Rajamangala University of Technology
Rajamangala University of Technology Thanyaburi: Intellectual Repository @ RMUTT / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีNot a member yet
277 research outputs found
Sort by
A Training model Development to Develop Production Line Operator in Establishments
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการสายการผลิตในสถานประกอบการ สร้างและหาประสิทธิภาพรูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการสายการผลิตในสถานประกอบการ รวมถึงการประเมินผลรูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการสายการผลิต โดยวิธีการวิจัยมี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 การพัฒนารูปแบบฝึกอบรม และขั้นตอนที่ 2 การนำไปทดลองประสิทธิภาพ
ผลการวิจัย พบว่า ผู้เชี่ยวชาญ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความสอดคล้องขององค์ประกอบของรูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการสายการผลิตในสถานประกอบการโดยรูปแบบฝึกอบรมมีความสอดคล้องกันทุกรายการโดยมีดัชนีความสอดคล้องในภาพรวมเท่ากับ 0.98 และ ความคิดเห็นเกี่ยวกับความสอดคล้องของรูปแบบฝึกอบรม พบว่า รูปแบบที่ 2 มีความสอดคล้องกันมากที่สุดรองลงมาคือ รูปแบบที่ 4 และ รูปแบบที่ 6 ตามลำดับ สำหรับบุคลากรจากสถานศึกษาและสถานประกอบการมีความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์ประกอบรูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการสายการผลิตในสถานประกอบการ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย= 3.48) และค่าคามเบี่ยงเบน (S.D) 0.50 และความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบฝึกอบรม พบว่า รูปแบบที่ 2 มีระดับความสำคัญมากที่สุดและรองลงมาคือ รูปแบบที่ 3 ตามลำดับ
ผลการนำไปทดลองประสิทธิภาพ พบว่า รูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการสายการผลิตในสถานประกอบการ มีประสิทธิภาพ 80.76/88.92 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 และผลการประเมินความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการสายการผลิตในสถานประกอบการพบว่าผู้เข้าอบรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการสายการผลิตในสถานประกอบการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.21)The objective of this study was to study training model to develop production line operator in establishments, construct and efficiency of Training model to develop production line operator in establishments, and evaluate training model to develop production line operator in establishments. The research and gathering data, there were two step : step l development training model and step 2 experimentation for efficiency of Training model.
The research found that experts had opinions about the consistent elements of the training model to develop production line operator in establishments by the training model were consistent with all items index of consistency to 0.98, and opinions about the consistent of training model found that training model 2 was the most consistent, followed by the training model 4 and training model 6, For personnel from education and establishments has opinions about the consistent elements of the training model that all of them thought were in the range of medium level of (Mean = 3.48) and standard deviation (S.D) 0.50. and opinions about of training model found that training model 2 had the most important, and secondary was training model 3.
The result of the research shows that the training model has the efficiency of 80.76/88.92 This value was higher than the criteria of 80/80 and showed the evaluation of the trainees’ opinions towards the program revealed that all of them thought were in the range of high level of (Mean = 4.21)
A Study on the Properties of OE-Rotor Yarns Spun from the Sliver of Modified Tandem Carding Machine
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาสมบัติของเส้นด้าย OE-Rotor ที่ปั่นด้วยสไลเวอร์จากเครื่องสางใยแบบการสางสองขั้นตอนจำนวน 3 เครื่อง ได้แก่ เครื่องที่1 เป็นเครื่องสางใยแบบเดิม เครื่องที่2 ดัดแปลงโดยทำการติดตั้งหนาม Stationary flat แทนหนาม Revolving flat ที่ลูกกลิ้งหนามสางใยตัวแรก และเครื่องที่3 ดัดแปลงโดยทำการติดตั้งหนาม Stationary flat แทนหนาม Revolving flat ที่ลูกกลิ้งหนามสางใยตัวที่สองหรือขั้นที่สอง การดัดแปลงเครื่องที่ 2 และ 3 ได้ติดตั้งใบมีดดักสิ่งสกปรกและท่อลมดูดในแต่ละช่วงของหนาม Stationary flat ด้วย ในการดัดแปลงนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการสางใยให้มากขึ้น พร้อมทั้งกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ รวมทั้งเส้นใยสั้นและฝุ่นในระหว่างการสางใย ซึ่งจะทำให้เส้นด้ายที่ปั่นมีคุณสมบัติที่ต้องการดีขึ้น จากการปั่นเป็นเส้นด้าย OE-Rotor เบอร์ 10 Ne และ 20 Ne พบว่าเส้นด้ายที่ปั่นด้วยสไลเวอร์จากเครื่องที่ 2 มีค่าจุดหนา จุดบาง และปุ่มปมในเส้นด้ายต่ำที่สุด เนื่องจากสิ่งสกปรกและเศษเส้นใยสั้นถูกกำจัดออกไปเป็นจำนวนมากในระหว่างขั้นตอนการสางใย ส่วนเครื่องสางใยแบบเดิมจะให้ค่าความแปรปรวนต่อความยาวหรือความสม่ำเสมอของเส้นด้ายดีที่สุด เพราะเส้นใยถูกรบกวนจากการปะทะกับใบมีดและลมดูดน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามจากการทดลองสรุปได้ว่า เส้นด้ายที่ปั่นด้วยสไลเวอร์จากเครื่องสางใยเครื่องที่ 2 ให้สมบัติโดยรวมเป็นที่น่าพอใจมากที่สุดThis work aim to study the properties of open-end or OE - rotor yarns spun from slivers spinning from three tandem carding machines. The first machine worked on its original condition where the breaker and finisher cylinders were working with the revolving flat. The second one was modified by replacing the revolving flat on the breaker with the stationary flat. Whereas the third one was modified by replacing the revolving flat on the finisher with the stationary flat.
