UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
    8763 research outputs found

    Strategies for marketing and communication to promote elderly service businesses

    No full text
    ดุษฎีนิพนธ์ (นศ.ด. (นิเทศศาสตร์การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565

    การศึกษาศักยภาพของจังหวัดสมุทรสาครในการเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลและอาหารทะเลแปรรูปครบวงจร เพื่อเป็นครัวของโลก

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์การศึกษาเพื่อศึกษาศักยภาพของจังหวัดสมุทรสาครในการเป็นศูนย์กลางอาหารทะเล และอาหารทะเลแปรรูปครบวงจร เพื่อเป็นครัวของโลก เพื่อศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT) ในการเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลและอาหารทะเลแปรรูปครบวงจร เพื่อเป็นครัวของโลก และเพื่อนำผลการศึกษาไปกำหนดเป็นแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครให้สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นๆ ตามยุทธศาสตร์ เพื่อให้สมุทรสาครเป็นศูนย์กลางอาหารทะเล และอาหารทะเลแปรรูประดับโลก การดำเนินการวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Method) ประกอบด้วยการวิจัย เชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ ผู้ศึกษาได้ใช้หลักการวิเคราะห์ SWOT Analysis ร่วมกับทฤษฎีระบบเพชรที่สมบูรณ์ (Diamond Model) จังหวัดสมุทรสาครนับได้ว่ามีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศเนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value 1 Added Industry) ให้กับวัตถุดิบทั้งที่ผลิตใด้ในประเทศ และวัตถุดิบจากการนำเข้าแล้วส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศ อีกทั้งเป็นสินค้าส่งออกหลักที่ทำรายได้เงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี อุตสาหกรรมประมงในจังหวัดสมุทรสาครจัดเป็นจังหวัดที่ประสบความสำเร็จในด้านการพัฒนาประมงจนสามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดสมุทรสาครอย่างต่อเนื่อง การทำการประมง ครอบคลุมพื้นที่ภายในจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งการประมงทะเลและการประมงน้ำจืด ซึ่งกิจกรรมทางประมงที่เกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาคร เป็นการทำประมงเชิงพาณิชย์ (Commercial Fisheries) โดยหลักทฤษฎี Diamond มาวิเคราะห์ธุรกิจอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง ในเรื่องของข้อได้เปรียบในการแข่งขันทางด้านธุรกิจ สามารถแบ่งเป็น 4 ประเภทและวิเคราะห์ได้ ดังนี้ 1. Factor Conditions (เงื่อนไขปัจจัยด้านการผลิต) ธุรกิจสินค้าอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง สามารถแบ่งเงื่อนไขปัจจัยทางการผลิตได้ 5 ประเภท ดังนี้ Knowledge Resources (ทรัพยากรด้านความรู้), Human Resources (ทรัพยากรมนุษย์), Physical Resources (ทรัพยากรทางกายภาพ), Capital Resources (แหล่งเงินทุน) Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน) Demand Conditions (เงื่อนไขปัจจัยด้านอุปสงค์) ธุรกิจสินค้าอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง สามารถแบ่งเงื่อนไขปัจจัยด้านอุปสงค์ 4 ประเภทดังนี้ Home Demand Composition (ลักษณะของความต้องการของผู้ซื้อในประเทศ), Demand Size and Pattern of Growth (ขนาดความต้องการและรูปแบบของการเติบโต) Internationalization of Domestic Demand (ความเป็นสากลของความต้องการในประเทศ) Interplay of Demand Conditions (ปัจจัยความต้องการที่เกื้อหนุนกัน) 3. Related and Supporting Industries โดยอุตสาหกรรมอาหารประมงและอาหารทะเลแปรรูป มีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสนับสนุนมากมาย ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ ได้แก่ ฟาร์มเพาะ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ส่วนอุตสาหกรรมปลายน้ำที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อุตสาหกรรมห้องเย็น อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (การขนส่ง) บริการเกี่ยวกับการเก็บสินค้าสัตว์น้ำที่สะพานปลา (ห้องเย็น) 4. Firm Strategy and Rivalry (กลยุทธ์โครงสร้างการแข่งขันของบริษัท) การให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพสินค้าสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลา ประเภทต่างๆ ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดความเสี่ยงจากภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่ง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลายอย่างที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ทำให้อาหารที่ใช้ปลาเป็นวัตถุดิบ รวมถึง ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เนื่องจากต้นทุนในการผลิตของจังหวัดสมุทรสาครมีมูลค่าต่ำกว่าประเทศคู่แข่ง ดังนั้น กลยุทธ์ในการแข่งขันของอุตสาหกรรมประมงของไทยนั้น คือการพัฒนาสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารเคมีตกค้าง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสามารถตรวจสอบกลับย้อนหลังได้ ทำให้เกิดการปฏิบัติตามการบริหารและการผลิตที่มีประสิทธิภาพของผู้ผลิตในอุตสาหกรรมมากขึ้

