Rajamangala University of Technology

Rajamangala University of Technology Thanyaburi: Intellectual Repository @ RMUTT / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Not a member yet
    277 research outputs found

    An Analysis Design of the CNC High-Speed Milling Machine

    No full text
    เครื่องกัดรอบสูงควบคุมด้วยระบบ CNC แบบ Vertical Milling Machine แบบ 3 แกน เป็นเครื่องจักรควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มีความแม่นยำในการทำงานสูง เหมาะกับความต้องการของผู้ผลิตในยุคปัจจุบันอย่างยิ่ง เพราะเครื่องกัดแบบนี้ สามารถทำการผลิตได้รวดเร็วและมีความเที่ยงตรงแม่นยำในการทำงานสูง ในปัจจุบันปริมาณการนำเข้าเครื่องจักรกลประเภทนี้ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ซึ่งทำให้ประเทศไทยต้องเสียดุลการค้าต่างประเทศ ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงมีความต้องการทำการวิจัยเพื่อเป็นการศึกษาปัญหาในการสร้างและออกแบบเครื่องกัดรอบสูงที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบ CNC ขึ้นมาเพื่อเป็นการศึกษาปัญหาในการสร้างและออกแบบเครื่องกัดรอบสูง อีกทั้งยังเป็นการหาแนวทางในการสร้างเครื่องจักรเพื่อการผลิตขึ้นมาใช้เองภายในประเทศ เพื่อเป็นการทดแทนการนำเข้า ในการศึกษาออกแบบเครื่องกัดรอบสูงควบคุมด้วยระบบ CNC เครื่องนี้ ได้ทำการออกแบบชิ้นส่วนต่าง ๆ ทุก ๆ ชิ้นส่วน ซึ่งในการออกแบบนั้น นอกจากจะต้องออกแบบให้มีรูปร่างเหมาะสมและสะดวกในการใช้งานแล้วยังต้องคำนึงถึงความแข็งแรงของชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่จะต้องสามารถรองรับภาระโหลดที่เกิดขึ้นในขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในขั้นตอนการออกแบบผู้ออกแบบได้ทำการวิเคราะห์ความแข็งแรงของชิ้นส่วนที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ด้วยโปรแกรม Finite Elecment Analysis (FAE) เพื่อทดสอบว่าชิ้นส่วนที่ออกแบบมานั้นมีความแข็งแรงพอที่รองรับภาระโหลดได้ โดยจะไม่มีปัญหาการบิดตัวหรือโก่งตัวของโครงสร้าง อันจะให้เกิดขปัญหาความแม่นยำในการทำงานของเครื่องได้ หลังจากมั่นใจแล้วว่าโครงสร้างมีความแข็งแรงมากพอที่จะรองรับภาระโหลดได้โดยไม่มีปัญหาจึงได้ดำเนินการสร้างเครื่องต้นแบบจนแล้วเสร็จ จากนั้นจะทำการตรวจวัดประสิทธิภาพของเครื่องจักรตามมาตราฐาน ISO 1984 หากพบข้อผิดพลาดก็จะทำการแก้ไขปรับแต่งชิ่นส่วนทางกลและชดเชยความแม่นยำในระบบควบคุมให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด และในขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการทดสอบการทำงานของเครื่องกัด ผลการทดสอบให้เห็นว่าการออกแบบและสร้างเครื่องกัดรอบสูงควบคุมการทำงานด้วย CNC สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เครื่องต้นแบบสามารถใช้กัดชิ้นงานที่เป็นเหล็กกล้าได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ โดยมีความผิดพลาดน้อยกว่าที่มาตรฐานกำหนด ทั้งนี้ยังเป็นการยืนยันผลการวิเคราะห์ความแข็งด้วย FAE อีกด้วยว่าชิ้นส่วนต่าง ๆ สามารถรับภาระโหลดได้เป็นอย่างดีตามที่วิเคราะห์ไว้ก่อนหน้าแล้ว จากผลการทดลองกัดชิ้นงานตัวอย่างได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีความเที่ยงตรงแม่นยำในการทำงานในระดับที่ดีมา

