UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
    8763 research outputs found

    Let's investing in stock market

    No full text

    Social media literacy of elderly people in Bangkok

    No full text
    งานวิจัยเรื่องการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ จํานวน 20 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ใช้สื่อสังคมออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชันไลน์ มากที่สุด รองลงมาคือ เฟซบุ๊ก โดยใช้เพื่อติดต่อรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ และญาติ ๆ เป็นหลัก รองลงมาคือการติดตามข่าวสารต่าง ๆ จากการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุมีประสบการณ์โดยรวมในการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นไปในทางที่ดีโดยใช้เพื่อผ่อนคลายเหงา นอกจากนี้ พบว่าผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ระดับพื้นฐานถึงปานกลาง โดยมีปัจจัยด้านการศึกษา อาชีพ ความสนใจส่วนตัว มีส่วนทําให้ระดับความรู้และความเข้าใจในสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงวัยแตกต่างกันไปในแต่ละคนThis research is about the social media literacy among the elderly in Bangkok The objectives of this study were to study social media literacy and social media usage behavior of the elderly in Bangkok. This research is qualitative research by using in depth interviews 20 participants. The results show that most of the elderly used social media through the LINE application, followed by Facebook, mainly used to maintain relationships with friends and relatives, followed by news tracking. The elderly had a good overall experience of using social media, using it to relieve loneliness with relatively good social media awarenes

    การศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) กรณีศึกษา ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) กรณีศึกษา ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย โดยการสร้างสมการถดถอยเชิงซ้อน (Multiple Regression) มาประมาณค่าสัมประสิทธิของตัวแปรอิสระที่มีต่อตัวแปรตาม ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Squares: OLS) เพื่อคำนวณค่าทางสถิติ และหาความสัมพันธ์ของตัวแปร การศึกษานี้ใช้ข้อมูลรายไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2552 ถึง ไตรมาสที่ 4 ปี พ.ศ. 2564 รวม 52 ไตรมาส ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) กรณีศึกษาธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ปี 2552-2564 รายไตรมาส ได้แก่ เงินให้สินเชื่อมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 ดัชนีราคาผู้บริโภค มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 ส่วนตัวแปรอื่นๆ ได้แก่ อัตราการว่างงาน ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจไม่มีความสัมพันธ์กับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) และพบว่า R-Squared มีค่าเท่ากับ 0.897722 หมายถึง ตัวแปรอิสระสามารถอธิบายตัวแปรตามหรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPLs) ได้ร้อยละ 89.

    การศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์การพัฒนาระบบน้ำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านโคกล่าม – บ้านแสงอร่าม ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การค้นคว้าอิสระ เรื่อง การศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านโคกล่าม – บ้านแสงอร่าม ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ต้นทุน ผลประโยชน์การพัฒนาระบบน้ำ และประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์จากการพัฒนาระบบน้ำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบไม่มีโครงสร้างจากเกษตรกรที่รับประโยชน์จากน้ำ จำนวน 20 ราย และการเก็บข้อมูลทุติยภูมิที่เกี่ยวกับต้นทุนและประโยชน์จากการดำเนินโครงการฯ ทั้งจากเอกสาร รายงาน หนังสือ และวิธีการวิเคราะห์ต้นทุนผลประโยชน์ และความคุ้มค่าโครงการ ผลการศึกษา พบว่า กรณีที่อัตราคิดลดร้อยละ 2.82 มูลค่าปัจจุบันของต้นทุนโครงการรวมเท่ากับ 9,878,438.05 บาท เมื่อพิจารณาต้นทุนและผลประโยชน์ทั้งหมดของการลงทุน พบว่า มูลค่าปัจจุบันสุทธิของโครงการ (NPV) เท่ากับ 51,350,788.78 บาท อัตราส่วนผลตอบแทนต่อทุน (B/C ratio) เท่ากับ 5.2 และระยะเวลาคืนทุนคิดลด (DPB) คือ 2 ปี 1 เดือน ส่วนกรณีที่มีอัตราคิดลดร้อยละ 10 ตามที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติใช้กับโครงการของภาครัฐ พบว่า ต้นทุนของโครงการ รวมเท่ากับ 9,233,645.45 บาท มูลค่าปัจจุบันสุทธิของโครงการ (NPV) 32,114,993 บาท อัตราส่วนผลตอบแทนต่อทุน (B/C ratio) เท่ากับ 3.25 และระยะเวลาคืนทุนคิดลด (DPB) คือ 3 ปี 7 เดือน ซึ่งทั้ง 2 กรณี มีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 72.84 เมื่อพิจารณา NPV มากกว่า 0, IRR มากกว่าต้นทุน, B/C ratio มากกว่า 1 และ DPB ไม่เกิน 5 ปี แสดงว่าการลงทุนสำหรับพัฒนาระบบน้ำที่มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 - 2564 เกิดความคุ้มค่า เนื่องจากมีผลประโยชน์ที่ได้รับสูงกว่าต้นทุนที่จ่ายออกไ

