Rajamangala University of Technology
Rajamangala University of Technology Thanyaburi: Intellectual Repository @ RMUTT / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีNot a member yet
277 research outputs found
Sort by
การพัฒนาชุดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการสอนงานของหัวหน้างานในสถานประกอบการ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการสอนงานของหัวหน้างานในสถานประกอบการ และหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรมการสอนงานของหัวหน้างานในสถานประกอบการ วิธีการดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยได้นำชุดฝึกอบรมที่สร้างขึ้นไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างจากหัวหน้างาน ในสถานประกอบการประเภทอุตสาหกรรมการผลิต จำนวน 10 คน โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คณะผู้วิจัยใช้แผนการทดลองแบบกรณีศึกษาทดลอง 1 ครั้ง (One Shot Case Study) นำผลคะแนนจากการทดสอบหาประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรมผลการวิจัยปรากฎว่า ชุดฝึกอบรมที่คณะผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 85.20/84.20 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 และผลการประเมินการฝึกอบรมผู้เข้าอบรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มสมถรรนะในการสอนงานของหัวหน้าในสถานประกอบการ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.32)The objective of this study was to Develop and evaluate the efficiency of Training Package for Competencies Enhancement to Job Instruction of Supervisors in Establishment. The research, the training package was used to test the sampled group including 10 supervisors in establishments of production industries by purposive sampling. The experiment research had One Shot Case Study. And the results from the test were used to assess the efficiency of Training Package. The result of the research shows that the training package has the efficiency of 85.20/84.20. This value was higher than the criteria of 80/80 and showed the evaluation of the trainees’ opinions towards the program revealed that all of them thought were in the range of high level of (Mean = 4.32
Expectation of Students’ Utilizing E-Learning at Rajamangala University of Tecnology Thunyabuai
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเมตตาคาดหวังต่อการใช้ประโยชน์จากการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และเปรียบเทียบความคาดหวังต่อการใช้ประโยชน์จากการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่เรียนคณะต่างกันกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประจำปีการศึกษา 2550 จำนวน 377 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม จำนวน 1 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ การแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-way Analysis of Variance)
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. ความคาดหวังต่อการใช้ประโยชน์จากการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของ
นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยภาพรวมและรายด้านมีความคาดหวังอยู่ในระดับมาก
2. การเปรียบเทียบความคาดหวังต่อการใช้ประโยชน์จากการเรียนการสอนผ่านสื่อ
อิเล็กทรอนิกส์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่เรียนคณะต่างกัน โดยภาพรวมและรายด้านมีความคาดหวังไม่แตกต่างกันThe purposes of this research were to study the expectation of students’
utilizing E-Learning at Rajamangala University of Technology Thunyaburi and to compare the expectation of students’ utilizing E-Learning from different. The samples of this research were 377 students who were randomly selected using stratified random sampling. The study research instrument was a questionnaire. Statistics for analyzing the data were percentage, frequency distribution, arithmetic mean, standard deviation and One-way Analysis of Variance which were used to compare the differences among faculties.
The research finding were as follows :
1. The expectation of students’ utilizing E-Learning at Rajamagngala University of
Technology Thanyaburi as a whole and all the aspects were at high level.