    Effects of Nano Silver Bio Energy Water on the Growth of

    Get PDF
    การทดลองเพื่อศึกษาผลของน้ำนาโนต่อการเจริญของกล้ากล้วยไม้เหลืองจันทบูรที่เจริญในอาหารวุ้นแข็ง สูตร Vacin & Went และในกระถางในโรงเรือน โดยวางแผนการทดลองแบบ Completely randomized design (CRD) ระยะเวลาทดลอง 4 เดือน (เมษายน - สิงหาคม พ.ศ. 2548) ณ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี การเจริญของกล้ากล้วยไม้เหลืองจันทบูรบนอาหาร วุ้นที่เตรียมโดยผสมน้ำนาโนร้อยละ 0 5 10 15 20 25 30 35 40 45 และ 50 (4 ซ้ำ ๆ ละ 15 ต้น) พบว่าน้ำหนัก รวมของต้นกล้าเหลืองจันทบูรที่เจริญบนอาหารวุ้นผสมน้ำนาโนจะเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อผสมน้ำนาโนร้อยละ 20 ซึ่งสูงกว่าที่เจริญบนอาหารวุ้นผสมน้ำธรรมดาอย่างมีนัยสำคัญ น้ำหนักทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นของกล้ากล้วยไม้จะลดลง เมื่อผสมน้ำนาโนมากขึ้นในอาหารวุ้น ส่วนจำนวนต้นต่อกอไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ แต่ความยาวของต้นเฉลี่ย จำนวนรากต่อต้น และความยาวรากเฉลี่ยของกล้ากล้วยไม้กลับมีค่าต่ำกว่าที่เจริญในอาหารที่ไม่ผสมน้ำนาโน อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนการทดลองเปรียบเทียบการเจริญของกล้าเหลือจันทบูรในกระถางนิ้ว โดยไม่มีการฉีดปุ๋ยอาหาร พืช ทดลอง 4 ซ้ำๆ ละ 20 ต้น พบว่าต้นที่ฉีดพ่นด้วยน้ำนาโนมีการเจริญเติบโตดีกว่าต้นที่ฉีดพ่นด้วยน้ำธรรมดา อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเป็นไปได้ 0.01 ในด้านความยาวของต้นเฉลี่ย และเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นเฉลี่ย ส่วนน้ำหนักรวมที่เพิ่มขึ้นของต้นที่ฉีดพ่นด้วยน้ำนาโนมีการเจริญเติบโตดีกว่าต้นที่ฉีดพ่นด้วยน้ำธรรมดาอย่างมีนัย สำคัญที่ระดับความเป็นไปได้ 0.05 แต่ไม่มีความแตกต่างกันในด้านจำนวนต้นต่อกอ จำนวนรากต่อต้น และความ ยาวของรากเฉลี่ยThe effects of nano silver bio energy water on the growth of Dendrobium friedericksianum Rchb.f. plantlets grown on Vacin & Went agar in inch pots in a green house were studied by completely randomized design (CRD) planning. This experiment was carried out for 4 months (April-August 2005) at the Laboratory of Plant Tissue Culture of Rajamangala University of Technology Tawan-Ok, Chanthaburi Campus. The plantlets were grown on the agar medium prepared with a mixture of 0, 5, 10, 15, 20, 25, 30, 35, 40, 45 and 50% of nano silver bio energy water (4 replicates and 15 plantlets for 1 replicate). It was found that the increasing total weight was the highest at the mixture level of 20% ; it was significantly different from that of 0%. However, the average length of shoots, the number of roots per shoot and the average length of roots of the treated plantlets were significantly lower than those of the plantlets grown without the nano silver bio energy water treatment. As for the experiment of plantlet growth in inch pots without fertilizer treatment (4 replicates and 20 plantlets per preplicate), it was found that the plantlets sprayed with nano silver bio energy water grew better than those sprayed with normal water significantly at 0.01. For the comparison in terms of the average length of shoots, the average diameter of shoots and the increasing total weight, the plantlets sprayed with nano silver bio energy water had better growth than those sprayed with normal water significantly at 0.05. However, there was no difference in the number of shoots per cluster of plantlets, the number of roots per shoot and the average length of roots

    Development of Thermal Insulation Property of Autoclaved Aerated Lightweight Concrete Elements by Using Natural Rubber

