Rajamangala University of Technology
Rajamangala University of Technology Thanyaburi: Intellectual Repository @ RMUTT / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีNot a member yet
277 research outputs found
Sort by
(Compressed Sheets From Coconut Fiber, Bagasse, Rice Straw Rice Hull)
งานวิจัยนี้ต้องการศึกษากระบวนการผลิตของแผ่นอัดจากใยมะพร้าว ชานอ้อย ฟางข้าว และแกลบ
โดยใช้กระบวนการ Compression Molding และตัวแปรที่จะใช้ศึกษาได้แก่ ชนิดและปริมาณของสารเชื่อมประสานเป็นวัสดุในกลุ่มของโพลิเมอร์ ได้แก่ กาวยูเรียฟอร์มาลดีไฮด์ และพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง และทำการศึกษาสมบัติของแผ่นอัดแผ่นอัดจากใยมะพร้าว ชานอ้อย ฟางข้าว และแกลบ อันได้แก่ ความแข็งแรงเชิงกล และการดูดซึมน้ำ จากผลการทดลองพบว่า การผลิตแผ่นอัดจากเส้นใยธรรมชาติต่างชนิดกัน จะใช้ปริมาณสารเชื่อมประสานที่ต่างกัน และในการผลิตแผ่นอัดโดยใช้สารเชื่อมประสานต่างชนิดกัน ก็จะใช้ปริมาณของเส้นใย : สารเชื่อมประสานที่ต่างกัน โดยในการกาวยูเรียฟอร์มลดีไฮด์ เป็นสารเชื่อมประสานจะใช้ในปริมาณต่ำกว่าการใช้พอลิเอทิลีนเป็นสารเชื่อมประสาน จากการทดสอบสมบัติการดูดซึมน้ำพบว่าถ้าใช้ปริมาณสารเชื่อมประสานมากขึ้นจะทำให้ค่าดูดซึมน้ำของแผ่นอัดลดลง นอกจากนี้เส้นใยที่ต่างกันจะให้สมบัติการดูดซึมน้ำที่ต่างกัน การใช้พอลิเอทิลีนเป็นสารเวื่อมประสานจะทำให้ ได้แผ่นอัดที่มีค่าการดูดซึมน้ำที่ต่ำ จากการทดสอบสมบัติเชิงกลพบว่าถ้าใช้ปริมาณสารเชื่อมประสานมากขึ้นจะทำให้สมบัติเชิงกลของแผ่นอัดดีขึ้น นอกจากนี้เส้นใยที่ต่างกันจะให้สมบัติเชิงกลต่างกัน การใช้กาวยูเรียฟอร์มาลดีไฮด์ เป็นสารเชื่อมประสานจะทำให้ได้แผ่นอัดสมบัติเชิงกลที่ดีกว่า การใช้พอลิเอทิลีนเป็นสารเชื่อมประสา
Factors of Decision Making on New Theory Farming Practices by Farmers in North-eastern Region of Thailand
การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจทำเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่และรูปแบบของการดำเนินงาน รวมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนข้อเสนอแนะของเกษตรกร ศึกษาโดยการสัมภาษณ์เกษตรกรตัวอย่างจากจังหวัดสกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และจังหวัดปราจีนบุรี ประกอบด้วยเกษตรกรที่ทำเกษตรทฤษฎีใหม่จำนวน 200 คน และเกษตรกรที่ไม่ทำเกษตรทฤษฎีใหม่จำนวน 200 คน
ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่เป็ นเกษตรกรรายย่อย มีแรงงานในครอบครัว 2-3 คน มีพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 10 ไร่ และพื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่เป็นของตนเอง รวมทั้งเป็นสมาชิกสถาบันทางการเกษตรในเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจทำเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกร พบว่า อายุ รายได้จำนวนพื้นที่ถือครองทำการเกษตร ระดับการศึกษา การเป็นสมาชิกสถาบันทางการเกษตร ความเพียงพอของรายได้ต่อการครองชีพ และลักษณะพื้นที่ถือครองทางการเกษตรมีผลต่อการตัดสินใจทำเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกรสำหรับการดำเนินกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกรนั้นพบว่า เกษตรกรทั้ง หมดมีความรู้และความเข้าใจต่อโครงการ โดยมีกิจกรรมทั้งการขุดสระน้ำปลูกข้าว ปลูกพืช และจัดแบ่งพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า หลังจากทำเกษตรทฤษฎีใหม่แล้วมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิมส่วนด้านปัญหาอุปสรรคนั้นเกษตรกรส่วนใหญ่มีปัญหาในด้านเงินทุน โรคพืชระบาดและขาดแหล่งน้ำ โดยเสนอแนะให้รัฐบาลช่วยเหลือในด้านจัดหาแหล่งเงินทุน จัดหาแหล่งน้ำ หรือขุดเพิ่มเติม รวมทั้ง การให้บริการความรู้ของเจ้าหน้าที่ที่มีประสิทธิภา
