่วไป สภาพปัญหาปัจจุบัน ความต้องการที่อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือ รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขเพื่อใช้ประกอบการศึกษาเพิ่มเติม ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการจดทะเบียนห้องชุดในเขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน รายได้ประชากร และปริมาณสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ส่วนปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาอาคารชุด ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์พร้อมที่ดิน ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคก่อสร้าง ความหนาแน่นของประชากร และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ จากการศึกษาพบว่าไม่มีนัยสำคัญต่อจำนวนห้องชุดที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตามจากการสัมภาษณ์เชิงลึกความคิดเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และผู้บริโภค ในประเด็นสถานการณ์ทั่วไป สภาพปัญหาปัจจุบัน ความต้องการที่อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือ รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข ส่วนใหญ่พบว่า ปัจจัยในเรื่อง ราคาห้องชุด อัตราดอกเบี้ย และมาตรการของภาครัฐยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการใช้ตัดสินใจดำเนินธุรกิจ และผู้บริโภคใช้ตัดสินใจซื้อห้องชุ

    Behavioral reasoning perspectives on organic product purchase in Bangkok, Thailand

    No full text
    Dissertation (D.B.A. (Management)) -- University of the Thai Chamber of Commerce, 2022.Consumer buying behaviors have changed toward interest in organic products on healthy trends and concerns over unprecedented diseases. However, whether consumers choose to consume organic products or not, they need to generate "reasons (for and against) to determine their behaviors, which are also stimulated by entrepreneurs' strategies. However, the researcher has not found research on the elements that reason (for and against) influence consumers' purchase intention and the market strategies entrepreneurs use. As a result, this research aims to investigate why customers purchase organic products and how entrepreneurs to market to them to satisfy customer needs. This research focused on a group of organic product purchasers in Bangkok, Thailand. With a focus on two product groups, group 1, horticultural crops, which include fresh vegetables and fruits, and group 2, field crops, such as rice and grains, the researcher uses an article review and previous analysis to create a questionnaire to determine entrepreneurs' marketing strategies and consumers' reasons (for and against) for consuming organic products. In conclusion, the study's results found that the essential variables included were attitudes, marketing strategies, and reasons for encouraging customers to support their role in purchasing organic product items. Additionally, attitude mediates the relationship between marketing strategies and purchase intentions, as well as the relationship between reasons (for and against) and purchase intentions. This explains how important it is to consider how individual and environmental factors impact consumer decisions to purchase organic products. The most effective, efficient, and reasonable approach to producing and distributing organic products can be planned using research studies. The growth of organic farming will result from the rise in consumer demand

    การศึกษาผลกระทบด้านรายได้ของแรงงานและชั่วโมงการทำงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (พ.ศ 2561 – 2564)