    No full text
    งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาของการผสมน้ำยางธรรมชาติลงในคอนกรีตมวลเบาแบบฟองอากาศ-อบไอน้ำ เพื่อปรับปรุงสมบัติด้านการเป็นฉนวนกันความร้อน โดยมีอัตราส่วนผสม คือปูนซิเมนต์ : ทราย : ยิปซัม : สารลดแรงดึงผิว : ปูนขาว : ผงอลูมิเนียม เท่ากับ 1 : 1 : 0.05 : 0.03 อัตราส่วนน้ำต่อปูนซิเมนต์ (w/e) เท่ากับ 0.5 และอัตราส่วนน้ำยางพาราลงในคอนกรีตมวลเบาสามารถช่วยปรับปรุงสมบัติทั้งทางกายภาพและทางกลให้ดีขึ้น ได้แก่ การช่วยลดค่าความหนาแน่น ค่าอัตราการดูดซึมน้ำ และค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อน ตลอดจนช่วยเพิ่มสมบัติด้านกำลังอัด และกำลังดัดได้ (เมื่อใส่ในปริมาณที่เหมาะสม) โดยอัตราส่วนน้ำยางพาราต่อปูนซิเมนต์ที่เหมาะสมที่สุดในการผสมลงในคอนกรีตมวลเบา คือ 0.10 ซึ่งมีความหนาแน่น 1.52 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร มีอัตราการดูดกลืนน้ำ ร้อยละ 7.98 ค่ากำลังอัด 115.64 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ค่ากำลังด้านแบน 31.23 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ค่ากำลังดัดด้านตั้ง 72.35 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ค่าการเปลี่ยนแปลงความยาว ร้อยละ 0.180 และค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อน 0.175 วัตต์/เมตร.เคลวิน โดยคอนกรีตมวลเบาดังกล่าวสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกับคอนกรีตมวลเบาทั่วไป แต่จะมีสมบัติทางกายภาพและทางกลที่ดีกว่

    Preparation of Biodegradable Polymers from Polymer Blend between Poly (vinyl alcohol) and Copolyesters

    No full text
    งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการเตรียมพอลิเมอร์ผสมโดยวิธีหล่อแบบโดยตัวทำละลาย ในที่นี้พอลิเมอร์ทั้งสองชนิดมีสมบัติการละลายน้ำที่ดี คณะผู้วิจัยจึงใช้น้ำเป็นตัวทาละลายในปฏิกริยาซึ่งมีข้อดีเหนวิธีหล่อแบบด้วยตัวทำละลายทั่วไปที่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ เนื่องจากพอลิเมอร์โดยทั่วไปละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ โคพอลิเอสเทอร์สังเคราะห์จากปฏิกิริยา โคพอลิเมอรไรเซชั่นแบบเปิดวงระหว่างซัคซินิกแอนไฮไดรด์ (Succinic anhydride) และไกลซิดอล Glycidol) โดยใช้แมกนีเซี่ยมเอธอกไซด์ (Magnesium ethoxide) เป็นตัวเริ่ม โคพอลิเอสเทอร์และพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ ต่างแยกกันละลายในน้ำที่ 60℃ 24 ชั่วโมง จากนั้นสารละลายทั้งสองถูกเทผสมกันและทิ้งไว้ให้ความหนืดสูงขึ้นจึงเทใส่แม่แบบเพื่อขึ้นรูปฟิล์ม ฟิล์มพอลิเมอร์ผสมถูกนำไปทดสอบสมบัติทางกายภาพด้วยฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปคโตรสโคปีและ H NMR และทดสอบสมบัติเชิงกลพบว่าความทนต่อแรงดึงของฟิล์มลดลงตามปริมาณที่เพิ่มขึ้นของโคพอลิเอสเทอร์ ฟิล์มพอลิเมอร์ผสมมีความปลอดภัยต่อการใช้งานแม้จะมีการตกค้างของตัวทำละลายในพอลิเมอร์ผสมซึ่งคือน้ำ ซึ่งต่างจากการเตรียมฟิล์มจากพอลิเมอร์ผสมชนิดอื่นที่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ ทำให้การประยุกต์ใช้งานของพอลิเมอร์ผสมเป็นไปได้อย่างกว้างขวางThe aim of this research is to study the preparation of polymer blends using solvent casting techniques. Polymers using for blending both have good water solubility properties, then, we use water as solvent which have advantages over those conventional techniques using organic solvents. Functional copolyesters were synthesized by ring- opining polymerization of succinic anhydride and glycidol using magnesium ethoxide as initiator. The copolyester synthesized and polyvinyl alcohol were separately dissolved in water at 60℃ for 24 h. After that both solutions were mixed together and stirred until viscosity of the solution was high enough to be casting on the aluminum plates. The film was subject to analytical methods using FT-IR, H NMR, and physical property tests. It was found that the tensile strength of the blend film decreased when increased the content of functional copolyester. It was found the films prepare by this method having satisfied safety quality due to water was use as solvent. The utilization of the blend films will be in a broad range application

