UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
    8763 research outputs found

    Behavioral reasoning perspectives on organic product purchase in Bangkok, Thailand

    No full text
    Dissertation (D.B.A. (Management)) -- University of the Thai Chamber of Commerce, 2022.Consumer buying behaviors have changed toward interest in organic products on healthy trends and concerns over unprecedented diseases. However, whether consumers choose to consume organic products or not, they need to generate "reasons (for and against) to determine their behaviors, which are also stimulated by entrepreneurs' strategies. However, the researcher has not found research on the elements that reason (for and against) influence consumers' purchase intention and the market strategies entrepreneurs use. As a result, this research aims to investigate why customers purchase organic products and how entrepreneurs to market to them to satisfy customer needs. This research focused on a group of organic product purchasers in Bangkok, Thailand. With a focus on two product groups, group 1, horticultural crops, which include fresh vegetables and fruits, and group 2, field crops, such as rice and grains, the researcher uses an article review and previous analysis to create a questionnaire to determine entrepreneurs' marketing strategies and consumers' reasons (for and against) for consuming organic products. In conclusion, the study's results found that the essential variables included were attitudes, marketing strategies, and reasons for encouraging customers to support their role in purchasing organic product items. Additionally, attitude mediates the relationship between marketing strategies and purchase intentions, as well as the relationship between reasons (for and against) and purchase intentions. This explains how important it is to consider how individual and environmental factors impact consumer decisions to purchase organic products. The most effective, efficient, and reasonable approach to producing and distributing organic products can be planned using research studies. The growth of organic farming will result from the rise in consumer demand

    Self-regulation of content media on online platforms in television service of Thailand : a case study of overseas

    No full text
    วิทยานิพนธ์ (น.ม. (กฎหมายธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การวิจัยเรื่อง การกำกับดูแลตนเองของธุรกิจสื่อด้านเนื้อหา (Content) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ในกิจการโทรทัศน์ของประเทศไทย: กรณีศึกษาต่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการศึกษากฎเกณฑ์การกำกับดูแลการให้บริการเนื้อหาจากสื่อรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ วีดิโอ ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อทำการเผยแพร่หรือออกอากาศบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (On-Demand Programme Service: ODPS) เช่น Line TV, WeTV, Bugaboo, MonoMaxx, CH3Plus, TrueID TV เป็นต้น ซึ่งกิจการที่มีอยู่ในปัจจุบันของประเทศไทย และศึกษาเปรียบเทียบกับกฎเกณฑ์ของต่างประเทศ วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของกฎเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเนื้อหาของต่างประเทศในกิจการโทรทัศน์สำหรับผู้ให้บริการ On-Demand Programme Service (ODPS) เพื่อกำหนดแนวทางการกำกับดูแลตนเองที่เหมาะสมกับประเทศไทย ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ตลอดจนเสนอแนวทางการกำกับดูแลตนเอง เช่น การแก้ไขปรับปรุงกฎเกณฑ์ และการจัดทำแนวปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการ On-Demand Programme Service (ODPS) ในกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้เกิดการกำกับดูแลที่เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับยุคปัจจุบันThe objectives of the research on “Self-Regulation of Content Media Business on Online Platforms in Thailand's Television Business: A Case Study of Overseas”, were to conduct a study of the regulations governing content in the television service for the current On-Demand Program Service (ODPS) such as Line TV, WeTV, Bugaboo, MonoMaxx, CH3Plus, TrueID TV, etc., service providers in Thailand. and compare with foreign regulations analyze the pros and cons of foreign content regulatory regulations in the television service for On-Demand Program Service (ODPS) providers in order to formulate self-regulatory guidelines suitable for Thailand, namely Korea, Japan, United Kingdom and the European as well as propose guidelines for selfregulation, such as amendments to the rules and the preparation of guidelines for OnDemand Program Service (ODPS) providers in the television service, to achieve fair governance effective and consistent with the presen

    ปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีราคาหลักทรัพย์ของหมวดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีราคาหลักทรัพย์ของหมวดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และทิศทางความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีราคาหลักทรัพย์ของหมวดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยใช้วิธีการวิเคราะห์แบบจำลองการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Squares)ซึ่งใช้ข้อมูลอนุกรมเวลาแบบทุติยภูมิ (Secondary Time Series Data) โดยรวบรวมข้อมูลย้อนหลังเป็นรายวัน ในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 เป็นจำนวน 636 วัน (เฉพาะวันที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์) ผลการศึกษาพบว่า ดัชนีราคาหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับดัชนีราคาหลักทรัพย์ของหมวดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทั้ง 6 หมวด ได้แก่ หมวดธุรกิจพาณิชย์ (COMM) หมวดธุรกิจการแพทย์ (HELTH) หมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ (MEDIA) หมวดธุรกิจบริการเฉพาะกิจ (PROF) หมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM) และหมวดธุรกิจขนส ่งและโลจิสติกส์ (TRANS) ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ภายในประเทศ (INF) มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับดัชนีราคาหลักทรัพย์ของหมวดธุรกิจการแพทย์ (HELTH) และมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับดัชนีราคาหลักทรัพย์ของหมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM) อีกทั้ง ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับดัชนีราคาหลักทรัพย์ของหมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM) ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว

    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ALL Online ห้างใกล้บ้านผ่านทาง Application 7-11 ในเขตกรุงเทพมหานคร

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษางานวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ALL Online ห้างใกล้บ้าน ผ่านทาง Application 7-11 ในเขตกรุงเทพมหานคร” มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ALL Online ห้างใกล้บ้าน ผ่านทาง Application 7-11 (2) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาบริการบน Application 7-11 ในการซื้อสินค้า ALL Onlineห้างใกล้บ้าน โดยงานวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มีกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน วิธีการสุ่มตัวอย่างไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนของประชากร ใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของประชากรหรือตัวแปร 2 กลุ่ม ด้วยค่าสถิติ t-test และกรณีที่ตัวแปรอิสระมากกว่า 2 กลุ่มโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว ANOVA (F-test) หากพบความเเตกต่างจะทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของ Fisher’s LSD procedure ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติการเปรียบเทียบความพึงพอใจปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า พบว่า เพศแตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในด้านราคาแตกต่างกัน อายุแตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในด้านราคาและด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกัน สถานภาพที่แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในผลิตภัณฑ์และด้านราคาแตกต่างกัน ระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในด้านราคาและด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกัน อาชีพแตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในด้านผลิตภัณฑ์และด้านราคาแตกต่างกัน รายได้แตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในด้านราคาแตกต่างกัน การเปรียบเทียบความพึงพอใจการยอมรับเทคโนโลยีในการซื้อสินค้า ALL Online ห้างใกล้บ้านพบว่า เพศแตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีในด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้งาน ด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้งาน ด้านการใช้งานจริง ด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและด้านความเสี่ยงด้านการเงินไม่แตกต่างกัน อายุที่แตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยี ในด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้งาน ด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและด้านความเสี่ยง ด้านการเงินแตกต่างกัน สถานภาพที่แตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีในด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้งานและด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวแตกต่างกัน ระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีในด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้งาน ด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้งาน ด้านการใช้งานจริง ด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและด้านความเสี่ยงด้านการเงิน แตกต่างกัน อาชีพแตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีในด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้งานด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและด้านความเสี่ยงด้านการเงินแตกต่างกัน รายได้แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีในด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้งาน ด้านความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและด้านความเสี่ยงด้านการเงินแตกต่างกั

