Rajamangala University of Technology

Rajamangala University of Technology Thanyaburi: Intellectual Repository @ RMUTT / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Not a member yet
    277 research outputs found

    (The Study of Thai Music Learners’ Achievement in Secondary Levels)

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทดลองการสอนที่ใช้สื่อ CD-ROM ช่วยสอนเรื่องคำศัพท์สังคีต ในกลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 22 โรงเรียน เฉพาะกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่เรียนวิชาดนตรีไทย หรือชมรมดนตรีไทย โดยผ่านกระบวนการถ่ายทอดการสอนเป็นอาจารย์ผู้สอนดนตรีไทยประจำโรงเรียนนั้นๆ ผู้วิจัยได้สร้างสื่อช่วยสอนและเครื่องมือแบบสอบถามพร้อมกับสังเกตการเรียนการสอนและการพัฒนาของผู้เรียนระหว่างการสอนโดยไม่ใช้สื่อกับการใช้สื่อ CD-ROM ช่วยสอนชุดนี้ ผลการวิจัยศึกษาพบว่าอาจารย์ผู้สอนดนตรีไทยในกลุ่มตัวอย่างได้ลงวิชาดนตรีไทยโดยตรง ร้อยละ 52.4 ดนตรีสากลร้อยละ 33.3 ไม่ตรงสายงานสอนดนตรี ร้อยละ 9.5 (ทำหน้าที่อื่นๆ) คุณวุฒิของอาจารย์ผู้สอนในกลุ่มตัวอย่างโดยจบปริญญาเอกร้อยละ 19.0 ปริญญาโทร้อยละ 19.0 โดยทำการสอนเกี่ยวกับดนตรีไทยโดยตรงทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยส่วนใหญ่จะเน้นสอนทฤษฎีร้อยละ 28.6 และลงลึกในวิชาดนตรีปฏิบัติร้อยละ 19.0 และผู้สอนเอง ได้มีการสอนดนตรีแบบต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี ร้อยละ 71.4 และสอนแบบอัธยาศัย(นอกระบบ) ร้อยละ 28.6 ปัญหาที่พบจากการวิจัยในครั้งนี้คือ ผู้สอนดนตรีไทยส่วนใหญ่ไม่ได้จบวิชาการสอนดนตรีไทยโดยตรงการถ่ายทอดจึงไม่สามารถสอนให้บรรลุเป้าหมายได้ อีกประการหนึ่งคือ จำนวนเวลาในคาบและคาบสอนต่อสัปดาห์ไม่สัมพันธ์กันกับเนื้อหาและบทเรียนที่ถูกกำหนดร้อยละ 38.1 โรงเรียนไม่มีสื่อการสอนทางเทคโนโลยีตลอดจนเครื่องดนตรีไทยคิดเป็นร้อยละ 61.9, 52.4 ตามลำดับ เมื่อทดลองการใช้ CD-ROM ช่วยสอนระหว่างครูที่สอนโดยใช้สื่อการสอนกับครูที่ไม่ใช้สิ่อการสอน จะพบว่า การใช้สื่อช่วยสอนเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงความเข้าใจในทิศทางที่ดีขึ้นร้อยละ 57.10 และ 52.40 ตามลำดับ ปรากฎผลว่าครูผู้สอนเข้าใจในเนื้อหาเรื่องศัพท์สังคีตมากยิ่งขึ้นและจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการสอนมาใช้นวัตกรรมดนตรีบ้าง เพื่อจะได้ผ่อนแรงการสอนและง่ายต่อการสร้างความเข้าใจสู่ผู้เรียนในบทเรียนที่ศึกษาอยู่น่าเรียนยิ่งขึ้น ผลการวิจัยยังพบอีกว่าคำศัพท์สังคีตที่สร้างมาเพื่อทดลองนี้มีความลึกของข้อมูลมากเกินไป การนำมาใช้ในระดับมัธยมมีการนำมาใช้เพียงนิดเดียวไม่มากคำ จึงเห็นว่างานนี้น่าจะอยู่ในระดับกลุ่มผู้เรียนดนตรีสายอาชีพในระดับวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป จะมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น แก่กลุ่มตัวอย่างนำไปใช้อย่างเข้าใจและชัดเจนดีมากคิดเป็นร้อยละ 52.40, 47.60, 42.90 และ 33.30 ตามลำดับThis research aims to study the experimental using CD-ROM as instructional media in ศัพท์สังคีต subject. In case study is 22 high school education especially, Thai musical learners. The methodology use in this study by the researcher makes the CD-ROM as instructional media and questionnaire. The were observed within the observation of student’s achievement and development between using this CD-ROM as instructional media and without CD-ROM. The result of this experiment indicates that can be summarized as follows : -52.3% of Thai musical instrument teachers graduated in Thai musical instrument as majoring subject, and 33.3% of teacher graduated in another The qualification of instructor can be summarized as follow:-19% graduation in Doctorate Degree, 28.6% graduation in Master Degree, and 19% graduation in Bachelor Degree. The instructors teach both of theoretical section and practical section. The result. Shows that summarizing in theoretical section, and 18% emphasizing in practical section, 71.4% of the instructors continue teach in Thai Musical instrument more than 5 years, and 28.6 % outside system teaching. There were problems such as the instructor did not graduate as majoring subject so the instruction could not be achievement. Another factors are the lesson time and period per week which ate not related to the lesson that is appointed as 38.1% the results indicated that 61.9% of school does not have instructional media, 52.4% of school does not have instruments. The methodology used in this study by instructors use CD-ROM as instructional media and instructors do not use CD-ROM. The results of the experiment indicate that using CD-ROM as instructional media can help instructor more understand in ศัพท์สังคีต in percentage 57.10 and 52.40 as sequence. Using instructional media could help learners and instructors in lesson. It is necessary to change the method of teaching into using musical innovation because it is easily for learner to understand in ศัพท์สังคีต. From this study, it may be concluded that ศัพท์สังคีต should be use in music learners as careers in Bachelor Degree because some of them are difficult for high school’s learners. It will be more efficiency by using in bachelor Degree level. The achievement of this research show in percentage 52.40, 47.60, 42.90, and 33.30 as sequence

