Rajamangala University of Technology
Rajamangala University of Technology Thanyaburi: Intellectual Repository @ RMUTT / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีNot a member yet
277 research outputs found
Sort by
The Study of Student’ s Learning needs in Rajamangala University of Technology Thanyaburi: A Case Study of Students in Secondary School, Prathumthani province
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาความต้องการศึกษาต่อ ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี: กรณีศึกษานักเรียนมัธยมในจังหวัดปทุมธานี ต้องการศึกษาจากนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนจังหวัดปทุมธานีปีการศึกษา 2551 ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา 480 คน ผลวิจัยพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจโดยรวมต่อการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คณะบริหารธุรกิจ คณะวิทยาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นอันดับต้น สิ่งที่นักเรียนต้องการคือข่าวสารเกี่ยวกับการเข้าศึกษาต่อและสื่อที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการถ่ายทอดข่าวสารการเข้าศึกษาต่อ คืออินเทอร์เน็ทและต้องการให้เพิ่มคณะวิชาชีพให้มากขึ้นผลการทดสอบสมมุติฐานพบว่ารายได้มีความสัมพันธ์กับความต้องการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีThe Study of Student’ s Learning needs in Rajamanggala University of Technology Thanyaburi. Samples size are 480 students in Mathayom Suksa 6th , Prathumthani province. The results are 76.3% of students are satisfy in selecting Rajamangala University of Technology Thanyaburi as the choice of there selections. Faculty of Business Administration, Faculty of Liberal Arts and Faculty of Engineering are three first choices. Internet is the best education’s media. 26% of the students need more faculties to be the choices of selection. The test of hypothesis fine that need to learn in Rajamangala University of Technology Thanyaburi are related to the patronage’s in come
Effects of Reinforced Fillers on Microwave Vulcanization of Natural Rubber and Effects of Fillers on Microwave curing of Polyester Resin
ความคิดเห็นและปัญหาของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่มีต่อการเรียนการสอนวิชาการเขียนรายงานและการใช้ห้องสมุด
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นและปัญหาของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่มีต่อการเรียนการสอนวิชาการเขียนรายงานและการใช้ห้องสมุดในด้านคุณลักษณะของอาจารย์ผู้สอน ด้านเนื้อหาวิชา ด้านกิจกรรมการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติ ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์ และสภาพสิ่งแวดล้อมและด้านการวัดผลประเมินผล รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นและปัญหา โดยจำแนกตามเพศ คณะและชั้นปีที่ศึกษา จากกลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 296 คน เป็นการวิจัยเชิงสำรวจโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for windows version 10.0
ผลการวิจัยพบว่า
1. นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมีความคิดเห็นต่อวิชาการเขียนรายงานและการใช้ห้องสมุด ด้านคุณลักษณะของอาจารย์ผู้สอน ด้านเนื้อหาวิชา ด้านกิจกรรม การเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติ ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์ และสภาพสิ่งแวดล้อมและด้านการวัดและประเมินผล โดยรวมอยู่ในระดับมาก
2. นักศึกษามีปัญหาต่อวิชาการเขียนรายงานและการใช้ห้องสมุดโดยรวมอยู่ในระดับน้อย
3. เปรียบเทียบความคิดเห็นและปัญหาของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่มีต่อการเขียนรายงานการใช้ห้องสมุดพบว่า
3.1 นักศึกษาที่มีเพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อวิชาการเขียนรายงานและการใช้ห้องสมุด ด้านคุณลักษณะของอาจารย์ผู้สอน ด้านเนื้อหาวิชา ด้านกิจกรรมการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติ ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์และสภาพสิ่งแวดล้อม ด้านการวัดและประเมินผล โดยรวมไม่แตกต่างกัน
3.2 นักศึกษาที่มีคณะต่างกันมีความคิดเห็นต่อวิชาการเขียนรายงานและการใช้ห้องสมุด ด้านคุณลักษณะของอาจารย์ผู้สอน ด้านเนื้อหาวิชา โดยรวมไม่แตกต่างกัน แต่มีความคิดเห็นในด้านกิจกรรมการเรียนการสอนและการฝึกปฎิบัติ ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์และสภาพสิ่งแวดล้อมและด้านการวัดผลและประเมินผล โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