Development of Professional Animal Ethics : A Case Study – Using Animal Ethics and Welfare to Improve Attitude Towards Animals of Animal Science Students
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้หลักสูตรอบรมด้านจริยธรรมและสวัสดิภาพสัตว์ ในการปรับทัศนคติต่อสัตว์ต่าง ๆ ต่อสัตว์ รวมถึงความตระหนักด้านคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้สัตว์ ของนักศึกาสาขาสัตวศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ 6 แห่ง เพื่อสร้างเสริมให้มีค่านิยมทัศนคติและจริยธรรมทางวิชาชีพที่ถูกต้องเหมาะสม โดยการพัฒนาสื่อการสอนซึ่งมีเนื้อหาจากหลักสูตรรายวิชาเลือก จริยธรรมและสวัสดิภาพสัตว์ ของสาขาสัตวศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 2550 เพื่อใช้สอนนักศึกษา โดยใช้แบบสอบถาม 4 ชุด ประกอบด้วย แบบประเมินคุณธรรมและจริยธรรมส่วนบุคคล EPQ (Ethical Position Questionnaire) แบบวัดความเข้าใจและการยอมรับของคนต่อการมีความรู้สึกและมีสติรู้ตัวของสัตว์ AMS (Animal Mental Survey) และแบบสำรวจทัศนคติความคิดเห็นต่อความเจ็บปวดของสัตว์ ATT (Attitude Towards Treatment of Animal) และแบบสำรวจความคิดเห็นและการยอมรับในการใช้สัตว์เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ AAS (Attitude Towards Animal Scale) รวมทั้งคำถามเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐาน เช่น อายุ เพศ อาชีพบิดามารดา จำนวนสัตว์เลี้ยง ถิ่นที่อยู่ (ในเมืองหรือชนบท) และการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา ในการประเมินจริยธรรมในการใช้สัตว์ทั้งก่อนและหลังการอบรม ของนักศึกษาสาขาสัตวศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและมหาวิทยาลัยของรัฐอื่น รวม 6 แห่ง จำนวน 160 คนThe aim of the research is to investigate the use of animal ethics and welfare curriculum to improve attitudes toward animals and the awareness in animal ethics and welfare of Animal Science students in six public universities. The tools used were and 4 attitude scale surveys; Ethical Position Questionnaire (EPQ), Animal Mental Survey (AMS), Attitude Towards Treatment of Animal (ATT) and Attitude Towards Animal Scale (AAS). Demographic information such as age, gender, occupation of parents, number of pets, geographic region of origin (rural or urban area) and religious affiliation were also collected from 160 students from 4 Rajamangala University of Technology and 2 other public universitie
Embedded Monitoring System Base Electric Power Quality Management
ปัจจุบันการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมาอันเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเกษตรกรรมของประเทศ จึงจำต้องขยายขีดความสามารถของการผลิต การส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ในการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า ระบบจำหน่ายกำลังไฟฟ้าเริ่มมีปัญญาเนื่องจากโหลดของไฟฟ้าเป็นแบบไม่เป็นเชิงเส้น และปัญหาที่เกิดจากสภาวะแวดล้อมธรรมชาติที่เราไม่สามารถควบคุมได้ข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของไฟฟ้านั้น จำเป็นต้องไปเก็บค่ากับตัวเครื่องวัดที่หน้างานซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน
ด้วยเหตุนี้ คณะผู้ทำจึงคิดค้นแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการพัฒนาระบบการวัดคุณภาพระบบไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์ผ่านเครื่อข่ายแบบฝังตัวสำหรับใช้ในการวัดคุรภาพระบบไฟฟ้า เช่น แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า ฮาร์มอนิกส์ แรงดันเกิน แรงดันตก การเกิดความผิดพร่องต่างๆ เป็นต้น คอมพิวเตอร์แม่ข่ายแบบฝังตัวพัฒนาขึ้นจากไมโครคอนโทรลเลอร์สามารถใช้วัดและตรวจจับสัญญาณทางไฟฟ้าผ่านวงจรวัดสัญญาณ และวงจรแปลงสัญญาณอนาลอกเป็นดิจิตอล การรับส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแบบฝังตัวกับอุปกรณ์ภายนอกกระทำผ่านเครือข่ายอีเทอร์เน็ต (Ethernet) หรืออินเตอร์เน็ต (Internet) ทำให้มีความถูกต้องแม่นยำการทำงานของคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแบบฝังตัวถูกควบคุมด้วยระบบปฏิบัติ จึงสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสู
The Study of Job Satisfaction of Employees in Navanakorn Industrial Estate
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงปัจจัยด้านความพึงพอใจในงานที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์กร โดยการวิเคราะห์ความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จำแนกตามเพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในบริษัท ประสบการณ์ทำงานโดยรวม ตำแหน่งงาน และรายได้ รวมถึงศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านความพึงพอใจในงานด้านความมั่นคงในอาชีพการงาน ด้านรายได้ ด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ด้านโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ด้านลักษณะงานและความรับผิดชอบของงานที่ปฎิบัติ ด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ด้านการนิเทศงานสำหรับพนักงาน และด้านความภาคภูมิใจต่อผู้บังคับบัญชา ที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานผลการศึกษาพบว่า
1.จากวิเคราะห์ข้อมูลด้านบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่าเพศหญิงมีสัดส่วนมากกว่าเพศชายโดยเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 73.5 พนักงานส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 31 ถึง 35 ปี คิดเป็นร้อยละ 32.5 มีสถานภาพโสดคิดเป็นร้ยอละ 59.7 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือต่ำกว่าคิดเป็นร้อยละ 67.5 มีพนักงานที่ปฏิบัติงานมากกว่า 7 ปี คิดเป็นร้อยละ 44.7 มีพนักงานที่มีประสบการณ์ทำงานโดยรวมมากกว่า 9 ถึง 12 ปี คิดเป็นร้อยละ 24.9 พนักงานรายเดือนคิดเป็นร้อยละ 52.2 และมีอัตราเงินเดือนอยู่ที่ 5,001 ถึง 10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 69.6
2.ผลการวิเคราะห์ความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน จำแนกตามปัจจัยด้านบุคคลพบว่า เพศ อายุ สถานภาพสมรส ประสบการณ์ทำงานโดยรวม และตำแหน่งงานที่แตกต่างกันส่งผลต่อระดับความผูกพันต่องค์กรที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนระดับการศึกษาระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในบริษัท และรายได้ ที่แตกต่างกันไม่ส่งผลต่อระดับความผูกพันต่อองค์กรที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
3.ผลการวิเคราะห์มีความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านความพึงพอใจในงานกับความผูกพันต่องค์กร พบว่าตัวแปรอิสระทั้ง 8 ปัจจัยมีความสัมพันธ์ในทางบวกกับตัวแปรตามอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และเมื่อทำการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ พบว่า ปัจจัยความพึงพอใจในงาน ด้านความั่นคงในอาชีพ ด้านความรับผิดชอบในงานที่ปฏิบัติ และด้านความภาคภูมิใจในผู้บังคับบัญชา มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์กรมากที่สุด โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และมีความสัมพันธ์ต่อองค์กรที่สูงขึ้น ซึ่งผลการวิจัยครั้งนี้ตรงกับความคาดหวังของผู้วิจัย และสามารถใช้เป็นแนงทางในการจัดการบุคลากร เพื่อเสริมสร้างให้พนักงานมีความผูกพันต่อองค์กรให้มากขึ้นอันจะส่งผลให้องค์กรได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นThis Study Investigated the factors that effect employee