    A Construction of Liquid Level Detector by a fiber Optic Sensor

    No full text
    การออกแบบและการสร้างเครื่องวัดระดับของเหลวโดยใช้เส้นใยนำแสง อาศัยหลักการ การเปลี่ยนแปลง เมื่อแสงจากเลเซอร์ไอโอด เคลื่อนที่ลงไปตามเส้นใยนำแสงเมื่อถึงปริซึม จะเกิดการสะท้อนกลับหมดภายใน และแสงจะสะท้อนกลับขึ้นไปตามเส้นใยนำแสงและเข้าสู่ตัวรับสัญญาณไฟฟ้าจะถูกขยายและส่งไปยังวงจรอิเล็กทรอนิกส์อื่นและแสดงผลเป็นค่าระดับของเหลว จากการทดสอบสมรรถนะของเครื่องต้นแบบที่สร้างขึ้น พบว่ามีค่าความแม่นยำ ไม่เกินร้อยละ 2 และจากการทดลองความเที่ยงตรงพบว่ามีค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวนสูงสุด ร้อยละ 0.575Liquid Level Detector is constructed by changing of light intensity. When light form laser diode propagate down an optical fiber is total internally reflected from prism and couples back to the return fiber and send to the photodetector. The signal is amplified and passed through the electronic circuit and display in number of liquid level. From the performance test, the accuracy is better than 2 % and the coefficient of variance is better than0.575

    Bio-Diesel Engine Generator Intelligent Control System

    No full text
    โครงการวิจัยนี้ได้สร้างและวิเคราะห์ระบบควบคุมการจ่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังเครื่องยนต์ไบโอดีเซล เริ่มจากการสร้างระบบควบคุมการขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้เครื่องยนต์เป็นต้นกำลังเข้าระบบฟ้าแบบอัตโนมัติโดยใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ ทำให้เกิดความสะดวกในการตรวจสอบเงื่อนไข การทดสอบพฤติกรรมของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ได้ทดสอบกับเครื่องกำเนิดชนิด 1 เฟส ขนาด 3 kW 220V โดยพบว่าสัญญาณรูปคลื่นแรงดันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีฮาร์มอนิกส์ประกอบอยู่ด้วย แต่ระบบควบคุมยังสามารถสั่งการให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงานเมื่อแหล่งจ่ายหลักไม่สามารถจ่ายโหลดได้ และเมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องยนต์ดีเซลทำการขนานเข้ากับระบบไฟฟ้าความถี่และแรงดันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะถูกควบคุมโดยความถี่และแรงดันของระบบ แต่กระแสยังมีสัญญาณฮาร์โมนิกส์ปนอยู่ ซึ่งในการพัฒนางานวิจัยขั้นต่อไปจะต้องออกแบบชุดกำจัดสัญญาณฮาร์โมนิกส์ เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อคุณภาพระบบไฟฟ้า ส่วนภาคแสดงผลทำงานได้ตามที่ออกแบบ โดยสามารถส่งและรับค่าผ่านคลื่นความถี่วิทยุได้ ทำให้สามารถเก็บข้อมูลปริมาณทางด้านไฟฟ้า ดูสถานะของระบบและสั่งการการทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ได้ สำหรับการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น สามารถทำได้ที่โหลดต่ำ โดยจากการทดสอบอัตราการใช้พลังงานเทียบที่โหลดขนาดต่างๆ ที่โหลดต่ำประมาณ 0% ถึง 30% จะมีการใช้พลังงานที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นจึงควรนำพลังงานไฟฟ้าที่เหลือจากการจ่ายโหลดเก็บที่แบตเตอรี่ เพื่อนำมาใช้สลับกับการเดินเครื่องยนต์ การหาตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสมในแบบ 1 เฟส หาได้จากการพิจารณากำลังไฟฟ้าสูญเสียที่เกิดจากสายนิวตรอ