    Small ethanol distillation column

    No full text
    โครงการหอกลั่นเอธานอลขนาดเล็กนี้ เป็นการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาด้านพลังงานของประเทศไทย เนื่องจากเอทิลแอลกอฮอล์ หรือ เอธานอล สามารถผลิตได้จากผลผลิตหรือเศษสิ่งเหลือทิ้งทางากรเกษตรที่มีอยู่ในประเทศ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย กากน้ำตาล เป็นต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและสร้างหอกลั่นเอธานอลขนาดเล็กที่ง่ายต่อการใช้งาน มีต้นทุนการผลิตสร้างและค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำ เนื่องจากเป็นระบบที่สามารถผลิตได้โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อแสวงหาเชื้อเพลิงทดแทนที่สามารถผลิตได้จากผลผลิตหรือใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการเลือกใช้เชื้อเพลิงทางเลือก เพื่อรองรับปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงในอนาคต การศึกษาเริ่มจากการออกแบบและสร้างหอกลั่นขนาดเล็กที่หม้อต้มซ้ำขนาดไม่เกิน 50 ลิตร โดยมีเป้าหมายที่จะออกแบบเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับชุมชนหรือเกษตรกรรม ขนาดเล็ก อีกทั้งยังมีการทดสอบการใช้เอธานอลที่ผลิตได้กับรถยนต์จริงอีกด้วย จากการศึกษาทดลองพบว่า กรณีการทดลองใช้สารตั้งต้นเป็นสารละลายเอธานอลกับน้ำ 30 ลิตร มีความเข้มข้นก่อนกลั่น 20% ในช่วงการกลั่นได้อีก 0.80 ลิตร โดยได้ความเข้มข้นเฉลี่ยใกล้เคียงกันและมีปริมาณเอธานอลตกค้างในสารละลายกลังกลั่นลดลงเหลือ 6% และเมื่อเพิ่มอุณหภูมิการกลั่นเป็น 105 ℃ นั้น สามารถเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์สูงที่สุดและเพิ่มอัตราการผลิตได้ แต่ในปริมาณที่ไม่มากนัก โดยได้ความเข้มข้นเฉลี่ยรวมลดลงถึง 1.06% แต่สามารถดึงเอธานอลออกจนเหลือตกค้างในสารละลายหลังกลั่นเพียง 4% ดังนั้น จากผลการทดลองสรุปได้ว่า กรณีใช้สารละลายเอทานอลและน้ำเป็นสารตั้งต้นนั้น อุณหภูมิการกลั่นที่เหมาะสมที่สุดคือ 100℃ ส่วนการกลั่นที่อุณหภูมิสูงขึ้นนั้นเหมาะสำหรับการกลั่นเพื่อให้ได้เอทานอลสำหรับการนำแกลั่นซ้ำต่อไป สำหรับการกลั่นน้ำส่าที่ได้จากการหมักกากน้ำตาลนั้น การตั้งอุณหภูมิการกลั่นนั้นจะได้ผลการกลั่นที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตัวแปรหลายตัวเช่น ความหนืดของน้ำส่า ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในน้ำส่า สิ่งเจือปนในน้ำส่า เป็นต้นสำหรับหอกลั่นที่สร้างขึ้นนี้ได้ทำการทดลองกลั่นที่อุณหภูมิตั้งแต่ 100℃ ขึ้นไป และพบว่าการกลั่นน้ำส่าที่ได้จาการหมักกากน้ำตาลและยีสต์ (โดยวิธีการอธิบายไว้ในบทที่ผ่านมา) จำได้แอลกอฮอล์ประมาณ 14% นั้น อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดคือ 105 ℃ โดยน้ำส่า 30 ลิตร สามารถผลิตเอธานอลได้ 3.05 ลิตรและมีความเข้มข้น 91.06 % โดยปริมาต