3.3 นักศึกษาที่มีชั้นปีต่างกันมีความคิดเห็นต่อวิชาการเขียนรายงานและการใช้ห้องสมุด ในด้านคุณลักษณะของอาจารย์ผู้สอน ด้านเนื้อหาวิชา ด้านกิจกรรมการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติ ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์และสภาพสิ่งแวดล้อม และด้านการวัดและประเมินผลโดยรวมไม่แตกต่างกัน
3.4 นักศึกษาที่มีเพศ คณะ และชั้นปีที่ศึกษาต่างกันมีปัญหาต่อการเรียนการสอนวิชาการเขียนรายงานและการใช้ห้องสมุดโดยรวมไม่แตกต่างกันThis research aimed to study the opinions and the problems of the students studying report writing and library usage at the Faculty of Liberal Arts, Rajamangala University of Technology Thanyaburi. The main focus was on lectures, subject matter, teaching and learning activities, teaching materials, environment, and evaluation. The results from 296 students were class according to their genders, faculties, and years of study, and were analyzed using SPSS for Windows version 10.0
The results of the study were as follows:
1. RMUTT students’ opinions of lecturers, subject matter, teaching and learning activities, teaching materials, environment, and evaluation were at a high level.
2. Their problems of studying Report Writing and Library Usage were at a low level.
3. The comparison of their opinions and problems was as follows:
3.1 Male and female students’ opinions of lectures, subject matter, teaching and learning activities, teaching materials, environment, and evaluation were not different.
3.2 In the aspect of different faculties, the students’ opinions of lectures and subject matter were not different. However, their opinions of teaching and learning activities, teaching materials, environment, and evaluation were statistically significantly different at 0.05.
3.3 In the aspect of years of study, the students’ opinions of lecturers, subject matter, teaching and learning activities, teaching materials, environment, and evaluation were not different.
3.4 The students’ problems in studying report writing and library usage were not different in spite of their different genders, faculties, and years of study
Design and Construct of Vibration Tester for Product Test
การวิจัยในครั้งนี้ ได้กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัยคือ ศึกษาและออกแบบชุดทดสอบการสั่นสะเทือน แบบ Electro dynamic สำหรับทดสอบผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กทางด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีวิธีการดำเนินการวิจัย เริ่มจากการศึกษาทฤษฎีของแรงที่เกิดจากแม่เหล็กไฟฟ้า, แรงทางกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือน, ตัวแปรที่มีความสำคัญในการออกแบบ จากนั้นจึงได้ทำการออกแบบ โดยได้ตั้งเป้าหมายในการวิจัย คือสามารถใช้ในการทดสอบกับผลิตภัณฑ์เป็นมวลวัสดุตัวอย่าง ซึ่งกำหนดน้ำหนักผลิตภัณฑ์ไม่เกิน 1 กิโลกรัม โดยใช้สัญญาณ SINE ทดสอบที่ความถี่ 5- 100 HZ และความเร่งในการทดสอบ ใช้ช่วงระหว่าง 0.1 – 1.0 G
จากผลการศึกษาวิจัยและทำการทดลองแสดงให้เห็นว่า เครื่องทดสอบการสั่นสะเทือนที่สร้างขึ้นมานี้ บรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือใช้ในการทดสอบกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งกำหนดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม หรือ 10 นิวตัน โดยใช้สัญญาณ SINE ทดสอบที่ความถี่ 5- 100 HZ และควบคุมความเร่งที่ 0.1 – 1.0 G เครื่องทดสอบการสั่นสะเทือนที่สร้างขึ้นสามารถทำงานได้จริง และนอกจากนี้ยังนำไปใช้ในการทดสอบกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คือ กล่องดำระบบ GPRS ของบริษัท DTC เอนเตอร์ไพร์ จำกัด โดยทดสอบในขณะเปิดระบบส่งสัญญาณ GPS ผลการทดสอบคือกล่องดำ สามารถทนทานต่อการสั่นได้ ดังนั้นจึงสามารถบอกได้ว่า ชุดทดสอบการสั่นสะเทือนที่ออกแบบและสร้างขึ้นนี้ สามารถนำไปใช้ในการทดสอบการสั่นสะเทือนของสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ต้องการทดสอบได้
คำสำคัญ : ทดสอบการสั่นสะเทือน การทดสอบผลิตภัณฑ์The objective of this research was to study and design of electro-dynamic Vibration Tester used to test small products of electrical and electronic equipments made by industrial factory. The research methodology started from studying theory of force from electromagnetic fields, mechanical force from vibration, and some important factors for design. The design was made to achieve the research objective as follows : Electro-dynamic Vibration Tester was able to test an example product not exceed 1 kg by sine wave, frequency 5-100Hz, and acceleration 0.1-1G.