    (Parameters affected on Dried Foods Shelf Life)

    No full text
    จุดประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษาพารามิเตอร์บางชนิดที่มีผลต่ออายุการเก็บอาหารแห้งโดยการเก็บตัวอย่างอาหารแห้งจำนวนทั้งหมด 50 ตัวอย่าง โดยการเก็บตัวอย่างจากร้านค้าสะดวกซื้อหมู่บ้านพรธิสาร อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี ระหว่างเดือนมกราคม 2550 ถึงพฤษภาคม 2550 โดยวิเคราะห์คุณภาพทางเคมี คือ ความชื้น และค่าวอเตอร์แอกติวิตี้ ผลการทดลองพบว่า ค่าความชื้นสูงสุดและต่ำสุดพบในมะละกอเค็มแห้งและขนมกรอบและป้อกกี้แท่ง ส่วนค่าวอเตอร์แอกติวิตี้พบสูงสุดในหมูเส้นกรอบ หมูหยองกรอบ และหอยลายรสเผ็ด ส่วนการวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาถั่วลิสงอบแห้ง ถั่วเขียวซีกทอด และถั่วปากอ้าเคลือบพบจำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมดและราสูงสุด ส่วนขนมกรอบและป้อกกี้แท่งพบจำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมดและราต่ำสุด คำสำคัญ : อาหารแห้ง ความชื้น วอเตอร์แอกติวิตี้ จุลินทรีย์ทั้งหมด ยีสต์และราThe objective of this research was to study some parameters affected on dried foods shelf life. Fifty samples were collected from convenience store from Pornthisarn village Amphur Klong Luang Pathumtani Province during January 2007 to May 2007 Chemical qualities, such as moisture content and water activity (a) were also analyzed. The results showed that maximum and minimum moisture contents and water activities was found in dried papaya, cracker (Pokki) and Moo Sen Krob, Moo Yong Krob and Hoy Lai Ros Ped, respectively. From the analysis of 50 samples for ranked from the highest to the lowest levels total plate count, yeast and mold in the following dried peanut, fried green pea, Tua Pak Aa and cracker. (Pokki) Keyword : dried food, moisture, water activity, total plate count, yeast and mol

    Utilization of Microorganisms and Zeolite for Reduction of Nitrogen in Closed Catfish Culture Systems