    ความพึงพอใจของสมาชิกต่อการให้บริการทางธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาเรื่องความพึงพอใจของสมาชิกต่อการให้บริการทางธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด นี้มีวัตถุประสงค์สำคัญอยู่ 2 ประการ ได้แก่ เพื่อศึกษาโครงสร้างการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด และเพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของสมาชิกต่อการให้บริการทางธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด จำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุส่วนใหญ่ช่วงอายุ 51-60 ปี มีระดับการศึกษาส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา มีระยะเวลาการเป็นสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ระยะเวลาการเป็นสมาชิกมากกว่า 15 ปี สมาชิกส่วนใหญ่มีรายได้จากการทำอาชีพเกษตรกรรมต่อปีน้อยกว่า 50,000 บาท/ปี สมาชิกส่วนใหญ่มาใช้บริการธุรกิจสินเชื่อกับสหกรณ์มากที่สุด ในด้านความพึงพอใจในภาพรวมของสมาชิก มีความพึงพอใจต่อการใช้บริการด้านธุรกิจของสหกรณ์อยู่ใน ระดับมาก และเมื่อพิจารณารายธุรกิจพบว่าลูกค้าในทุกธุรกิจมีความพึงพอใจในระดับมาก ซึ่งมีระดับเท่ากันทุกธุรกิจ ด้านเพศและระยะเวลาที่ทำธุรกิจหรือใช้บริการทางธุรกิจกับสหกรณ์นับแต่ครั้งแรกถึงปัจจุบันของสมาชิกที่มาใช้บริการของสหกรณ์ ไม่มีอิทธิพลต่อระดับความพึงพอใจของสมาชิกในการมาใช้บริการทางธุรกิจสหกรณ์ อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ 0.0

    Langkasuka food identity communication strategy to promote cultural tourism in three provinces of the Southern border of Thailand

