UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
    8763 research outputs found

    A Model of factors affecting the efficiency of decision making to select successor in family business of Thailand

    No full text
    Dissertation (D.B.A. (Management)) -- University of the Thai Chamber of Commerce, 2022

    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ALL Online ห้างใกล้บ้านผ่านทาง Application 7-11 ในเขตกรุงเทพมหานคร

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษางานวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ALL Online ห้างใกล้บ้าน ผ่านทาง Application 7-11 ในเขตกรุงเทพมหานคร” มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ALL Online ห้างใกล้บ้าน ผ่านทาง Application 7-11 (2) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาบริการบน Application 7-11 ในการซื้อสินค้า ALL Onlineห้างใกล้บ้าน โดยงานวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มีกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน วิธีการสุ่มตัวอย่างไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนของประชากร ใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของประชากรหรือตัวแปร 2 กลุ่ม ด้วยค่าสถิติ t-test และกรณีที่ตัวแปรอิสระมากกว่า 2 กลุ่มโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว ANOVA (F-test) หากพบความเเตกต่างจะทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของ Fisher’s LSD procedure ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติการเปรียบเทียบความพึงพอใจปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า พบว่า เพศแตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในด้านราคาแตกต่างกัน อายุแตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในด้านราคาและด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกัน สถานภาพที่แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในผลิตภัณฑ์และด้านราคาแตกต่างกัน ระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในด้านราคาและด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกัน อาชีพแตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในด้านผลิตภัณฑ์และด้านราคาแตกต่างกัน รายได้แตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในด้านราคาแตกต่างกัน การเปรียบเทียบความพึงพอใจการยอมรับเทคโนโลยีในการซื้อสินค้า ALL Online ห้างใกล้บ้านพบว่า เพศแตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีในด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้งาน ด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้งาน ด้านการใช้งานจริง ด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและด้านความเสี่ยงด้านการเงินไม่แตกต่างกัน อายุที่แตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยี ในด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้งาน ด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและด้านความเสี่ยง ด้านการเงินแตกต่างกัน สถานภาพที่แตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีในด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้งานและด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวแตกต่างกัน ระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีในด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้งาน ด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้งาน ด้านการใช้งานจริง ด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและด้านความเสี่ยงด้านการเงิน แตกต่างกัน อาชีพแตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีในด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้งานด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและด้านความเสี่ยงด้านการเงินแตกต่างกัน รายได้แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีในด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้งาน ด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและด้านความเสี่ยงด้านการเงินแตกต่างกั

    ความพึงพอใจในการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ของนักลงทุนในกรุงเทพมหานคร

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของนักลงทุนที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ของนักลงทุนในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อทราบถึงลักษณะตัวอย่างด้านประชากรของนักลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ในกรุงเทพมหานคร และเพื่อทราบถึงพฤติกรรมของนักลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ในกรุงเทพมหานคร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปโดยวิธีทางสถิติ SPSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ใช้วิธีการวิเคราะห์สถิติทดสอบหาความสัมพันธ์แบบถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) ผลการศึกษาพบว่า นักลงทุนในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุในช่วง 20 - 29 ปีโดยส่วนใหญ่ เลือกลงทุนในแพลตฟอร์ม BitKub โดยเหตุผลที่เลือกใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวเนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่สวยงาม ใช้งานง่าย และเป็นแพลตฟอร์มและเว็บเทรดที่ใหญ่ โดยสกุลเงินหลักที่นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกลงทุนจะเป็นประเภท Bitcoin (BTC) และรองลงมาเป็น Ethereum (ETH) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อต้องการผลตอบแทนจากการลงทุน จากผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลไม่เกิน 3 ปี ดังนั้น โบรกเกอร์ผู้ให้บริการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลสถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลทางการเงิน สามารถทำการประชาสัมพันธ์ การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นช่องทางที่ ผู้ใช้งานหลากหลายวัยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงอายุ 20 –39 ปี โดยสามารถสร้างองค์ความรู้และส่งเสริมการลงทุนโดยให้ข้อมูลที่ถูกต้องและมีการบอกถึงข้อดีข้อเสียของการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลภายใต้ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจก่อนลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลมักจะกล่าวว่า หากไม่มีความรู้เพียงพอในการลงทุนก็จะมีโอกาสในการสูญเสียเงินลงทุนเป็นจำนวนมา