    Preservation of Ripe Palmyrah Fruit Pulp by Reducing Aw and Freezing for Ka-nom Tan Production

    No full text
    วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การศึกษาวิธีการเก็บรักษาเนื้อตาลสุกโดยการลดค่า Aw ร่วมกับการแช่แข็ง เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาเนื้อตาลสุก การศึกษาครั้งนี้ได้นำเนื้อตาลสุกที่ยีแล้วผสมกับน้ำตาลทรายเพื่อลดค่า Aw บรรจุถุงพลาสติกชนิด LLDPE ผนึกแบบสุญญากาศ พาสเจอไรส์ที่อุณหภูมิ 90±2 องศาเซลเซียส เวลา 22 นาที แช่แข็งที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 6 สัปดาห์ และตัวอย่างที่ลดค่า Aw ไม่พาสเจอไรส์ เก็บรักษาที่อุณหภูมิและระยะเวลาเท่ากัน พบว่าในสัปดาห์ที่ 0 เนื้อตาลสุกที่ไม่พาสเจอไรส์กับพาสเจอไรส์ มีค่า Aw เท่ากับ0.85 และ 0.77 ความเป็นกรด-ด่าง เท่ากับ 4.04 และ 4.06 สีเหลืองอมส้ม และเหลืองอมส้มเข้ม โดยมีค่า L*, a*, b* เท่ากับ 54.64 8.35 22.19 และ 47.37 4.57 11.37 ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อตาลสุกที่ไม่ลดค่า Aw พบว่ามีสีเข้มกว่า โดยเนื้อตาลสุกมีค่า L*, a*, b* เท่ากับ 60.41 15.55 และ 37.27 ตามลำดับ ค่า Aw เท่ากับ 0.97 และความเป็นกรด-ด่าง เท่ากับ 4.14 จากการเก็บรักษาเนื้อตาลสุกทั้ง 2 ตัวอย่างเป็นเวลา 6 สัปดาห์ พบว่า Aw มีค่าใกล้เคียงกัน คืออยู่ในช่วง 0.85-0.86 และ 0.77-0.85 ความเป็นกรด-ด่างอยู่ในช่วง 3.98-4.06 สีเหลืองคล้ำเล็กน้อย จากการนำเนื้อตาลสุกที่เก็บรักษาทั้ง 2 ตัวอย่างในสัปดาห์ที่ 0 2 4 และ 6 มาทำขนมตาล ทดสอบความชอบทางประสาทสัมผัสพบว่า คะแนนเฉลี่ยความชอบรวมของขนมตาลที่ทำจากเนื้อตาลสุกที่ลดค่า Aw ไม่พาสเจอไรส์ ไม่มีความแตกต่างกัน (P≤0.05) คืออยู่ในระดับปานกลางถึงชอบมาก และคะแนนเฉลี่ยความชอบรวมของขนมตาลที่ผ่านการลดค่า Aw พาสเจอไรส์ไม่มีความแตกต่างกัน (P ≤ 0.05) คืออยู่ในระดับชอบปานกลางถึงชอบมากThe objective of this study was to extend the shelf life of ripe Palmyrah fruit pulp by reducing Aw and freezing. To reduce Aw, ripe Palmyrah fruit pulp was mixed with sugar, packed in LLDPE plastic bags, vacuum sealed, pasteurized at 90±2℃ for 22 minutes and frozen at -18℃ for 6 weeks. The other sample was processed in the same method without pasteurization. It was found that at the beginning, the un-pasteurized and the pasteurized samples had the Aw of 0.85 and 0.77, pH of 4.04 and 4.06. Their colors were yellowish orange and dark yellowish orange, with L*, a* and b* values 54.64, 8.35 and 22.19 for the un-pasteurized samples and of 47.37, 4.57 and 11.37 respectively for the pasteurized samples. The colors of both samples were darker than that of the ripe Palmyrah fruit pulp of which the L*, a* and b* values were 60.41, 15.55 and 37.27 respectively with Aw of 0.97 and pH of 4.14. It was also found that the Aw of the pasteurized and un-pasteurized samples preserved for 6 weeks were between 0.85-0.86 and 0.77-0.85 ; the pH were between 3.94-4.06 ; and the colors of both were slightly dark. Both samples were used to produce Ka-nom Tan after being frozen for 0, 2, 4 and 6 weeks. From the sensory evaluation test, the overall liking of the both samples of Ka-nom Tan produced from the un-pasteurized and pasteurized, with Aw reduced were rated “like moderately” and “like very much”. The results were not significantly different at the level of 0.05

