UTCC Scholar (University of the Thai Chamber of Commerce)
Not a member yet
8763 research outputs found
Sort by
ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการบัตรสมาชิก พีที แมกซ์การ์ด ในสถานีบริการน้ำมันและแก๊สของประชาชนในกรุงเทพมหานคร
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการใช้บัตรสมาชิก พีที แมกซ์การ์ด ของสถานีบริการน้ำมัน/แก๊ส LPG ของประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงสิทธิประโยชน์ของการใช้บัตรสมาชิก พีที แมกซ์การ์ด เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน/แก๊ส LPG โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปโดยวิธีทางสถิติ SPSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ใช้วิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และวิธี Chi-Square ผลการศึกษาพบว่า มีเพศชาย มากกว่าเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 58.8, 47.2 ตามลำดับ โดยร้อยละ 32.8 มีอายุ 26-37 ปี ส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 44.8 นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 10,001 –30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 57.5 ส่วนการทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับลักษณะทางประชากรศาสตร์ พบว่า ปัจจัยด้านเพศ รายได้ และการศึกษาที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อความพึงพอใจในสิทธิประโยชน์ของบัตรสมาชิก พีที แมกซ์การ์ด แตกต่างกัน แต่ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ด้านอื่นๆ คือ ปัจจัยด้านอายุ ที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อความพึงพอใจในสิทธิประโยชน์ของบัตรสมาชิก พีที แมกซ์การ์ด ไม่แตกต่างกัน และส่วนของสิทธิประโยชน์ที่ส่งผลต่อความพึงพอใจมากที่สุด ได้แก่ สิทธิประโยชน์ในการแลกคะแนนสะสมในการเข้าเติมน้ำมัน/แก๊ส LPG การใช้ส่วนลดในการและซื้อเครื่องดื่มต่าง ๆ และสิทธิประโยชน์ในเดือนเกิด เป็นต้
Chao Pho Muen Ram : Thai sanctity to the belief of Chinese god
การวิจัยนี้มุ่งศึกษาประวัติความเป็นมา ความหลากหลายทางประติมานวิทยา และกระบวนการทำให้เจ้าพ่อหมื่นราม จากเทพารักษ์ไทยกลายเป็นเทพเจ้าจีน เจ้าพ่อหมื่นราม ตำแหน่งยศ “หมื่นราม” สังกัด “กองกระบือ” ซึ่งขึ้นตรงต่อสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติในสมัยรัชกาลที่ 4 หลังเสียชีวิตชาวบ้านในพื้นที่บ้านนาเริ่ง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ยกย่องให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เปรียบเสมือนเทพารักษ์ไทยที่มีหน้าที่ดูแลรักษาท้องถิ่น ต่อมาเมื่อผู้ศรัทธาชาวจีนแต้จิ๋วที่มีความเคารพนับถือเจ้าพ่อเขาตกและเจ้าพ่อหมื่นรามได้มาอาศัยอยู่ที่จังหวัดตรัง ได้นำความเชื่อนี้มาเผยแพร่ จนกลุ่มผู้ศรัทธาชาวจีนในจังหวัดตรังได้ร่วมใจกันสร้างศาลเจ้าพ่อหมื่นราม และมีการเรียกเจ้าพ่อหมื่นรามเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า “ซำฮวกซือ”(三法师)จากการศึกษาพบว่า “ซำฮวกซือ” เป็นชื่อเทพเจ้าที่ชาวจีนจังหวัดตรังให้การเคารพกราบไหว้บูชา ซึ่งความเชื่อเกี่ยวกับ “ซำฮวกซือ” นี้ปรากฏเป็นความเชื่อของชาวจีนทั้งในพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา และอำเภอเมือง จังหวัดตรัง ซึ่งความเชื่อดังกล่าวมีที่มาจากตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับการร่วมสาบานเป็นพี่น้องจากเจ้าพ่อ 3 องค์ คือ ตั่วฮวกซือ(大法师)หรือเจ้าพ่อเขาใหญ่ หยี่ฮวกซือ(二法师)หรือเจ้าพ่อเขาตก และซำฮวกซือ หรือเจ้าพ่อหมื่นราม อันมีมูลเหตุการเชื่อมโยงมาจากประวัติต้นกำเนิดของเทพเจ้าซำซัวก๊กอ๊วง(三山国王)ในพื้นที่อำเภอเจียซี(揭西)มณฑลกวางตุ้ง(广东)ประเทศจีน ทำให้เจ้าพ่อหมื่นรามได้รับการเคารพบูชาแบบไทยผสมจีนจากกลุ่มผู้ศรัทธาชาวจีนในสังคมไทยตราบจนทุกวันนี้This research aims to study the background, iconographic diversity and the process how Chao Pho Meun Ram became to Chinese God from Thai God. Actually, this ‘Muen Ram’ title was in Buffalo Division, and this division was supervised by Somdet Chao Phraya Borom Maha Pichai Yad in the reign of King Rama IV. After Chao Pho Meun Ram passed away, local people at Ban Naroeng, Nong Khae District in Saraburi Province willingly praised him as Thai God with the belief