Both the second and the third machines were also devised at intervals of knives and suction units in order to eliminate trash, dust and short fibers. With these modifications, the area of carding of the fibers was increased.
It was found that thin place, thick place, numbers of nep and breaking strength of yarn number 10 and 20 Ne, which were spun from sliver of the second machine, were superior to those yarns from the other machines. This is because the trash and short fibers were removed obviously during carding
Design and Construction of Controlled Atmosphere Storage System
งานวิจัยนี้เป็นการออกแบบและสร้างระบบการเก็บรักษาผลิตผลเกษตรในสภาพควบคุมบรรยากาศโดยแบ่งงานวิจัยออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรก ออกแบบและสร้างระบบควบคุมสภาพบรรยากาศโดยใช้แก๊สไนโตรเจนและ/หรือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จากถังโดยตรง เพื่อลดระดับความเข้มข้นของออกซิเจนและ/หรือเพิ่มระดับความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในตู้ที่ใช้เก็บรักษาผลิตผลเกษตรที่ทำจากแผ่นพลาสติกอะคริลิกใส ขนาดกว้าง 40 เซนติเมตร ยาว 40 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร และส่วนที่สองทดสอบหาระดับความเข้มข้นของปริมาณแก๊สในบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเก็บรักษา และศึกษาผลของการเก็บรักษาในสภาพควบคุมบรรยากาศต่อคุณภาพของผลิตผลเกษตร โดยเลือกใช้ บร๊อกโคลี่ มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ และดอกกุหลาบสีแดง พันธุ์ Dallas เปรียบเทียบกับการเก็บรักษาในสภาพบรรยากาศปกติ (ออกซิเจน 21 เปอร์เซนต์ : ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ .003 เปอร์เซนต์ ) โดยทุกกรรมวิธีเก็บรักษาร่วมกับอุณหภูมิต่ำและความชื้นสัมพันธ์ 95 -98%
จากผลการทดสอบพบว่า การเก็บรักษาบร๊อกโคลีในสภาพควบคุมบรรยากาศ ที่มีระดับความเข้มข้นของแก๊สออกซิเจน 2 เปอร์เซนต์ และคาร์บอนไดออกไซด์ 2 เปอร์เซนต์ ร่วมกับการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 0±1 มีอายุการเก็บรักษานาน 20 วัน การเก็บรักษามะม่วงพันธ์ พันธ์น้ำดอกไม้ในสภาพควบคุมบรรยากาศ ที่มีระดับความเข้มข้นของออกซิเจน 5 เปอร์เซนต์ คาร์บอนไดออกไซด์ 4 เปอร์เซนต์ ร่วมกับการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 13±1 องศาเซลเซียส มีอายุการเก็บรักษานาน 30 วัน ส่วนการเก็บรักษาในสภาพบรรยากาศปกติมีอายุการเก็บรักษา 20 วัน และการเก็บรักษาดอกกุหลาบ พันธุ์ Dallas ในสภาพควบคุมบรรยากาศที่มีระดับความเข้มข้นของออกซิเจน 2 เปอร์เซนต์ คาร์บอนไดออกไซด์ 4 เปอร์เซนต์ อุณหภูมิ 1±1 องศาเซลเซียส มีอายุการเก็บรักษานาน 50 วัน ส่วนการเก็บรักษาในสภาพบรรยากาศ ผลิตผลทุกชนิดยังคงมีคุณภาพด้านต่างๆได้แก่ เปอร์เซนต์น้ำหนักสด, ความแน่นเนื้อ, สีผิว, สีเนื้อ, ปริมาณคลอโรฟิลล์, ปริมาณแอนโทไซยานิน, ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ (TSS) และความสด ดีกว่าผลิตผลที่เก็บรักษาในสภาพบรรยากาศปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติThe main objective of this research was to design and construct a controlled atmosphere storage system for agricultural products which separated into two parts. Part one, design and construction of controlled atmosphere storage system by using nitrogen and /or carbon dioxide from pressurized cylinders for introduction of low oxygen or high carbon dioxide concentrations, or both in acrylic container (size : 40x40x60 cm). Part two, the system was tested to find appropriate gas levels in atmosphere of storage and study the effect of controlled atmosphere storage on agricultural products. This research was tested with broccoli, mango (cv.Nam Dork Mai) and red rose (cv. Dallas) compared with normal atmosphere storage (O_2 21%∶CO_2 0.03%). All treatments were used along with low temperature storage and 95-98% relative humidity.
