Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
351 research outputs found
Sort by
แนวทางการประยุกต์ใช้ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) ในกระบวนการผลิตอาหาร : กรณีศึกษาโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดนราธิวาส
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำระบบ HACCP มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตอาหารในโรงครัวของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนราธิวาส และประเมินผลการประยุกต์ใช้ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) โดยการเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์คุณภาพจุลินทรีย์ของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหาร(แกงเขียวหวานไก่) ก่อนและหลังการประยุกต์ใช้ระบบ HACCP สำหรับผลการวิเคราะห์จุดวิกฤตที่ต้องควบคุมโดยใช้ผังการตัดสินใจ พบจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม 1 จุด คือ ขั้นตอนการปรุงสุก ซึ่งพบอันตรายทางชีวภาพ เนื่องจากการเหลือรอดของจุลินทรีย์ที่ก่อโรค สำหรับคุณภาพทางจุลินทรีย์ก่อนและหลังการประยุกต์ใช้ระบบ HACCP ตรวจวิเคราะห์ Total bacteria count ในผลิตภัณฑ์อาหาร (แกงเขียวหวานไก่) ถ้วย และถาดหลุม พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) สำหรับแกงเขียวหวานไก่ก่อนการประยุกต์ใช้ระบบ HACCP พบเชื้อคอลิฟอร์มแบคทีเรีย และเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรค คือ Staphylococcus aureus หลังการประยุกต์ใช้ระบบ HACCP ไม่พบเชื้อคอลิฟอร์มแบคทีเรียและเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรค คำสำคัญ: HACCP โรงพยาบาลชุมชน กระบวนการผลิตอาหา
ความต้องการสารสนเทศและพฤติกรรมการแสวงหาสารสนเทศด้านการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยของรัฐในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการสารสนเทศ ในด้านเนื้อหา รูปแบบ และแหล่งสารสนเทศ 2) ศึกษาการแสวงหาสารสนเทศ ในด้านเนื้อหา รูปแบบ และแหล่งสารสนเทศ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความต้องการสารสนเทศและพฤติกรรมการแสวงหาสารสนเทศ และ 4) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่เกิดจากการแสวงหาสารสนเทศ ด้านการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยของรัฐในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการศึกษาต่อระดับปริญญาโท กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 และปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 388 คน ซึ่งผู้วิจัยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล แบบสอบถามได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.890 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าร้อยละ และค่าไคสแควร์ (Chi – Square) ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการสารสนเทศด้านการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท พบว่า ด้านเนื้อหาของสารสนเทศ นักศึกษามีความต้องการสารสนเทศด้านการมีงานทำ มากที่สุด ด้านรูปแบบของสารสนเทศ นักศึกษามีความต้องการสารสนเทศประเภทวัสดุตีพิมพ์ มากที่สุด และด้านแหล่งสารสนเทศ นักศึกษามีความต้องการสารสนเทศแหล่งสารสนเทศที่ผ่านช่องทางเทคโนโลยี และการสื่อสาร มากที่สุด 2) การแสวงหาสารสนเทศด้านการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท พบว่า ด้านเนื้อหาของสารสนเทศ นักศึกษามีการแสวงหาสารสนเทศด้านหลักสูตร มากที่สุด ด้านรูปแบบของสารสนเทศ นักศึกษามีการแสวงหาสารสนเทศประเภทวัสดุตีพิมพ์ มากที่สุด ด้านแหล่งสารสนเทศนักศึกษามีการแสวงหาสารสนเทศจากแหล่งสารสนเทศที่ผ่านช่องทางเทคโนโลยี และการสื่อสารมากที่สุด 3) ความต้องการสารสนเทศมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการแสวงหาสารสนเทศ และ 4) นักศึกษามีปัญหาและอุปสรรคที่เกิดจากแหล่งสารสนเทศ มากที่สุด คำสำคัญ : ความต้องการสารสนเทศ การแสวงหาสารสนเทศ การศึกษาต่อในระดับปริญญาโ
แนวทางการบริหารงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข : กรณีศึกษาโรงพยาบาลสงขลา
การศึกษาเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ความเข้าใจ การมีส่วนร่วม และความคิดเห็นของบุคลากรต่องานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ปัจจัยที่มีผลต่องานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนศึกษาแนวทางการบริหารงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาลสงขลา วิธีการวิจัยเชิงพรรณนาแบบผสมผสาน รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ข้อมูลเชิงคุณภาพได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลหลักเลือกแบบเจาะจงเป็นผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล จำนวน 4 คน ข้อมูลเชิงปริมาณได้จากแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มแบบกำหนดโควตาตามสัดส่วนลูกจ้างและพนักงานจำนวน 325 คน โดยแบบสอบถามมีความตรงตามเนื้อหาค่าดัชนีความสอดคล้องมากกว่า 0.60 แบบสอบถามความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วม ตรวจสอบความเที่ยงได้ค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยงของ คูเดอร์ ริชาร์ดสันเท่ากับ 0.616 และ 0.716 ตามลำดับ แบบสอบถามความคิดเห็น ตรวจสอบความเที่ยงได้ค่าสัมประสิทธิ์ แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.732 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอ้างอิง ผลการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า ผู้บริหารโรงพยาบาลมีความมุ่งมั่นในการให้การสนับสนุนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลเป็นอย่างดี แต่มีอุปสรรคในเรื่องความไม่ชัดเจนในการกำหนดแผนงานด้านนี้ ทำให้การจัดสรรงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่เท่าที่ควร ผลการศึกษาเชิงปริมาณโดยการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีระดับการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วม และความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานระดับปานกลาง และมีระดับความคิดเห็นต่องานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานอยู่ในระดับเห็นด้วย ส่วนผลจากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่า ระดับความคิดเห็นต่องานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานระหว่างเพศแตกต่างกัน ส่วนการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมในงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำกับความคิดเห็นต่องานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ข้อเสนอจากการศึกษา คือ หน่วยงานควรมีการส่งเสริมการให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานต่อบุคลากรของโรงพยาบาลอย่างทั่วถึงและทัดเทียมกัน มุ่งเน้นการเปิดโอกาสในการเข้ามามีส่วนร่วมของลูกจ้างและพนักงานในทุกระดับเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเรียนรู้ร่วมกัน คำสำคัญ : ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลสงขล
ความสุขสบายในผู้ป่วยนรีเวชหลังผ่าตัดช่องท้อง
การวิจัยเชิงบรรยายครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา ความสุขสบายในผู้ป่วยนรีเวชหลังผ่าตัดช่องท้องครบ 24 48 และ 72 ชั่วโมงและเพื่อเปรียบเทียบความสุขสบายในผู้ป่วยนรีเวชหลังผ่าตัดช่องท้องครบ 24 48 และ 72 ชั่วโมง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยนรีเวชที่ได้รับการผ่าตัดช่องท้องในช่วง 24 -72 ชั่วโมง ที่รับการรักษาในหอผู้ป่วยนรีเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง จำนวน 125 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ ศาสนา สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ 2) แบบสอบถามความสุขสบาย ได้รับตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ มีค่าความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ 0.94 และตรวจสอบความเที่ยงโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค มีค่าความเที่ยงทั้งฉบับเท่ากับ 0.84 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ ผลการวิจัย พบว่า ความสุขสบายในผู้ป่วยหลังผ่าตัดครบ 24 48 และ 72 ชั่วโมง อยู่ในระดับมาก (x=3.22, S.D.=0.32, x=3.15, S.D.=0.34, x=3.26, S.D.=0.36) ตามลำดับ ความสุขสบายทั้ง 3 ช่วงเวลามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 โดยความสุขสบายช่วง 48 ชั่วโมง น้อยกว่าระยะอื่นๆ ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ควรพัฒนากิจกรรมการพยาบาลด้านการลดอาการท้องอืด แน่นท้องที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดมีความสุขสบายทุกช่วงเวลาหลังผ่าตัดคำสำคัญ : ความสุขสบาย นรีเวช ผ่าตัดช่องท้อ