    ปัจจัยที่มีผลต่อมูลค่าการส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะของประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถกระบะของประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นอนุกรมเวลา รายไตรมาส ช่วงตั้งแต่ไตรมาส 1 พ.ศ. 2555 จนถึงไตรมาส 4 พ.ศ. 2564 ทั้งหมด 10 ปี เป็นรายไตรมาสทั้งหมด 40 ไตรมาสและนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องมือทางเศรษฐมิติแบบสมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Linear Regressions) ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Squares : OLS) โดยศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะของประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย มีตัวแปรอิสระได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมแท้จริงของประเทศออสเตรเลีย อัตราเงินเฟ้อของประเทศออสเตรเลีย อัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศออสเตรเลีย จำนวนประชากรของประเทศออสเตรเลีย ปริมาณการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะของประเทศไทย ค่าตอบแทนการจ้างงานของประเทศออสเตรเลีย ราคาน้ำมันดิบWTI และตัวแปรหุ่นสถานการณ์ Covid-19 ผลจากการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อมูลค่าการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะของประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย ทำให้ทราบว่า ปริมาณการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถกระบะของประเทศไทย มีผลต่อมูลค่าการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถกระบะของประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลียในทิศทางเดียวกัน ผลิตภัณฑ์มวลรวมแท้จริงของประเทศออสเตรเลียและ อัตราเงินเฟ้อของประเทศออสเตรเลียมีผลเฉพาะต่อมูลค่าการส่งออกรถกระบะในทิศทางเดียวกันขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศออสเตรเลีย และราคาน้ำมันดิบ WTI มีผลเฉพาะต่อมูลค่า การส่งออกรถกระบะในทิศทางตรงกันข้า

    Selection of Thai songs as a medium for teaching Thai language for foreigners

    No full text
    การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการคัดเลือกประเภทของเพลงสำหรับสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ ผู้สอนภาษาไทยให้แก่ผู้เรียนชาวต่างชาติที่เรียนภาษาไทยเป็นวิชาเอก และไม่ได้เรียนเป็นวิชาเอกภาษาไทย ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 18 คน ได้แก่ ผู้สอนมหาวิทยาลัยรัฐบาล มหาวิทยาลัยเอกชน สถาบันการศึกษาการสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติ และหน่วยงานอื่นๆ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามเรื่อง วิธีการคัดเลือกเพลงสำหรับผู้เรียนชาวต่างชาติ ผลการวิจัยพบว่าผู้สอนมีวิธีการคัดเลือกเพลงในการสอน สรุปได้ดังนี้ 1. ผู้สอนส่วนใหญ่มีวิธีคัดเลือกเพลงไปในทิศทางเดียวกันในประเด็นคำถาม 8 ข้อ ได้แก่ คัดเลือกเพลงที่นักร้องออกเสียงชัดเจน คัดเลือกเพลงตามระดับความรู้ของผู้เรียน คัดเลือกเพลงที่มีชื่อเสียงหรือได้รับความนิยม คัดเลือกตามความสนใจและตามวัยของผู้เรียน คัดเลือกเพลงที่มีความสัมพันธ์กับบทเรียน คัดเลือกเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทย ประเภทของเพลงที่คัดเลือกมาสอน และข้อดีในการคัดเลือกเพลงประกอบการสอนในบทเรียน 2. ผู้สอนมีหลักการคัดเลือกเพลงหลากหลายวิธีในประเด็นคำถาม 3 ข้อ ได้แก่ หลักในการคัดเลือกเพลงที่ง่ายต่อการเรียนรู้ภาษาที่ 2 วิธีการคัดเลือกเพลงที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เกิดการถ่ายโยงการเรียนรู้จากภาษาแม่มาสู่ภาษาที่ 2 และหลักการคัดเลือกลักษณะเนื้อหาและการใช้ภาษาในบทเพลง การออกเสียงที่ชัดเจนของนักร้องมีผลต่อการคัดเลือกเพลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้เรียนในระดับต้น ผู้สอนจะให้ความสำคัญกับเสียงร้องที่ชัดเจนมากที่สุด เพราะส่งผลดีต่อการออกเสียงของผู้เรียน หากผู้เรียนอยู่ในระดับสูงผู้สอนจะเลือกเพลงที่มีเนื้อหาและการใช้ภาษาที่เหมาะสมกับระดับการเรียนรู้ภาษาของผู้เรียน ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ภาษาไทยตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ส่วนทำนองเพลงที่คุ้นหูหรือคำศัพท์ที่ผู้เรียนได้เคยฟัง และเคยเรียนแล้ว จะทำให้ผู้เรียนจดจำคำศัพท์และเข้าใจสำนวนภาษาได้ง่ายด้วย เพลงที่ผู้สอนยกตัวอย่างมาประกอบการเรียนการสอนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ เพลงช้าง เพลงรำวงวันลอยกระทง และเพลงพรปีใหม่ เพลงทั้ง 3 เพลงนี้เป็นเพลงที่แสดงอัตลักษณ์ประจำชาติ แสดงวัฒนธรรมที่ดีงาม และแสดงความเป็นไทย ตลอดทั้งมีการใช้ภาษาที่ไพเราะงดงามThe objective of this research is to study the way in which Thai songs were selected as a medium for teaching Thai language for foreigners. Sample of the study consists of 18 teachers who teach Thai language for foreigners majoring and not majoring in Thai language in and around Bangkok. They are teachers in public and private universities, institutes of Thai language for foreigners, and other agencies. Tool for data collection is a questionnaire entitled ‘Methods to select songs for foreign learners. It was found that the teachers selected the songs by: 1. The ways most teachers selected the songs were in accordance with eight questions that are: selecting the songs that singers pronounce clearly; selecting the songs that suit learners’ levels; selecting the songs that are well-known or popular; selecting the songs that match learners’ interests and ages; selecting the songs that relate to lessons; selecting the songs that its content relates to Thai culture; genres of the songs to be selected; and good things of selecting the songs to be used in lessons. 2. The way some teachers selected the songs were varied in three questions that are: the principles of selecting the songs that are easy to learn the second language; the methods of selecting the songs that help learners to transfer their learning from their mother tongue to the second language; and the principle of selecting content and use of language in the songs. Singers’ clear pronunciation played a key role in selecting the songs, especially for learners at the beginning level. The teachers put a priority to clear pronunciation since it had a positive result to learners’ pronunciation. For advanced learners, the teachers would select the songs whose content and use of language were suitable to learners’ level. The learners would learn Thai language used in real life. The familiar melody and vocabulary would help them to remember and understand the vocabulary and expressions easily. The three most popular songs that were selected as a medium were Chang, Rumwong One Loy Kratong, and Pon Pea Mai. These songs express national identity, culture, and Thainess. They also use poetic lyricsรายงานวิจัยนี้ได้รับทุนส่งเสริมการวิจัยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พ.ศ. 256