Results revealed that, broccoli stored in controlled atmosphere using the concentration of O_2 2% and CO_2 2% with low temperature storage at 0±1°c had storage life of 40 days. However, broccoli that was stored in normal atmosphere had storage life of 20 days. Mango (cv. Nam Dork Mai) which stored in controlled atmosphere using the concentration of O_2 5% and O_2 4% with low temperature storage at 13±1°c had storage life of 30 days. However, mango that was stored in normal atmosphere had storage life of 20 days. Red rose (cv. Dallas) stored in controlled atmosphere using the concentration of O_2 2% and CO_2 4% with low temperature storage at 1±1°c has storage life of 50 days. However, one that was stored in normal atmosphere had storage life of 7 days. In addition, all products that stored in controlled atmosphere also had better qualities than ones storde in normal atmosphere storage with significantly difference such as fresh weight, firmness, peel color, flesh color, chlorophyll content, anthocyanin content, total soluble solids (TSS) and freshness
DUAL BAND MICROSTRIP ANTENNA WITH TUNING STUB FOR WLAN COMMUNICATIONS
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้นำเสนอการศึกษาและการออกแบบสายอากาศแบบไมโครสตริปแถบคู่ ที่มีการจูนสตับโดยใช้สตับ 3 รูปแบบคือแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมู แบบรูปสามเหลี่ยม และแบบสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน โดยทำการวิเคราะห์ด้วยการจำลองแบบ (Simulation) โครงสร้างของสายอากาศด้วยโปรแกรม IE3D สายอากาศที่นำเสนอถูกออกแบบให้มีการแมตซ์อิมพีแดนซ์ที่ 50 โอห์มเพื่อประยุกต์ใช้งานกับเครือข่ายการสื่อสารไร้สายสองย่านความถี่
โดยแบบแรกตัวสายอากาศมีการจูนด้วยสตับรูปสี่เหลี่ยมคางหมูมีความถี่ใช้งานช่วงต่ำเท่ากับ 2.237-2.838 GHz และความถี่ใช้งานช่วงสูงเท่ากับ 5.138-6.045 GHz ค่าแบนด์วิดท์ของความถี่ เรโซแนนซ์ช่วงต่ำมีค่าเท่ากับ 0.601 GHz และที่ความถี่เรโซแนนซ์ช่วงสูงมีค่าเท่ากับ 0.907 GHz ส่วนแบบที่สองตัวสายอากาศมีการจูนด้วยสตับรูปสามเหลี่ยมมีย่านความถี่ใช้งานช่วงต่ำเท่ากับ 2.297-2.952 GHz และย่านความถี่ใช้งานช่วงสูงเท่ากับ 5.138-6.051 GHz ค่าแบนด์วิดท์ของความถี่ เรโซแนนซ์ช่วงต่ำมีค่าเท่ากับ 0.655 GHz และที่ความถี่เรโซแนนซ์ช่วงสูงมีค่าเท่ากับ 0.913 GHz และแบบที่สามตัวสายอากาศมีการจูนด้วยสตับรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนมีย่านความถี่ใช้งานช่วงต่ำเท่ากับ 2.351-3.138 GHz และย่านความถี่ใช้งานช่วงสูงเท่ากับ 5.138-6.021 GHz ค่าแบนด์วิดท์ของความถี่ เรโซแนนซ์ช่วงต่ำมีค่าเท่ากับ 0.787 GHz และที่ความถี่เรโซแนนซ์ช่วงสูงมีค่าเท่ากับ 0.883 GHz
สายอากาศแบบไมโครสตริปแถบคู่ที่มีการจูนสตับทั้งสามรูปแบบนี้จะครอบคลุมความถี่ใช้งานตามมาตรฐาน IEEE 802.11b/g (2.4-2.4835 GHz) IEEE 802.16a (5.15-5.35 GHz) และ IEEE 802.16d (5.7-5.9 GHz) โดยผลจากการวัดค่าความถี่เรโซแนนซ์ แบนด์วิดท์ และแบบรูป การแผ่พลังงานของสายอากาศมีแนวโน้มใกล้เคียงกันกับผลจากการวิเคราะห์ด้วยการจำลองแบบโครงสร้างสายอากาศThis thesis presents experimental design of microstrip antenna with trapezoidal, triangular and rhombus tuning stubs. The proposed structure is simulated using IE3D program. The antenna is excited with 50 Ohm microstrip line and designed for dual band frequency.