    Analysis of content and vocabulary in the basic Thai for foreigners textbooks

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาและคำศัพท์ในแบบเรียนภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับชาวต่างชาติ ในสาระสำคัญ 2 ประการ คือ 1. เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบเนื้อหาแบบเรียนภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับชาวต่างชาติ 2. เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบวิธีการคัดเลือก การเรียบเรียงคำศัพท์ และหมวดคำศัพท์พื้นฐานที่ปรากฏในแบบเรียนภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับชาวต่างชาติ โดยได้ศึกษาเนื้อหาแบบเรียนภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับชาวต่างชาติ 3 ประเภท คือ 1) แบบเรียนที่ผลิตโดยหน่วยงานระดับกระทรวง/ทบวงมหาวิทยาลัย เป็นแบบเรียนระดับชาติ เพื่อให้เป็นแบบเรียนและคู่มือการเรียนการสอน ได้แก่ แบบเรียนภาษาไทยเบื้องต้นในบริบทไทยศึกษาสำหรับชาวต่างชาติ 2) แบบเรียนที่ผลิตโดยหน่วยงานระดับสถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัย จากสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ เพื่อใช้ในการเรียนการสอน ในมหาวิทยาลัย ได้แก่ แบบเรียนภาษาไทยในชีวิตประจำวัน Thai in daily Life 3) แบบเรียนที่ไม่มีหน่วยงานสังกัดที่สำนักพิมพ์เอกชนได้จัดพิมพ์และจำหน่าย นิยมนำไปใช้ในการเรียนการสอนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้แก่ Thai for beginners ผลของการศึกษาพบว่าวิธีการเรียนรู้ และเนื้อหาแบบเรียนมีความเหมือนและความแตกต่างกัน เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของผู้เรียน ที่ต่างกัน จึงทำให้มีประเด็นในเนื้อหาของการเรียนรู้แตกต่างกัน มีการใช้สัทอักษรในการถ่ายเสียง และฝึกการออกเสียงเนื้อหาในแบบเรียนได้ถูกต้อง แต่ด้วยจุดมุ่งหมายของการเรียนที่ต่างสถานการณ์กันคือ เรียนด้วยตนเอง กับการเรียนที่มีผู้สอนในชั้นเรียน ทำให้วิธีการเรียนรู้ต่างกันบ้าง การใช้ซีดีเพื่อช่วยสอนก็เป็นการเรียนรู้อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ออกเสียงภาษาไทยได้ถูกต้อง แต่หากผู้เรียนอยู่ในบริบทของสังคมไทยอาจไม่ต้องใช้ซีดีในการเรียนการสอน วิธีการคัดเลือก การเรียบเรียงคำศัพท์ และหมวดคำศัพท์พื้นฐาน มีความเหมือนและความแตกต่างกัน โดยพบว่าแบบเรียนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในหลักการคัดเลือกและเรียบเรียงคำศัพท์ที่ง่ายก่อนไปคำศัพท์ที่ยาก ให้เรียนรู้ในเรื่องใกล้ตัวหรือรอบตัวก่อน และตามด้วยคำศัพท์ที่มีประโยชน์ในการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนชาวต่างชาติ ซึ่งมักเป็นกลุ่มคำศัพท์ที่ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน แบบเรียนทั้ง 3 เล่ม มีหมวดคำศัพท์ที่เหมือนกันจำนวน 10 หัวข้อ ได้แก่ การทักทายแนะนำตนเองหรือคนอื่นให้รู้จักกัน ครอบครัวและญาติพี่น้อง อาหารการกินและการสั่งอาหาร สิ่งของเครื่องใช้/การซื้อของและต่อรองราคา ทิศทาง/สถานที่ และการถามทาง วัน เดือน ปี /สี และเวลา การเดินทาง และยานพาหนะ/การขนส่ง คำกริยา คำถาม และคำที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน ตัวเลข และพืช (ดอกไม้/ผลไม้) เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของผู้เรียนที่ต่างกัน จุดมุ่งหมายของการเรียนที่ต่างสถานการณ์กัน และบริบทในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน จึงทำให้การคัดเลือกคำศัพท์ การจัดลำดับวิธีการเรียนรู้ในหมวดหมู่คำศัพท์แตกต่างกันบ้างThe research entitled “An Analysis of Content and Vocabulary in the Basic Thai for Foreigners Textbooks” has two objectives: 1) to analyse and compare similarities and differences in the content of the basic Thai for foreigners textbooks; and 2) to analyse and compare similarities and differences in the selection, arrangement, and use of vocabulary and sets of vocabulary of the basic Thai for foreigners textbooks. The analysed textbooks consist of three types: 1) a textbook published by an official agency at the Ministry level, which is aimed to be a textbook and guidebook used for learning and teaching nationwide, i.e., Basic Thai for Foreigners in the Context of Thai Studies; 2) a textbook published by an educational institute, university, or institute that teaches Thai language for foreigners and aimed to be used for teaching and learning in the university, i.e., Thai in Daily Life; and 3) a textbook published and distributed by a private publishing house that is used for teaching and learning both inside and outside the country, i.e., Thai for Beginners. The study found that there are similarities and differences in these textbooks due to their different target groups. As a result, their contents and learning objectives are dissimilar. They used correct phonetic alphabets for transcription and pronunciation. However, their methods are different due to their learning objectives, i.e., self-learning and in class learning. Using compact disks as a teaching tool helps learners to pronounce Thai language correctly. But if the learners are in the context of Thai society, the compact disks may not be necessary. There are similarities and differences in the selection and arrangement of sets of basic vocabulary. The study found that most textbooks recognise the importance of the principle of selection and arrangement of the vocabulary, i.e., from simple to difficult vocabulary. They learn from the vocabulary around them before learning useful vocabulary for foreign learners, most of which are the vocabulary used for daily life. The three textbooks share 10 sets of vocabulary which are self-introduction or introducing others, family and relatives, foods and ordering food, tools/buying and negotiating for prices, directions/places and asking for directions, day month year/colours and time, travelling and vehicles/transportation, verbs/questions and common words in daily life, numbers, and plants (flowers/fruits). There are slight differences in the selection and arrangement of sets of vocabulary in these three books due to the differences in target groups, learning purposes, and learning contexts.รายงานวิจัยนี้ได้รับเงินสนับสนุนการวิจัยคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พ.ศ. 256

