Museum Siam Digital Repository
Not a member yet
794 research outputs found
Sort by
แนะนำหนังสือ : เปิดตำนานดุสิตธานี [DS582.6 ด94]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 14 มีนาคม 2567หนังสือ เปิดตำนานดุสิตธานี (เลขเรียกหนังสือ DS 582.6 ด94) โดยโดม ลูกแม่จันทร์ ที่ได้นำเสนอเรื่องราวของดุสิตธานี เมืองจำลองที่หลายคนเชื่อว่าเป็นการวางแนวคิดรากฐานของประชาธิปไตย ซึ่งครั้งนึงดุสิตธานีนั้นได้ถูกตั้งไว้ในพื้นที่ของพระราชวังพญาไท
“พร้อมกันนี้ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ย้ายเมืองดุสิตธานี ไปสร้างขึ้นใหม่ที่พระราชวังแห่งนี้ เนื่องจากพระราชวังพญาไทนี้มีบริเวณที่ยังเป็นที่ว่างเปล่า กว้างขวางกว่าบริเวณเดิมที่ริมอ่างหยกกับพระที่นั่งอุดรฯ มาก”
ว่ากันว่าเมื่อมีการตั้งดุสิตธานีที่พระราวังพญาไท เมืองเหล่านี้ก็เป็นที่ที่ทำให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยได้ใช้โอกาสในการเข้ามาตกแต่งบ้านเรือนตนเองในดุสิตธานี ในการเข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 6 และในปัจจุบัน ยังมีการเก็บรักษาเมืองจำลองดุสิตธานีบางส่วน โดยสามารถเยี่ยมชมได้ที่หอวชิราวุธานุสรณ์ ในวันเวลาราชกา
แนะนำหนังสือ : พฤษภา - พฤษภา สังคม - รัฐไทย กับความรุนแรงทางการเมือง [DS586.2 พ454 2556]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 16 พฤษภาคม 2567หนังสือ พฤษภา - พฤษภา สังคม - รัฐไทย กับความรุนแรงทางการเมือง (เลขเรียกหนังสือ DS586.2 พ454 2556) เป็นหนังสือทีรวบรวมเรื่องราวความรุนแรงทางการเมือง ที่เกิดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งในช่วงเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 และเหตุการณ์พฤษภาคม 2553 ซึ่งทั้ง 2 ช่วงเวลาต่างมีการชุมนุมทางการเมืองจนนำมาสู่ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม ผลกระทบที่ตามมาก็คือการบาดเจ็บและล้มตายของประชาชน แน่นอนว่าเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวได้กลายเป็นประวัติศาสตร์บาดแผลของสังคมไทย แต่ก็เป็นบททดสอบการเรียนรู้ของสังคมไทยต่อเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน
“ในแง่ของวิชาประวัติศาสตร์ สิ่งที่เรียกว่าอดีต คือสิ่งที่เราต้องรู้จักเรียนรู้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับปัจจุบัน และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับอนาคต ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่เราต้องจดจำ โดยที่เราเกือบไม่รู้ตัวว่า ประวัติศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่เราลืม หรือทำให้ถูกลืม
แนะนำหนังสือ : วารสารศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 36 ฉบับที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ 2558
ลงใน FB museum siam : วันที่ 5 กันยายน 2567บทความเรื่อง ตำนานรักมะเมียะ เรื่องราวความรักของผู้ใด? ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสารศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 36 ฉบับที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยได้วิเคราะห์งานเขียนของ ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง อดีตนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ชาวเชียงใหม่ ที่ได้นำเรื่องราวความรักของเจ้าน้อยศุขเกษม กับมะเมียะ หญิงสาวชาวมะละแหม่ง มาเขียนลงหนังสือ “เพ็ชร์ลานนา” และ “ชีวิตรักเจ้าเชียงใหม่” โดยทั้ง 2 ได้พบรักกันในช่วงที่เจ้าน้อยไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์แพทริก