job satisfaction and loyalty in Navanakorn Industrial Estate, Pratunthani. The Objective of this study was Studied the level of organization commitment, the level of employee’s organizational loyalty, The classified demographic data with relationship between safety need of employment along with income fringe benefit, career advancement and relationship with colleague that effect employee. To study the relationship between motivation factor and organization commitment that will have effect to employee’s organization loyalty. The data was collected by questionnaire and analyzed by descriptive statistics, e.g. percentage, mean, deviates standard, test hypothesis with the statistics of t-test for two group variable, using the statistic of One way ANOVA (F-test) for the variable more than two group at 95 confidence percentage level. In case of the test imply statistic significant level, it will test comparing the statistic, LSD.
The result of study found that the most employee who answer was female 73.5 percentage and 16.5 percentage was male, the age over 31-35 years was 32.5 percentage, there are married was 40.3 percentage, the education was in high school or diploma 38.7 percentage and working as operator was 60.3 percentage, Most of the income was average as 5,000 – 10,000 bath per month and have working over 10 years at this company. The relationship between motivation factor and organization commitment, it indicates that all aspect of motivation factors has relationship with organization commitment at a significant level of 0.01. The aspect of motivation factor which highly correlated to organization commitment was work itself (0.582), followed by responsibility (0.563), the relationship with supervisor (0.497), advancement and growth (0.459), recognition (0.447), achievement (0.453), work condition (0.442), then relationship with supervision (0.369), salary (0.393), company policy and administration (0.379) and relationship with peers (0.344).
Finally, considering the relationship between organization commitment and organization loyalty, the finding indicated that all aspect of motivation factors has relationship with organization loyalty at a significant level of 0.01. The aspect of organization commitment which highly correlate to organization loyalty was job efficiency (0.615), follow by organization commitment (0.606) and proud (0.590). The motivation factors which effect to working employee was medium rating and considering company policy and administration was highest rating, work itself, recognition, work condition, responsibility, achievement, relationship with subordinate, relationship with supervisor, salary, advancement and growth working
การศึกษาผลของยาต้านเชื้อมาลาเรียที่มีต่อ β- Hematin ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