First experiment, using trapezoidal tuning stub, the dual band frequencies are 2.237-2.838 GHz and 5.138-6.045 GHz. The bandwidth at lower resonance frequency is 0.601 GHz, while upper resonance frequency is 0.907 GHz. Second experiment, using triangular tuning stub, the dual band frequencies are 2.297-2.952 GHz and 5.138-6.051 GHz. The bandwidth at lower resonance frequency is 0.655 GHz, while upper resonance frequency is 0.913 GHz. Finally experiment, using rhombus tuning stub, the dual band frequencies are 2.351-3.138 GHz and 5.138-6.021 GHz. The bandwidth at lower resonance frequency is 0.787 GHz, while upper resonance frequency is 0.883 GHz.
Microstrip antennas with trapezoidal, triangular and rhombus tuning stubs can support WLAN communications covering IEEE 802.11b/g (2.4-2.4835 GHz), IEEE 802.16a (5.15-5.35 GHz) and IEEE 802.16d (5.7-5.9 GHz). The IE3D simulation results show that the resonance frequency, bandwidth and radiation pattern are agreed with the measurement results
STUDY OF UNIFIED POWER FLOW CONTROLLER FOR TRANSMISSION LINE SYSTEM BY USING ATP/EMTP PROGRAM
ปัจจุบันระบบส่งจ่ายกำลังไฟฟ้ามีการขยายตัวและซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาทางด้านเสถียรภาพและความมั่นคงกับระบบส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า ตัวควบคุมการไหลกำลังไฟฟ้าแบบรวม
จึงเป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการควบคุมการไหลของกำลังไฟฟ้าจริงและกำลังไฟฟ้าเสมือน
ได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าได้ดี วิทยานิพนธ์นี้จึงได้ทำการศึกษาการทำงานของตัวควบคุมการไหลกำลังไฟฟ้าแบบรวมสำหรับระบบส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าในการประยุกต์ใช้สำหรับการควบคุมการไหลของกำลังไฟฟ้าจริงและกำลังไฟฟ้าเสมือน และรักษาระดับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด ซึ่งได้ศึกษาการทำงาน
ในสภาวะชั่วครู่ เนื่องจากการเกิดแรงดันไฟฟ้าตกชั่วขณะของระบบ ในส่วนของการควบคุมของตัวควบคุมการไหลกำลังไฟฟ้าแบบรวมใช้ทฤษฎีการควบคุมกำลังไฟฟ้าจริงและกำลังไฟฟ้าเสมือนบัดดลและทำการออกแบบหาค่าพารามิเตอร์ของตัวควบคุมแบบพีไอด้วยวิธีการ Modulus Optimum โดยอาศัยพารามิเตอร์ของระบบที่ได้จากการทดสอบผลตอบสนองของฟังก์ชั่นขั้นบันได โดยจำลองการทำงานภายใต้การควบคุมดังกล่าวบนโปรแกรม ATP/EMTP
การจำลองตัวควบคุมการไหลกำลังไฟฟ้าแบบรวมเชื่อมต่อเข้ากับระบบจำลองที่เป็นแหล่งจ่ายกำลังไฟฟ้าสองตัว ผลการจำลองแสดงถึงตัวควบคุมการไหลกำลังไฟฟ้าแบบรวมสามารถควบคุมให้กำลังไฟฟ้าสามารถไหลกลับทางได้ โดยการควบคุมขนาดของแรงดันไฟฟ้าอีกบัสหนึ่งให้มากกว่า
อีกบัสหนึ่งทำให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลในสายส่งมีมุมนำหน้าและล้าหลังแรงดันไฟฟ้า กำลังไฟฟ้าจริงและกำลังไฟฟ้าเสมือนถูกควบคุมให้เป็นบวกหรือลบได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุม
ทิศทางการไหลของกำลังไฟฟ้าจริงและกำลังไฟฟ้าเสมือนที่แยกอิสระต่อกัน นอกจากนี้ยังสามารถรักษาระดับแรงดันเนื่องจากการเกิดแรงดันตกชั่วขณะได้ และให้ผลตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างรวดเร็วAt present, the electrical power system has growth and more complicate. Because of the development of the economics and society. An increasing the demand of power transmission line system would be resulted in the stability and reliability. The unified power flow controller (UPFC) is the equipment, which can control the flow of real power and reactive power rapidly. In addition, it can gladly encourage the stability and reliability of the power transmission line system.