    No full text
    ดุษฎีนิพนธ์ (นศ.ด. (นิเทศศาสตร์การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพการสื่อสารการส่งเสริมการท่องเที่ยวสามจังหวัดชายแดนใต้(2) เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อการสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสามจังหวัดชายแดนใต้ (3) เพื่อนำเสนอกลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังการสุกะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสามจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้การสังเคราะห์เนื้อหาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางการสร้างแนวคำถามเพื่อการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 23 คน นำผลการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา พบว่า อัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะ เกิดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมจากชนชาติต่าง ๆ ที่เดินทางมาติดต่อค้าขายหรือโยกย้ายมาในดินแดนลังกาสุกะ และสืบทอดวัฒนธรรมอาหาร เกิดการปรับตัวนำเครื่องเทศ มะพร้าว กะทิ และกรรมวิธีการปรุงใช้กับอาหารและกระบวนการเดิมของผู้คนในท้องถิ่น เกิดเป็นอัตลักษณ์อาหารที่มีกลิ่นเครื่องเทศเฉพาะตัว มีสีเข้ม มีรสหวานจากการใช้น้ำตาลมะพร้าว และความเข้มข้นจากกะทิ ผสมผสานตามหลักศาสนา วิถีชีวิต การประกอบอาชีพ เกิดเป็นอาหารในพิธีกรรมตามศาสนาที่ให้ความเคารพนับถือ นอกจากนี้ยังสามารถรวบรวมเมนูอาหารจากการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา จำนวน 34 เมนู ทำให้สามารถแยกที่มาของอาหาร ชื่ออาหาร ส่วนผสม กรรมวิธีการปรุง และชนชาติที่มีอิทธิพลต่อเมนูเหล่านี้ และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เก็บบันทึกเนื้อหาและช่องทางการสื่อสารออนไลน์และสื่อดั้งเดิมที่ปรากฏระหว่างปี 2560-2564 ด้านระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณเป็นการเก็บข้อมูลจากสำรวจความคิดเห็นออนไลน์จากผู้ตอบแบบสอบถามจากทั่วประเทศ จำนวน 1,348 คน จากนั้นนำผลมาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทางสถิติ ทำให้เห็นลักษณะทางประชากรส่วนใหญ่ มีอายุอยู่ระหว่าง 22-36 ปี มากที่สุด จำนวน 817 คิดเป็น ร้อยละ 60.60 เป็นเพศชาย จำนวน 672 คน คิดเป็นร้อยละ 49.90 มากกว่าเพศหญิง และ LGBTQ+ มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีมากที่สุด จำนวน 983 คน คิดเป็นร้อยละ72.92 มีรายได้ของอยู่ระหว่าง 10,001 – 30,000 บาท มากที่สุด มีจำนวน 976 คนคิดเป็นร้อยละ 72.40 เป็นผู้ที่นับถือศาสนาพุทธมากที่สุด จำนวน 869 คน คิดเป็นร้อยละ 64.47 รองลงมา เป็นผู้ที่อาศัยในภาคใต้มากที่สุด จำนวน 675 คน คิดเป็นร้อยละ 50.10 โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่นิยมใช้ช่องทางการสื่อสารออนไลน์เป็นช่องทางการสืบค้นเนื้อหาและเปิดรับข่าวสารการท่องเที่ยว จำนวน 805 คน คิดเป็นร้อยละ 66.9 เคยได้ยิน คำว่า ลังกาสุกะ จำนวน 942 คน คิดเป็นร้อยละ 69.90 จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดที่เคยไปมากที่สุด จำนวน 567 คน คิดเป็นร้อยละ 42.10 ผลการวิจัยการสื่อสารอัตลักษณ์ด้วยการจัดองค์ประกอบผ่านแบบจำลอง “SPICES Model: Food Identity Communication” ประกอบด้วย S: Southernmost Heritage หมายถึง มรดกภูมิปัญญาอาหารลังกาสุกะแห่งปลายด้ามขวานของไทย P: Process of Cooking หมายถึง กระบวนการขั้นตอนการปรุงอาหารลังกาสุกะ I: Ingredients หมายถึง ส่วนผสม เครื่องปรุงอาหารรสของอาหารลังกาสุกะเกิดจากการถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น C: Culture of food หมายถึง อัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะจากผู้คนในวัฒนธรรมเกิดการแลกเปลี่ยนและนำความรู้มาเป็นอาหารอัตลักษณ์ของตนเอง E: Experiences หมายถึง ประสบการณ์จากการปรุงอาหารแบบดั้งเดิม นำมาสร้างมูลค่าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสู่นักท่องเที่ยว และ S: Sense หมายถึงการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ การเห็นมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การรับรู้รส การได้กลิ่น และความรู้สึกอิ่มเอมใจที่รับรู้ถึงประสบการณ์อาหารลังกาสุกะ ข้อเสนอแนะกลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะในงานวิจัยนี้ เกิดจากองค์ประกอบที่ถูกค้นพบผ่านแบบจำลอง “SPICES Model: Food Identity Communication” นำมาสู่แบบจำลอง “SPICE model: Communications Strategies” กลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสามจังหวัดชายแดนใต้ สะท้อนแนวทางเพื่อนำเสนอกลยุทธ์การสื่อสารจากความโดดเด่นด้านต่าง ๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 6 กลยุทธ์ ประกอบด้วย กลยุทธ์ที่ 1) “ความภาคภูมิใจ” เกิดจาก Strengthen (S) กลยุทธ์ที่ 2) “อาหารสร้างแรงบันดาลใจ” เกิดจาก Persuasion (P)กลยุทธ์ที่ 3)“เพิ่มขีดความสามรถการแข่งขัน” เกิดจาก Increase Market (I) กลยุทธ์ที่ 4) “ฝึกฝนเพิ่มพูนทักษะเตรียมพร้อมการแข่งขัน” เกิดจาก Competition (C) กลยุทธ์ที่ 5) “อาหารสร้างประสบการณ์” เกิดจาก Experiences (E) และ กลยุทธ์ที่ 6) “ร่วมแรงร่วมใจ” เกิดจาก Social Integration (S)The research