การศึกษาปฏิกิริยาของยาต้านเชื้อมาลาเรียโดยใช้ β- Hematin สังเคราะห์แทน Hemozion ซึ่งเป็นสารพิษ (malaria pigment) ที่เกิดจากากรเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือดแดงเมื่อคนรับเชื้อจากยุงก้นปล่องที่เป็นพาหะนำโรคไข้มาลาเรีย ทั้งนี้เนื่องจาก β- Hematin สังเคราะห์มีโครงสร้างเป็น dimer เหมือนกับ Hemozoin โดยใช้ ต่อ β- Hematin ที่สังเคราะห์จาก Hemin โดยวิธี Acidification และจาก Hematin โดยวิธี Dehydrohalogenatio ได้ผลิตภัณฑ์ร้อยละ 78 และ 84 ตามลำดับ และใช้ยาต้านเชื้อมาลาเรียดังนี้ Quinine Chloroquine Primaquine และ Mefloquine จากผลของการตรวจหมู่ฟังก์ชันพบว่า β- Hematin สังเคราะห์ แสดงโครงสร้างการสั่นของหมู่ฟังก์ชันที่เป็นลักษณะเฉพาะเหมือนกับ Hemozoin โดยแสดงแถบเลขคลื่นที่บ่งบอกการติดเชื้อมาลาเรียที่สำคัญในอินฟราเรดสเปกตรัม ดังนี้ v [subscript H-bond] (Propionate linkage)v [subscript c=o] และ v [subscript c-o] ที่ 1711(s)1665 (s) และ 1210(m)cm[superscript-1] ตามลำดับ และในรามานสเปกตรัมที่แถบเลขคลื่นดังนี้ v[subscript(Ca-Cm)] v[subscript(Cb-Cb)] v[subscript(Pyr.half-ring)sym] δ[subscript Cm-H] (methine) และ v[subscript Pyr.breating]ที่ 1632(m) 1551(m) 1375(w) และ 753(w) cm[superscript-1] ตามลำดับ และปรากฎแถบการสั่นของ v[subscript(Fe-O)]ที่ 354 (w-m)cm[superscript-1]พบว่าการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาต้านเชื้อมาลาเรียกับ β- Hematin 15 มิลลิกรัม ที่อุณหภูมิ 38℃ ค่า pH 4-5 โดยแปรช่วงเวลา 1 2 3 และ 6 ชั่วโมงปริมาณของยาจะลดลงอย่างรวดเร็วในชั่วโมงแรกของการทดลองและมีรูปแบบของการลดลงของสารออกฤทธิ์แบบ Exponential Decay และผลิตภัณฑ์ที่ได้หลังทำปฏิกิริยาไม่แสดงแถบเลขคลื่นของโครงสร้างการสั่นของโมเลกุลที่แสดงว่ามีการติดเชื้อทั้งในอินฟราเรดและรามานสเปกตรัมที่เลขคลื่น 1712 1664 และ 1207 cm[superscript-1] ตามลำดั
Mini-Arial crime scene observer
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยและออกแบบอากาศยานขนาดเล็ก โดยมีการออกแบบใบพัด ตัวอากาศยานและอุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพในหลาย ๆ ลักษณะเปรียบเทียบกัน ทั้งนี้รวมไปถึงการออกแบบสร้างระบบร่อนลงจอดโดยอัตโนมัติ ใช้ระบบอินฟาเรดที่มีชุดไมโครคอนโทรลเลอร์เป็นตัวควบคุม จากการออกแบบและทดสอบแสดงให้เห็นว่าค่าความแข็งแรงของใบพัดที่ใช้ในการขับอากาศยานขนาดเล็กนี้ จะเห็นได้ชัดว่าวัสดุที่ใช้ทำใบพัดที่เป็นไม้นั้นจะให้ค่าความแข็งแรงสูงสุดเมื่อเทียบกับใบพัดที่ทำจากพลาสติกและใบพัดที่ทำจากสไตโรโฟมเสริมแรง ซึ่งจากผลทางไฟไนท์เอเลเมนท์ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าที่จุดยึดใบพัดแต่ละแบบจะมีค่าความเข้มข้นของความเค้นสูงมาก แม้ว่าใบพัดที่ทำจากไม้จะมีค่าความเค้นที่จุดจับยึดน้อยหว่าแบบอื่น และมีความคงมากกว่าเมื่อถูกแรงภายนอกมากระทำ แต่ตามธรรมชาติของไม้จะไวต่อค่าความชื้อในอากาศ ดังนั้นเมื่อค่าความชื้นในอากาศสูง มุมประทะของใบพัดมีการเปลี่ยนแปลงจากกการบิดตัวของไม้ ส่วนสมรรถนะในการบินของอากาศยานแบบต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงอัตราการชัพลังงานที่ใช้ขับอากาศยาน จะแปรผันตามค่าของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และจะแปรผกผันกับค่าอัตราความเร็วของลมที่ใช้ในการทดลอง ในส่วนของผลการบันทึกความชัดเจนของสัญญาณภาพจากอุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพแบบไร้สาย โดยเปรียบเทียบในด้านสัญญาณรบกวนระหว่างคลื่นความถี่ของอุปกรณ์ที่ใช้บังคับอากาศยาน กับคลื่นความถี่ของอุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพแบบไร้สาย โดยเมื่อนำเอาของสัญญาณภาพมาเปรียบเทียบค่ามาตรฐานที่ได้ตั้งไว้ในโปรแกรม มีค่าความผิดเพี้ยนของสัญญาณไม่มากนัก และ ผลการทดลองด้านการควบคุมและสัญญาณตอบสนองจากระบบลงจอดอัตโนมัติ แสดงให้เห็นว่าอัตราการตอบสนองของเซอร์โวมอเตอร์ยังต่ำอยู่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระนาบของอากาศยานขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว แต่ในด้านความเร็วรอบใบพัดขับสามารถปรับให้มีความเร็วรอบใกล้เคียงตามที่ต้องการได้เมื่อเปรียบเทียบกับระดับความสูงของตัวอากาศยา
The Stakeholder’s Satisfaction towards Academic Service Role of the Faculty of Liberal Arts, RMUTT.