In this thesis, the study of UPFC for transmission line system in the case of an application for the power flow for real power and reactive power for Transient State were investigated. Furthermore, an application for UPFC for control voltage at load since voltage sag occurred. The UPFC using the equation of the instantaneous pq-theory and designed to find out parameter by PI-theory with modulus optimum method. This method can be tested from the step testing respond parameters with using ATP/EMTP program.
Simulation result are shown that, the control of bus voltage is proposed for power control by using lag and lead angle control of line current real and reactive power are control bolt positive and negative that can the performance of UPFC. Moreover the UPFC can be immediately used to compensate voltage sag
Opinion and satisfaction of foreign tourists towards tourism development and management of Bangkok Metropolitan
การศึกษาวิจัยเรื่อง “ความคิดเห็นและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่อการพัฒนาและการจัดการการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อการพัฒนาและการจัดการที่พัก การคมนาคม สิ่งดึงดูดใจ สิ่งอำนวยความสะดวก และกิจการรมต่างๆ และความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่อการพัฒนาและการจัดการการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 ราย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) การทดสอบค่าเอฟ ( F-test) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation Correlation Coefficient)
จากการศึกษา พบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง สถานภาพโสด มีอายุระหว่าง 26 – 35 ปี การศึการะดับปริญญาตรี อาชีพเป็นพนักงานบริษัท มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่าหรือเท่ากับ 500 ดอลล่าร์สหรัฐ และมีภูมิลำเนาเดินทางมาจากยุโรป โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีความคิดเห็นต่อการพัฒนาและการจัดการการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร ด้านสถานที่ท่องเที่ยว ด้านโรงแรมที่พัก และร้านอาหาร ด้านการคมนาคม ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และด้านการจัดกิจกรรม ในระดับดี นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติค่อนข้างพึงพอใจต่อการพัฒนาและการจัดการการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ผลการทดสอบสมมติฐานสรุปได้ดังนี้
1.นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน สถานภาพ และภูมิลำเนาแตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อการพัฒนาและการจัดการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานครแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีเพศ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และสถานภาพต่างต่างกันมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาและการจัดการการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานครแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.ความคิดเห็นต่อการพัฒนาและการจัดการด้านสถานที่ท่องเที่ยว ด้านโรงแรม ที่พัก และร้านอาหาร ด้านการคมนาคม ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และด้านการจัดกิจกรรม มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจต่อการพัฒนาและการจัดการการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05The study on “Opinion and satisfaction of foreign tourists towards tourism development and management of Bangkok Metropolitan” is made to look into opinions on development and management of accommodations, transportation, attractions, facilities, activities and satisfaction of foreign tourists towards tourism development and management of Bangkok Metropolitan Administration. The sample group is 400 foreign tourists traveling in Bangkok. Data analysis has been made with frequency distribution, percentage, average, standard deviation, t-test, f-test and Pearson product moment correlation coefficient.
The study has shown that most of foreign tourists responding to the questionnaire were female, single, with age between 26 -35 years, undergraduate education, working with private companies, income equal to or lower than US$500 and residence in Europe. The foreign tourists responding to the questionnaire have opinions towards tourism development and management of Bangkok Metropolitan with respect to tourist spots, hotels, restaurants, are quite satisfied with tourism development and management of Bangkok Metropolitan. In addition, the test of hypothesis could be concluded as follows.