2. The comparison of the expectation of students’ utilizing E-Learning at
Rajamangala University of Technology Thanyaburi from different faculties as a whole and all the aspects were not different
A Multi-purpose Gate Driver
งานวิจัยนี้นำเสนอเครื่องสัญญาณขับนำเกตอเนกประสงค์ที่มีความสามารถกว้าง สัญญาณขับนำวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่าง ๆ เช่น วงจรเรียงกระแส หรือวงจรแปลงผันไฟตรง-ไฟตรงแบบวิธีสวิตช์ (วงจรช็อปเปอร์) เป็นต้น โดยที่เครื่องจากต่างประเทศจะต้องใช้เครื่องแยกกัน จึงเกิดความคิดที่จะสร้างสัญญาณขับนำเกตอเนกประสงค์เพื่อวัตถุประสงค์ในการทดแทนการนำเข้าเครื่องสัญญาณขับนำเกตที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
เครื่องสร้างสัญญาณขับนำเกตอเนอประสงค์นี้ประกอบไปด้วยไมโครทอนโทรลเลอร์ dsPIC ที่ทำหน้าที่ประมวลผล ติดต่อกับผู้ใช้ และสร้างสัญญาณขับนำ โดยมีวงจรตรวจจับแรงดันศูนย์เป็นตัวสร้างจังหวะในการสร้างสัญญาณจุดชนวนให้กับวงจรเรียงกระแส การขับนำและจุดชนวนจะกระทำผ่านออฟโตคัฟเปอร์เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน การสั่งงานสามารถกระทำได้โดยผ่านปุ่มกด 4 ปุ่ม ที่ประกอบไปด้วย Mode/Escape, Ok./Run/Stop, Up และ Down และยังปรับคำสั่งผ่านปุ่มหมุนได้ นอกจากนั้นการควบคุมยังสามารถควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์โดยกระทำผ่านพอร์ตอนุกรม RS-232 ที่ความเร็ว 9600bps
ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าเครื่องสร้างสัญญาณขับนำเกตอเนกประสงค์นี้สามารถทำงานได้ดีตามวัตถุประสงค์ โดยสามารถควบคุมผ่านปุ่มกด ปุ่มหมุน และคอมพิวเตอร์ได้ดี โดยมีความผิดพลาดของมุมจุดชนวนในการสร้างสัญญาณจุดชนวนในโหมดวงจรเรียงกระแสประมาณ 0.9% และมีความผิดพลาดของวัฎจักรงานในการสร้างสัญญาณขับนำในโหมดวงจรช็อปเปอร์ประมาณ 2.59%A multi-purpose gate driver is proposed. A several power electronics circuits can be driven by this multi-purposed gate drive. The imported gate drivers using in power electronics laboratory were separated gate drivers and very costly, this problems then can be solved by this multi-purposed gate driver.
A proposed multi-purposed gate driver are consist of dsPIC microcontroller plays role as processing unit, user interface, and generates the drive signals. The zero crossing circuit is used for timing control of rectifier circuit drive. The dsPIC as controller are isolated from power electronics circuits by using opto-couplers for the reason of safety. This multi-purposed gate driver can be controlled by 4 key switches, 1 knob, furthermore it can be fully controlled by computer via RS-232 serial communication at 9600bps.
It can be shown that the results are satisfied, it can controlled by key switches, knob, and computer. The errors of the rectifier and chopper mode are 0.9% and 2.59 respectively
Speech Control Dialed Telephone for Disable People
งานวิจัยนี้มีส่วนช่วยส่งเสริม สนับสนุนโครงการและแนวความคิดของการออกแบบและใช้เทคโนโลยีสำหรับบุคคลทุกคน (Universal Design Assistive Technology) นั้นหมายถึงการนำเอาเทคโนโลยีมาพัฒนาและประยุกต์ใช้ในเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้บุคคลที่ปกติและบุคคลที่พิการมีความเสมอภาคและสามารถใช้เครื่องมือแบบเดียวกันได้ อีกทั้งยังเป็นการยกระดับความสามารถและสิทธิมนุษยชนของบุคคลพิการให้เป็นที่ยอมรับในระดับสาก