    The impact of transformation leadership, technological competence, and digital resiliency on Thailand SMEs firm performance during the pandemic outbreak of COVID-19.

    No full text
    Dissertation (D.B.A. (Management)) -- University of the Thai Chamber of Commerce, 2022.Small and Medium Enterprises (SMEs) play a vital role in Thailand’s economy. In 2019, the SMEs generated more than 14 million jobs and significantly contributed 42% of the country’s GDP. The Securities and Exchange Commission forecasted that the Thai SMEs would account for 6 0 % of the GDP growth in 2021. However, the unexpected global pandemic has gravely wounded the world economy and caused a sudden business shutdown, particularly the SMEs that failed to innovate or digitize their businesses. According to Cisco’s 2020 Asia Pacific SMB Digital Maturity Study, over 80% of SMEs owners believe that digitalizing their companies will help them become more resilient and adaptable to market change or future crises. Considering this fact and figure, the purpose of this study is to contribute knowledge for an overall understanding of the antecedents and effect of Thailand SMEs business firm performance, and to investigate the impact of transformation leadership, technological competence, and digital resiliency which include top three technologies (Collaboration, CyberSecurity, and Cloud-managed technology) on SMEs firm performance. In particular, this study aims to identify how SMEs in Thailand can overcome critical challenges and accelerate success by using digital technology to enhance their business resilience and increase even a higher degree of business performance and success. A quantitative research method applied, Structure Equation Modelling (SEM), the statistics of data analysis were descriptive statistic, reliability and validity using CFA were adopted in this study. Total 588 respondents came from manager positioning and above. The practical implication for SMEs management, transformation leadership, technological competence combined with core digital technology that is extremely necessary and a priority to bring in to digitize the business, especially while we are in a crisis & pandemic globe condition to improve Thailand SMEs business firm performance

    Langkasuka food identity communication strategy to promote cultural tourism in three provinces of the Southern border of Thailand