1.Foreign tourists with different gender, age, education level, profession, monthly income, marital status and residence have expressed their opinions on tourism development and management of Bangkok Metropolitan differently with statistical significance at 0.05 level
2.Foreign tourists with different gender, education level, profession, monthly income and marital status hane expressed their opinions on tourism development and management of Bangkok Metropolitan differently with statistical significance at 0.05 level.
3.Opinions towards development and management of tourist spots, hotels, restaurants, transportation, facilities, and activity arrangement are related to satisfaction on tourism development and management of Bangkok Metropolitan with statistical significance at 0.05 level
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาโครงการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาบุคลากร ระหว่างโรงเรียนเทคโนโลยีภาคตะวันออกกับคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และสามารถพยากรณืผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาโครงการอี-เทค เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสอบถามที่มีความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.956 กลุ่มตัวอย่างได้แก่ บัณฑิตจำนวน 13 คน และนักศึกษาปัจจุบันจำนวน 93 คนผลการวิจัยพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ และสามารถพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา โครงการอี-เทค เรียงลำดับตามความสัมพันธ์ (R[superscript 2]) ได้แก่ ปัจจัยที่ 1 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์มีความคิดสร้างสรรค์และมีวิสัยทัศน์เพียงพอ (R[superscript 2]=85.1%) ซึ่งบัณฑิตฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับดี (x=3.63) ปัจจัยที่2 ผู้เรียนมีความคิดเห็นว่าการเดินทางไป/กลับตลอดหลักสูตรเพื่อเรียน ณ รร.อี-เทคมีความสะดวกสบาย (R[superscript 2]=85.1%) ซึ่งบัณฑิตฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง (x =3.31) ซึ่งปัจจัยที่ 3. อาจาย์ผู้สอนส่วนใหญ่มีเทคนิคการสอนต่างๆ (R[superscript 2]= 74.7%) ซึ่งบัณฑิตฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับดี (x = 3.69) ปัจจัยที่ 4. อาจารย์ผู้สอนส่วนใหญ่ให้ความรักความเมตตาความปรารถนาดีต่อผู้เรียน (R[superscript 2]= 74.7%) ซึ่งบัณฑิตฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับดี (x=3.69) ปัจจัยที่5. ผู้เรียนเห็นว่าการเดินทางไป/กลับตลอดหลักสูตรเพื่อเรียน ณ รร.อี-เทค มีความสะดวกสบาย (R[superscript 2]= 74.7%) ซึ่งบัณฑิตฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง (x=3.31) ปัจจัยที่ 6. คณะฯจัดระยะเวลาการศึกษาภาคสมทบไม่เกิน 6 ภาค (R[superscript 2]=70.6%) ซึ่งบัณฑิตฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับดี (x=3.92) ปัจจัยที่ 7. คณะฯจัดกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ 6 หน่วยกิต (R[superscript 2]=70.6%) ซึ่งบัณฑิตฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับดี (x=3.92) ปัจจัยที่ 8.รร.อี-เทค ดำเนินการดูแล รักษาความสะอาดบริเวณภายในและภายนอกฯที่รร.อี-เทค (R[superscript 2]=70.6%) ซึ่งบัณฑิตฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง (X=3.39) ปัจจัยที่9. สาขาวิชาที่เรียนดำเนินการจัดรายวิชาโครงการฯ (R[superscript 2]=24.9%) ซึ่งนักศึกษาฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับดี (x=3.72) ปัจจัยที่ 10. สาขาวิชาที่เรียนจัดคำอธิบายรายวิชากลุ่มวิชาชีพบังคับ (R[superscript 2]= 24.9%) ซึ่งนักศึกษาฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับดี (X=3.67) ปัจจัยที่ 11. ผู้สอนส่วนใหญ่มีการวัดประเมินผลฯ (R[superscript 2]=4.4%) ซึ่งนักศึกษาฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับดี (X=3.87) ปัจจัยที่ 12. ผู้เรียนมีความคิดเห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป-กลับเพื่อมาเรียน ณ รร.อี-เทค ตลอดหลักสูตรเหมาะสม (R[superscript 2]=4.4%) ซึ่งนักศึกษาฯมีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง (X=3.33)This project objective were research the factor related and the factors predicted student achievement of Project of Organization Academic Personal Development, coorperative between