    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศไทย

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาในครั้งนี มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศไทย และ (2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศไทย โดยใช้วิธีการประมาณค่า Fixed Effects Model ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปร และใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ซึ่งเป็นข้อมูลภาคตัดขวางและข้อมูลอนุกรมเวลา (Panel Data) โดยจำแนกออกเป็นรายจังหวัดของประเทศไทยและเป็นข้อมูลรายปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ.2562 รวมทั้งสิ้น 385 ข้อมูลผลการศึกษาพบว่า ตัวแปรทางด้านการศึกษา (จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยที่ประชากรได้รับ) เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในทิศทางตรงกันข้าม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับตัวแปรทางด้านความยากจน (สัดส่วนคนจน), การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (ผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว) และอัตราเงินเฟ้อ (ดัชนีราคาผู้บริโภค) เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในประเทศไทยในทิศทางเดียวกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิต

    การศึกษาการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุราชการของบุคลากรภาครัฐ กรณีศึกษา กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (ส่วนกลาง)

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาเรื่อง “การศึกษาการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุราชการของบุคลากรภาครัฐ กรณีศึกษา กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (ส่วนกลาง)” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะการเตรียมความพร้อมและเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการเตรียมความพร้อมในการเกษียณอายุราชการ ของบุคลากรภาครัฐ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (ส่วนกลาง) โดยกลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ บุคลากรภาครัฐ สังกัดกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (ส่วนกลาง) จำนวนประชากรทั้งหมด 906 คน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 300 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของประชากรตัวแปร 2 กลุ่ม ด้วยค่าสถิติ t-test และกรณีที่ตัวแปรอิสระมากกว่า 2 กลุ่ม โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว ANOVA (F-test) หากพบความเเตกต่างจะทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของ Fisher’s LSD procedure ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติได้ผลการศึกษา ดังนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ เพศหญิง มีสถานภาพโสดและไม่มีบุตรมีระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่มีอายุราชการเหลือ จำนวน 21-30 ปี และมีหลักประกันรายได้เมื่อเกษียณอายุราชการมาจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รองลงมาสะสมเงินในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงแรงงานและกองทุนประกันสังคม ผลการศึกษาพฤติกรรมการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุราชการทั้ง 4 ด้าน พบว่า มีพฤติกรรมการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุราชการในภาพรวมอยู่ในระดับ “มาก” ทั้งหมด และผลการทดสอบสมมติฐานการเปรียบเทียบระดับการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุราชการ พบว่า บุคลากรภาครัฐ ที่มีเพศแตกต่างกัน มีระดับการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุราชการโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.0

    Self-regulation of content media on online platforms in television service of Thailand : a case study of overseas