    No full text
    ดุษฎีนิพนธ์ (นศ.ด. (นิเทศศาสตร์การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพการสื่อสารการส่งเสริมการท่องเที่ยวสามจังหวัดชายแดนใต้(2) เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อการสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสามจังหวัดชายแดนใต้ (3) เพื่อนำเสนอกลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังการสุกะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสามจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้การสังเคราะห์เนื้อหาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางการสร้างแนวคำถามเพื่อการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 23 คน นำผลการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา พบว่า อัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะ เกิดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมจากชนชาติต่าง ๆ ที่เดินทางมาติดต่อค้าขายหรือโยกย้ายมาในดินแดนลังกาสุกะ และสืบทอดวัฒนธรรมอาหาร เกิดการปรับตัวนำเครื่องเทศ มะพร้าว กะทิ และกรรมวิธีการปรุงใช้กับอาหารและกระบวนการเดิมของผู้คนในท้องถิ่น เกิดเป็นอัตลักษณ์อาหารที่มีกลิ่นเครื่องเทศเฉพาะตัว มีสีเข้ม มีรสหวานจากการใช้น้ำตาลมะพร้าว และความเข้มข้นจากกะทิ ผสมผสานตามหลักศาสนา วิถีชีวิต การประกอบอาชีพ เกิดเป็นอาหารในพิธีกรรมตามศาสนาที่ให้ความเคารพนับถือ นอกจากนี้ยังสามารถรวบรวมเมนูอาหารจากการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา จำนวน 34 เมนู ทำให้สามารถแยกที่มาของอาหาร ชื่ออาหาร ส่วนผสม กรรมวิธีการปรุง และชนชาติที่มีอิทธิพลต่อเมนูเหล่านี้ และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เก็บบันทึกเนื้อหาและช่องทางการสื่อสารออนไลน์และสื่อดั้งเดิมที่ปรากฏระหว่างปี 2560-2564 ด้านระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณเป็นการเก็บข้อมูลจากสำรวจความคิดเห็นออนไลน์จากผู้ตอบแบบสอบถามจากทั่วประเทศ จำนวน 1,348 คน จากนั้นนำผลมาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทางสถิติ ทำให้เห็นลักษณะทางประชากรส่วนใหญ่ มีอายุอยู่ระหว่าง 22-36 ปี มากที่สุด จำนวน 817 คิดเป็น ร้อยละ 60.60 เป็นเพศชาย จำนวน 672 คน คิดเป็นร้อยละ 49.90 มากกว่าเพศหญิง และ LGBTQ+ มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีมากที่สุด จำนวน 983 คน คิดเป็นร้อยละ72.92 มีรายได้ของอยู่ระหว่าง 10,001 – 30,000 บาท มากที่สุด มีจำนวน 976 คนคิดเป็นร้อยละ 72.40 เป็นผู้ที่นับถือศาสนาพุทธมากที่สุด จำนวน 869 คน คิดเป็นร้อยละ 64.47 รองลงมา เป็นผู้ที่อาศัยในภาคใต้มากที่สุด จำนวน 675 คน คิดเป็นร้อยละ 50.10 โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่นิยมใช้ช่องทางการสื่อสารออนไลน์เป็นช่องทางการสืบค้นเนื้อหาและเปิดรับข่าวสารการท่องเที่ยว จำนวน 805 คน คิดเป็นร้อยละ 66.9 เคยได้ยิน คำว่า ลังกาสุกะ จำนวน 942 คน คิดเป็นร้อยละ 69.90 จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดที่เคยไปมากที่สุด จำนวน 567 คน คิดเป็นร้อยละ 42.10 ผลการวิจัยการสื่อสารอัตลักษณ์ด้วยการจัดองค์ประกอบผ่านแบบจำลอง “SPICES Model: Food Identity Communication” ประกอบด้วย S: Southernmost Heritage หมายถึง มรดกภูมิปัญญาอาหารลังกาสุกะแห่งปลายด้ามขวานของไทย P: Process of Cooking หมายถึง กระบวนการขั้นตอนการปรุงอาหารลังกาสุกะ I: Ingredients หมายถึง ส่วนผสม เครื่องปรุงอาหารรสของอาหารลังกาสุกะเกิดจากการถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น C: Culture of food หมายถึง อัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะจากผู้คนในวัฒนธรรมเกิดการแลกเปลี่ยนและนำความรู้มาเป็นอาหารอัตลักษณ์ของตนเอง E: Experiences หมายถึง ประสบการณ์จากการปรุงอาหารแบบดั้งเดิม นำมาสร้างมูลค่าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสู่นักท่องเที่ยว และ S: Sense หมายถึงการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ การเห็นมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การรับรู้รส การได้กลิ่น และความรู้สึกอิ่มเอมใจที่รับรู้ถึงประสบการณ์อาหารลังกาสุกะ ข้อเสนอแนะกลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะในงานวิจัยนี้ เกิดจากองค์ประกอบที่ถูกค้นพบผ่านแบบจำลอง “SPICES Model: Food Identity Communication” นำมาสู่แบบจำลอง “SPICE model: Communications Strategies” กลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสามจังหวัดชายแดนใต้ สะท้อนแนวทางเพื่อนำเสนอกลยุทธ์การสื่อสารจากความโดดเด่นด้านต่าง ๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 6 กลยุทธ์ ประกอบด้วย กลยุทธ์ที่ 1) “ความภาคภูมิใจ” เกิดจาก Strengthen (S) กลยุทธ์ที่ 2) “อาหารสร้างแรงบันดาลใจ” เกิดจาก Persuasion (P)กลยุทธ์ที่ 3)“เพิ่มขีดความสามรถการแข่งขัน” เกิดจาก Increase Market (I) กลยุทธ์ที่ 4) “ฝึกฝนเพิ่มพูนทักษะเตรียมพร้อมการแข่งขัน” เกิดจาก Competition (C) กลยุทธ์ที่ 5) “อาหารสร้างประสบการณ์” เกิดจาก Experiences (E) และ กลยุทธ์ที่ 6) “ร่วมแรงร่วมใจ” เกิดจาก Social Integration (S)The research