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการศึกษาผลกระทบด้านรายได้และชั่วโมงการทำงานของแรงงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อศึกษาแรงงานที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้และชั่วโมงการทำงาน ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษางานค้นคว้าอิสระครั้งนี้เป็นข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีลักษะเป็นอนุกรมเวลา (Time Series Data) ใช้ข้อมูลการสำรวจสภาวะแรงงาน (Labour Force Survey :LFS) ใช้ข้อมูลตั้งแต่ปี 2561 – 2564 เป็นระยะเวลา 4 ปี จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นผลของรายได้และชั่วโมงการทำงานของแรงงานเพื่อเปรียบเทียบกันระหว่างรายได้และชั่วโมงการทำงานของแรงงานในช่วง 4 ปี ซึ่งจะสะท้อนผลเป็นรายประชากรเพื่อเปรียบเทียบรายได้และชั่วโมงการทำงานของแต่ละปี และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม STATA ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ใช้วิธีการวิเคราะห์วิธีการทางสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐานเพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างหนึ่งกลุ่มกับ T-Test และ Multiple Regression Analysis ผลการศึกษาพบว่า งานวิเคราะห์ความแตกต่างจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด -19 รายได้และชั่วโมงการทำงาน จากผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยรายได้ ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งแตกต่างกับชั่วโมงการทำงานที่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในทางกลับกันเห็นได้ชัดว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 กระทบกับแรงงานในประเด็นเรื่องการศึกษา ที่แตกต่างกันในแต่ละระดับการศึกษา หรือที่มีการศึกษาแตกต่างกัน โดยแรงงานที่มีการศึกษาที่ไม่สูง อาทิเช่น ไม่มีการศึกษา ต่ำกว่าประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในเชิงลบ ณ ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 แสดงให้เห็นว่าแรงงานที่มีการศึกษาไม่สูงมากมีโอกาสเสี่ยงที่จะรายได้ลดน้อยลง สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญและมีผลต่อรายได้ ระดับการศึกษามีผลต่อการจ้างงาน เมื่อมองกลับกันแรงงานที่มีวุฒิการศึกษาที่สูงแม้จะเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ผลกระทบด้านรายได้ของแรงงานไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ส่วนประเด็นค่าเฉลี่ยชั่วโมงการทำงานทั้งสิ้นต่อสัปดาห์ของแรงงานมีความแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติในเชิงลบที่ระดับ 0.01 ทั้งด้านภูมิภาค เขตการปกครอง สถานภาพสมรส ระดับการศึกษาที่สำเร็จ อาชีพ และอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ทุกกลุ่มแรงงาน มีชั่วโมงการทำงานลดลง ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19ที่เกิดขึ้น นายจ้างมักปรับตัวโดยการปรับเปลี่ยนชั่วโมงการทำงาน มากกว่าเพิ่มหรือลดคนงานแบบฉับพลัน ส่วนหนึ่งอาจมาจากการหาแรงงาน ที่มีทักษะที่เหมาะสมกับงานนั้น ผลจากการวิเคราะห์ การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) พบว่าผลกระทบด้านรายได้ของแรงงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้แก่ ประสบการณ์การทำงาน ภูมิภาค เขตเทศบาล สถานภาพสมรส ระดับการศึกษาที่สำเร็จ อาชีพ อุตสาหกรรม พบว่า ประเด็นการศึกษาและอาชีพมีผลต่อรายได้ของแรงงานมากที่สุดโดยการเปลี่ยนแปลงของแรงงานก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในแง่ของการศึกษา วุฒิการศึกษาส่งผลต่อค่าจ้างของแรงงาน แต่เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดยิ่งทำให้ระดับการศึกษามีผลต่อรายได้ที่มากขึ้นทำให้เกิดความแตกต่างกันในด้านรายได้ยิ่งมากขึ้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่ารายได้ของแรงงานที่มีการศึกษาตั้งแต่ต่ำอนุปริญญาถึงสูงกว่าปริญญาตรีมีรายได้ที่เหนือกว่ากลุ่มแรงงานที่ไม่มีการศึกษา เทียบกับก่อนเกิดการสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างชัดเจน ดังนั้น ระดับการศึกษาของแรงงานจะส่งผลให้มีความแตกต่างของรายได้ในช่วงระหว่างการแพร่ระบาดโควิด – 1