that he can protect people in this area. Later, there was a Chaozhou believer who respected Chao Pho Khao Tok and Chao Pho Meun Ram. He moved to Trang Province, and started spreading the belief about Chao Pho Khao Tok and Chao Pho Meun Ram to people in that area. Finally, Chinese believers who lived there decided to build Chao Pho Meun Ram Shrine together and called Chao Pho Meun Ram in Chaozhou Chinese as “Sam Huab Si”(三法师). Regarding to the study, it was found that “Sam Huab Si” is a name of Chinese God who Chinese people in Trang Province pay respect to, and its belief harmoniously is a part of Chinese people’s belief in the following areas: Phra Phutthabat District in Saraburi Province, Mueang Surat Thani District in Surat Thani Province, Hat Yai District in Songkhla Province, Mueang Yala District in Yala Province and Mueang Trang District in Trang Province. In addition, it is believed that the origin of this “Sam Huab Si” belief is from the legend about blood brothers swearing of three Gods who are Dua Huab Si(大法师)or called Chaopho Khao Yai, Yee Huab Si(二法师)or Chaopho Khao Tok and Sam Huab Si(三法师)or Chao Pho Meun Ram. It is also related to the origin of Sam Sua Kok Uang(三山国王)or the Kings of Three Mountains in Jiexi County, Guangdong Province, China. This is why many Chinese believers in Thai society worshipped Chao Pho Meun Ram as Thai God integrated with Chinese belief until todayรายงานการวิจัยนี้ได้รับทุนส่งเสริมการวิจัยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พ.ศ. 256
Marketing communication strategies to enhance competitiveness after the effect of covid-19 crisis through the perspectives of high-ranking executives in modern trade business
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจากผลกระทบวิกฤต COVID-19 ผ่านมุมมองผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) เป็นแนวทางในการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (in-depth interview) และการค้นคว้าหลักฐานจากเอกสารต่าง ๆ (documentary research) สำหรับการนำเสนอผลวิจัยจะเรียงลำดับตามกลยุทธ์การสื่อสารการตลาด ทั้ง 5ขั้นตอน ประกอบด้วย การทบทวนแผนการตลาด การกำหนดวัตถุประสงค์การสื่อสารการตลาด การกำหนดเครื่องมือสื่อสารการตลาด การกำหนดงบประมาณและระยะเวลา และการประเมินผล ผลวิจัย พบว่า ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่มีการทบทวนแผนการตลาด (review of the marketing plan) ด้วยมุมมองที่ต่างไปจากเดิมเพื่อให้สอดรับกับวิกฤติ COVID-19 ที่อยู่บนความไม่แน่นอน ยากต่อการคาดเดา และไม่รู้จุดสิ้นสุดของปัญหา เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ (situation analysis) โดยใช้ “SWOT Analysis” พบว่า จุดแข็งหรือความได้เปรียบ (strengths) ของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ประกอบด้วย 1) วิสัยทัศน์และความสามารถของผู้นำที่กล้าปรับตัวอย่างรวดเร็ว 2) การมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ 3) จำนวนสาขาที่ครอบคลุมและความแข็งแกร่งของสาขา 4) การพัฒนาช่องทางเชื่อมต่อโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันในรูปแบบ Omni-Channel 5) ความเชี่ยวชาญและความสามารถของบุคลากร สำหรับจุดอ่อน (weaknesses) ประกอบด้วย 1) สาขาจำนวนมากกลายเป็นภาระของธุรกิจ 2) ทักษะของพนักงานไม่เอื้อต่อการปรับตัวอย่างกะทันหัน 3) ระบบบริหารจัดการร้านค้าปลีกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ 4) ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ผ่านโอกาส (opportunities) ต่อไปนี้ 1) ประชาชนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตและทำงานที่บ้านอย่างต่อเนื่อง 2) ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเร่งให้เกิดการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเอาชนะข้อจำกัด 3) กระแสสังคมสร้างความนิยมให้กับผลิตภัณฑ์ 4) การจับมือเป็นพันธมิตรและการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น ส่วนอุปสรรค (threats) ต่อการดำเนินงาน ประกอบด้วย 1) ความไม่แน่นอน คาดการณ์ไม่ได้ เกิดขึ้นแบบฉับพลันของสถานการณ์ COVID-19 2) ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและกำลังซื้อลดลง 3) คู่แข่งเพิ่มสูงขึ้น 4) มาตรการกระตุ้นและพื้นฟูเศรษฐกิจของภาครัฐ 5) การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้การทบทวนแผนการตลาดยังครอบคลุมถึงการกำหนดวัตถุประสงค์การตลาดที่ชัดเจน (specific marketing objectives) โดยพบว่าวิกฤต COVID-19 ทำให้ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่กำหนดวัตถุประสงค์การตลาดมุ่งเน้นเรื่องยอดขาย (sales) และกำไร (profit) เป็นหลัก ส่วนการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (target market) หรือ “ลูกค้าที่ใช่” (core customer) จะวิเคราะห์ผ่าน “STP Process” ครอบคลุมถึงการกำหนดกลยุทธ์การตลาด marketing strategy) ที่พยายามใช้ผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางจัดจำหน่าย และการส่งเสริมการตลาด เพี่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ขั้นตอนที่สอง การกำหนดวัตถุประสงค์การสื่อสารการตลาด (determining objective) พบว่า มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การตลาดที่มุ่งเรื่องยอดขายและกำไรเป็นสำคัญ เริ่มต้นจากเพื่อสร้างการรับรู้(awareness) และสิ้นสุดตรงเพื่อทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อ (action) ส่วนการกำหนดเครื่องมือสื่อสารการตลาด (marketing communication tools) ในขั้นตอนที่สามนั้น ทำให้ทราบว่าแผนสื่อสารการตลาดที่เคยวางไว้ล่วงหน้าถูกรื้อใหม่ทั้งหมด โดยมีการปรับแผนให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เรียกสั้น ๆ ว่า “Covid Plan” และธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ ( IMC) ที่ผสมผสานเครื่องมือแต่ละประเภทเข้าด้วยกัน ในขั้นตอนถัดมา การกำหนดงบประมาณและระยะเวลา (determining budgets and timing) พบว่า ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่กำหนดงบประมาณด้านการสื่อสารการตลาดไว้ 2 รูปแบบ คือ งบประมาณจากบนลงล่าง (top-down approach) และงบประมาณจากล่างสู่บน (bottom-up approach) ขึ้นอยู่กับโครงสร้าง นโยบาย และวัฒนธรรมการทำงานของแต่ละองค์กร ตลอดจน ปรับระยะเวลาการดำเนินงานของทุกแผนให้สั้นลงเพื่อให้ง่ายต่อการติดตามและประเมินผล สำหรับการประเมินผล (evaluation) ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย พบว่า ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่จะประเมินความสำเร็จของแผนสื่อสารการตลาดในภาพรวม (overall evaluation) โดยพิจารณาจากยอดขายและกำไรเป็นหลัก ส่วนการประเมินผลแต่ละเครื่องมือสื่อสารการตลาด (task evaluation) พบว่า เครื่องมือแต่ละประเภทมีเกณฑ์ในการประเมินผลแตกต่างกัน ส่วนใหญ่จะครอบคลุม 3 เรื่อง คือ การรับรู้(awareness) ความผูกผัน (engagement) และยอดขาย (sales) สำหรับปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจากผลกระทบวิกฤต COVID-19 ประกอบด้วย 1. วิสัยทัศน์ของผู้นำ 2. ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่มีความพร้อมด้านเงินทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม บุคลากร และฐานข้อมูลลูกค้า 3. การดำเนินกลยุทธ์การตลาดที่ยึดหลักแนวคิด “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” (customer centric) 4. การนำข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า (customer insight) มาใช้ประโยชน์ในการบริหารความสัมพันธ์ เพื่อมอบประสบการณ์เชิงบวกแบบไร้รอยต่อ (seamless experience) 5. การใช้เครื่องมือการประชาสัมพันธ์ผ่านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) หรือการสร้างสรรค์คุณค่าร่วม (CSV) ควบคู่กับเครื่องมือการส่งเสริมการขาย 6. การสร้างสรรค์เนื้อหาสารหรือคอนเทนต์ที่เล่นกับอารมณ์และความรู้สึกของลูกค้า (emotional marketing) จากวิกฤต COVID-19 7. กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดที่กระชับ สามารถปรับตามสถานการณ์หรือพฤติกรรมผู้บริโภคในขณะนั้นได้ทันทีThis research is aimed to study marketing communication strategies to enhance competitiveness after the effect of covid-19 crisis through the perspectives of high-ranking executives in modern trade business by using qualitative research methodology to guide the study, gather the data through in-depth interview and conduct documentary research