The experiment showed that Electro-dynamic Vibration Tester could achieve the research objective : it was able to test an example product not exceed 1 kg by sine wave, frequency 5-100Hz , and acceleration 0.1-1G. Therefore, this equipment could work as a tester. Furthermore, this equipment was used to test the electronic equipments, black box (GPRS) from DTC ENTERPRISE CO., Ltd. The test was done while the GPS system was open to send the singnal. The results appeared that the black box could resist the vibration. Therefore, it could be summarized that Electro-dynamic Vibration Tester that was design and constructed in this research could be used to test the vibration of goods, packaging, and other products which required test.
KEYWORDS : Vibration Tester, products test
Development of Canvas Process to Create Art Works for Tempera Technique
สำหรับการศึกษาวิธีการเตรียมพื้นผ้าใบสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยเทคนิคสีฝุ่น ทำการศึกษาค้นคว้าจากศาสนสถานโบราณที่มีการเขียนสีฝุ่น และเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ศิลปินผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคสีฝุ่น แล้วนำไปพัฒนาวิธีการเตรียมพื้นผ้าใบสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยเทคนิคสีฝุ่น พบว่าสูตรของวัสดุที่ใช้ทำสีรองพื้นเฟรมผ้าใบ ได้แก่ สูตรภาพพระบฏ สูตรดินสอพองผสมกาวเม็ดมะขาม สูตรดินสอพองผสมกาวลาเท็กซ์เคลือบด้วยกาวเม็ดกระถิน สูตรดินสอพองผสมกาวลาเท็กซ์ สูตรสีพลาสติกเคลือบด้วยเจสโซ (Gesso) สูตรสีฝุ่นขาวผสมกาวเม็ดกระถิน สูตรสีฝุ่นขาว (Pelican) สูตรสีพลาสติก สูตรสีฝุ่นขาวผามซิงค์ออกไซด์ผสมกาวเจลาติน และสูตรเจสโซสีฝุ่นขาวซิงค์ออกไซด์ผสมกาวเจลสติน โดยทำการศึกษาและพัฒนาสูตรวิธีการเตรียมพื้นผ้าใบ ทดสอบคุณภาพของเฟรมผ้าใบและศึกษาพื้นผ้าใบที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการระบายสีบางหรือสีหนา โดยการประเมินความพึงพอใจจากการใช้สีรองพื้นบนเฟรมโดยใช้สเกลคะแนนความพึงพอใจ (Hedonic 7 Scale) ในคุณภาพของเฟรมด้านการดูดซึมของสีบนผ้าใบ ความทึบแสงของสี ความกึ่งทึบแสงของสี ความโปร่งใสของสี การยึดติดของสีบนผ้าใบ และคุณภาพโดยรวมของการระบายสีบนผ้าใบ จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะจำนวน 18 คน จากการศึกษาวิจัยพบว่าสูตรการเตรียมเฟรมพื้นผ้าใบที่เหมาะสมกับการระบายสีบาง คือ สูตรดินสอพองผสมกาวเม็ดมะขาม (กาวเม็ดมะขาม : น้ำ : กาวเม็ดกระถิน : ดินสอพอง อัตราส่วน 10 : 250 : 1 : 60) ทารองพื้น 3 ชั้น ส่วนสูตรการเตรียมพื้นผ้าใบที่เหมาะสมกับการระบายสีหนา คือ สูตรดินสอพองผสมกาวลาเท็กซ์ (ดินสอพอง : น้ำ : กาวลาเท็กซ์ อัตราส่วน 1: 4 :0.5) ทารองพื้น 1 ชั้น จากผลการศึกษาวิจัยจะสามารถนำไปผลิตเฟรมพื้นผ้าใบเพื่อนำไปสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยเทคนิคสีฝุ่นในขั้นต่อไปFor