objectives were as follows: (1) to study the communication condition of tourism promotion in the three southern border provinces; (2) to study the opinions on the communication of Langkasuka food identity to promote food tourism in the three southern border provinces; and (3) to present a strategy for communication of Langkasuka food identity to promote food tourism in the three southern border provinces. The research methodology is a hybrid of qualitative and quantitative methods, with a theoretical foundation and related theories framework as a guideline for in-depth interviews with 23 key informants. The interview results were analyzed for content that Langkasuka food identity arose from a mingling of cultures from various peoples who came to trade or migrate to Langkasuka's land, and pass down food culture Spices, coconut, coconut milk, and cooking methods were adapted to the traditional food and processes of the local people. It is a food identity with a distinct spice aroma, dark color, and sweet taste from coconut sugar and the concentration of coconut milk mix born as food in religious rituals that respect religion, lifestyle, and occupation. Furthermore, food menus can be derived from the content analysis of 34 menus, allowing the origin of the food, the name of the food, the ingredients, the cooking process, and the ethnicities that influenced these menus to be distinguished. Non-participant observations documented the content and communication channels that appeared online and in traditional media between 2017 and 2021. In terms of quantitative research methodology, data were collected from online opinion polls from 1,348 respondents from all provinces of Thailand country, and the results were analyzed with statistical tools to reveal most demographic aged between 22-36 years, total 817 to representing 60.60%, were 672 males, representing 49.90 percent more than females, and LGBTQ+ had a bachelor's degree the most, 983 people accounted for percent. 72.92 with incomes between 10,001 - 30,000 baht, the most with 976 people, representing 72.40%, are the most Buddhists, 869 people, accounting for 64.47%, followed by those who live in the southern region the most. 675 people, representing 50.10%, with the majority of respondents using online communication channels as a channel for content searching and exposure to travel news, 805 people representing 66.9 percent had heard of the word Langkasuka, 942 people accounted for 69.90 percent, Narathiwat Province was the province who had been the most, with a total of 567 people, representing 42.10%. The results of the research on identity communication by composition through the model "SPICES Model: Food Identity Communication" consisted of (S): Southernmost Heritage, referring to Langkasuka food wisdom heritage of Thai ax handle (P): Process of Cooking refers to the process of cooking Langkasuka (I) : Ingredients means ingredients, food ingredients, flavor of Langkasuka food resulting from knowledge transfer from generations. To generation (C): Culture of food means the identity of Langkasuka food from people in the culture exchange and bring knowledge to be a fun food. (E): Experiences refers to the experience of traditional cooking. To create value to promote food tourism to tourists and (S): Sense refers to the use of the six senses, namely sight, hearing, touch, taste, smell, and perceived euphoria. To the Langkasuka food experience. The suggestions of communication strategies for Langkasuka food identity in this researchoriginated from elements discovered through the model "SPICES Model: Food Identity Communication" leading to the model "SPICE model: Communications Strategies", a strategy for communicating Langkasuka food identity to promote food tourism in the three southernmost provinces. Reflecting on the approach to present communication strategies from outstanding aspects in the three southern border provinces, totaling 6 strategies, The consisting of Strategy 1) "The Pride" caused by Strengthen (S), Strategy 2) "The Inspiring food" caused by Persuasion (P), Strategy 3) “Increasing competitive competitiveness” caused by Increase Market (I), Strategy 4) “The practice to increase skills and prepare for competition” caused by Competition (C), Strategy 5) “The food create experience” is caused by Experiences (E) and Strategy 6) “Joint force” is caused by Social Integration (S)