    No full text
    การศึกษาการใช้จุลินทรีย์และซีโอไลท์เพื่อลดปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจน และไนโตรท์ โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ศึกษาประสิทธิภาพของจุลินทรีย์อีเอ็ม และซีโอไลท์ในห้องปฏิบัติการ โดยใช้น้ำเสียสังเคราะห์ที่มีปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจน 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ทำการศึกษาพีเอช ระยะเวลา และปริมาณที่เหมาะสม ส่วนที่ 2 ศึกษาประสิทธิภาพของจุลินทรีย์อีเอ็มและซีโอไลท์ในบ่อเลี้ยงปลาดุกอุยเทศ โดยทดลองเลี้ยงปลาดุกอุยเทศในบ่อพลาสติกระบบปิด โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (CRD) แบ่งเป็น 4 กลุ่มการทดลอง กลุ่มละ 3 ซ้ำ คือ บ่อควบคุม บ่อใส่ซีโอไลท์ บ่อใส่จุลินทรีย์ และบ่อใส่จุลินทรีย์อีเอ็ม และซีโอไลท์ ใช้ระยะเวลาในการทดลอง 16 สัปดาห์ จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่าจุลินทรีย์อีเอ็มมีความสามารถในการลดแอมโมเนียไนโตรเจนได้ในช่วงพีเอช 6 ถึง 9 และประสิทธิภาพในการลดแอมโมเนียไนโตรเจนจะมีมากขึ้นเมื่อเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์อีเอ็ม และเพิ่มระยะเวลาในการทำปฏิกิริยา ส่วนซีโอไลท์มีความสามารถในการลดแอมโมเนียไนโตรเจนได้ดีที่พีเอช 7 และประสิทธิภาพในการลดแอมโมเนียไนโตรเจนจะมีมากขึ้นเมื่อเพิ่มปริมาณซีโอไลท์ และเพิ่มระยะเวลาในการทำปฏิกิริยา สำหรับการศึกษาในบ่อเลี้ยงปลาดุกอุยเทศพบว่า ค่าแอมโมเนียไนโตรเจนในสัปดาห์สุดท้ายของการทดลองบ่อควบคุม บ่อใส่ซีโอไลท์ บ่อใส่จุลินทรีย์อีเอ็ม และบ่อที่ใส่จุลินทรีย์อีเอ็มและซีโอไลท์มีความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P > 0.05) ในทุกกลุ่มการทดลอง การใช้จุลินทรีย์อีเอ็มและซีโอไลท์ไม่มีผลต่อการลดปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจน จากการเลี้ยงปลาดุกอุยเทศในระบบปิด ส่วนไนโตรท์พบว่าในสัปดาห์สุดท้ายของการทดลองทั้ง 4 กลุ่มทดลองมีความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P > 0.05) ปริมาณของไนโตรท์ทุกกลุ่มการทดลองมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาดุก ซึ่งกำหนดไว้ว่าค่าไนโตรท์ต้องไม่เกิน 0.85 มิลลิกรัมต่อลิตร เนื่องจากไนโตรเจนจะมีการเปลี่ยนรูปไปเป็นไนโตรท์อย่างรวดเร็วทำให้มีปริมาณสะสมในน้ำน้อย นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้จุลินทรีย์อีเอ็มและซีโอไลท์ในการเลี้ยงดุกอุยเทศไม่มีผลต่อน้ำหนักปลา ความยาวของปลา อัตราการรอดตาย อัตราการแลกเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ เพราะฉะนั้นในการเลี้ยงปลาดุกอุยเทศจึงไม่จำเป็นต้องใส่จุลินทรีย์อีเอ็มหรือซีโอโลท์ในระหว่างการเลี้ยงดุกอุยเทศA study of microorganism and zeolite for reduction of nitrogen in forms of ammonia - nitrogen, the experimental planning were divided in 2 parts. The preliminary experiment using synthetic wastewater was to study efficiency of EM microorganisms and zeolite for reduction of ammonia – nitrogen of 0.5 mg/l by laboratory experiment, the secondary experiment was study efficiency of EM microorganisms and zeolite in closed catfish culture systems. The experimental planning was completed randomized design which divided in to 4 treatments with 3 replication of each. They were control (T1), Using zeolite (T2), Using EM microorganisms (T3), and Using EM microorganisms and zeolite (T4). Data were collected on the basis of 16 weeks. From the laboratory experiment shown that EM microorganisms had an ability to reduce ammonia – nitrogen in pH range 6.0 – 9.0, this ability has risen up when adding more EM microorganisms and increasing the operating time, zeolite presented the same results but the best ability in reducing ammonia – nitrogen is at pH 7.0. Studying catfish pools in the last week of experiment demonstated that the amount of ammonia – nitrogen from all pools have significant different in static (P > 0.05), Using EM microorganisms and zeolite had not made any effects in reducing the amount of ammonia – nitrogen from feeding catfish in closed system, nitrite had presented the same results, the amount of nitrite from all experiment groups had lower the water standard level which the nitrite value was specified not exceed 0.85 mg/l for feeding catfish. This is because ammonia – nitrogen had rapidly transformed into nitrite. The experiment also found that feeding catfish by using EM microorganisms and zeolite did not make any effects for weight, length, survival rate and food conversion ratio, therefore, using EM microorganisms and zeolite was unnecessary for feeding catfish over feeding period

    การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยอดมะพร้าวอ่อนบรรจุกระป๋อง

    No full text
    การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยอดมะพร้าวอ่อนบรรจุกระป๋องมีจุดประสงค์ในการเพิ่มมูลค่าและอายุการเก็บรักษาของยอดมะพร้าวอ่อนให้ยาวนานขึ้น โดยผลของการวิจัยพบว่าอายุของยอดมะพร้าวอ่อน 18-21 เดือนเป็นช่วงที่เหมาะสมที่จะนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยอดมะพร้าวอ่อนบรรจุกระป๋อง ขนาดของยอดมะพร้าวอ่อนที่เหมาะสมเป็นลักษณะสันคลื่น ขนาด 1x1x9 CM โดยฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 115℃ เป็นเวลา 15 นาที โดยมีค่า Fo เท่ากับ 3.87 นาที และเป็นแบบที่ผู้บริโภคสามารถยอมรับได้ นอกจากนี้อัตราการถ่ายเทความร้อนของชิ้นยอดมะพร้าวอ่อนแบบสันคลื่นสามารถถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่าสันตร