objectives were as follows: (1) to study the communication condition of tourism promotion in the three southern border provinces; (2) to study the opinions on the communication of Langkasuka food identity to promote food tourism in the three southern border provinces; and (3) to present a strategy for communication of Langkasuka food identity to promote food tourism in the three southern border provinces. The research methodology is a hybrid of qualitative and quantitative methods, with a theoretical foundation and related theories framework as a guideline for in-depth interviews with 23 key informants. The interview results were analyzed for content that Langkasuka food identity arose from a mingling of cultures from various peoples who came to trade or migrate to Langkasuka's land, and pass down food culture Spices, coconut, coconut milk, and cooking methods were adapted to the traditional food and processes of the local people. It is a food identity with a distinct spice aroma, dark color, and sweet taste from coconut sugar and the concentration of coconut milk mix born as food in religious rituals that respect religion, lifestyle, and occupation. Furthermore, food menus can be derived from the content analysis of 34 menus, allowing the origin of the food, the name of the food, the ingredients, the cooking process, and the ethnicities that influenced these menus to be distinguished. Non-participant observations documented the content and communication channels that appeared online and in traditional media between 2017 and 2021. In terms of quantitative research methodology, data were collected from online opinion polls from 1,348 respondents from all provinces of Thailand country, and the results were analyzed with statistical tools to reveal most demographic aged between 22-36 years, total 817 to representing 60.60%, were 672 males, representing 49.90 percent more than females, and LGBTQ+ had a bachelor's degree the most, 983 people accounted for percent. 72.92 with incomes between 10,001 - 30,000 baht, the most with 976 people, representing 72.40%, are the most Buddhists, 869 people, accounting for 64.47%, followed by those who live in the southern region the most. 675 people, representing 50.10%, with the majority of respondents using online communication channels as a channel for content searching and exposure to travel news, 805 people representing 66.9 percent had heard of the word Langkasuka, 942 people accounted for 69.90 percent, Narathiwat Province was the province who had been the most, with a total of 567 people, representing 42.10%. The results of the research on identity communication by composition through the model "SPICES Model: Food Identity Communication" consisted of (S): Southernmost Heritage, referring to Langkasuka food wisdom heritage of Thai ax handle (P): Process of Cooking refers to the process of cooking Langkasuka (I) : Ingredients means ingredients, food ingredients, flavor of Langkasuka food resulting from knowledge transfer from generations. To generation (C): Culture of food means the identity of Langkasuka food from people in the culture exchange and bring knowledge to be a fun food. (E): Experiences refers to the experience of traditional cooking. To create value to promote food tourism to tourists and (S): Sense refers to the use of the six senses, namely sight, hearing, touch, taste, smell, and perceived euphoria. To the Langkasuka food experience. The suggestions of communication strategies for Langkasuka food identity in this researchoriginated from elements discovered through the model "SPICES Model: Food Identity Communication" leading to the model "SPICE model: Communications Strategies", a strategy for communicating Langkasuka food identity to promote food tourism in the three southernmost provinces. Reflecting on the approach to present communication strategies from outstanding aspects in the three southern border provinces, totaling 6 strategies, The consisting of Strategy 1) "The Pride" caused by Strengthen (S), Strategy 2) "The Inspiring food" caused by Persuasion (P), Strategy 3) “Increasing competitive competitiveness” caused by Increase Market (I), Strategy 4) “The practice to increase skills and prepare for competition” caused by Competition (C), Strategy 5) “The food create experience” is caused by Experiences (E) and Strategy 6) “Joint force” is caused by Social Integration (S)

    การศึกษาพฤติกรรมการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของคนไทยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และ (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยใช้สมการถดถอยพหุคูณแบบเส้นตรง โดยใช้วิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Multiple Linear regression) และสถิติเชิงพรรณนา เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ ซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษามาจากการสำรวจข้อมูลปฐมภูมิด้วยแบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างของการศึกษา ได้แก่ ประชาชนคนไทยที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 446 ตัวอย่างผลการศึกษาพบว่า ประชากรที่ทำแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 26 - 42 ปีสถานภาพโสด สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ รายรับเฉลี่ยต่อเดือนน้อยกว่า 20,000 บาท และรายจ่ายต่อเดือนอยู่ระหว่าง 10,001 - 20,000 บาทวัตถุประสงค์ในการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลำดับแรก คือ ความประหยัด ราคาถูก มีโปรโมชั่น ลำดับสอง คือ ความสะดวก ประหยัดเวลา และลำดับที่สาม คือ กักตุน สำรองอาหารยามฉุกเฉิน ความถี่ในการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อเดือน น้อยกว่า 3 ครั้ง บริโภคครั้งละ 1 ซอง/ถ้วย โดยนิยมบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แบบซอง ขนาดปกติ (ซองละ 7 บาท) ตรามาม่า รสต้มยำกุ้ง มักบริโภคช่วงเวลา 15.00 - 20.00 น. ด้วยวิธีเติมน้ำร้อนหรือต้ม ใส่เครื่องปรุง และใส่เนื้อสัตว์ ไข่ อื่นๆ เพิ่มเติม ส่วนใหญ่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นชิ้นที่ร้านค้าสะดวกซื้อ ค่าใช้จ่ายในการซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อครั้งน้อยกว่า 50 บาท ให้ความสำคัญปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่ายมากที่สุด ส่วนใหญ่ทราบว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าควบคุม และเห็นด้วยกับการควบคุมราคาจำหน่ายปลีกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผลิตในประเทศ อีกทั้งให้ความเห็นว่าควรควบคุมราคาจำหน่ายปลีกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนำเข้า หากมีการปรับราคาจำหน่ายปลีกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนำเข้าเพิ่มขึ้นจะบริโภคลดลง และการปรับราคาจำหน่ายปลีกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผลิตในประเทศจากซองละ 6 บาท เป็น 7 บาท จะทำให้บริโภคเท่าเดิม ด้วยเหตุผลว่าปกติไม่ค่อยบริโภคอยู่แล้ว ปกติบริโภคเท่าเดิมเป็นประจำ และราคาปรับเพิ่มขึ้นไม่มากการวิเคราะห์ด้วยสมการถดถอยพหุคูณแบบเส้นตรง โดยใช้วิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Multiple Linear Regression) พบว่า ณ ระดับนัยสำคัญที่ 0.05 สถานภาพสมรสมีโอกาสบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อเดือนน้อยกว่าสถานภาพโสด คนที่สำเร็จการศึกษาระดับ ม.3, ม.6/ปวช., ปวส./อนุปริญญา, ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า มีโอกาสบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อเดือนมากกว่าคนที่สำเร็จการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี อาชีพข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานเอกชน มีโอกาสบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อเดือนน้อยกว่าคนว่างงาน เงินออมและวัตถุประสงค์ในการเลือกบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลำดับแรก (ความประหยัด ราคาถูก มีโปรโมชั่น) มีความสัมพันธ์ตรงกันข้ามกับปริมาณการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อเดือน ค่าใช้จ่ายในการซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อครั้งมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับปริมาณการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อเดือ