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์คือ เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่มีต่อบทบาทการบริการทางวิชาการแก่สังคม ในด้านการเป็นผู้เตือนสติสังคม การชี้นำสังคม และการตอบสนองต่อการต้องการของสังคม ของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งประชากรและกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ อาจารย์และเจ้าหน้าที่ของคณะศิลปศาสตร์ ประชาชนในเขตบริหารส่วนตำบลคลองหก และผู้ปกครองของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ทำการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบโควต้า Quata Sampling จำนวนทั้งสิ้น 136 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล วิเคราะหืข้อมูลโดย ใช้สถิติพรรณา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า อาจารย์และเจ้าหน้าที่ ของคณะศิลปศาสตร์มีความพึงพอใจต่อบทบาทการบริการวิชาการแก่สังคมของคณะศิลปศาสตร์ในระดับมาก โดยมีความพึงพอใจด้านการตอบสนองความต้องการแก่สังคมสูงสุด ร้อยละ 78.4 รองลงมาเป็นด้านการเตือนสติแก่สังคมและด้านการชี้นำสังคม ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลคลองหก มีความพึงพอใจต่อบทบาทบริการวิชาการแกสังคมของคณะศิลปศาสตร์ ในระดับมากโดยมีความพึงพอใจด้านการตอบสนองความต้องการแก่สังคมสูงสุด ร้อยละ 76.8 รองลงมาเป็นด้านการเตือนสติแก่สังคมและการชี้นำสังคม ผู้ปกครองนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มีความพึงพอใจบทบาทการบริการวิชาการแก่สังคมของคณะศิลปศาสตร์แต่ละด้านใกล้เคียงกัน ดดยมีความพึงพอใจในระดับปานกลางคือ ร้อยละ 68.0 ถึง 69.6 อาจารย์และเจ้าหน้าที่ และประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลคลองหก มีความพึงพอใจต่อบทบาทบริการวิชาการแก่สังคมของคณะศิลปศาสตร์ ในระดับมากโดยพึงพอใจด้านการตอบสนองความต้องการแก่สังคมมากที่สุดในขณะที่ผู้ปกครองนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มีความพึงพอใจในระดับปานกลางThis research aimed to study the satisfaction of the steakholders to the roles in academic services for society upon social warning, social leader, and response to social needs by the Faculty of Liberal Arts, Rajamongkol Thanyaburi University. The 136 samples selected by quota sampling were 3 groups of involvetors : lecturers and staffs of the Faculty of Liberal Arts, Local people of Klong Hok Subdistrict Administration Organization, and parents of liberal arts students. Questionnaires related to the objectives of the research were using percentage, means and standard deviation.
The results showed that :
1. Lectures and staffs of the faculty of Liberal Arts satisfied to the roles in academic services for society by the faculty of Liberal Arts at the high level. Especially response to social needs was found to be the highest (78.4) while social warning, and social leader were found in the lower levels respectively.