for presentation. The research results will be ordered by 5 steps of marketing communication strategies, consisting of the review of the marketing plan, determining objectives of marketing communication, identifying marketing communication tools, determining budgets and timing and evaluation. From the research, it was founded that modern retail trade had a review of the marketing plan from different perspectives in order to align with covid-19 crisis which is based on uncertain, difficult to predict and endless problems. When analyzing situation by using SWOT analysis, it was founded that strengths or competitive advantages of modern trade consist of 1) Vision and capability of leaders with courage to adjust quickly 2) Readiness of technology, innovation and customer data base to drive business 3) Wide coverage numbers and strength of branches 4) Development of interfacing channels between off-line and on-line in forms of omni-channel and 5) Expertise and capability of employees For weaknesses, they include 1) A lot numbers of branches may become burden of business 2) Skills of employees have not yet support immediate adaptation 3) Retail store management has not been developed completely 4) Modern trade involves a lot of stakeholders. However, the effect of COVID-19 crisis helped enhance competitiveness of modern trade through following opportunities 1) Most people will spend their life and work from home continuously 2) The advancement of technology catalyze on-line platform development to overcome constraints 3) Societal trend builds popularity on products 4) The hand-shake alliance and cooperation of business increases. For threats of the operation, they are 1) Uncertainty and unpredictability of COVID-19 situation happened immediately 2) Consumers spent carefully and had decreasing purchasing power 3) Numbers of competitors increased 4) Measures of stimulating and recovering economy of public sector 5) The enforcement of the Personal Data Protection Act, B.E.2562 or PDPA. Hence, the review of marketing plan covers specific marketing objectives where COVID-19 crisis causes modern trade to identify marketing objectives focusing mainly on sales and profit. To identify target market or core customers, the analysis through STP Process covers identifying marketing strategies which attempt to use product, price, place and marketing promotion to create competitive advantages. From the second step; determining objectives of marketing communication, it was founded that the alignment of marketing objectives focusing mainly on sales and profit started from building awareness and ending at taking the purchasing action. The identifying of marketing communication tools of step three helped us know that the laid-out marketing communication plan in advance was revamped completely by adjusting it to be more flexible and align with stipulated situation. And, it was called Covid Plan. Moreover, modern trade business foresaw the importance of Integrated Marketing Communication: IMC which combined different types of tools in order to enhance competitiveness from the effect of COVID-19. In the following step of determining budgets and timing, it was founded that modern trade business identified 2 types of marketing communication, i.e. topdown and bottom-up approaches in budgeting. The identified types depended on structure, policies and culture of each organization trying to shorten operation plan and make it easy to follow-up and evaluate. For the evaluation part, which is the last step, it was founded that modern trade business would evaluate success of the overall marketing communication (overall evaluation) by considering mainly sales and profit. For the evaluation of each