    Selection of Thai songs as a medium for teaching Thai language for foreigners

    No full text
    การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการคัดเลือกประเภทของเพลงสำหรับสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ ผู้สอนภาษาไทยให้แก่ผู้เรียนชาวต่างชาติที่เรียนภาษาไทยเป็นวิชาเอก และไม่ได้เรียนเป็นวิชาเอกภาษาไทย ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 18 คน ได้แก่ ผู้สอนมหาวิทยาลัยรัฐบาล มหาวิทยาลัยเอกชน สถาบันการศึกษาการสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติ และหน่วยงานอื่นๆ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามเรื่อง วิธีการคัดเลือกเพลงสำหรับผู้เรียนชาวต่างชาติ ผลการวิจัยพบว่าผู้สอนมีวิธีการคัดเลือกเพลงในการสอน สรุปได้ดังนี้ 1. ผู้สอนส่วนใหญ่มีวิธีคัดเลือกเพลงไปในทิศทางเดียวกันในประเด็นคำถาม 8 ข้อ ได้แก่ คัดเลือกเพลงที่นักร้องออกเสียงชัดเจน คัดเลือกเพลงตามระดับความรู้ของผู้เรียน คัดเลือกเพลงที่มีชื่อเสียงหรือได้รับความนิยม คัดเลือกตามความสนใจและตามวัยของผู้เรียน คัดเลือกเพลงที่มีความสัมพันธ์กับบทเรียน คัดเลือกเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทย ประเภทของเพลงที่คัดเลือกมาสอน และข้อดีในการคัดเลือกเพลงประกอบการสอนในบทเรียน 2. ผู้สอนมีหลักการคัดเลือกเพลงหลากหลายวิธีในประเด็นคำถาม 3 ข้อ ได้แก่ หลักในการคัดเลือกเพลงที่ง่ายต่อการเรียนรู้ภาษาที่ 2 วิธีการคัดเลือกเพลงที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เกิดการถ่ายโยงการเรียนรู้จากภาษาแม่มาสู่ภาษาที่ 2 และหลักการคัดเลือกลักษณะเนื้อหาและการใช้ภาษาในบทเพลง การออกเสียงที่ชัดเจนของนักร้องมีผลต่อการคัดเลือกเพลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้เรียนในระดับต้น ผู้สอนจะให้ความสำคัญกับเสียงร้องที่ชัดเจนมากที่สุด เพราะส่งผลดีต่อการออกเสียงของผู้เรียน หากผู้เรียนอยู่ในระดับสูงผู้สอนจะเลือกเพลงที่มีเนื้อหาและการใช้ภาษาที่เหมาะสมกับระดับการเรียนรู้ภาษาของผู้เรียน ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ภาษาไทยตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ส่วนทำนองเพลงที่คุ้นหูหรือคำศัพท์ที่ผู้เรียนได้เคยฟัง และเคยเรียนแล้ว จะทำให้ผู้เรียนจดจำคำศัพท์และเข้าใจสำนวนภาษาได้ง่ายด้วย เพลงที่ผู้สอนยกตัวอย่างมาประกอบการเรียนการสอนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ เพลงช้าง เพลงรำวงวันลอยกระทง และเพลงพรปีใหม่ เพลงทั้ง 3 เพลงนี้เป็นเพลงที่แสดงอัตลักษณ์ประจำชาติ แสดงวัฒนธรรมที่ดีงาม และแสดงความเป็นไทย ตลอดทั้งมีการใช้ภาษาที่ไพเราะงดงามThe objective of this research is to study the way in which Thai songs were selected as a medium for teaching Thai language for foreigners. Sample of the study consists of 18 teachers who teach Thai language for foreigners majoring and not majoring in Thai language in and around Bangkok. They are teachers in public and private universities, institutes of Thai language for foreigners, and other agencies. Tool for data collection is a questionnaire entitled ‘Methods to select songs for foreign learners. It was found that the teachers selected the songs by: 1. The ways most teachers selected the songs were in accordance with eight questions that are: selecting the songs that singers pronounce clearly; selecting the songs that suit learners’ levels; selecting the songs that are well-known or popular; selecting the songs that match learners’ interests and ages; selecting the songs that relate to lessons; selecting the songs that its content relates to Thai culture; genres of the songs to be selected; and good things of selecting the songs to be used in lessons. 2. The way some teachers selected the songs were varied in three questions that are: the principles of selecting the songs that are easy to learn the second language; the methods of selecting the songs that help learners to transfer their learning from their mother tongue to the second language; and the principle of selecting content and use of language in the songs. Singers’ clear pronunciation played a key role in selecting the songs, especially for learners at the beginning level. The teachers put a priority to clear pronunciation since it had a positive result to learners’ pronunciation. For advanced learners, the teachers would select the songs whose content and use of language were suitable to learners’ level. The learners would learn Thai language used in real life. The familiar melody and vocabulary would help them to remember and understand the vocabulary and expressions easily. The three most popular songs that were selected as a medium were Chang, Rumwong One Loy Kratong, and Pon Pea Mai. These songs express national identity, culture, and Thainess. They also use poetic lyricsรายงานวิจัยนี้ได้รับทุนส่งเสริมการวิจัยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พ.ศ. 256

    Social media literacy of elderly people in Bangkok

    No full text
    งานวิจัยเรื่องการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ จํานวน 20 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ใช้สื่อสังคมออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชันไลน์ มากที่สุด รองลงมาคือ เฟซบุ๊ก โดยใช้เพื่อติดต่อรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ และญาติ ๆ เป็นหลัก รองลงมาคือการติดตามข่าวสารต่าง ๆ จากการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุมีประสบการณ์โดยรวมในการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นไปในทางที่ดีโดยใช้เพื่อผ่อนคลายเหงา นอกจากนี้ พบว่าผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ระดับพื้นฐานถึงปานกลาง โดยมีปัจจัยด้านการศึกษา อาชีพ ความสนใจส่วนตัว มีส่วนทําให้ระดับความรู้และความเข้าใจในสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงวัยแตกต่างกันไปในแต่ละคนThis research is about the social media literacy among the elderly in Bangkok The objectives of this study were to study social media literacy and social media usage behavior of the elderly in Bangkok. This research is qualitative research by using in depth interviews 20 participants. The results show that most of the elderly used social media through the LINE application, followed by Facebook, mainly used to maintain relationships with friends and relatives, followed by news tracking. The elderly had a good overall experience of using social media, using it to relieve loneliness with relatively good social media awarenes

    0

    full texts

    8,763

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