    Consumption behavior and the role of marketing communications that influences decision making of older consumers toward goods and services relate to exercise and travel

    No full text
    การวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมการบริโภคและบทบาทของการสื่อสารการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายและการท่องเที่ยวของกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุ” เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายและการท่องเที่ยวของกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุ รวมถึงบทบาทของการสื่อสารการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายและการท่องเที่ยวของกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุ การวิจัยนี้ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกในการเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 20 คนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เป็นผู้ทึ่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครที่มีการออกกำลังกายเป็นกิจวัตร และมีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุตระหนักว่า การออกกำลังกายและการท่องเที่ยวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ โดยส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ จึงได้มีการออกกำลังกายเป็นประจำและหาโอกาสในการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน โดยสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับการออกกำลังกายนั้น ผู้สูงอายุมักจะตัดสินใจซื้อด้วยตนเองและซื้อตามความจำเป็นโดยไม่ได้หาข้อมูลล่วงหน้า ในขณะที่ถ้าเป็นสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ผู้สูงอายุมักไม่ได้ตัดสินใจเอง เนื่องจากการท่องเที่ยวในปัจจุบันเป็นการท่องเที่ยวกับครอบครัวเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ผู้สูงอายุยังคงมีบทบาทเป็นผู้มีอิทธิพลที่คอยให้คำแนะนำและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ โดยในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการเหล่านี้ ผู้สูงอายุได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางจิตวิทยา ปัจจัยเฉพาะบุคคล หรือปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรม ในส่วนของบทบาทของการสื่อสารการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคสูงอายุนั้นพบว่า การสื่อสารการตลาดมีบทบาทครบทั้ง 5 ประการ ได้แก่ การให้ข้อมูล การเชิญชวน การย้ำเตือน การชี้ให้เห็นความแตกต่าง และการสร้างภาพลักษณ์ให้แก่บริษัท อย่างไรก็ตาม บทบาทเหล่านี้มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคสูงอายุมากน้อยต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าและบริการ ตัวผู้บริโภคเองที่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่ส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อของแต่ละคน มีรูปแบบที่แตกต่างกัน รวมถึงเครื่องมือสื่อสารการตลาดแต่ละประเภทที่นักการตลาดเลือกใช้ก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคสูงอายุแตกต่างกันออกไปThe purpose of this qualitative research is to explore the consumption behavior of older consumers towards goods and services relate to exercise and travel and the role of marketing communications that influences their decision making in purchasing those products and services. The researcher used the in-depth interviewing to collect data from 20 key informants living in Bangkok area whose age are 60 years old or older. All key informants need to be persons who have done exercise regularly and travelled domestically or internationally at least once a year. The research findings on consumer behavior indicate that all key informants of this research recognized the necessity of exercise and travel for the elderly as they can have a positive impact for both physical and mental health. Consequently, each key informant chose to exercise regularly and tried to find a chance to do leisure travel. When purchasing goods and services relate to exercise, these individuals made decisions on their owns and made purchases based on the necessity without seeking product information in advance. For the case of goods and services relate to travel, these individuals let their family members make purchase decision for them because they had usually travelled with family members. However, these elderlies had still adopted the role of influencer as they may have given some advice or shared information. When making purchase decision, these individuals had been influenced by both internal and external factors. Those factors include psychological influences, individual influences, as well as social and cultural influences. For the role of marketing communications that Influences decision making of older consumers toward goods and services relate to exercise and travel, the research results indicate that marketing communications have adopted all five roles. Those 5 roles include (1) To inform (2) To persuade (3) To remind (4) To differentiate (5) To build company image. Nonetheless, each role has created different degree of impact depending on types of productsand services. The various factors that influence consumer behavior as well as the marketing communication tools being selected by the marketers have also impacted older consumers’ decision in a variety of way when they make a purchase

    Marketing communication strategies to create graceful aging lifestyle awareness of the Generation-x