the development of canvas process to created art works for tempera technical to study art works for tempera technical from religious place and collected data from interview expert artists for tempera technical, to development of canvas process to created art works for tempera technical, found that the formulation of material to used black ground on canvas frame such as phapode pictute, white clay mixed tamarind gum, white clay mixed latex gum and coated kathine gum, plastic colour coated gesso, white tempera mixed kathine gum, white tempera, plastic zinc oxide mixed gelatin gum, to study and development the formula to prepared the canvas flame, quality test of canvas flame and optimum properties skinny bushy planting. Satisfaction evaluated by black ground colour planted on the flame. (hedonic 7 scale) quality flame test : color absorbed, colur opacity, color semi-opacity, colour transparent, colour cohesive on canvas and total quality of colour planting from expert artists. This research found that optimum formular to preparation of canvas to skinny colour planting was white clay mixed tamarind gum (tamaration gum : water : kathine gum : white clay ratio : 10 : 250 :1 : 60) planted 3 time, for bushy colour planting was white clay mixed latex gum (white clay : water : latex gum ratio 1 : 4 : 05) planted one time. Thus this research to created canvas flames for art work tempera technical in the next step
Design and Development of the lawn- grass Package for Export. Patthumthani Province
โครงการวิจัยนี้เป็นการออกแบบและสร้างบรรจุภัณฑ์ขนส่งหญ้าปูสนาม (หญ้านวลน้อย)เพื่อการ
ส่งออก โดยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้เพื่อลดการสูญเสียและลดเวลาในการใช้แรงงาน การ
ขนส่งหญ้าปูสนามเพื่อการส่งออกไปประเทศสิงค์โปร์
บรรจุภัณฑ์ขนส่งนี้สร้างจากวัสดุที่หาง่ายและราคาถูกกลุ่มเกษตรกรผู้ประกอบการสามารถนำมาใช้ใน
การส่งออกสินค้าประเภทหญ้าปูสนามได้
ผลจากการทดลองหาประสิทธิภาพการทำงานของบรรจุภัณฑ์ขนส่งหญ้าปูสนามทั้ง 3 รูปแบบพบว่า
สามารถบรรจุหญ้าได้ถึง 120 ตารางเมตรต่อ 1 บรรจุภัณฑ์และลดการสูญเสียได้ดีกว่าการบรรจุหญ้าแบบเดิมการ
ระบายอากาศด้านล่างและเสริมท่อ PVC ขนาด 3 นิ้ว ยาว 100 เซนติเมตรในแนวตั้งให้ผลดีกว่าและประหยัดกว่า
แบบระบายอากาศเฉพาะด้านล่างและดีกว่าแบบเสริม PVC ขนาด 3 นิ้ว ยาว 110 ซม. ในแนวนอนThe purpose of this study is design and constructs a lawn – grass package for export by
apply and using an appropriate technology, that can less time for transport lawn – grass to
Singapore.
This package produces from the cheap and simply material. Advantage for a manufacturer,
that they can pack their lawn – grass for export.