จนเมื่อเจ้าน้อยอายุ 20 ปี ได้เดินทางกลับเชียงใหม่บ้านเกิด ก็ได้พามะเมียะกลับมา แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในยุคนั้นที่ทางสยามเกิดความตึงเครียดต่อการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ทำให้ความรักของมะเมียะ กับเจ้าน้อย ไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะมะเมียะมาจากพม่า ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ซึ่งจากการค้นคว้าหลักฐานร่วมสมัย เอกสารทางราชการต่างๆ ทำให้ผู้เขียนเชื่อว่าเรื่องความรักระหว่างเจ้าน้อยศุขเกษม กับมะเมียะ ไม่เคยเกิดขึ้นจริง แต่น่าจะเป็นเรื่องที่เกิดกับเจ้านายเชียงใหม่องค์อื่นมากกว่า
“เมื่อประมวลความจากเอกสารหลักฐานดังได้กล่าวมาทั้งหมดแล้ว น่าจะวินิจฉัยเป็นที่สุดได้ว่า เรื่องราวความรักระหว่างเจ้าอุตรการโกศล (น้อยศุขเกษม) กับมะเมียะ ที่ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง นำมาบันทึกไว้นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นจริงในหน้าประวัติศาสตร์ หากแต่เรื่องราวดังกล่าวน่าจะมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงในประวัติของเจ้าวงษ์ตวัน ณ เชียงใหม่ ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าราชสัมพันธวงษ์ และเจ้าราชบุตรนครเชียงใหม่ ตามลำดับ
แนะนำหนังสือ : พระเสด็จแดนชล [VM466.พ4 ศ635 2562]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 24 ต.ค 67พระเสด็จโดยแดนชล โดย รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ ที่ได้รวบรวมเรื่องราวของเรือพระราชพิธีตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ผ่านหลักฐานเอกสารต่างๆไม่ว่าจะเป็นกฎหมายตราสามดวง พระราชพงศาวดาร บันทึกชาวตะวันตก รวมไปถึงคำให้การชาวกรุงเก่า ที่จะทำให้ผู้อ่านได้เห็นถึงพัฒนาการของเรือพระราชพิธี
“ครั้นถึง พ.ศ.2525 เป็นโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 200 ปี ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จฯ โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค (ใหญ่) วันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2525 เมื่อมีการซ้อมใหญ่ขบวนดังกล่าว ได้มีผู้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ว่าขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่ซ้อมเตรียมถวายนั้นไม่สง่างามเท่าที่ควร เนื่องจากเรือพระที่นั่งไปอยู่ท้ายขบวน หากเป็นสมัยโบราณจะมีเรือพระบรมวงศานุวงศ์ตามเสด็จอีกหลายลำ ทำให้เรือไม่อยู่ท้ายขบวน
แนะนำหนังสือ : พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 [DS570.3.ม2 พ73 2564]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 16 พ.ย. 67เกร็ดประวัติศาสตร์ในสมัยรัชกาลที่ 6 มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่อีกมาก หลายท่านน่าจะทราบว่าพระองค์ทรงมียักษ์ตนหนึ่งมาขออยู่เฝ้าดูแลพระองค์ นั่นก็คือท้าวหิรัญ หรือที่รัชกาลที่ 6 เรียกว่า ท้าวหิรัญฮู (โดยฮูมาจาก Who ซึ่งก็คือใครในภาษาอังกฤษ หนังสือ พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
สำหรับหนังสือเล่มนี้แต่งโดยหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ได้บันทึกถึงยักษ์ตนหนึ่งที่มาเข้าฝันรัชกาลที่ 6 ไว้ว่า “เมื่อเสด็จประพาศ (ตามแบบต้นฉบับ) มณฑลพายัพครั้งนี้ ยังต้องเดินทางด้วยม้าจากปลายทางรถไฟเข้าป่าไป ก่อนวันเสด็จออกเดินทางได้ทรงพระสุบินไปว่า มียักษ์ตนหนึ่งมาเฝ้าทูลว่าชื่อหิรัญ จะมาอยู่เฝ้าดูแลรักษาพระองค์ให้มีภัยอย่าใดได้ จึงโปรดให้ช่างทำรูปยักษ์ตามที่ทอดพระเนตร์ (ตามแบบต้นฉบับ) เห็นในพระสุบินนั้นรับไว้ และเรียกว่าท้าวหิรัญ”