2. Local people of the Klong Hok Subdistrict Administration Organization also satisfied to the roles in academic services for society by the Faculty of liberal Arts at the “high” level. Especially response to social needs was found to be the highest (76.8) while social warning, and social leader were found in the lower levels respectively.
3. Parents of liberal arts students satisfied to the roles in academic services for society by the Faculty of Liberal Arts at the “medium” level in every aspect. (68.0-69.6
การศึกษาความต้องการศึกษาต่อสาขาวิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดฉะเชิงเทรา ปทุมธานี นครปฐม นครนายก นนทบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมถึงความเป็นไปได้ในการเปิดสอนหลักสูตรสาขาวิชาภาษาจีนคณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และช่องทางในการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์เมื่อสำเร็จการศึกษา จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวนทั้งสิ้น 880 คน เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห็ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows version 11.0
ผลการวิจัยพบว่า
1. นักเรียนส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่กรุงเทพมหานคร มรจำนวนพี่น้องที่กำลังศึกษาอยู่ 2 คน อาศัยอยู่กับบิดามารดา ได้รับการอุปการะด้านการศึกษาจากบิดาและมารดา บิดาสำเร็จการศึกษาสูงสุดระดับประถมศึกษาหรือเทียบเท่า มารดาสำเร็จการศึกษาสูงสุดระดับประถมศึกษาหรือเทียบเท่า ผู้ปกครองที่ไม่ใช่บิดามารดาสำเร็จการศึกษาสูงสุดระดับประถมศึกษาหรือเทียบเท่า บิดาประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว มารดาประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ผู้ปกครองที่ไม่ใช่บิดามารดาของนักเรียนประกอบอาชีพรับราชการ / ทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ครอบครัวของนักเรียนส่วนใหญ่ไม่ใช้ภาษาที่สองสื่อสารภายในครอบครัว ภาษาที่สองที่ใช้ในการสื่อสารภายในครอบครัวส่วนใหญ่ คือ ภาษาจีนแต้จิ๋ว
2. นักเรียนส่วนใหญ่มีทัศนคติในการศึกษาต่อระดับปริญญาตรี คือวางแผนว่าหลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วจะเรียนเต็มเวลาและหาโอกาสทำงานเท่าที่มีโอกาส เลือกศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยปิดของรัฐบาล โดยพิจารณาสาขาที่จะเรียนและสถาบันควบคู่กันไป และเลือกสาขาวิชาที่ตนชอบและถนัดในการศึกษาต่อมากที่สุด
3. นักเรียนร้อยละ 37.39 สนใจเข้าศึกษาต่อสาขาวิชาภาษษจีน เพราะอยากมีความรู้ ความเข้าใจในภาษาจีนให้มากขึ้น ส่วนใหญ่ต้องการให้เสนอข้อมูลการศึกษาต่อสาขาวิชาภาษาจีนโดยการแนะแนวจากสถาณศึกษาของนักเรียน และหารมีการเปิดสอนหลักสูตรภาษาจีนก็ต้องการเข้าศึกษาในสาขาวิชาดังกล่าว นักเรียนคาดหวังว่าจะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการประกอบอาชีพ และอยากเป็นมัคคุเทศก์ และต้องการให้สาขาวิชาภาษาจีนเน้นการสอนทักษะการพูดมากที่สุดThe purpose of the study was to make a need assessment of the course Bachelor Degree majoring in Chinese at the Faculty of Liberal Arts, Rajamangala University of Technology Thanyaburi. The general information of students from Bangkok, Chachoengsao, Pathumthani, Nakornpathom, Nakornnayok, Nonthburi and Autthaya provinces was studied. They are students who will possibly take up a Bachelor Degree Curriculum majoring in Chinese at the Faculty of Liberal Arts, Rajamangala University of Technology Thanyaburi. The study also included an assessments of these survey research were questionnaires from 880 samples. The data were analyzed by using the SPSS for Windows version 11.0