Development of natural Fibers Carrying bag for the substitution to synthetic Carrying bag
การศึกษาเพื่อพัฒนากระเป๋ าผ้าใยธรรมชาติเพื่อทดแทนการใช้ถุงจากวัสดุสังเคราะห์ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนางานการออกแบบและตัดเย็บประเป๋าจากผ้าใยธรรมชาติ โดยใช้เทคนิคการตัดเย็บผ้า 7 รูปแบบ พัฒนาให้ได้ต้นแบบของกระเป๋าผ้าที่เป็นที่ต้องการใช้ทั้งขนาด และรูปแบบที่เหมาะสมจากผ้าใยธรรมชาติแล้วพบว่าผ้าจากใยฝ้าย cotton เป็นผ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดด้วยมีคุณสมบัติที่ดูแลรักษาง่าย ไม่ทำลายสภาวะแวดล้อมมีลักษณะเฉพาะที่สวยงามเมื่อตกแต่งแล้วสามารถใช้ทดแทนการใช้ถุงจากวัสดุสังเคราะห์ได้ดีผลจาการศึกษาในครั้งนี้ยังได้วิธีการ และเทคนิคการผลิตรวมไปถึงได้กระเป๋าถึง 15 รูปแบบพร้อมแบบตัดสำเร็จ เมื่อนำไปฝึกอบรมให้ผู้สนใจก็ได้รับความสะดวกผู้เข้ารับการอบรมสามารถตัดเย็บเสร็จภายใน 1 วัน ได้รับแบบตัดและกระเป๋าที่เย็บด้วยตนเองไปดูเป็นต้นแบบต่อไป ยังสามารถลอกแบบที่ตนสนใจนอกเหนือจากแบบที่ตนเลือกอบรมได้อีก ภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมในครั้งนี้ ยังได้นำความรู้ที่ได้ไปขยายให้ผู้สนใจในกิจกรรมเย็บกระเป๋าด้วยกันได้ในรูปแบบของผู้อยู่ในชุมชนเดียวกันหรือ กลุ่มแม่บ้านในชุมชนต่างๆ ฝึกฝนแนะนำกันเพื่อขยายเป็นงานที่จะเสริมรายได้ต่อไป อนึ่งเทคนิคการตัดเย็บทั้ง 7 รูปแบบ เป็นการตกแต่งผ้าให้เกิดความสวยงามเมื่อนำผ้าที่ตกแต่งสวยงามแล้วมาผลิตเป็นกระเป๋า จึงเป็นกระเป๋าที่เมื่อทำเสร็จทำให้เกิดความภาคภูมิใจที่จะถือแทนถุง หรือกระเป๋าในรูปแบบอื่น แล้วยังสามารถนำความรู้เทคนิคการตกแต่งผ้านี้ไปพัฒนาเป็น
ผลิตภัณฑ์อื่นได้อีกไม่มีที่สิ้นสุ
Consistency of performance, education graduate courses as Bachelor of Industrial Technology. Mechanical technology fields. Thanyaburi Rajamangala University of Technology. Needs of the workplace
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสอดคล้องสมรรถนะของผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต วิชาเอกเทคโนโลยีเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ตามความต้องการของสถานประกอบการ ในด้านวิชาความรู้ ด้านทักษะการปฏิบัติงาน และด้านเจตคติ โดยการสอบถามหัวหน้างาน ในสถานประกอบการที่รับบัณฑิตวิชาเอกเทคโนโลยีเครื่องกลเข้าทำงาน
ผลการวิจัยพบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อสมรรถนะด้านวิชาการความรู้ที่มีอยู่กับที่ต้องการไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แสดงว่าสมรรถนะด้านวิชาความรู้ที่ผู้สำเร็จการศึกษามีอยู่นั้น สอดคล้องกับสมรรถนะด้านวิชาการความรู้ที่สถานประกอบการต้องการ ส่วนด้านทักษะการปฏิบัติงานกับด้านเจตคติ เมื่อนำมาวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แสดงว่าสมรรถนะด้านทักษะการปฏิบัติงานและด้านเจตคติ ที่ผู้สำเร็จการศึกษามีอยู่นั้น ไม่สอดคล้องกับสมรรถนะที่สถานประกอบการมีความต้องการ
และเมื่อพิจารณาระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสามด้าน พบว่าสมรรถนะที่สถานประกอบการมีความต้องการมากที่สุด คือ สมรรถนะด้านเจตคติ รองลงมาคือ ด้านวิชาการความรู้ และ ด้านทักษะการปฏิบัติงานตามลำดับThe purposes of this servey research were to study the performance of Bachelor of Intrustrial Technology program in mechanical of Thanyaburi Rajamangala University of Technology needs of the workplace. In academic knowledge, Skills practice and the attitude.