    Perception of marketing communication towards lifestyle and university choice intention in the opinion of generation z in Bangkok

    No full text
    การศึกษาเรื่อง “การรับรู้การสื่อสารการตลาดต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตและความตั้งใจเลือกสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตามมุมมองของเจเนอเรชันซี ในเขตกรุงเทพมหานคร” มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ เพื่อศึกษา 1) การรับรู้การสื่อสารการตลาดต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตตามมุมมองของเจเนอเรชันซีในเขตกรุงเทพมหานคร และ 2) การรับรู้การสื่อสารการตลาดต่อความตั้งใจเลือกสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามมุมมองของเจเนอเรชันซีในเขตกรุงเทพมหานคร การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลหลักซึ่งเป็นเจเนอเรชันซีซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลาย อายุระหว่าง 15-18 ปี จำนวน 20 คน ผลการศึกษาพบว่า เจเนอเรชันซีเปิดรับสื่อโซเชียลมีเดียหลายประเภทในชีวิตประจำ แต่มีการรับรู้การสื่อสารการตลาดผ่านเครื่องมือการโฆษณาออนไลน์ค่อนข้างน้อย แต่มีรับรู้การสื่อสารการตลาดผ่านการรีวิวโดยผู้ใช้จริง และผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ทั้งที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ ในส่วนการรับรู้การสื่อสารการตลาดต่อความตั้งใจเลือกสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามมุมมองของเจเนอเรชันซีในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า เจเนอเรชันซีตระหนักดีว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทำการสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้และเชิญชวนให้พวกเขาสมัครเรียน เจเนอเรชันซี มีบทบาทเชิงรุกในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสาขาการเรียนและสถาบันการศึกษาที่ตนเองสนใจ จึงมักเริ่มต้นด้วยการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต และรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของนักศึกษาจากอินฟลูเอนเซอร์ที่พวกเขาติดตาม เช่น รุ่นพี่โรงเรียนที่ปัจจุบันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาThis study aimed to examine Generation Z's perception of marketing communication towards lifestyle and intention to choose a university in the Opinion of Generation Z in Bangkok. This study used a qualitative method to obtain key informants' rich understanding of the study topic. The semi-structured interviews with 20 Thai high school students in Bangkok between 15 and 18 were conducted to capture the primary data. The study revealed that Generation Z used a variety of social media daily, but they seemed to ignore online marketing communication such as online advertisements. However, they said they learned about a product in which they were interested through consumer reviews and online influencers. Generation Z students were aware of marketing communication implemented by universities. Generation Z understood that these institutions aimed to create awareness and recruit future students. Once the content gained their attention, they usually searched the Internet for more information. They also enjoyed engaging in marketing communication activities that were beneficial for them. Although Generation Z claimed that they intended to choose a university based on their own decision, they were likely to be influenced by e-word of mouth from their reference groups such as online influencers and peers

    ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคที่มีผลต่อยอดซื้อรถจักรยานยนต์ภายในประเทศไทย

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคที่มีผลต่อยอดซื้อรถจักรยานยนต์ภายในประเทศ โดยครอบคลุมปัจจัยทั้ง 6 ด้าน ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ราคาน้้ามันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาสินค้าเกษตร อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของบริษัทเงินทุน และอัตราการว่างงาน ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2553 -ไตรมาสที่ 4 ปี พ.ศ. 2564 โดยใช้สมการถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) ในการวิเคราะห์ ผลการศึกษาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ มีค่า Sig. น้อยกว่า 0.10 แสดงว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ มีผลต่อยอดซื้อรถจักรยานยนต์ภายในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.10 ดัชนีราคาสินค้าเกษตรมีค่า Sig. น้อยกว่า 0.01 แสดงว่าดัชนีราคาสินค้าเกษตรมีผลต่อยอดซื้อรถจักรยานยนต์ภายในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 อัตราการว่างงานมีค่า Sig. น้อยกว่า 0.05 แสดงว่าอัตราการว่างงานมีผลต่อยอดซื้อรถจักรยานยนต์ภายในประเทศไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว

    0

    full texts

    8,763

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