The result revealed that
1. Most of the students originally come from Bangkok, Most of them have two brothers and ar
2D Thermal Modeling of Friction Stir Weld using Computational Fluid Dynamics
โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษารูปแบบการกระจายความร้อนในแนวเชื่อมฟริกชั่นสเตอร์อลูมิเนียมผสม 6063 ดดยการสร้างแบบจำลองเชิงตัวเลข 2 มิติของการกระจายความร้อนด้วยพลศาสตร์ของไหลในรอยเชื่อมฟริกชั่นสเตอร์ และเปรียบเทียบค่าการกระจายความร้อนที่ได้จากการวัดอุณหภูมิด้วยเทอร์โมคัพเพิลชนิดเค ดดยมีผลการทดลองโดยสรุปดังต่อไปนี้
ตัวกวนทรงเกลียววนซ้ายทำให้ได้แนวเชื่อมที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดในบรรดาตัวกวนทั้ง 4 รูปแบบ และให้ค่าความแข็งแรงสูงกว่าโลหะหลักอลูมิเนียม ความแข็งแรงสูงสุดในการทดลองมีค่าเท่ากับ 168 MPa ที่ความเร็วรอบ 2000 รอบต่อนาที ความเร็วเดินแนว 125 mm/min โครงสร้างจุลภาคของแนวเชื่อมแสดงการเกิดการก่อตัวของเกรนใหม่ที่มีขนาดเล็กและกลมมนกว่าโลหะหลักอลูมิเนียม อุณหภูมิในรอยต่อชนมีค่าสูงสุดที่บริเวณกึ่งกลางแนวเชื่อมที่จุดสุดท้ายก่อนการดึงตัวกวนออกจากแนวเชื่อมที่ค่าประมาณ 332 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดที่เกิดขึ้นมีค่าประมาณ 0.5 เท่าของจุดหลอมเหลวอลูมิเนียม การใช้การคำนวณด้วยพลศาสตร์ของไหลสามารถอธิบายกระบวนการถ่ายเทความร้อนในรอยต่อชนได้ และลดปัญหาการอธิบายการกระจายตัวของความร้อนบริเวณใกล้กับเครื่องมือเชื่อมที่มีการเคลื่อนที่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น การใช้การคำนวณพลศาสตร์ของไหลในการพยากรณ์การกระจายความร้อนในรอยต่ออลูมิเนียมเกรด 6063 ที่เชื่อมด้วยฟริกชั่นสเตอร์ทำให้ทราบถึงการเกิดการให้ความร้อนก่อนการเชื่อม (Pre-heat) ทำให้ผู้ปฏิบัติการเชื่อมง่ายขึ้นและทำให้ตัวกวนไม่เกิดการสึกกร่อน
คำสำคัญ : การเชื่อมด้วยการเสียดทานแบบกวน, รอยต่อชน, อลูมิเนียม, การคำนวณด้วยพลศาสตร์ของไหลThis research project aims to study a thermal distribution model of Friction Stir Welding (FSW) on AA6063 aluminum alloy butt joint. 2D computational fluid dynamics model o a thermal distribution on AA6063 FSW joint was constructed and compared with a temperature distribution that was measured by type K thermocouple. The results are as following.
A cylindrical left screw stirrer shape was a best stirrer among 4 stirrer shape that applied to weld a joint and could produce a sound joint with a higher joint strength than that of an aluminum base material. An optimum welding condition of a cylindrical left screw stirrer shape that was a rotation speed of 2000 rpm, a welding speed of 125 mm/min gave a maximum tensile strength of 168 MPa. Microstructure of the joint indicated a re-crystallization in a weld that had a smaller and rounder than that of aluminum base material. The maximum temperature of the butt joint was located at the welding line that was about 332C or 0.5 time of aluminum base material melting point. An application of a computational fluid dynamics could explain the heat transfer process in the butt joint and reduced produced problems of heat distribution at the area closed to a moving welding tool. Furthermore, the CFD sufficiently indicated a pre-heat data that was an advantage for operator to easily weld the joint and protect the stirrer from a worn out.
Keywords: friction stir welding, butt joint, aluminum, computational fluid dynamic