marketing communication tool (task evaluation), it was founded that each tool had different evaluation criteria which mostly cover 3 areas; Awareness, Engagement and Sales. The key success factors behind the marketing communication strategies in order to increase the competitiveness after the impact of COVID-19 pandemic comprise of 1. Vision of the leaders 2. The Modern trade business with readiness in terms of investment, technology, innovation, human resources and customer database 3. Implementation of Marketing strategies based on “customer centric” concept 4. The use of customer insight for customer relationship management to deliver a seamless experience to customers 5. The use of public relations tools through Corporate Social Responsibility : CSR or Creating Shared Value : CSV together with any type of sales promotion tools 6. The creation of message or content that touches on emotion and feelings of customers (emotional marketing) from the COVID-19 pandemic crisis 7. Marketing communication strategies that are concise and adaptable to customers’ behaviors or situations at the moment immediately
ความพึงพอใจในการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ของนักลงทุนในกรุงเทพมหานคร
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของนักลงทุนที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ของนักลงทุนในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อทราบถึงลักษณะตัวอย่างด้านประชากรของนักลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ในกรุงเทพมหานคร และเพื่อทราบถึงพฤติกรรมของนักลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ในกรุงเทพมหานคร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปโดยวิธีทางสถิติ SPSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ใช้วิธีการวิเคราะห์สถิติทดสอบหาความสัมพันธ์แบบถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) ผลการศึกษาพบว่า นักลงทุนในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุในช่วง 20 - 29 ปีโดยส่วนใหญ่ เลือกลงทุนในแพลตฟอร์ม BitKub โดยเหตุผลที่เลือกใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวเนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่สวยงาม ใช้งานง่าย และเป็นแพลตฟอร์มและเว็บเทรดที่ใหญ่ โดยสกุลเงินหลักที่นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกลงทุนจะเป็นประเภท Bitcoin (BTC) และรองลงมาเป็น Ethereum (ETH) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อต้องการผลตอบแทนจากการลงทุน จากผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลไม่เกิน 3 ปี ดังนั้น โบรกเกอร์ผู้ให้บริการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลสถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลทางการเงิน สามารถทำการประชาสัมพันธ์ การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นช่องทางที่ ผู้ใช้งานหลากหลายวัยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงอายุ 20 –39 ปี โดยสามารถสร้างองค์ความรู้และส่งเสริมการลงทุนโดยให้ข้อมูลที่ถูกต้องและมีการบอกถึงข้อดีข้อเสียของการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลภายใต้ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจก่อนลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลมักจะกล่าวว่า หากไม่มีความรู้เพียงพอในการลงทุนก็จะมีโอกาสในการสูญเสียเงินลงทุนเป็นจำนวนมา
ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกหรือปรับเปลี่ยนอัตราการออมเพิ่มและแผนทางเลือกการลงทุน ในกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กรณีศึกษา สมาชิก กบข. สังกัดสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกหรือปรับเปลี่ยนอัตราการออมเพิ่มและแผนทางเลือกการลงทุนในกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ของสมาชิก กบข. สังกัดสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้วิจัยใช่ข้อมูลประเภทปฐมภูมิ (Primary Data) โดยการเก็บแบบสอบถามจากสมาชิก กบข. สังกัดสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวนทั้งสิ้น 200 ตัวอย่าง จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และทดสอบทางสถิติที่โดยใช้ ค่าสถิติร้อยละ t-Test, One-Way Anova และ Chi-Squareงานวิจัยพบว่า การเลือกอัตราการออมเพิ่มขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย อายุ อายุราชการ และรายได้รวมต่อเดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านพฤติกรรมการออม การลงทุนลความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุน ได้แก้ รูปแบบการออม อื่นๆ ที่นอกเหนือจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ประกอบด้วย การออมในเงินฝากสหกรณ์ และการออมในสลากออมสิน/สลากธกส. รูปแบบการลงทุน ประกอบด้วย การลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ สำหรับการปรับเปลี่ยนอัตราการออมเพิ่มใน กบข. ปัจจัยด้านเพศมีผลต่อระดับอิทธิพลของปัจจัยด้านอัตราผลตอบแทนย้อนหลังใน กบข. เปรียบเทียบกับการนำเงินไปออมหรือไปลงทุนรูปแบบอื่นปัจจัยด้านอายุมีผลต่อระดับอิทธิพลของปัจจัยด้านอัตราผลตอบแทนย้อนหลังใน กบข. เปรียบเทียบกับการนำเงินไปออมหรือไปลงทุนรูปแบบอื่น อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย ปัจจัยด้านอายุราชการ มีผลต่อระดับอิทธิพลของปัจจัยด้านอัตราผลตอบแทนย้อนหลังใน กบข. เปรียบเทียบกับการนำเงินไปออมหรือไปลงทุนรูปแบบอื่น และสิทธิประโยชน์การลดหย่อนภาษีที่ได้รับ ปัจจัยด้านรายได้รวมต่อเดือนีผลต่อระดับอิทธิพลของปัจจัยด้านอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ การเลือกแผนทางเลือกการลงทุนขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย เพศ อายุ และค่าใช้จ่ายต่อเดือน สำหรับการปรับเปลี่ยนแผนทางเลือกการลงทุนใน กบข. ปัจจัยด้านเพศมีผลต่อระดับอิทธิพลของปัจจัยด้านผลการประเมินความเสี่ยงและคำแนะนำจาก กบข. ปัจจัยด่านอายุมีผลต่อระดับอิทธิพลของปัจจัยด่านอัตราผลตอบแทนย้อนหลังของแต่ละแผนการลงทุน ปัจจัยด้านอายุราชการมีผลต่อระดับอิทธิพลของปัจจัยด้านอัตราผลตอบแทนย้อนหลังของแต่ละแผนการลงทุน และผลการประเมินความเสี่ยงและคำแนะนำจาก กบข. ปัจจัยด้านรายได้รวมต่อเดือนมีผลต่อระดับอิทธิพลของปัจจัยด้านอัตราผลตอบแทนย้อนหลังของแต่ละแผนการลงทุน และผลการประเมินความเสี่ยงและคำแนะนำจาก กบ
ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการจดทะเบียนห้องชุดในเขตกรุงเทพมหานคร
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการจดทะเบียนห้องชุดในเขตกรุงเทพมหานคร โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ ได้แก่ ดัชนีราคาอาคารชุด ดัชนีราคาบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์พร้อมที่ดิน ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคก่อสร้าง รายได้ประชากร ความหนาแน่นของประชากร อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และปริมาณสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เป็นข้อมูลรายไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 พ.ศ. 2551 - ไตรมาสที่ 4 พ.ศ. 2562 รวม 48 ไตรมาส ใช้วิธีทางเศรษฐมิติช่วยในการวิเคราะห์ โดยใช้วิธีวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Squares: OLS) รวมทั้งมีการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และผู้บริโภค ในประเด็นสถานการณ์ทั่วไป สภาพปัญหาปัจจุบัน ความต้องการที่อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือ รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขเพื่อใช้ประกอบการศึกษาเพิ่มเติม ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการจดทะเบียนห้องชุดในเขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน รายได้ประชากร และปริมาณสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ส่วนปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาอาคารชุด ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์พร้อมที่ดิน ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคก่อสร้าง ความหนาแน่นของประชากร และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ จากการศึกษาพบว่าไม่มีนัยสำคัญต่อจำนวนห้องชุดที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตามจากการสัมภาษณ์เชิงลึกความคิดเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และผู้บริโภค ในประเด็นสถานการณ์ทั่วไป สภาพปัญหาปัจจุบัน ความต้องการที่อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือ รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข ส่วนใหญ่พบว่า ปัจจัยในเรื่อง ราคาห้องชุด อัตราดอกเบี้ย และมาตรการของภาครัฐยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการใช้ตัดสินใจดำเนินธุรกิจ และผู้บริโภคใช้ตัดสินใจซื้อห้องชุ