    การตัดสินใจลงทุนในหุ้นสามัญ ของพนักงานเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร

    No full text
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาในครั้งนี้ วัตถุประสงค์ของงานวิจัย 1) เพื่อให้ทราบถึงปัจจัยส่วนบุคคลที่ตัดสินใจลงทุนในหุ้นสามัญ 2) เพื่อต้องการทราบ พฤติกรรมการลงทุนที่ตัดสินใจลงทุนในหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 3) เพื่อศึกษาปัจจัยต่างๆ ของนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ทำการวิจัยได้เก็บแบบสอบถามทั้งหมด 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ ทดสอบหาความแตกต่างค่าที (t-test) สถิติทดสอบหาค่าความแตกต่างค่าเอฟ (F-test) หรือการทดสอบทางเดียว (One-way ANOVA) เมื่อพบความแตกต่างจะทำการทดสอบด้วยการเปรียบเทียบรายคู่ ด้วยวิธี LSD และทดสอบสถิติหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วยวิธี วิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย และช่วงอายุที่เข้ามาลงทุนนั้น เป็นช่วงอายุ 21-39 ปี มีสถานภาพสมรส มีระดับการศึกษาปริญญาตรี และมีรายได้ 20001-40000 บาท ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการลงทุนผู้ตอบสอบถามพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีประสบการณ์การลงทุน 4-5 ปี ยังมีการถือครองหลักทรัพย์อยู่ ผู้ตอบแบบสอบถามมีความประสงค์ที่จะยุติการถือครอง มากที่สุด มีประเภทการลงทุนในตราสารการเงินคือ เงินฝาก / กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น มากที่สุด มีสัดส่วนการถือครอง มากที่สุด คือ 11 – 30 % มีรูปแบบการลงทุน คือ เน้นกำไรจากสินทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้น มากที่สุด และมีความถี่ในการลงทุนในหุ้นสามัญ คือ ซื้อ หรือ ขายทุกเดือน มากที่สุด ผลวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการตัดสินใจลงทุนในหุ้นสามัญ ของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า มีความคิดเห็นจะตัดสินใจลงทุนมากที่สุดในหุ้นสามัญ มากที่สุด ผลการวิเคราะห์ระดับความเห็นข้อมูลการตัดสินใจลงทุนในหุ้นสามัญ ของพนักงานเอกชน เขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ด้านผลตอบแทน กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยความคิดเห็น ในเรื่อง ผลตอบแทนคุ้มค่าเมื่อเทียบกับระยะเวลาลงทุนมากที่สุด ผลประกอบการของราคาหุ้น เห็นด้วยมากที่สุด ด้านความเสี่ยงจาการลงทุน กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นน้อยที่สุด และให้ความสำคัญในเรื่อง ความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ส่งผลกระทบต่อการลงทุน รองลงมาคือ ความเสี่ยงเกิดจากอัตราเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อการลงทุน ด้านความรู้ความเข้าใจยังให้ความสำคัญอยู่ในระดับน้อยที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดอันดับแรก เรื่องความรู้ในการลงทุนหุ้นและกองทุนตราสารหนี้ รองลงมาคือ ความเข้าใจว่าการลงทุนเป็นเรื่องของความสมัครใจในการลงทุน ด้านเศรษฐกิจและการเมือง กลุ่มตัวอย่างให้ความความสำคัญในเรื่อง นโยบายเศรษกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนมาก รองลงมา คือ การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยมีผลกระทบต่อการต่อการตัดสินใจลงทุน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.0

    Let's investing in stock market

    No full text

    0

    full texts

    8,763

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