    ผลของการหมุนระนาบผลึกและ Proximity effect ต่อสเปกตรัมการทะลุผ่านที่รอยต่อของโลหะปกติ-ตัวนำไฟฟ้ายวดยิ่งแบบดีเวฟ

    No full text
    งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับ ผลของการหมุนระนาบผลึกและปรากฎการณ์พรอกซิมิตีต่อค่าความนำทะลุผ่านที่รอยต่อระหว่างโลหะปกติ-ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดแบบดีเวฟ ที่อุณหภูมิศูนย์องศา โดยใช้วิธีการกระเจิง ในรูปนัยนิยมของ บลอนเตอร์ ทิงค์แฮม คลัพวิช (BTK Theroy) ผ่านสมการ Bogolibov de Gennis เมื่อสแกน α ของตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดเป็นศูนย์และหนึ่งในสี่ไพเรเดียน ตามลำดับ พบว่า ค่าความนำทะลุผ่านในภาวะนอร์มอลไลน์ขึ้นกับการหมุนระนาบผลึก ขึ้นกับพลังงานของอนุภาค และขึ้นกับค่าแรงขวางกั้น โดยเมื่อแกน α ทำมุมศูนย์เรเดียนกับเวกเตอร์ตั้งฉาก ค่าความนำทะลุผ่านจะเป็นศูนย์เมื่อพลังงานอนุภาคน้อยกว่าช่องว่างพลังงานมาก ๆ และมีค่าสูงสุด เมื่อพลังงานอนุภาคเท่ากับช่องว่างพลังงานพอดี ไม่มี ZBCP เกิดขึ้น เมื่อพลังงานอนุภาคเป็นศูนย์ และไม่มีแรงขวางกั้น ค่าความนำทะลุผ่านมีค่าสูงที่สุด และลดลงเมื่อแรงขวางกั้นเพิ่มขึ้น เมื่อแกน α ของตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดทำมุมหนึ่งในสี่ไพเรเดียนมี ZBCP เกิดขึ้นที่ทุกแรงขวางกั้น ความสูงของ ZBCP เป็นปฏิภาคโดยตรงกับค่าแรงขวางกั้น กรณีที่ช่องว่างพลังงานไม่ลดลงเลยที่รอยต่อ มี ZBCP ที่ทุกแรงขวางกั้น โดยความสูงของ ZBCP มากขึ้นเมื่อแรงขวางกั้นมากขึ้น ในขณะที่ความกว้างลดลงเมื่อช่องว่างพลังงานลดลงโดยสมบูรณ์ที่รอยต่อ ไม่มี ZBCP ทุกแรงขวางกั้น แต่มีลักษณะยอดลึกที่ความต่างศักดิ์เป็นศูนย์ (ZBCP) เกิดขึ้นแทน โดยความกว้างของ ZBCP จะมากขึ้นถ้าแรงขวางกั้นน้อยลง นอกจากนี้เรายังได้ศึกษาที่รอยต่อระหว่างโลหะปกติ ชั้นเฟอร์โรแมกเนติก ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดแบบดีเวฟ พบว่า ค่าความนำทะลุผ่านขึ้นกับการหมุนระนาบผลึกและพลังงานปริวรรต โดยเมื่อพลังงานปริวรรคเท่ากับศูนย์มี ZBCP ที่มุมหนึ่งในสี่ไพเรเดียน และมี ZBCD ที่มุมศูนย์เรเดียน เมื่อพลังงานปริวรรตไม่เท่ากับศูนย์มี ZBCD ที่มุมหนึ่งในสี่ไพเรเดียนและมี ZBCP ที่มุมศูนย์เรเดียน ตามลำดั

    30

    full texts

    277

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    Rajamangala University of Technology Thanyaburi: Intellectual Repository @ RMUTT / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