The result of this study found , efficiency of this lawn – grass package can contain a grass
up to 120 square Meter per 1 package and less the disadvantage better than the old package, that
the air can flow only down side. The new package support a PVC tube 3 inch size and 100
centimeter long at vertical of the package, so the air can flow more better than the old package and
save the cost for a manufacture
THE USE OF BIOMASS GARBAGE ASH IN DEVRLOPMENT OF INNOVATION LIGHTWEIGHT CONCRETE WALL FOR BUILDING INSULATION
การศึกษาเรื่อง การใช้เถ้าขยะชีวมวลในการพัฒนานวัตกรรมผนังคอนกรีตมวลเบาเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อนสำหรับอาคาร โดยในส่วนของงานวิจัยใช้เถ้าขยะชีวมวลคือ เถ้าแกลบ เถ้าอ้อย ผสมกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 ทรายในอัตราส่วนต่างๆ ทำการศึกษากำลังอัดของก้อนมอร์ต้ามวลเบา ตัวอย่างขนาด 5.0 x 5.0x5.0 เซนติเมตร ทดสอบการเป็นฉนวนกันความร้อนในแบบห้องจำลองภาคสนามรวมทั้งการทดสอบการดูดซึมน้ำของก้อนตัวอย่างคอนกรีตบล็อก จากการศึกษาพบว่ากำลังอัดของก้อนมอร์ต้าตัวอย่าง ในส่วนผสมของเถ้าแกลบ อัตราส่วนผสมที่เหมาะสมดีที่สุด คือ 30:15:55 และกำลังอัดของก้อนมอร์ต้าตัวอย่างในส่วนผสมของเถ้าอ้อย อัตราส่วนผสมที่เหมาะสมดีที่สุด คือ 20:10:70, 20:15:65 โดยมีการบ่มก้อนตัวอย่างที่อายุ 7 วัน, 14 วัน และ 28 วัน ผลของการทดลองพบว่ากำลังอัดนั้นมีความแข็งแรง ขึ้นอยู่กับปริมาณปูนซีเมนต์ที่ใช้ ถ้าใช้ปูนซีเมนต์มากค่ากำลังอัดของตัวอย่างจะมากขึ้นตามไปด้วย
ในส่วนของการศึกษาการเป็นฉนวนกับความร้อนของคอนกรีตบล็อกในแบบห้องทดสอบและจำลองพบว่าคอนกรีตบล็อกในส่วนผสมของเถ้าแกลบมีความเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีกว่าคอนกรีตบล็อกในส่วนผสมของเถ้าอ้อย เนื่องจากเถ้าแกลบมีความละเอียดมากกว่าเถ้าอ้อย และการศึกษาการดูดซึมน้ำของก้อนตัวอย่างคอนกรีตบล็อกในส่วนผสมของเถ้าแกลบมีการดูดซึมน้ำ ร้อยละ 32 % ซึ่งมีมากกว่าก้อนตัวอย่างคอนกรีตบล็อกในส่วนผสมเถ้าอ้อยมีการดูดซึมน้ำร้อยละ 31%
คำสำคัญ เถ้าแกลบ เถ้าอ้อย ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 กำลังรับแรงอัด ฉนวนกันความร้อ
Air conditioning system for two-seated electric vehicle
โครงการวิจัยนี้ได้ถูกจัดทำขึ้น เพื่อทำการศึกษาและพัฒนาระบบปรับอากาศที่ใช้ในรถไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยโครงสร้างรถไฟฟ้าที่ออกแบบได้มีขนาดห้องโดยสารประมาณ 2.5 ลูกบาศก์เมตร โครงสร้างของห้องโดยสารถูกสร้างขึ้นมาจากแผ่นอลูมิเนียมและมีการหุ้มฉนวนที่ความหนา 1 นิ้ว
การออกแบบระบบปรับอากาศจะคำนึงถึงภาระโหลดความร้อนจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ผ่านผนัง พื้นหรือเพดาน ความร้อนจากผู้โดยสาร และความร้อนจากอากาศภายนอกที่แทรกซึมเข้ามาภายในห้อง ในการคำนวณหาภาระโหลดของรถไฟฟ้าจะอาศัยหลักการเดียวกับการหาภาระโหลดของตัวอาคาร ซึ่งโหลดความร้อนสูงสุดที่ได้จากการคำนวณมีค่าเท่ากับ 1,972 วัตต์ดังนั้นจึงเลือกใช้คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบที่มีขนาดของการทำความเย็นเท่ากับ 3.18 kW โดยใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์ ซึ่งกินกระแสไฟฟ้าเท่ากับ 3.2 แอมแปร์ และสารทำความเย็นของคอมเพรสเซอร์เป็นแบบ R-22