Analysis of content and vocabulary in the basic Thai for foreigners textbooks
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาและคำศัพท์ในแบบเรียนภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับชาวต่างชาติ ในสาระสำคัญ 2 ประการ คือ
1. เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบเนื้อหาแบบเรียนภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับชาวต่างชาติ 2. เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบวิธีการคัดเลือก การเรียบเรียงคำศัพท์ และหมวดคำศัพท์พื้นฐานที่ปรากฏในแบบเรียนภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับชาวต่างชาติ โดยได้ศึกษาเนื้อหาแบบเรียนภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับชาวต่างชาติ 3 ประเภท คือ 1) แบบเรียนที่ผลิตโดยหน่วยงานระดับกระทรวง/ทบวงมหาวิทยาลัย เป็นแบบเรียนระดับชาติ เพื่อให้เป็นแบบเรียนและคู่มือการเรียนการสอน ได้แก่ แบบเรียนภาษาไทยเบื้องต้นในบริบทไทยศึกษาสำหรับชาวต่างชาติ 2) แบบเรียนที่ผลิตโดยหน่วยงานระดับสถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัย จากสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ เพื่อใช้ในการเรียนการสอน ในมหาวิทยาลัย ได้แก่ แบบเรียนภาษาไทยในชีวิตประจำวัน Thai in daily Life 3) แบบเรียนที่ไม่มีหน่วยงานสังกัดที่สำนักพิมพ์เอกชนได้จัดพิมพ์และจำหน่าย นิยมนำไปใช้ในการเรียนการสอนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้แก่ Thai for beginners ผลของการศึกษาพบว่าวิธีการเรียนรู้ และเนื้อหาแบบเรียนมีความเหมือนและความแตกต่างกัน เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของผู้เรียน ที่ต่างกัน จึงทำให้มีประเด็นในเนื้อหาของการเรียนรู้แตกต่างกัน มีการใช้สัทอักษรในการถ่ายเสียง และฝึกการออกเสียงเนื้อหาในแบบเรียนได้ถูกต้อง แต่ด้วยจุดมุ่งหมายของการเรียนที่ต่างสถานการณ์กันคือ เรียนด้วยตนเอง กับการเรียนที่มีผู้สอนในชั้นเรียน ทำให้วิธีการเรียนรู้ต่างกันบ้าง การใช้ซีดีเพื่อช่วยสอนก็เป็นการเรียนรู้อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ออกเสียงภาษาไทยได้ถูกต้อง แต่หากผู้เรียนอยู่ในบริบทของสังคมไทยอาจไม่ต้องใช้ซีดีในการเรียนการสอน วิธีการคัดเลือก การเรียบเรียงคำศัพท์ และหมวดคำศัพท์พื้นฐาน มีความเหมือนและความแตกต่างกัน โดยพบว่าแบบเรียนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในหลักการคัดเลือกและเรียบเรียงคำศัพท์ที่ง่ายก่อนไปคำศัพท์ที่ยาก ให้เรียนรู้ในเรื่องใกล้ตัวหรือรอบตัวก่อน และตามด้วยคำศัพท์ที่มีประโยชน์ในการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนชาวต่างชาติ ซึ่งมักเป็นกลุ่มคำศัพท์ที่ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน แบบเรียนทั้ง 3 เล่ม มีหมวดคำศัพท์ที่เหมือนกันจำนวน 10 หัวข้อ ได้แก่ การทักทายแนะนำตนเองหรือคนอื่นให้รู้จักกัน ครอบครัวและญาติพี่น้อง อาหารการกินและการสั่งอาหาร สิ่งของเครื่องใช้/การซื้อของและต่อรองราคา ทิศทาง/สถานที่ และการถามทาง วัน เดือน ปี /สี และเวลา การเดินทาง และยานพาหนะ/การขนส่ง คำกริยา คำถาม และคำที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน ตัวเลข และพืช (ดอกไม้/ผลไม้) เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของผู้เรียนที่ต่างกัน จุดมุ่งหมายของการเรียนที่ต่างสถานการณ์กัน และบริบทในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน จึงทำให้การคัดเลือกคำศัพท์ การจัดลำดับวิธีการเรียนรู้ในหมวดหมู่คำศัพท์แตกต่างกันบ้างThe research entitled “An Analysis of Content and Vocabulary in the Basic Thai for Foreigners Textbooks” has two objectives: 1) to analyse and compare similarities and differences in the content of the basic Thai for foreigners textbooks; and 2) to analyse and compare similarities and differences in the selection, arrangement, and use of vocabulary and sets of vocabulary of the basic Thai for foreigners textbooks. The analysed textbooks consist