The research found. Level feedback on performance, technical knowledge is required to is no difference is statistically significant level. Show that the performance of academic knowledge, the graduates are Consistent with academic performance, knowledge of workplace needs. The skills to work with the intellectual mind. When the statistical analysis. Found that the difference is statistically significant level. Show that the performance skills and the attitude to work. That graduates are available. Inconsistent with the performance of enterprise needs.
Given the overall level of comments by respondents in all three. Found that performance enterprise needs is performance, followed by the attitude of academic knowledge. And third-order skills is a practical task, respectively
Format and Process of Applied Sufficiency Economy for Create Strength in Community and Social on Foundation be Secure and Adjust Structural Economy Equilibrium and Sustainable
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตัวชี้วัดระดับความพอเพียงของชุมชน และศึกษารูปแบบการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการเก็บข้อมูลปฐมภูมิจากแบบสอบถาม 100 ครัวเรือน การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่มและการสังเกตการณ์ ในชุมชนคลองสัมปทวนจังหวัดนครปฐม ชุมชนคลองสามจังหวัดปทุมธานี และชุมชนคลองฝรั่งจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงปี 2549 โดยยึดหลักการ LROP (Research and Learning for Development to Public) และวิเคราะห์ด้วยสถิติพรรณนาได้แก่ ค่าร้อยละ และค่าความถี่ ผลการวิจัยแยกเป็น 1) สภาพทั่วไปของชุมชนซึ่งแยกออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ สภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและการเมือง และสิ่งแวดล้อม 2) ปัญหาและอุปสรรค การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ 3) ตัวชี้วัดระดับความพอเพียง พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิงร้อยละ 55.86 และเพศชายร้อยละ 43.24 มีอายุระหว่าง 41-50 ปี ร้อยละ 25.23 มีสถานภาพสมรสร้อยละ 65.77 และมีการศึกษาในระดับประถมศึกษาร้อยละ 48.65 ด้านสภาพเศรษฐกิจครัวเรือนกลุ่มตัวอย่างประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวร้อยละ 23.42 เกษตรกรรมร้อยละ 22.52 และรับจ้างทั่วไปร้อยละ 19.82 เป็นสามลำดับแรก มีอาชีพเสริมร้อยละ 38.74 ทั้งนี้รายได้หลักมาจากอาชีพธุรกิจส่วนตัวร้อยละ 25.23 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนน้อยกว่า 10,000 บาทร้อยละ 57.66 รายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนน้อยกว่า 10,000 บาทร้อยละ 74.44 ครัวเรือนที่มีการจัดการการเงินภายในครัวเรือนร้อยละ 94.29 มีการบันทึกบัญชีครัวเรือนร้อยละ 35.14 และมีการกู้ยืมเงินร้อยละ 51.35
ด้านสภาพทางสังคมแยกออกเป็นสภาพสังคมในครัวเรือน สภาพสังคมภายในชุมชน และสิ่งแวดล้อมพบว่าครัวเรือนตัวอย่างมีสมาชิกในครัวเรือนอยู่ระหว่าง 1-4 คนร้อยละ 61.26 โดยครัวเรือนตัวอย่างเห็นว่าครอบครัวจะมีความสุขได้สมาชิกในครัวเรือนต้องได้รับการศึกษาที่ดีควบคู่กับหลักการทางศาสนาร้อยละ 89.19 การอยู่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวร้อยละ 83.78 และการมีรายได้ที่มากกว่ารายจ่ายในชีวิตประจำวันร้อยละ 78.38 เป็นสามลำดับแรก มีการสนทนากันภายในครัวเรือนที่ระดับปานกลางร้อยละ 52.25 ทำให้เกิดปัญหาภายในครัวเรือนที่ระดับปานกลางและน้อยที่สุดเท่ากันร้อยละ 34.23 และวิธีการแก้ไขปัญหาจะใช้วิธีการพูดคุยกันร้อยละ 75.68 นอกจากนี้พบว่าครัวเรือนมีระดับความสัมพันธ์กับบ้านใกล้เรือนเคียงในระดับปานกลางร้อยละ 54.05 สภาพสังคมภายในชุมชนพบว่า ชุมชนจะให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดในระดับมากร้อยละ 26.13 เรื่องเพื่อนบ้านในระดับปานกลางร้อยละ 51.35 เรื่องการมีส่วนร่วมในระดับปานกลางร้อยละ 41.44 และผู้นำในระดับปานกลางร้อยละ 38.74