เรื่องของท้าวหิรัญพนาสูรยังปรากฏในพระราชหัตถ์ที่พระราชทานให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ เพื่อทรงร่างโองการประกาศบวงสรวงท้าวหิรัญพนาสูร เมื่อ พ.ศ.2454 ว่าในระหว่างเสด็จเลียบมณฑลพายัพ พ.ศ.2448 นั้นคุณมหาดเล็กและคณะผู้ตามไม่เคยเดินป่าจึงเกิดความหวาดกลัวไข้ป่าและอันตรายต่างๆ พระองค์จึงชี้แจงว่าธรรมดาที่เจ้านายจะเสด็จแห่งใดจะมีเทวดาและปีศาจอสูรคอยติดตามป้องกันภัยอันตราย และได้มีผู้ติดตามได้ฝันว่าเห็นชายผู้หนึ่งรูปร่างล่ำสันใหญ่โตชื่อหิรันย์ เป็นอสูรชาวป่า ตามมาคอยดูแลไม่ให้มีอันตรายแก่รัชกาลที่ 6 และผู้ตามเสด็จได้ เมื่อพระองค์ทรงทราบก็ให้มีเครื่องสังเวยไปตั้งทุกค่ำคื
แนะนำหนังสือ : พุทธศิลป์สมัยรัตนโกสินทร์ พัฒนาการของงานช่างและแนวคิดที่ปรับเปลี่ยน [N8193.2 .ศ626 2556]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 12 กันยายน 2567“พระนิรันตรายเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะเฉพาะของพระราชนิยมในรัชกาลที่ 4 คือ การทำพระพุทธรูปกึ่งสมจริง ที่มีจีวรเป็นริ้วแบบธรรมชาติ ครองสังฆาฏิเป็นแผ่นใหญ่เหมือนจริง อันเป็นการปรับรูปแบบของพระพุทธรูปให้เข้ากับแนวคิดแบบสัจนิยม”
และด้วยการเป็นพระพุทธรูปสมัยนิยมนี่เอง ทำให้รัชกาลที่ 4 ได้ทรงให้หล่อ “พระนิรันตราย” จำนวน 18 องค์ ให้เท่ากับปีที่อยู่ในราชสมบัติ แต่ทว่าพระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้สานต่อพระราชปณิธานโดยการปรับให้มีซุ้มเรือนแก้ว โดยยอดซุ้มมีมหามงกุฎ และจารึกบทอิติปิโสภควา 9 วรรค ก่อนพระราชทานให้วัดในธรรมยุติกนิกาย 18 แห่ง
ในปัจจุบันเป็นที่น่าเสียดายที่ “พระนิรันตราย” ที่ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดราชประดิษฐ์ฯ ได้ถูกขโมยไปเกือบ 6 ปี โดยอยู่ระหว่างการติดตามหาคืนโดยเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ “พระนิรันตรายนี้” ได้คืนสู่วัดราชประดิษฐ์ฯ อีกครั้งหนึ่
แนะนำหนังสือ : อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพนายเลียง ไชยกาล [DS561 อ234 2529]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567ในยุคปัจจุบัน บทบาทของผู้หญิงหรือสตรีนั้นมีมากขึ้นในสังคมไทย ไม่ว่าจะในแวดวงธุรกิจ ราชการ และการเมือง แต่หากย้อนไป 70 กว่าปีก่อน บทบาทของผู้หญิงยังมีไม่มากนัก โดยเฉพาะในด้านการเมือง วันนี้ห้องคลังความรู้ มิวเซียมสยาม ขอพาทุกท่านมาทำความรู้จัก ส.ส. หญิงคนแรกของประเทศไทย นั่นก็คือคุณอรพินท์ ไชยกาล ภรรยาของ คุณเลียง ไชยกาล อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และรัฐมนตรี หลายสมัย
จากหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพนายเลียง ไชยกาล (เลขเรียกหนังสือ DS561 อ234 2529) ซึ่งเป็นหนังสือที่พูดถึงประวัติ และการทำงานของนายเลียง ไชยกาล โดยมีเหตุการณ์สำคัญๆไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเรื่องเรื่องการทุจริตซื้อขายที่ดินพระคลังข้างที่ ที่มีคนของรัฐบาลเข้าไปซื้อที่ในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง จนทำให้พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ได้ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี แต่นอกจากเรื่องราวของนายเลียง ไชยกาลแล้ว ผู้ที่ร่วมเขียนไว้อาลัยในหนังสืองานศพนี้ ต่างมีการพูดถึง นางอรพินท์ ไชยกาล ผู้เป็นภรรยา และเป็น ส.ส.หญิงคนแรกของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น นายสวัสดิ์ คำประกอบ ที่ได้พูดถึงนางอรพินท์ไว้ว่า
“เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๙๑ ปรากฏว่า คุณอรพินท์ ไชยกาล ได้คะแนนอย่างท่วมท้นเป็นประวัติการณ์ ประเทศไทยได้มี ส.ส.หญิงคนแรก เป็นที่โจษขานกันทั่วทั้งประเทศ ทำให้เกียรติของสตรีไทยสูงเด่นขึ้นในวงการทั่วไปอีกระดับหนึ่ง ที่สตรีก็มีความสามารถในธุรกิจกราชการงานเมืองต่างๆ ทัดเทียมไม่แพ้ชาย เป็นการเปิดประตูให้สังคมไทยยอมรับถึงความสามารถของสตรีในคราวครั้งนี้”
เช่นเดียวกับหม่อมอรุณ กาญจนวิชัย ณ อยุธยา ได้มีการเขียนถึงคุณอรพินท์ ไว้ดังนี้
“คุณอรพินท์เป็นผู้มีฝีมือในการงาน เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนสตรีประจำจังหวัด มีลูกศิษย์ลูหาทั่วเมือง สมัครรับเลือกตั้งได้เป็นผู้แทนหญิงคนแรกของประเทศไทย เป็นผู้ก่อตั้งและดำเนินการมูลนิธิเด็กกำพร้าอีสาน ร่วมริเริ่มและสนับสนุนก่อตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน ฯลฯ”
อย่างไรก็ตามผลงานที่สำคัญของ ส.ส. หญิงคนแรกของไทย คือ การเสนอ ยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในการประชุมสภา เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ปี ๒๔๙๘ โดยเสนอให้สตรีมีสิทธิในการจัดการทรัพย์สินร่วมกับสามี ต่างจากก่อนหน้านี้ ที่การทำธุรกรรม หรือจัดการทรัพย์สินตามกฎหมาย เป็นอำนาจของสามีโดยสมบูรณ์ การเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เป็นการเพิ่มสิทธิทางกฎหมายของผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา
สำหรับท่านที่ที่สนใจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้บริการห้องคลังความรู้ มิวเซียมสยาม ทุกวัน อังคาร - วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. หรือค้นหาหนังสือที่ท่านสนใจได้ที่ http://knowledge-center.museumsiam.org มาเรียนรู้เรื่องราวทางสังคม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมไปด้วยกันนะครั
Mediating Difficult Heritage
How can emerging technologies display, reveal and negotiate difficult, dissonant, negative or undesirable heritage? Emerging technologies in museums have the potential to reveal unheard or silenced stories, challenge preconceptions, encourage emotional responses, introduce the unexpected, and overall provide alternative experiences. By examining varied theoretical approaches and case studies, authors demonstrate how “awkward”, contested, and rarely discussed subjects and stories are treated – or can be potentially treated - in a museum setting with the use of the latest technology.CONTENTS
List of Illustrations
Introduction: Emerging Technologies, Museums and Difficult Heritage
Theopisti Stylianou-Lambert, Alexandra Bounia and Antigone Heraclidou 1--
Part I: Revealing Missing or Underrepresented Narratives
Chapter 1. The Rosewood Heritage & VR Project: Engaging Difficult Histories with Digital Technologies 23--
Edward González-Tennant
Chapter 2. Preserving Queer Voices 42--
Sharon Webb
Chapter 3. Women’s Metadata, Semantic Web, Ontologies and AI: Potentials in Critically Enriching Carl Sahlin’s Industrial History Collection 65--
Anna Foka, Jenny Attemark and Fredrik Wahlberg
Part II: Eliciting Affective and Empathetic Responses
Chapter 4.New Realities for New Museum Experiences: Virtual and Augmented Realities for Difficult Heritage in Iraq 89--