การทดลองนั้นจะกระทำทั้งในสภาวะที่อยู่กลางแดดและในที่ร่ม ในสภาวะกลางแดดมีทั้งแบบมีม่านและไม่มีม่านบังแดด อุณหภูมิที่วัดได้ต่ำสุดขณะอยู่กลางแดด 25 องศาเซลเซียสหลังจากเวลาผ่านไปแล้ว 24 นาที และในสภาวะที่อยู่ในร่มอุณหภูมิที่วัดได้ต่ำสุด 22 องศาเซลเซียสภายในเวลาเท่ากัน นอกจากนี้ยังพบว่าระบบปรับอากาศทำอุณหภูมิเฉลี่ยเท่ากับ 25-27 องศาเซลเซีย
Friction Stir Welding of AA6063 Aluminum Alloy and 430 Stainless Steel Lap Joint
รอยต่อระหว่างอลูมิเนียมและเหล็กมีการใช้งานอย่างแพร่หลายเพิ่มขึ้นในงานอุตสาหกรรมเนื่องจากมีข้อดีที่สามารถลดน้ำหนักโครงสร้างได้ อย่างไรก็ตามการต่อเชื่อมรอยต่อระหว่างเหล็กและอลูมิเนียมนั้นยังคงเป็นปัญหาในงานอุตสาหกรรมเพื่อให้ได้รอยต่อที่แข็งแรง ด้วยเหตุนี้ปัจจุบันจึงมีการค้นหาวิธีการเชื่อมอื่นๆ เพื่อใช้เชื่อมรอยต่อให้มีความแข็งแรงสูงอย่างต่อเนื่อง รายงานฉบับนี้มีจุดประสงค์ เพื่อประยุกต์การเชื่อมด้วยการเสียดทานแบบกวนในการเชื่อมรอยต่อเกยระหว่างอลูมิเนียมเกรด AA6063 เหล็กกล้าไร้สนิม 430 และทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงตัวแปรการเชื่อมต่างๆ ที่มีผลต่อความต้านทานแรงดึงเฉือนของรอยต่อ
ผลการทดลองพบว่า การเปลี่ยนแปลงตัวแปรการเชื่อมส่งผลต่อคุณภาพและความแข็งแรงเฉือนดึงของรอยต่อเกยอลูมิเนียมผสมเกรด 6063 และเหล็กกล้าไร้สนิม 430 ตัวแปรการเชื่อมที่ทำให้เกิดแนวเชื่อมมีความแข็งแรงสูงสุด คือ ความเร็วรอบ 250 rpm ความเร็วเดินแนวเชื่อม 50 mm/min ความลึกของตัวกวน 3.1 มม. และความเอียงของตัวกวน 2 º ที่แสดงความแข็งแรงเฉือนดึงที่มีค่าประมาณ 11871N และ มีค่าสูงกว่าอลูมิเนียมหลัก ความเร็วรอบที่ต่ำทำให้ความแข็งแรงเฉือนดึงของรอยต่อเพิ่มขึ้น ความเร็วในการเดินแนวเชื่อมที่เพิ่มขึ้นทำให้ค่าความแข็งแรงของรอยต่อมีค่าที่เพิ่มขึ้น ความลึกของตัวกวนที่เพิ่มขึ้นทำให้ค่าความแข็งแรงของรอยต่อมีค่าที่เพิ่มขึ้น ความลึกของตัวกวนที่เพิ่มขึ้นทำให้ความแข็งแรงของรอยต่อมีค่าเพิ่มมากขึ้น ความเอียงของตัวกวนที่เพิ่มขึ้นทำให้แรงในการกด อัด และกวนให้เศษเหล็กดันขึ้นไปยึดกับอลูมิเนียมมีค่ามากขึ้น ทำให้เพิ่มความแข็งแรงของรอยต่อได้ โครงสร้างจุลภาคของรอยต่อแสด่งการเกิดเกรนใหม่ที่มีรูปร่างที่กลมมนและมีขนาดเล็กบริเวณด้านอลูมิเนียม ขณะเดียวกันที่อินเทอร์เฟสระหว่างอลูมิเนียมและเหล้กนั้นแสดงการเกาะยึดกันแน่นของชั้นการอัดตัวแน่นระหว่างอลูมิเนียมและเหล็ก และเกิดส่วนของเหล้กถูกดันขึ้นไปยึดเนื้ออลูมิเนียมในพื้นที่การกวนA joint of aluminum and steel is increasingly applied in various industries because the joint has a good advantage for reducing the weight of structures. However, the welding process that could successfully produce a higher strength of a joint between aluminum and steel is still a problem in an industry. Therefore, in a present day, the welding process that could give a higher joint strength is continuously discovered to solve a problem. This research work aims to apply a friction stir welding to weld a lap joint between AA6063 and AISI 430 stainless steel and vary a welding parameter that influences the tensile shear strength of a joint.