    No full text
    วิทยานิพนธ์ (น.ม. (กฎหมายธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การวิจัยเรื่อง การกำกับดูแลตนเองของธุรกิจสื่อด้านเนื้อหา (Content) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ในกิจการโทรทัศน์ของประเทศไทย: กรณีศึกษาต่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการศึกษากฎเกณฑ์การกำกับดูแลการให้บริการเนื้อหาจากสื่อรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ วีดิโอ ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อทำการเผยแพร่หรือออกอากาศบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (On-Demand Programme Service: ODPS) เช่น Line TV, WeTV, Bugaboo, MonoMaxx, CH3Plus, TrueID TV เป็นต้น ซึ่งกิจการที่มีอยู่ในปัจจุบันของประเทศไทย และศึกษาเปรียบเทียบกับกฎเกณฑ์ของต่างประเทศ วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของกฎเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเนื้อหาของต่างประเทศในกิจการโทรทัศน์สำหรับผู้ให้บริการ On-Demand Programme Service (ODPS) เพื่อกำหนดแนวทางการกำกับดูแลตนเองที่เหมาะสมกับประเทศไทย ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ตลอดจนเสนอแนวทางการกำกับดูแลตนเอง เช่น การแก้ไขปรับปรุงกฎเกณฑ์ และการจัดทำแนวปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการ On-Demand Programme Service (ODPS) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้เกิดการกำกับดูแลที่เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับยุคปัจจุบันThe objectives of the research on “Self-Regulation of Content Media Business on Online Platforms in Thailand's Television Business: A Case Study of Overseas”, were to conduct a study of the regulations governing content in the television service for the current On-Demand Program Service (ODPS) such as Line TV, WeTV, Bugaboo, MonoMaxx, CH3Plus, TrueID TV, etc., service providers in Thailand. and compare with foreign regulations analyze the pros and cons of foreign content regulatory regulations in the television service for On-Demand Program Service (ODPS) providers in order to formulate self-regulatory guidelines suitable for Thailand, namely Korea, Japan, United Kingdom and the European as well as propose guidelines for selfregulation, such as amendments to the rules and the preparation of guidelines for OnDemand Program Service (ODPS) providers in the television service, to achieve fair governance effective and consistent with the presen

    ผลกระทบของนโยบายการเงินที่มีต่อราคาสินทรัพย์ในประเทศไทย

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของนโยบายการเงินที่ส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ต่างๆ ในประเทศไทย โดยครอบคลุมถึงผลกระทบของนโยบายการเงินที่เกิดจากอัตราดอกเบี้ยและปริมาณเงิน ที่ส่งผลต่อราคาสกุลเงินดิจิตัลบิตคอย (BTC/THB), ดัชนีราคาบ้านเฉลี่ย, ราคาทองคำในประเทศไทย และดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตั้งแต่ตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ. 2553 ถึง เดือน กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ทั้งสิ้น 144 เดือน โดยการประมาณความสัมพันธ์เชิงดุลยภาพระยะยาว(Cointegration) และการทดสอบการปรับตัวระยะสั้นเพื่อให้กลับเข้าสู่ดุลยภาพระยะยาว (Error correction Model: ECM) ผลการศึกษาพบว่าแบบจำลองราคาสกุลเงินดิจิทัลบิตคอย (BTC/THB) จากการทดสอบความสัมพันธ์เชิงดุลยภาพระยะยาว พบว่าแบบจำลองมีความสัมพันธ์เชิงดุลยภาพในระยะยาว และมีการปรับตัวในระยะสั้นเพื่อกลับเข้าสู่ดุลยภาพระยาว แบบจำลองดัชนีราคาบ้านเฉลี่ย (HOUSE) จากการทดสอบความสัมพันธ์เชิงดุลยภาพระยะยาว พบว่าแบบจำลองดัชนีราคาบ้านเฉลี่ย (HOUSE) กับตัวแปรอิสระนั้นไม่มีความสัมพันธ์เชิงดุลยภาพระยาวต่อกัน แบบจำลองราคาทองคำในประเทศไทย(GOLD) จากการทดสอบความสัมพันธ์เชิงดุลยภาพระยะยาว พบว่าราคาทองคำในประเทศไทย กับตัวแปรอิสระนั้นมีความสัมพันธ์เชิงดุลยภาพระยาวต่อกัน และมีการปรับตัวในระยะสั้นเพื่อกลับเข้าสู่ ดุลยภาพระยะยาว แบบจำลองดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จากการทดสอบความสัมพันธ์เชิงดุลยภาพระยะยาว พบว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มีความสัมพันธ์เชิงดุลยภาพระยะยาวกับตัวแปรอิสระ และแบบจำลองมีการปรับตัวในระยะสั้นเพื่อกลับเข้าสู่ดุลยภาพระยะยา