Rozhen Kamal Mohammed-Amin
Chapter 5. Dimensions in Testimony: Affect, Holograms and New Curatorial Challenges 109--
Elena Stylianou
Chapter 6. ‘We Can’t Fix the Future If They don’t Recognise Our Past’: The Uses of Immersive Technologies for a Child Sexual Abuse Museum in Australia 130--
Lily Hibberd
Chapter 7. Experiencing the Anthropocene: The Contested Heritage of Climate Breakdown 151--
Colin Sterling
Part III: Creating a Sense of Presence, Immersion and Embodiment
Chapter 8. Designing Interactions: On the Use of Digital Technologies in the Musealisation of Difficult Built Heritage 175--
Francesca Lanz and Elena Montanari
Chapter 9. Dark Manoeuvres: Digitally Reincorporating the Marginalized Body in the Museum 197--
Lily Hibberd and Sarah Kenderdine
*This open access chapter is available thanks to the support of the Labratory for Experimental Museology (eM+).
Chapter 10. A Museum of Deepfakes? Potentials and Pitfalls for Deep Learning Technologies 218--
Jenny Kidd and Arran J. Rees
Afterword 233--
Alexandra Bounia, Theopisti Stylianou-Lambert and Antigone Heraclidou
Index 239-
แนะนำหนังสือ : วิญญาณขบถ [Fic ค64 2562]
ลงใน FB museum siam : วันที่ 25 เมษายน 2567สำหรับหนังสือ “วิญญาณขบถ” (เลขเรียกหนังสือ Fic ค64 2562) โดย คาลิล ยิบราน ที่ได้รวบรวมเรื่องสั้นนำเสนอเกี่ยวกับอิสรภาพ เสรีที่มนุษย์พึงมี รวมไปถึงเรื่องของความเท่าเทียมของคน ค่านิยมผิดเพี้ยนที่คนในสังคมเชื่อตาม ๆ กันมา สำหรับเมื่อก่อนนั้นหนังสือเล่มนี้นับว่าเป็นสิ่งร้ายแรงและส่งผลกับความมั่นคงของประเทศ จึงได้เกิดการทำลายทิ้งไป แต่คาลิล ยิบราน ก็ได้ต่อสู้โดยการใช้ถ้อยคำเล่าเรื่องความไม่เป็นธรรมที่โดนช่วงชิงเสรีของมนุษย์ ถ่ายทอดออกมาผ่านตัวอักษรที่งดงาม และวรรณกรรมเพชรน้ำงามเล่มนี้ได้ถูกคนรุ่นหลังสถาปนาให้เป็นการเขียนสไตล์แบบยิบรานิสม์ ที่เปรียบเหมือนงานประติมากรรมอันแสนวิจิตรและตราตรึง
“เพราะเหตุว่าบุคคลที่ถูกมหาชนขับไล่ออกจากกลุ่มก็คือบุคคลที่วิญญาณของเขาเป็นขบถต่อความหลอกลวงและความกดขี่ ผู้ซึ่งไม่ชอบถูกเนรเทศจากความเป็นทาสย่อมไม่เป็นอิสระในเสรีภาพอันเป็นทั้งความจริงและหน้าที่”
ข้อความนี้ปรากฏอยู่ในเรื่องสั้นชื่อ “เรื่องของวาร์-ฮานี” ซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 8 ของเรื่องสั้นเล่มนี้เท่านั้น คาลิล ยิบราน ได้แสดงถึงจิตวิญญาณและความเป็นขบถไว้ในเรื่องเล่าเหล่านี้ ซึ่งแต่ละเรื่องเล่านั้นล้วนแล้วแต่เราจะถอดรหัสแห่งสัจธรรมออกมาในรูปแบบใ
Engaging Communities Through Civic Engagement in Art Museum Education
As art museum educators become more involved in curatorial decisions and creating opportunities for community voices to be represented in the galleries of the museum, museum education is shifting from responding to works of art to developing authentic opportunities for engagement with their communities. Current research focuses on museum education experiences and the wide-reaching benefits of including these experiences into art education courses. As more universities add art museum education to their curricula, there is a need for a text to support the topic and offer examples of real-world museum education experiences. Engaging Communities Through Civic Engagement in Art Museum Education