    Constructing of a Competency-Based Skill Training Package

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างชุดบทเรียนฝึกปฏิบัติตามทักษะความสามารถแบบอิงเกณฑ์ วิชาวิศวกรรมสายส่งและโครงข่ายสื่อสาร เรื่อง สายส่งสัญญาณวิทยุ (2) หาคุณภาพของบทเรียนฝึกปฏิบัติ ตามทักษะความสามารถแบบอิงเกณฑ์ วิชาวิศวกรรมสายส่งและโครงข่ายสื่อสาร เรื่อง สายส่งสัญญาณวิทยุ (3) หาประสิทธิภาพของบทเรียนฝึกปฏิบัติตามทักษะความสามารถแบบอิงเกณฑ์ที่สร้างขึ้นให้ได้ตามเกณฑ์ที่ กำหนด (4) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ก่อนและหลังการเรียนด้วยบทเรียนฝึกปฏิบัติตามทักษะความ สามารถแบบอิงเกณฑ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในวิชาวิศวกรรมสายส่งและโครงข่ายสื่อสาร จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย (1) ชุดบทเรียนฝึกปฏิบัติตามทักษะความสามารถ แบบอิงเกณฑ์ (2) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบระหว่างเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน (3) แบบสำรวจความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีต่อบทเรียนฝึกปฏิบัติตามทักษะความ สามารถแบบอิงเกณฑ์ดังกล่าว การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการโดยการนำชุดบทเรียนฝึกปฏิบัติตามทักษะความ สามารถแบบอิงเกณฑ์ที่สร้างขึ้น ไปทดสอบหาคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ จำนวน 10 คน แล้วนำไปหา ประสิทธิภาพด้วยการทดสอบภาคสนาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ผลการวิจัยพบว่า ชุดบทเรียนฝึกปฏิบัติตามทักษะความสามารถแบบอิงเกณฑ์ที่สร้างขึ้นมีคุณภาพ อยู่ในระดับดี ( =4.15±0.67) มีประสิทธิภาพอยู่ที่ 82.82:81.50 เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ และมีผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 0.01 ดังนั้นชุดบทเรียนฝึกปฏิบัติตามทักษะความสามารถแบบ อิงเกณฑ์ที่สร้างขึ้นสามารถนำไปใช้ในการสอบ เรื่อง สายส่งสัญญาณวิทยุได้จริงจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน ได้ค่าเฉลี่ย 3.90 มีความเหมาะสมอยู่ในระดับดี และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.42 และมีผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 0.01 ดังนั้นชุดบทเรียนฝึกปฏิบัติตามทักษะความสามารถแบบอิงเกณฑ์ที่สร้างขึ้น สามารถนำไปใช้ในการสอนเรื่องสายส่งสัญญาณวิทยุได้จริงThe purposes of this research were to construct a competency-based skill training package for “Radio Transmission Lines”, Communication Networks and Transmission Lines Engineering course and to evaluate its quality and efficiency as well as the student achievement. Samples were 15 bachelor’s degree students, studying the Communication Newtworks and Transmission Lines Engineering. The instruments consist of (1) a competency-based skill training package, (2) a pre test and a post test questionnaires, and an learning achievement questionnaire (3) and evaluation form. 6 experts checked the evaluated the quality of the package. Data were analyzed in terms of mean, standard deviation and t-test. The results were as follows : (1) The quality of the package evaluated by the content experts was at the good level (Mean =4.17 ±0.40). (2) The quality of the package evaluated by the media production experts was at the good level ( =3.90±0.42). The differences were significant at the level of 0.01. Therefore the competency-based skill training package was suitable