    Marketing communication strategies to create graceful aging lifestyle awareness of the Generation-x

    No full text
    ดุษฎีนิพนธ์ (นศ.ด. (นิเทศศาสตร์การตลาด)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x 2) ศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับสื่อของบุคคลในวัย Gen-x และ 3) เพื่อนำเสนอกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นประชากรไทยที่อยู่ในช่วงวัยเจนเนอเรชั่น X มีอายุระหว่าง 42-57 ปี จ านวน 1,145 คน ประมวลข้อมูลโดยการวิเคราะห์ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ ผลการศึกษา มีดังนี้ 1. วิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x 1.1 กลุ่มตัวอย่างมีวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามในระดับมากทุกองค์ประกอบ โดยมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ด้านความสนใจที่จะปฏิบัติตนเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3. 75(SD=0.531) รองลงมาคือ การปฏิบัติตนเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.) 50SD=0.412) และความคิดเห็นต่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3. 50(SD=0.501) 1.2 องค์ประกอบวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x พบว่ามี 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) Happy Planner 2) Happy Safety 3) Happy Thinking 4) Happy Social Information 5) Happy Community 6) Health conscious และ 7 Happy Life 1.3 การจัดกลุ่มวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x ได้ 3กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 Easygoing กลุ่มเน้นความสบาย ๆ ไม่จริงจัง เน้นการแสดงความคิดเห็นเป็นหลัก กลุ่มที่ 2 Protection กลุ่มปลอดภัยไม่เสี่ยง การดำเนินชีวิตเน้นความสนใจ เป็นหลัก มีพฤติกรรมสนใจการเข้าร่วมสังคม พบปะเพื่อนฝูง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมหาความรู้เรื่องส่งเสริมคุณภาพชีวิตเพื่อการสูงวัยในอนาคต และ กลุ่มที่ 3 accept Change กลุ่มยอมรับการเปลี่ยนแปลง ให้ความสนใจในเรื่องการปฏิบัติตนมากที่สุด ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกายตามกฎของธรรมชาติว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนกลุ่มนี้จึงพร้อมเตรียมตัว เพื่อยอมรับ และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุขเน้นความสำเร็จเป็นที่ตั้ง 1. พฤติกรรมการเปิดรับสื่อของบุคคลในวัย Gen-x พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 88.3 มีการเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์มานานมากกว่า 4 ปีสื่อที่เปิดรับคือ ส่วนใหญ่ใช้เฟซบุ๊กทุกวัน และส่วนใหญ่ใช้ไลน์อินสตราแกรม ยูทูป สัปดาห์ละ 5-6 วัน อ่านหนังสือพิมพ์ ดูโทรทัศน์และฟังวิทยุสัปดาห์ละ 3-4 วัน ส่วนโหญ่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน วัตถุประสงค์เพื่อติดต่อกับคนรู้จัก อัพเดตสถานะ/ข้อมูลส่วนบุคคลผลงาน/รูปภาพ/ ค้นหาข้อมูลแลกเปลี่ยนข้อมูลและเพื่อความบันเทิง/ มีวัตถุประสงค์ในการสืบค้นข้อมูลด้านสุขภาพเพื่อต้องการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกับผู้อื่นที่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุด รองลงมาคือ คาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลจากผู้อื่น และ น้อยที่สุดคือต้องการให้คนในสื่อสังคมออนไลน์ตระหนักว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องส าคัญ เปิดรับข่าวสารสุขภาพที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุจากเฟซบุ๊ก มากที่สุด รองลงมาคือจากทางไลน์ 2. กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้วิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x ที่นำเสนอคือ การพัฒนาสารโดยใช้กลยุทธ์ SED คือ การสื่อสารต้องเน้นเนื้อหา 1) สร้างความมั่นใจ) Self-Confidence) ในการดำเนินชีวิตให้เป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม 2) เพิ่มพูน (Enhance) เพื่อเพิ่มข้อมูลตามความสนใจและความรู้ในการเพิ่มศักยภาพให้เป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม และ 3) พัฒนา (Develop) ความสนใจในการแสวงหาและเข้าถึงข้อมูลเบื้องต้นในการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้สอดคล้องกับกลุ่มวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล โดยใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์The objectives of this research were 1) to study the graceful aging lifestyle of people in Gen-X age, 2) to study the media exposure behavior of people in Gen-x age, and 3) to propose marketing communication strategies to promote the graceful aging lifestyle of Gen-X people. Data were collected using a questionnaire from a sample of the Thai population in the age range of Gen X, aged between 42-57 years, totaling 1,145 people. Data were analyzed using frequency distribution, percentage, mean, standard deviation, and exploratory component analysis. The study results were as follows: 1. Lifestyle for graceful aging of Gen-x 1.1 The respondents had a graceful aging lifestyle at a higand 7) a happy life component 1.3 Classifying lifestyles for graceful aging of people in Gen-x Gen-x ages into three groups. Group 1 Easygoing focuses on being casual and not taking things seriously, mainly on expressing opinions. Group 2 Protection, safe group, not risky Living life focuses primarily on interests. Behaviors are interested in social participation and meeting friends to participate in knowledge-seeking activities to promote the quality of life for future aging. The third group is Accept Change, which accepts changes and is most interested in performing graceful aging activities. They take the change in physical condition as the laws of nature are inevitable and accept and adapt to social situations and the environment happily, focusing on success. 2. Media exposure behavior of people in Gen-X age found that most, 88.3%, have been exposed to social media for over four years. Most of them use Facebook every day. And most of them use Line, Instagram, and YouTube 5-6 days a week, read newspapers, watch TV and listen to the radio for 3-4 days a week. Most use smartphones. The purpose is to contact acquaintances, update status/personal information/pictures/work, search for information/exchange information, and entertainment. The health information search aims to share health knowledge with others on social media, followed by the expectation to receive information from others. The least is to want people on Social media to recognize that health care is essential. Most were exposed to health news related to the elderly from Facebook, followed by Line. 3. Marketing communication strategies to create awareness of lifestyles for graceful aging individuals in the Gen-X group presented the SED principle as a message strategy. The development of messages using the SED strategy is contentoriented communication. It comprises 1) Build Confidence; having the self-confidence to live a graceful elderly life. 2) Enhance and adds information according to interest and knowledge to increase the potential to be a graceful older adult. And 3) Develop interest in seeking and accessing basic information about graceful aging. This message must be created by following each individual's lifestyle and using social media to reach this grou