of three types: 1) a textbook published by an official agency at the Ministry level, which is aimed to be a textbook and guidebook used for learning and teaching nationwide, i.e., Basic Thai for Foreigners in the Context of Thai Studies; 2) a textbook published by an educational institute, university, or institute that teaches Thai language for foreigners and aimed to be used for teaching and learning in the university, i.e., Thai in Daily Life; and 3) a textbook published and distributed by a private publishing house that is used for teaching and learning both inside and outside the country, i.e., Thai for Beginners. The study found that there are similarities and differences in these textbooks due to their different target groups. As a result, their contents and learning objectives are dissimilar. They used correct phonetic alphabets for transcription and pronunciation. However, their methods are different due to their learning objectives, i.e., self-learning and in class learning. Using compact disks as a teaching tool helps learners to pronounce Thai language correctly. But if the learners are in the context of Thai society, the compact disks may not be necessary. There are similarities and differences in the selection and arrangement of sets of basic vocabulary. The study found that most textbooks recognise the importance of the principle of selection and arrangement of the vocabulary, i.e., from simple to difficult vocabulary. They learn from the vocabulary around them before learning useful vocabulary for foreign learners, most of which are the vocabulary used for daily life. The three textbooks share 10 sets of vocabulary which are self-introduction or introducing others, family and relatives, foods and ordering food, tools/buying and negotiating for prices, directions/places and asking for directions, day month year/colours and time, travelling and vehicles/transportation, verbs/questions and common words in daily life, numbers, and plants (flowers/fruits). There are slight differences in the selection and arrangement of sets of vocabulary in these three books due to the differences in target groups, learning purposes, and learning contexts.รายงานวิจัยนี้ได้รับเงินสนับสนุนการวิจัยคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พ.ศ. 256
ปัจจัยกำหนดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหราชอาณาจักร
การศึกษาค้นคว้าอิสระ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2565.การศึกษาค้นคว้าอิสระ มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบว่า ปัจจัยใดที่มีผลต่อการไหลเข้าของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เช่น ปัจจัยใดที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องชี้ภาวะตลาดที่น่าสนใจจากมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ การวิเคราะห์ความถดถอยบนชุดข้อมูลที่มีข้อมูลแบบรายเดือน โดยมีการสังเกต 112 ครั้ง โดยระดับของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเป็นตัวแปรที่ขึ้นอยู่กับและปัจจัยต่าง ๆ เป็นตัวแปรอิสระ ตัวแปรที่ใช้ในการถดถอยจะถูกเลือกขึ้นอยู่กับผลการวิจัยก่อนหน้านี้เกี่ยวกับผลกระทบต่อเงินลงทุนโดยตรง แต่ใช้กับประเทศที่พัฒนาแล้ว ตัวแปรเหล่านี้เป็นตัวแปรเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญที่แตกต่างกัน เช่น อัตราเงินเฟ้อ ระดับเงินตรา อัตราดอกเบี้ย และการว่างงาน ผลจากการถดถอยของปริมาณธุรกรรมที่ล่าช้ำและระดับการว่างงานเป็นตัวแปรสำคัญในระดับ 1% และ 5% ตามลำดับ ผลจากการวิเคราะห์ความถดถอยแสดงว่ามีตัวแปรสำคัญสามตัว ได้ แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และ ระดับการว่างงานเนื่องจากอัตราการว่างงานที่ลดลงเป็นปัจจัยของประเทศที่กำลังเจริญเติบโต จึงเป็นไปได้ว่าตัวแปรดังกล่าวมีผลกระทบต่อปริมาณการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ตัวแปรที่ไม่พบการสนับสนุน เช่น อัตราเงินเฟ้อ ระดับสกุลเงิน ราคาบ้าน และจำนวนนักท่องเที่ย