ด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าทุกชุมชนมีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน ซึ่งพบว่าในชุมชนทั้งสามจะให้ความสำคัญเรื่องปัญหาถนนหนทางในระดับปานกลางร้อยละ 32.43 และปัญหาสาธารณูปโภคในระดับปานกลางร้อยละ 35.14
การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พบว่าครัวเรือยกลุ่มตัวอย่างมีการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ร้อยละ 94.59 โดยมีการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับปานกลางร้อยละ 58.56 ระดับมากร้อยละ 29.73 และระดับน้อยที่สุดร้อยละ 5.41 เป็นสามลำดับแรก ส่วนสมาชิกในครัวเรือนกลุ่มตัวอย่างมีระดับการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้อยู่ในระดับปานกลางร้อยละ 53.15 ทั้งนี้ไม่พบปัญหาการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อใช้แบบสอบถามจะพบว่าทุกครัวเรือนกลุ่มตัวอย่างในทุกชุมชนจะไม่มีปัญหาและอุปสรรคในการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ในการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มกลับพบว่าประชาชนมีปัญหาและอุปสรรคในการประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสัมภาษณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เมื่อวัดระดับความพอเพียง โดยพิจารณาตัวชี้วัดได้เป็น 4 องค์ประกอบได้แก่ 1) ตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจ 2) ตัวชี้วัดด้านสังคม 3) ตัวชี้วัดด้านการเมือง และ 4) ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม พบว่าชุมชนทั้งสามชุมชนมีระดับความพอเพียงในระดับมาก
รูปแบบและแนวทางการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลังจากศึกษาข้อมูลทั่วไปและกำหนดตัวชี้วัดระดับความพอเพียงแล้ว คณะนักวิจัยได้สังเคราะห์รูปแบบและแนวทางการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของทั้งสามชุมชนนี้มี 2 รูปแบบคือการประยุกต์ใช้จากภายใน และการประยุกต์ใช้จากภายนอก ทั้งนี้ได้หาแนวทางการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย โดยมีรูปแบบและแนวทาง 3 รูปแบบได้แก่ รูปแบบผู้นำชุมชน รูปแบบความร่วมมือ และรูปแบบเครือข่ายThe objective of this research is to analyze difficulty in applying Sufficiency economy. The standards to examine adequacy of community and to analyze format of adaptation of Sufficiency economy are collected data by primary questionnaires from 100 households. Interview and observation at Clongsampatan community at Pathumthani and Clongfarang community at Nonthaburi where are the archetype community for Sufficiency economy. By following LROP (Research and Learning for Development to Public) and with Descriptive Statistics which are percentage and mean the results can be divided as followed 1) Overall community can be further divided to economy, social culture and politic, and environment 2) Problem and difficulty to adapt to sufficiency economy philosophy 3) Standard of sufficiency founded that
The answerers are female 55.86% and the rest 43.24% are male. The percentage of sample’s age between 41-50 year is 25.23 with married status 65.67% and 48.65% received a secondary school graduation certificate. For economy of sample data 23.42% are private practice, agriculture 22.52% and work for wages 19.82% secondary jobs 38.74%. However, their main income comes from private practice 25.23%, 57.76% have mean income less than 10,000 bath per month and 74.77% have mean expenditure less than 10,000 bath per month. Households that have money management are 94.29% but only 35.24% have account book and 51.35% have liability.