    ความพึงพอใจของสมาชิกต่อการให้บริการทางธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาเรื่องความพึงพอใจของสมาชิกต่อการให้บริการทางธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด นี้มีวัตถุประสงค์สำคัญอยู่ 2 ประการ ได้แก่ เพื่อศึกษาโครงสร้างการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด และเพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของสมาชิกต่อการให้บริการทางธุรกิจของสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด จำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุส่วนใหญ่ช่วงอายุ 51-60 ปี มีระดับการศึกษาส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา มีระยะเวลาการเป็นสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ระยะเวลาการเป็นสมาชิกมากกว่า 15 ปี สมาชิกส่วนใหญ่มีรายได้จากการทำอาชีพเกษตรกรรมต่อปีน้อยกว่า 50,000 บาท/ปี สมาชิกส่วนใหญ่มาใช้บริการธุรกิจสินเชื่อกับสหกรณ์มากที่สุด ในด้านความพึงพอใจในภาพรวมของสมาชิก มีความพึงพอใจต่อการใช้บริการด้านธุรกิจของสหกรณ์อยู่ใน ระดับมาก และเมื่อพิจารณารายธุรกิจพบว่าลูกค้าในทุกธุรกิจมีความพึงพอใจในระดับมาก ซึ่งมีระดับเท่ากันทุกธุรกิจ ด้านเพศและระยะเวลาที่ทำธุรกิจหรือใช้บริการทางธุรกิจกับสหกรณ์นับแต่ครั้งแรกถึงปัจจุบันของสมาชิกที่มาใช้บริการของสหกรณ์ ไม่มีอิทธิพลต่อระดับความพึงพอใจของสมาชิกในการมาใช้บริการทางธุรกิจสหกรณ์ อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติที่ 0.0

    0

    full texts

    8,763

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