deepens knowledge on museum and art education and civic engagement and bridges the gap from theory to practice. The chapters focus on various sectors of this research, including diversity and inclusion in museum experiences, engaging communities through new techniques, and museum and university partnerships. As such, it includes coverage on timely topics that include programs and audience engagement with the LGBTQ+, refugee, disability, and senior communities; socially responsive museum pedagogy; and the use of student workers. This book is ideal for museum educators, museum directors, curators, professionals, practitioners, researchers, academicians, and students who are interested in updated knowledge and research in art education, curriculum development, and civic engagement.Table of Contents Foreword xvi--Preface: Civic Engagement and Art Museum Education xix--Acknowledgment....xxii--Section 1 Multiple Voices and Engaging Experiences in Art Museum Educatio Chapter 1 Engaging Refugee Audiences Through Process and Performance in Multivocal, Community- Based Programs....1--Chapter 2Marianna Pegno, Tucson Museum of Art and Historic Block, USA1 33--Chapter 3 Building a Racial Identity: African American Students' Learning Experiences at the Florence County Museum.58--Chapter 4Beyond Inclusion: Meaningfully Engaging Visitors With Disabilities Kayleigh L. Kozyra, University of Arizona, USA 78--Section 2School Partnerships in Art Museums Chapter 5 Re-Discovering Graphics: A Transformative Museum-School-Community Partnership 97 Pamela Harris Lawton, Maryland Institute College of Art, USA97--Chapter 6 School and Teacher Partnershops at the Memphis Brosks Museum of Art, Mary Weber, Memphis Brooks Museum of Art, USA 126--Chapter 7 Bringing Arts Integration to Youth (BRAINY) at Colorado Stute University Claire Chien Colorado State University, USA 141--Section 3 Ting Fong Parol G. Fakey, Coloma Staw University, USA --Chapter 8 University-Museum-Community Collaborations170--Chapter 9 Thoughts and Highlights Involving an Urban Museum Education Partnership and a University 186 Bryna Bobick, University of Memphis, USA 186--Chapter 10 Shelly Gone Highland Yah Garden, USA 205--Chapter 11 Deconting Up a Few Acres of the Rocky Mountains: Engaging Art and Design Students in a Hee House Museum225--Section 4 Adult Learning and Interpenerational Connections to Museum Programs Chapter 12 Docenes and Meseum Education: The Past, Present, and Future.238--Chapter 13 Stay Gold: An IntergenerationalRebecka A Black Rocky Mountain College of Art and Design, Heather Presaman, Molly Brown House Mazesan, USA El Barke, Museum n of Contemporary Art Tacson, USA Harrison Orr, Independent Researcher, USA Carissa DiCine, University of Arizona, USA LGBTQIA Arts Program Jennifer Schers, Virginia Communcealth University, USA269--Chapter 14 The 50 Year Reunion: Considering Adults 55 and Better as an Essential Audience in the Art Museum290--Compilation of References.314--About the Contributors.343--Index..34