Social environment can be further separated into social environment in households, social environment in community and environment. The sample data that have family members between 1-4 people are 61.26% and 89.29% believe that family will be happy if the family members have good education along with following religious principle. Family related are 83.78% and 78.38% having more income than living costs. Family members talking with each other at moderate level are 52.25%. Caused moderate to minimum problem in households at 34.23% and 75.68% solving problems by talking. Further more, the middle level relationship among neighbors are 54.05%. From social environment, 26.13% concern about drug problem at high level and concern at moderate level are 41.44% and 38.74 respectively.
Environment management in community can be founded in every community. 32.43% of All 3 communities have moderate concern about road and 35.14% have middle level public utility concern.
Adaptation to sufficiency economy philosophy found that households practices sufficiency economy at 94.59% which moderate level of adaptation 58.56%, high level of adaptation 29.73% and minimum level of adaptation 5.41%. Members of household follow sufficiency economy philosophy at moderate level 53.15%. In addition, no problem can be founded during application of sufficiency economy philosophy. Bu using questionnaire on household, neither problem nor difficulty can be found during practice sufficiency economy philosophy. However, when interview households, problem and difficulty can be founded in adaptation of sufficiency economy philosophy to suit the present day economy. When examine adequacy by using 1) Economic index 2) Social index 3) Political index and 4) Environment index as standard, high level of adequacy can be founded in all sample communities.
After analyze overall data and standard index; researchers found that there are 2 formats and processes of applied sufficiency economy philosophy. These 2 formats are application from inside and application from outside. In addition, there are 3 format of propulsion course to applied sufficiency economy philosophy that are leadership format, cooperation format and system format
Webpage Design for Data Retrieving of Institute of Research and Development
การออกแบบและพัฒนาเว็บเพจเพื่อการสืบค้นข้อมูลของสถาบันวิจัยและพัฒนามีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างฐานข้อมูลสำหรับการสืบค้นและจัดเก็บข้อมูลงานวิจัยแก่นักวิจัยและผู้ที่สนใจ และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ระหว่างนักวิจัยภายใน และภายนอกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อีกทั้งยังเพื่อประชาสัมพันธ์หน่วยงานและเป็นแนวทางในการนำระบบฐานข้อมูลไปพัฒนารูปแบบงานวิจัย การสืบค้นและเผยแพร่งานด้านการวิจัย โดยรูปแบบของเว็บเพจประกอบไปด้วย ระบบฐานข้อมูลงานวิจัย วารสารวิจัย รายงานการประเมินตนเอง รายงานผลการปฏิบัติราชการ ประกาศ/คำสั่ง/ข้อบังคับ แหล่งทุนวิจัย ปฏิทินกิจกรรม และประมวลภาพกิจกรรม นอกจากนี้ยังสามารถเข้าใช้งานเมนูต่างๆ เช่น เกี่ยวกับ สวพ. คลินิกเทคโนโลยีติดต่อ สวพ. ดาวน์โหลด กระดานสนทนา และรวมถึงลิงค์แหล่งทุนวิจัย ลิงค์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ ข่าวกิจกรรม ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทุนวิจัย และนักวิจัยดีเด่น
ทั้งนี้ข้อมูลของระบบสามารถนำไปใช้สรุปผลการบริหารงานวิจัยประจำปีของสถาบันวิจัยและพัฒนาในแต่ละปีงบประมารและประเภทของแหล่งทุ