    Propagation Technique of Jongkolnee for Genetic Plant Conservation

    No full text
    เทคนิคการขยายพันธุ์บัวจงกลนีเพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เป็นการศึกษาขนาดของภาชนะปลูกที่มีผลต่อการเกิดหัวใหม่ของบัวจงกลนี วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (Completely Randomized Design) โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 3 การทดลอง คือ การทดลองที่ 1 ภาชนะปลูกขาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เซนติเมตร การทดลองที่ 2 ภาชนะปลูกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 เซนติเมตร และการทดลองที่ 3 ภาชนะปลูกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เซนติเมตร แต่ละการทดลองจะมี 4 ซ้ำๆละ 5 ต้นจากการทดลองปรากฎผลว่าการทดลองที่ 3 ภาชนะปลูกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เซนติเมตร มีความเหมาะสมในการปลูกเพื่อการขยายพันธุ์มากที่สุด จะให้จำนวนหัวเฉลี่ย 28 หัว และมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหัวเฉลี่ย 7.0 – 10.0 มิลลิเมตรA Production propagation technique of jongkolnee for genetic is to study the effect of planting pot size on the tulblet production Jongkolnee. The present experimental work was completely Randomized Design (CRD) by dividing into 3 treatments. The planting pot diameter were 8, 20, 40 cm. for treatment 1, 2, and 3 respectively. In is treatment using 5 Jongkolnee babies. These were four replications. The experimental results revealed that, treatment 3 with 40 cm. diameter provides the optimum planting for the production propagation. This treatment yielded 28 tulblets with its average diameter around 7.0-10.0 mm

    (Preparation of compounding NR/EPDM/BR Blends for Tyre Sidewalls)

    No full text
    การศึกษาในโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการนำยาง NR/BR/EPDM มาผสมขึ้นรูปเป็นยางคอมเปาด์และทดสอบสมบัติทางกลเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมยาง โดยทำการทดลองให้ยางคงรูปและคงที่สม่ำเสมอเพิ่มก่อนเพื่อป้องกันการเสื่อมภาพจากปัจจัยต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากออกซิเจน โอโซนและความร้อนเป็นต้นในการเตรียมจะใช้ยาง EPDM ตั้งแต่ 5-30 phr เข้าไปผสมในยาง NR/BR ที่ต้องการปรับปรุงระดับการต้านโอโซน การนำคุณสมบัติของยางNR/BR/EPDM โดยทำการ vulcanizates จะแสดงให้ถึงค่าต่างๆที่สำคัญ เช่น ความแข็งแรงในการดึง, ความแข็งแรงในการดึงยืดจนขาด, ค่าความล่า และการต้านโอโซนอีกยังสามารถบอกถึงค่าสภาวะสมบัติทางสถิติและสมบัติทางพลวัตเบื้องต้นได้ ซึ่งสมบัติเบื้องของยางผสมระหว่าง NR/BR/EPDM ทำให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ทำส่วนประกอบต่างในอุตสาหกรรมได

    The Development of Sustentation by Sufficiency Economy Model of People in Pathum-thani Province