Eastern College of Technology (E-Tech.) and Faculty of Technical Education, RMUT. The instrument is questionnaire with reliability R[superscript 2] = 0.956. The sample of research are graduated student 13 persons and present student 93 persons. The results of this study were 11 factors consequently by correlation R[superscript 2] as follows :(1) student have ability of analyzing, interpretating and creating with vision at a high level (R[superscript 2]=85.1%,x=3.63)(2)the transportation for the student to study at E-Tech. is comfortable at a moderate (R[superscript 2]=85.1%,x=3.31)(3) teacher have several instruction method at a high level (R[superscript 2]=74.7%,x=3.69)(4) teacher is kindness to student at a high level (R[superscript 2]=84.7%,X=3.69)(5) faculty arrange program on each semester at a high level (R[superscript 2]=70.6%,X=3.92)(6)faculty arrange mathematic course with 6 credit at a high level (R[superscript 2]=70.6%, x=3.92)(7) E-tech. manage organization cleanliness at a moderate level (R[superscript 2]=70.6%,X=3.39)(8) department take care project course at a high level (R[superscript 2]=2409%,x=3.67)(9)department set course description at a high level (R[superscript 2]=24.9%,X=3.87) (10)teacher have knowledge of measurement and evaluation at a high level (R[superscript 2]=24.9%,X=3.87)(11)the expense for transportation to E-Tech. at a moderate level (R[superscript 2]=4.4%, X=3.33)
Research and Development of Wireless LANs Security for Knowledge Management
โครงการงานวิจัยนี้ได้นำเสนอการวิจัยและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายไร้สายสำหรับการจัดการความรู้ ตามมาตรฐาน IEEE 802.1x เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างมาตรฐานความปลอดภัยที่ออกแบบ กับมาตรฐานความปลอดภัยเดิมที่เป็นรูปแบบ WEP นั้น พบว่าประสิทธิภาพของมาตรฐานความปลอดภัยที่ออกแบบไว้นั้น มีประสิทธิภาพดีกว่ามาตรฐานความปลอดภัยในรูปแบบ WEP ทุกด้านอย่างน้อย 2 เท่า โดยเฉพาะความทนทานจากขนาดของกุญแจนั้น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มีผลเป็นที่น่าพอใจ กล่าวคือระบบสามารถรองรับการใช้งานบนเครือข่ายไร้สายของมหาวิทยาลัย และยังสามารถประยุกต์ใช้งานกับระบบอินเตอร์เน็ตได้เช่นกั
The Colors and Fabric Patterns Development for Mud-Mee in Lopburi
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาลวดลายของผ้ามัดหมี่ ศึกษาความพึงพอใจการออกแบบลวดลายของผ้ามัดหมี่ ศึกษาการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับลวดลายของผ้ามัดหมี่ลพบุรีและ เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับลวดลายของผ้ามัดหมี่ลพบุรี กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจง จำนวน 100 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละและค่าเฉลี่ย
ผลการศึกษาระยะที่ 1 พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 20-30 ปี มีสถานภาพโสด มีการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา มีรายได้อยู่ที่ 10,000 – 15,000 บาท และส่วนใหญ่รู้จักผ้ามัดหมี่ บุคคลในครอบครัวที่บริโภคผ้ามัดหมี่หรือผลิตภัณฑ์จากผ้ามัดหมี่คือญาติ ความคิดเห็นเกี่ยวผ้ามัดหมี่ส่วนใหญ่คิดว่า ควรอนุรักษ์ไว้ ปัจจัยที่ทำให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกซื้อผ้ามัดหมี่คือลวดลายและสีสันมีผลต่อการเลือกซื้อผ้ามัดหมี่ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อลวดลายผ้ามัดหมี่คือในระดับพึงพอใจมาก 5 อัดดับดังนี้ อันดับ 1 ลายที่ 11 ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.18) อันดับ 2 ลายที่ 9 ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.93) อันดับ 3 ลายที่ 10 ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.91) อันดับที่ 4 ลายที่ 8 ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับพึงพอใตจมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.90) อันดับ 5 ลายที่ 3 ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.82)