ความหลากชนิดและการกระจายตัวของตัวอ่อนแมลงหนอนปลอกน้ำในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ
การศึกษาความหลากชนิดและการกระจายตัวของตัวอ่อนแมลงหนอนปลอกน้ำในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เก็บตัวอย่างเชิงคุณภาพจากลำธารต้นน้ำทั้งหมด 15 สถานี เก็บตัวอย่างในฤดูหนาว (ธันวาคม 2553-มกราคม 2554) และฤดูร้อน (มีนาคม-เมษายน 2554) ผลการศึกษาพบตัวอ่อนแมลงหนอนปลอกน้ำ 4,327 ตัว 26 สกุล 17 วงศ์ ได้แก่ Rhyacophila (Rhyacophilidae) Agapetus Glossosoma (Glossosomatidae) Chimara Wormaldia (Philopotamidae) Stenopsyche (Stenopsychidae) Tinodes (Psychomyiidae) Melanotrichia (Xiphocentronidae) Pseudoneureclipsis (Dipseudopsidae) Ecnomus (Ecnomidae) Polycentropus (Polycentropodidae) Diplectrona Cheumatopsyche Hydromanicus Hydropsyche Potamyia Amphipsyche Macrostemum (Hydropsychidae) Brachycentrus (Brachycentridae) Lepidostoma (Lepidostomatidae) Goera (Goeridae) Molanna (Molannidae) Anisocentropus (Calamoceratidae) Ceraclea Setodes (Leptoceridae) และ Helicopsyche (Helicopsychidae) พบความหลากชนิดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวมากกว่าในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยพบ 20 สกุลและ 16 สกุล ตามลำดับ วงศ์ที่มีความหลากหลายมากที่สุดคือ Hydropsychidae พบ 7 สกุล Hydropsyche เป็นสกุลที่พบได้ทั่วไป และมีความชุกชุมมากที่สุด 1,160 ตัว ในการศึกษาครั้งนี้ Melanotrichia Brachycentrus และ Helicopsyche เป็นสกุลที่พบการกระจายตัวน้อย และพบในบางสถานีเท่านั้น คำสำคัญ: แมลงหนอนปลอกน้ำ ความหลากหลาย อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขีย
การศึกษาภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุในจังหวัดนนทบุรี
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุในจังหวัดนนทบุรีและความสัมพันธ์ระหว่างภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยศึกษาในกลุ่มประชากรอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิงในจังหวัดนนทบุรี จำนวน 412 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือประกอบด้วย 1)แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 2) แบบสำรวจภาวะซึมเศร้า มีค่าความไว 82.14 % และ ค่าความจำเพาะ 97.56 % วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรมแกรมคอมพิวเตอร์ สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และ ค่าไคสแควร์ ผลการวิจัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุมีภาวะซึมเศร้าร้อยละ 15.3 เพศหญิงมีภาวะซึมเศร้ามากกว่าเพศชาย ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัจจัยทางจิตสังคม และ ปัจจัยทางชีวภาพ พบความชุกของภาวะซึมเศร้าสูงในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งปัจจัยที่ทำให้มีภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ สามารถนำมาใช้วางแผนและเป็นแนวทางแก้ปัญหาสุขภาพจิตและส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่คำสำคัญ : ภาวะซึมเศร้า ผู้สูงอายุ จังหวัดนนทบุร
การสร้างและหาประสิทธิภาพเครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลา
การวิจัย เรื่อง การสร้างและหาประสิทธิภาพเครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลา เป็นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลา และหาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลา การดำเนินการวิจัย มี 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 การสร้างและพัฒนาเครื่อง ตอนที่ 2 การหาประสิทธิภาพของเครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลา กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเฉพาะเจาะจง คือ ผู้ประกอบอาชีพการทำข้าวเกรียบปลาชุมชนกาแลตาแป อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ประสิทธิภาพของเครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลา เป็นแบบสอบถาม มี 4 ด้าน คือ ด้านวัสดุที่ใช้ในการสร้างเครื่องอบแห้ง ด้านความสะดวกในการใช้งาน ด้านประสิทธิภาพการทำงาน และคู่มือการใช้งาน วิเคราะห์ข้อมูลโดย การหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า เครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลามีขนาดความกว้าง 100 เซนติเมตร ความสูง 70 เซนติเมตร และความลึก 70 เซนติเมตร มีถาดสำหรับวางแผ่นข้าวเกรียบปลา จำนวน 2 ชั้น ใช้ฮีตเตอร์อินฟราเรด ขนาด 500 วัตต์ เป็นอุปกรณ์ต้นกำเนิดความร้อนภายใน และมีพัดลมช่วยกระจายความร้อนให้ทั่วภายใน จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า ข้าวเกรียบปลาที่มีส่วนผสมของปลาทูและปลาหลังเขียว ถูกทำให้แห้งโดยเครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลาที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส และใช้เวลาในการอบแห้งเฉลี่ย 33.7 นาที โดยมีความชื้นภายในข้าวเกรียบปลา มีค่าเฉลี่ย 15.6 เปอร์เซนต์ มีความพึงพอใจต่อเครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลาสูงสุด คือด้านประสิทธิภาพการใช้งานเครื่องอบข้าวเกรียบปลา (x=4.70, S.D. =.552) รองลงมาคือด้านวัสดุที่ใช้ในการสร้างเครื่องอบข้าวเกรียบปลา (x=4.73, S.D. = .465) ด้านความสะดวกในการใช้งานเครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลา (x=4.60, S.D. = .355) และด้านคู่มือการใช้งานเครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลา (x=4.43, S.D. = .385) ผลของการวิจัยสรุปได้ว่า เครื่องอบแห้งที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องด้านอุณหภูมิ และเวลา ในการอบอยู่ในเกณฑ์ดีเหมาะที่จะใช้สำหรับผู้ประกอบการอบแห้งข้าวเกรียบปลา คำสำคัญ : เครื่องอบแห้งข้าวเกรียบปลา การหาประสิทธิภาพ ข้าวเกรียบปล
การถ่ายทอดความรู้อาชีพช่างทองไทยอย่างยั่งยืน
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและวิเคราะห์การถ่ายทอดความรู้อาชีพช่างทองไทย 2) สังเคราะห์แนวทาง การถ่ายทอดความรู้อาชีพช่างทองไทยอย่างยั่งยืน และ 3) ทวนสอบแนวทาง การถ่ายทอดความรู้อาชีพช่างทองไทยอย่างยั่งยืนโดยได้ดำเนินการกับผู้ที่มีความรู้ความสามารถในอาชีพช่างทองโดยเฉพาะ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อความถูกต้อง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และมีความเที่ยงตรงตามเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ สร้างข้อสรุปเชิงพรรณนาโดยพิจารณาจากความสอดคล้องของข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า การถ่ายทอดความรู้อาชีพช่างทองไทยอย่างยั่งยืนมีการถ่ายทอดความรู้ผ่านมุมมองด้านการศึกษา ได้แก่ การศึกษาในระบบ ถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัย จนถึงระดับปริญญาตรี เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ การเป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญาอาชีพช่างทองไทยการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ภาวะการมีงานทำและการประกอบอาชีพ การศึกษานอกระบบ ถ่ายทอดความรู้ผ่านหลักสูตรระยะสั้น การศึกษาตามอัธยาศัย ถ่ายทอดความรู้ผ่านศูนย์การเรียนรู้อาชีพช่างทองไทย มุมมองด้านสังคมและวัฒนธรรม ถ่ายทอดความรู้ผ่านสถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา พระราชวัง แหล่งเรียนรู้และสถาบันการศึกษา มุมมองด้านเศรษฐกิจ ถ่ายทอดความรู้ ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อการพัฒนาศักยภาพกลุ่มอาชีพช่างทองและกลุ่มอาชีพเกี่ยวเนื่อง ช่างทองไทยได้ผ่านการสั่งสมองค์ความรู้มายาวนานจากบรรพบุรุษ ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ รากฐานภูมิปัญญาของคนไทยที่ต้องอนุรักษ์ สืบสานภายใต้การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคล ระดับครอบครัว ระดับชุมชนและท้องถิ่น ระดับภาคเอกชน ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ระดับสถาบันการศึกษา ระดับหน่วยงานภาครัฐกระทรวงและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อการดำรงอยู่ของอาชีพช่างทองไทยอย่างยั่งยืน คำสำคัญ : การถ่ายทอดความรู้ช่างทองไทยความยั่งยืนมรดกทางวัฒนธรรม รากฐานภูมิปัญญ