    No full text
    การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างมีเศรษฐกิจพอเพียง : กรณีศึกษาจังหวัดปทุมธานี นี้มีวัตถุประสงค์ 1)พัฒนารูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างมีเศรษฐกิจพอเพียงของประชาชน จังหวัดปทุมธานี 2)ประเมินการใช้รูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างมีเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้พัฒนาขึ้น วิธีการดำเนินการวิจัยกระทำโดย (1)ใช้เทคนิคการวิจัย EDFR ในการรวบรวมความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญในการกำหนดองค์ประกอบของรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างมีเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว (2)นำรูปแบบที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่กำหนดขึ้น และ (3)มีการประเมินรูปแบบที่พัฒนาขึ้นจากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นผู้ใช้รูปแบบนี้ด้วย ผลการวิจัยปรากฏว่าได้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย องค์ประกอบของรูปแบบรวม 7 ด้าน โดยรายการตัวบ่งชี้ที่ใช้ประเมิน 82 รายการ และได้คู่มือการใช้รูปแบบประกอบด้วยส่วนประกอบที่สำคัญคือ ลักษณะทั่วไปของรูปแบบ และเครื่องมือที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ผลการประเมินรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ ปรากฏว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นนี้ให้ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้บริหารราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นThe purpose of this study was 1)to develop model of sustentation by sufficiency economy model of people in Pathum-thani province by setting factors and constructing manual 2)to appraise the model by determining criteria which provided useful information for decision making by regional and local public administrators, The study procedures were divided into three steps : (1)using EDFR research technique by collecting judgement of the experts for setting the model (2) trying-out for testing the model with the given samples. (3)assessing the model by the experts who are also use this model It was found that the model was composed of 7 aspects 82 items of indicators to be evaluated and the manual was composed of the general characteristic of the model and the tool for recording data. The assessment of the model by the experts showed that model provided useful information for decision making of the regional and local public administrators

    A Survey of Students’ Attitudes and Evaluation on a Remedial Program in Technical English 1

    Get PDF
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจทัศนคติและการประเมินของนักศึกษาที่มีต่อโปรแกรมซ่อมเสริมในวิชาภาษาอังกฤษเทคนิค 1 ประชากรและกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และสาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องกล ชั้นปีที่ 1 ห้องละ 5 คน จำนวนทั้งสิ้น 10 คน ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม และการสัมภาษณ์แบบกึ่งมีรูปแบบ โดยให้นักศึกษาเรียนภาษาอังกฤษโดยใช้โปรแกรมซ่อมเสริม ผ่านการเรียนการสอนบริการเว็บเพจ หลังจากนักศึกษาเรียนเสร็จแล้ว ผู้วิจัยให้นักศึกษากรอกแบบสอบถามและทำการสัมภาษณ์แบบกึ่งมีรูปแบบ ผลการทดลองพบว่า นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เลือกเรียนภาษาอังกฤษโดยการเรียนรู้ด้วยอิเล็กทรอนิกส์มากกว่านักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องกล ซึ่งนักศึกษาทั้ง 2 กลุ่ม ต้องการทราบการวัดผลหลังทำแบบฝึกหัดทันที และนักศึกษาเครื่องกลจะมีทัศนคติต่อโปรแกรมซ่อมเสริมที่ดีกว่านักศึกษาคอมพิวเตอร์ ผลการศึกษาช่วยให้ผู้วิจัยได้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุงโปรแกรมซ่อมเสริมและวิธีการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วยอิเล็กทรอนิกส์The purpose of this research study is to investigate students’ attitudes and evaluation on a remedial program in Technical English 1. 10 subjects consisted of 5 first year undergraduate students in Computer Technology and 5 in Mechanical Technology at Rajamangala University of Technology Pra Nakhon, North Bangkok Campus. Data were collected by means of questionnaire and semi-structured interview after the students had used a remedial program through Web-Based Instruction. The finding revealed that more Computer Technology students choses e-English learning than the Mechanical Technology students. However, the latter group’s attitudes towards the remedial program were more positive than the former group’s. Both groups were satisfied with immediate feedback after each exercise. The finding has lent itself to suggestions and implications on how to adapt the program

    Development teaching western music by multimedia

    No full text

    Development of Computer Assisted Instruction on Physics 1 for Engineers

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.สร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วนสอนวิชาฟิสิกส์ 1 สำหรับวิศวกร ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80: 80 2.เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3.ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาฟิสิกส์ 1 สำหรับวิศวกร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาฟิสิกส์ 1 สำหรับวิศวกร ในภาคการศึกษาที่ 1/2551 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างง่ายจำนวน 30 คน จากจำนวน 77 คน ผลการวิจัยสุรป 1.บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาฟิสิกส์ 1 สำหรับวิศวกรที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 80.50 : 80.25 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดคือ 80:80 2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 3.นักศึกษามีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาฟิสิกส์ 1 สำหรับวิศวกร ในระดับดีและนักศึกษาส่วนใหญ่มีความคิดเห็นค่อนข้างเหมือนกั

    30

    full texts

    277

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    Rajamangala University of Technology Thanyaburi: Intellectual Repository @ RMUTT / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