The result was found that a variation of the welding parameter influenced the quality and the tensile shear strength of the joint between AA6063 and AISI430 stainless steel. The welding parameter that gave a maximum strength was a rotating speed of 250 rpm, a welding speed of 50 11871 N that was stronger that that of aluminum base metal. Decreasing of the rotating speed, increasing of the welding speed and increasing of the pin depth could effectively increase a joint strength. However, if the pin depth was too high, the joint strength was decreased because the defect was produced along the joint interface. Increasing of the tool tilt angle also increased the joint strength because it increased a force to compress, rub and stir the steel part to combine aluminum and steel. Microstructure of the joint showed a re-crystallization grain that has around and small shape at the aluminum side and show a good combination between aluminum and steel on the joint interface. Some steel part was pushed to aluminum side and bonded with a stirred aluminum in a stir zone
การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ของผู้ต้องขังทัณฑสถานบำบัดพิเศษชาย คลองห้า จังหวัดปทุมธานี
การวิจัยเรื่องการออกแบบและพัฒนาผลิตภัรฑ์ราชทัณฑ์ของผู้ต้องขังทัณฑสถานบำบัดพิเศษชาย คลองห้า จังหวัดปทุมธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษารูปแบบ ออกแบบและพัฒนนบำบัดพิเศษชายคลองห้า อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ผู้ให้ข้อมูลในการวิจัยคือ กลุ่มผู้ผลิต จำนวน 30 คน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน และกลุ่มผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ จำนวน 100 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ถามเกี่ยวกับความคิดเห็นและความพึงพอใจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่และค่าร้อยละ
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบต่างๆของผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษชายคลองห้า อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี รูปแบบงานส่วนใหญ่เป็นงานใช้สอยหรืองานเครื่องเรือนทั่วไปมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
2. กระบวนการสร้างงานของผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ทัณฑสถาณบำบัดพิเศษชาย คลองห้า อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี การสร้างผลิตภัณฑ์ใช้ขบวนการผลิตทั้งที่เป็นเครื่องจักรและแรงงานฝีมือ
3. ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทัณฑสถาณบำบัดพิเศษชาย คลองห้า อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ให้สอดคล้องกับตลาดในปัจจุบัน ออกแบบผลิตภัณฑ์โดยใช้วัสดุที่เป็นไม้ที่หาได้โดยทั่วไปและใช้เทคนิคการแกะสลักไม้เพื่อเพิ่มคุณค่าและความงาม
4. สร้างผลิตภัณฑ์ทัณฑสถาณบำบัดพิเศษชาย คลองห้า อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานีในรูปแบบใหม่ๆ ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยและมีคุณค่าของความงาม
ความพึงพอใจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ทัณฑสถาณบำบัดพิเศษชาย คลองห้า อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
กลุ่มผู้ผลิต กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มที่สนใจผลิตภัณฑ์ มีความคิดเห็นโดยรวมเกี่ยวกับออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ทัณฑสถาณบำบัดพิเศษชาย คลองห้า อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานีในระดับมากThe research about the design and development product of klong 5 man correctional institution for drug and addicts for the community in Pathum Thani Province were to study design, develop and create the product. A producer groups, 30 people were gave an information. An expert group, 5 people and the group who interest 100 people. The tools use in the collect data is questionnarire and interview about opinion and content about product. The data analysis is frequency and percentage.
The result was :
1. Any form of product are furniture.
2. The create process use a machine and hand made
3. Development of product of klong 5 man correctional institution for drug and addicts for the community in pathum Thani Province give correspond the market
The is materials are wood and make values by wood craving
4. To create an usefulness is emphasize and worthy of the beauty. The summary of thinking of producer groups, expert groups and the group who interest about design and development product of klong 5 man correctional institution for drug and addicts for the community in Pathum Thani province is excellent