ผลการศึกษาระยะที่ 2 พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 20-30 ปี มีสถานภาพโสดการศึกษาเป็นระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่มีอาชีพพนักงานเอกชน มีรายได้อยู่ที่ 10,001 – 15,000 ด้านข้อมูลการใช้พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่รู้จักผ้ามัดหมี่ คิดเป็นร้อยละ 89 แต่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์จากผ้ามัดหมี่คิดเป็นร้อยล่ะ 61 บุคคลที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากผ้ามัดหมี่ในครอบครัว คือ มารดา คิดเป็นร้อยละ 34 และพบว่าสีสันที่กลมกลืนมีผลต่อการตัดสินใตจซื้อผ้ามัดหมี่ คิดเป็นร้อยละ 57 ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใตจมากที่สุดในการออกแบบตัดเย็บชุดในแต่ละด้านดังนี้ ด้านการออกแบบมีความเหมาะสมและทันสมัยมากที่สุด คือ ชุดที่ 4 คิดเป็นร้อยละ 40 ด้านขนาดของลวดลายมีความเหมาะสมกับชุดที่ออกแบบมากที่สุด คือ ชุดที่ 4 คิดเป็นร้อยละ 41 ด้านการตัดต่อลวดลายผ้ากับผ้าพื้นมีความสวยงามเหมาะสมมากที่สุด คือ ชุดที่ 3 และ 4 เป็นร้อยละ 35 ด้านการเลือกใช้วัสดุตกแต่งสวยงามเหมาะสมมากที่สุด คือ ชุดที่ 4 คิดเป็นร้อยละ 3
Development of Transformation Textile Product from Mulberry Fiber
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สภาวะที่เหมาะสมในการผลิต Technical Textile จากใยหม่อน แปรรูป Technical Textile จากใยหม่อนเป็นผลิตภัณฑ์โคมไฟและศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์โคมไฟ การศึกษาครั้งนี้วางแผนการทดลองแบบ Experiment Design of Randomized Block Design : RCBD จากนั้นศึกษาสมบัติของ Technical Textile จากใยหม่อนโดยใช้มาตรฐาน American Society for Testing and Materials(ASTM) ศึกษาคุณลักษณะที่ต้องการของ Technical Textile โดยให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 12 คนเป็นผู้ประเมิน และศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์โคมไฟ โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ด้วยวิธีการสุ่มแบบบังเอิญ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ One-Way ANOVA
ผลการศึกษาพบว่า สภาวะที่เหมาะสมในการผลิต Technical Textile จากใยหม่อน คือ ใช้ผงแป้ง PVA ในปริมาณ 5 กรัม และระยะเวลา 20 นาที ในการตีใยหม่อนด้วยเครื่องจักรและ Technical Textile จากใยหม่อนมีคุณลักษณะที่ต้องการอยู่ในเกณฑ์ระดับดี ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ด้านข้อมูลพื้นฐานของผู้บริโภค พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 26-30 ปี มีการศึกษาในระดับปริญญาตรี มากกว่าครึ่งเล็กน้อยมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,01-15,000 บาท สำหรับความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์โคมไฟ พบว่า ผู้บริโภคมีความพึงพอใจในระดับสูงต่อผลิตภัณฑ์โคมไฟรูปแบบที่ 1 ที่ใช้เทคนิคการขัดสาน โดยพึงพอใจโคมไฟแบบตั้งพื้นสูงที่สุด
ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปริมาณผงแป้ง PVA และระยะเวลาที่ใช้ในการตีใยหม่อนด้วยเครื่องจักรที่ต่างกัน มีผลต่อความหนาและความต้านทานต่อการฉีกขาดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05The objective of this research were to study : the appropriate methods of mulberry technical textile processes, mulberry technical textile transformed into lamp products, and study the customers’ preference on lamp products. This study was carried out by using a randomized completed block design : RCBD for the experiment. After that, the properties o the technical textile were tested by the standard methods according to American Society for Testing and Materials (ASTM). And then, 12 specialists were used to evaluate the characteristics that require of technical textile. Then the customers’ preference for the lamp products were studied, questionnaires was used to collect data from the sample group of 400 persons, which were draw from the population by using random sampling technique. Data were analyzed by using frequency, percentage, standard deviation and One-Way ANOVA.
The results were found that : the appropriate methods of mulberry technical textile processes was to used 5 grams of PVA powder and 20 minutes for to beat the mulberry fiber by machine. The characteristics that require of technical textile were good level to follow the community products standard. The customers’ basic data were most female, had 26-30 years old, had a bachelor degree, more than half been company officer, and had 10,001-15,000 bath of income per month. For the customers, preference, most of customers high preferred the first style of floor lamp that used weave technique.
The results of hypothesis testing revealed that different quantity of PVA powder and time for to beat the mulberry fiber by machine had different thickness and tear strength at the statistically significant.05 level