    No full text
    ดุษฎีนิพนธ์ (นศ.ด. (นิเทศศาสตร์การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x 2) ศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับสื่อของบุคคลในวัย Gen-x และ 3) เพื่อนำเสนอกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นประชากรไทยที่อยู่ในช่วงวัยเจนเนอเรชั่น X มีอายุระหว่าง 42-57 ปี จ านวน 1,145 คน ประมวลข้อมูลโดยการวิเคราะห์ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ ผลการศึกษา มีดังนี้ 1. วิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x 1.1 กลุ่มตัวอย่างมีวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามในระดับมากทุกองค์ประกอบ โดยมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ด้านความสนใจที่จะปฏิบัติตนเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3. 75(SD=0.531) รองลงมาคือ การปฏิบัติตนเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.) 50SD=0.412) และความคิดเห็นต่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3. 50(SD=0.501) 1.2 องค์ประกอบวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x พบว่ามี 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) Happy Planner 2) Happy Safety 3) Happy Thinking 4) Happy Social Information 5) Happy Community 6) Health conscious และ 7 Happy Life 1.3 การจัดกลุ่มวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x ได้ 3กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 Easygoing กลุ่มเน้นความสบาย ๆ ไม่จริงจัง เน้นการแสดงความคิดเห็นเป็นหลัก กลุ่มที่ 2 Protection กลุ่มปลอดภัยไม่เสี่ยง การดำเนินชีวิตเน้นความสนใจ เป็นหลัก มีพฤติกรรมสนใจการเข้าร่วมสังคม พบปะเพื่อนฝูง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมหาความรู้เรื่องส่งเสริมคุณภาพชีวิตเพื่อการสูงวัยในอนาคต และ กลุ่มที่ 3 accept Change กลุ่มยอมรับการเปลี่ยนแปลง ให้ความสนใจในเรื่องการปฏิบัติตนมากที่สุด ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกายตามกฎของธรรมชาติว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนกลุ่มนี้จึงพร้อมเตรียมตัว เพื่อยอมรับ และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุขเน้นความสำเร็จเป็นที่ตั้ง 1. พฤติกรรมการเปิดรับสื่อของบุคคลในวัย Gen-x พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 88.3 มีการเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์มานานมากกว่า 4 ปีสื่อที่เปิดรับคือ ส่วนใหญ่ใช้เฟซบุ๊กทุกวัน และส่วนใหญ่ใช้ไลน์อินสตราแกรม ยูทูป สัปดาห์ละ 5-6 วัน อ่านหนังสือพิมพ์ ดูโทรทัศน์และฟังวิทยุสัปดาห์ละ 3-4 วัน ส่วนโหญ่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน วัตถุประสงค์เพื่อติดต่อกับคนรู้จัก อัพเดตสถานะ/ข้อมูลส่วนบุคคลผลงาน/รูปภาพ/ ค้นหาข้อมูลแลกเปลี่ยนข้อมูลและเพื่อความบันเทิง/ มีวัตถุประสงค์ในการสืบค้นข้อมูลด้านสุขภาพเพื่อต้องการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกับผู้อื่นที่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุด รองลงมาคือ คาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลจากผู้อื่น และ น้อยที่สุดคือต้องการให้คนในสื่อสังคมออนไลน์ตระหนักว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องส าคัญ เปิดรับข่าวสารสุขภาพที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุจากเฟซบุ๊ก มากที่สุด รองลงมาคือจากทางไลน์ 2. กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้วิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x ที่นำเสนอคือ การพัฒนาสารโดยใช้กลยุทธ์ SED คือ การสื่อสารต้องเน้นเนื้อหา 1) สร้างความมั่นใจ) Self-Confidence) ในการดำเนินชีวิตให้เป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม 2) เพิ่มพูน (Enhance) เพื่อเพิ่มข้อมูลตามความสนใจและความรู้ในการเพิ่มศักยภาพให้เป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม และ 3) พัฒนา (Develop) ความสนใจในการแสวงหาและเข้าถึงข้อมูลเบื้องต้นในการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้สอดคล้องกับกลุ่มวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล โดยใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์The objectives of this research were 1) to study the graceful aging lifestyle of people in Gen-X age, 2) to study the media exposure behavior of people in Gen-x age, and 3) to propose marketing communication strategies to promote the graceful aging lifestyle of Gen-X people. Data were collected using a questionnaire from a sample of the Thai population in the age range of Gen X, aged between 42-57 years, totaling 1,145 people. Data were analyzed using frequency distribution, percentage, mean, standard deviation, and exploratory component analysis. The study results were as follows: 1. Lifestyle for graceful aging of Gen-x 1.1 The respondents had a graceful aging lifestyle at a higand 7) a happy life component 1.3 Classifying lifestyles for graceful aging of people in Gen-x Gen-x ages into three groups. Group 1 Easygoing focuses on being casual and not taking things seriously, mainly on expressing opinions. Group 2 Protection, safe group, not risky Living life focuses primarily on interests. Behaviors are interested in social participation and meeting friends to participate in knowledge-seeking activities to promote the quality of life for future aging. The third group is Accept Change, which accepts changes and is most interested in performing graceful aging activities. They take the change in physical condition as the laws of nature are inevitable and accept and adapt to social situations and the environment happily, focusing on success. 2. Media exposure behavior of people in Gen-X age found that most, 88.3%, have been exposed to social media for over four years. Most of them use Facebook every day. And most of them use Line, Instagram, and YouTube 5-6 days a week, read newspapers, watch TV and listen to the radio for 3-4 days a week. Most use smartphones. The purpose is to contact acquaintances, update status/personal information/pictures/work, search for information/exchange information, and entertainment. The health information search aims to share health knowledge with others on social media, followed by the expectation to receive information from others. The least is to want people on Social media to recognize that health care is essential. Most were exposed to health news related to the elderly from Facebook, followed by Line. 3. Marketing communication strategies to create awareness of lifestyles for graceful aging individuals in the Gen-X group presented the SED principle as a message strategy. The development of messages using the SED strategy is contentoriented communication. It comprises 1) Build Confidence; having the self-confidence to live a graceful elderly life. 2) Enhance and adds information according to interest and knowledge to increase the potential to be a graceful older adult. And 3) Develop interest in seeking and accessing basic information about graceful aging. This message must be created by following each individual's lifestyle and using social media to reach this grou

    0

    full texts

    8,763

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