Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
    351 research outputs found

    การบริหารสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของกลุ่มลำภู - บางนาค สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1

    Get PDF
    การค้นคว้าอิสระครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับการบริหารสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของกลุ่มลำภู - บางนาค สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1 โดยจำแนกตามเพศ และอายุราชการ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของกลุ่มลำภู - บางนาค ปีการศึกษา 2556 จำนวน 120 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามความคิดเห็นต่อการบริหารสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .94 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปและสถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าความแตกต่างโดยใช้สถิติที และเอฟ (F – test) เมื่อพบว่ามีความแตกต่างกันจึงทดสอบโดยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’s Test)  ผลการค้นคว้าอิสระ ระดับการบริหารสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของกลุ่มลำภู- บางนาค สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1 พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ย (x= 3.97) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = .46) ผลการเปรียบเทียบการบริหารสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของกลุ่มลำภู- บางนาค สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาสเขต 1 จำแนกตามเพศ และอายุราชการ พบว่า ภาพรวมไม่แตกต่างกัน คำสำคัญ : การบริหารสภาพแวดล้อม สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาสเขต

    การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับการดำเนินงานวิชาการ ของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะผู้นำการเปลี่ยนแปลง การดำเนินงานวิชาการ และความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับการดำเนินงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากครูซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 265 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามเรื่องการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับการดำเนินงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง หาค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคได้เท่ากับ .95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง โดยภาพรวมและรายด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงสามลำดับแรก คือ ด้านการเน้นคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ ด้านการสื่อสารและเป็นนักฟังที่ดี และด้านการมีวิสัยทัศน์ สำหรับด้านการดำเนินงานวิชาการ โดยภาพรวมและรายด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงสามลำดับแรก คือ ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการวัดและประเมินผล และด้านการประกันคุณภาพการศึกษา สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับการดำเนินงานวิชาการ พบว่าโดยรวมและรายด้านมีความสัมพันธ์กันทางบวกอยู่ในระดับค่อนข้างสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01คำสำคัญ : คุณลักษณะผู้นำการเปลี่ยนแปลง การดำเนินงานวิชาการ ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐา

    การศึกษาความสัมพันธ์ของผลสัมฤทธิ์ในการบริการวิชาการองค์ความรู้ ด้านภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และเศรษฐกิจพอเพียงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการรักบ้านเกิด คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของการบริการวิชาการองค์ความรู้ ด้านภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และเศรษฐกิจพอเพียงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ความรู้ ด้านภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และเศรษฐกิจพอเพียงกับการอนุรักษ์ และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการบริการวิชาการองค์ความรู้ ด้านภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และเศรษฐกิจพอเพียงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการรักบ้านเกิด คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการรักบ้านเกิด คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จำนวน 300 คน เครื่องมือวิจัยที่ใช้ในการทดลอง คือ 1) แบบทดสอบก่อน และหลังเรียน องค์ความรู้ ด้านภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และเศรษฐกิจพอเพียงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  2) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการบริการวิชาการ องค์ความรู้ ด้านภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และเศรษฐกิจพอเพียงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย (x) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (Pair t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียน นักศึกษา สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) องค์ความรู้ ด้านภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่มีความสัมพันธ์กับองค์ความรู้ ด้านเศรษฐกิจพอเพียงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ 3) นักเรียน นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการบริการวิชาการองค์ความรู้ ด้านภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และเศรษฐกิจพอเพียงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยรวมอยู่ระดับมากที่สุด ( x=4.52, S.D.=1.101)คำสำคัญ: การบริการวิชาการ    ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น   เศรษฐกิจพอเพียง   การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อ

    คุณภาพชีวิตของทารกเกิดก่อนกำหนดมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบสำรวจ เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของทารกเกิดก่อนกำหนดมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลและทารกเกิดก่อนกำหนด อายุ 1 - 12 เดือน ที่มารับบริการสุขภาพที่คลินิกสุขภาพเด็กดี โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลศูนย์ยะลา จำนวน 118 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่พัฒนาโดยนักวิจัย คือ (1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ดูแลและทารกเกิดก่อนกำหนด (2) แบบประเมินความสมบูรณ์แข็งแรงของทารกเกิดก่อนกำหนด ประกอบด้วย น้ำหนักตัว ความยาว ระดับพัฒนาการ และประวัติการเจ็บป่วยหลังออกจากโรงพยาบาลของทารกเกิดก่อนกำหนด และ (3) แบบสอบถามคุณภาพชีวิตทารกเกิดก่อนกำหนด โดยแบบสอบถามนี้มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ .80 และค่าความเชื่อมั่นของสัมประสิทธิ์อัลฟาครอนบาคเท่ากับ .88 มีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติพรรณนา ผลการวิจัยมีดังนี้ (1) ผู้ดูแลมีระดับการศึกษาอยู่ระดับมัธยมศึกษามากที่สุด (ร้อยละ 32.2) ส่วนมากมีรายได้ต่อเดือน 10,000 บาทหรือน้อยกว่า (ร้อยละ 81.5) และมีประสบการณ์การเลี้ยงทารกมาก่อน (ร้อยละ 76.3) ทารกเกิดก่อนกำหนดส่วนใหญ่มีอายุครรภ์เฉลี่ย 33.04 สัปดาห์ น้ำหนักแรกเกิดเฉลี่ย 1,905 กรัม และมีความยาวเฉลี่ย 37.59 เซนติเมตร (2) ความสมบูรณ์แข็งแรงของทารกเกิดก่อนกำหนดมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.19 (S.D. = 1.36) และส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี (ร้อยละ 77.1) (3) คุณภาพชีวิตทารกเกิดก่อนกำหนดมุสลิมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 33.0 (S.D. = 3.05) และส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี (ร้อยละ 54.2) ผลการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า บุคลากรด้านสุขภาพควรใช้ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ในการจัดกิจกรรมหรือโครงการ เพื่อส่งเสริมความรู้ของผู้ดูแลในการตอบสนองความต้องการของทารกเกิดก่อนกำหนดเพื่อให้ทารกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คำสำคัญ : คุณภาพชีวิต, ทารกเกิดก่อนกำหนดมุสลิม, ความสมบูรณ์แข็งแรง, พื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไท

    เครื่องขับเคลื่อนแผงโซล่าเซลล์ตามแสงอาทิตย์อัตโนมัติ

    No full text
    บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการวิจัยออกแบบ สร้างเครื่องขับเคลื่อนแผงโซล่าเซลล์ ให้สามารถเคลื่อนที่ตามแสงอาทิตย์ได้อัตโนมัติ เพื่อประโยชน์ในการรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้เทคโนโลยีการออกแบบด้วยระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ ที่สามารถสั่งงานให้ชุดควบคุมขับเคลื่อนแผงโซล่าเซลล์ ให้เคลื่อนที่ได้โดยอัตโนมัต การดำเนินการวิจัยได้ทำการออกแบบระบบตรวจจับแสง ระบบประมวลผลและสั่งงาน โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงเป็นตัวขับเคลื่อนแผงโซล่าเซลล์ พลังงานไฟฟ้าสูงสุดที่ได้รับจากแผงโซล่าเซลล์ จะถูกนำมาชาร์จเก็บไว้ในแบตเตอรี่ เพื่อนำไปใช้เป็นไฟฟ้ากระแสตรงหรือผ่านเครื่องอินเวอร์เตอร์ ในกรณีที่ต้องการนำไฟฟ้ากระแสสลับไปใช้งาน ผลที่ได้จากการวิจัยเครื่องขับเคลื่อนแผงโซล่าเซลล์ตามแสงอาทิตย์อัตโนมัติ ทำให้แผงโซล่าเซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อันเป็นผลทำให้ได้พลังงานไฟฟ้าที่ถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่ สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำสำคัญ :  โซล่าเซลล์ วงจรควบคุม พลังงานทดแทน

    การแก้ปัญหาการจัดเส้นทางในการซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์ โดยวิธีการอัลกอริทึมแบบประหยัด: กรณีศึกษา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองษมีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหาการจัดเส้นทางการเดินทางเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทางการแพทย์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 316 แห่งใน 25 อำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยวิธีโมดิไฟล์อัลกอริทึมแบบประหยัด โดยทำการทดลองเปรียบเทียบกับการจัดเส้นทางวิธีปัจจุบัน วิธีการจัดกลุ่มตามอำเภอ และวิธีการจัดเส้นทางแบบอัลกอริทึมแบบประหยัด ผลการวิจัยพบว่า วิธีโมดิไฟล์อัลกอริทึมแบบประหยัดสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าวิธีปัจจุบัน 42.31% วิธีการจัดกลุ่มตามอำเภอ 8.33% และวิธีอัลกอริทึมแบบประหยัด 3.20% คำสำคัญ : ปัญหาการจัดเส้นทาง, อัลกอริทึมแบบประหยัด, การจัดกลุ่

    การบริการการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้: การทบทวนวรรณกรรม

    No full text
    สถานการณ์ความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือและส่งต่อผู้บาดเจ็บ การบริการการแพทย์ฉุกเฉินจึงต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบท การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริการการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์ความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ การทบทวนวรรณกรรมได้สืบค้นจากฐานข้อมูลอิเล็คทรอนิกส์ ได้แก่ CINAHL, Pubmed, Scholar Google และ K4DS (knowledge for Deep South) และสืบค้นด้วยมือ โดยใช้คำสำคัญ คือ สถานการณ์ความไม่สงบ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ได้รับบาดเจ็บ การบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (emergency medical service) ผลการสืบค้นได้เอกสารจำนวน 27 เรื่อง ได้แก่ บทความวิจัย 11 เรื่อง รายงานวิจัย 4 เรื่อง สารนิพนธ์และวิทยานิพนธ์ 9 เรื่อง และบทความวิชาการ 3 เรื่อง ผู้วิจัยนำข้อมูลความรู้และผลการศึกษาทั้งหมดมาวิเคราะห์จัดหมวดหมู่เนื้อหาและสรุปองค์ความรู้โดยนักวิจัยสองท่านให้ความเห็นสอดคล้องกัน ผลการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาสรุปสาระสำคัญได้ 4 ประเด็นคือ 1) สถานการณ์ความไม่สงบมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของบุคลากรและระบบบริการสุขภาพ 2) การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ณ จุดเกิดเหตุและการส่งต่อต้องเน้นความรวดเร็วและคำนึงถึงความปลอดภัย 3) ระบบรองรับผู้บาดเจ็บฉุกเฉินในโรงพยาบาลที่ปรับตามสถานการณ์ ได้แก่ การเยียวยาจิตใจและดูแล    ผู้บาดเจ็บในระยะรักษาในโรงพยาบาล และการดูแลในระยะฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง 4) การพัฒนาเครือข่ายและการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บฉุกเฉินในพื้นที่ได้ทันเวลา ผลการศึกษาครั้งนี้ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับบุคคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ในการวางแผนพัฒนาการบริการการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้มาตรฐานภายใต้บริบทของพื้นที่ที่แตกต่าง คำสำคัญ :  การบริการการแพทย์ฉุกเฉิน  สถานการณ์ความไม่สงบ  สามจังหวัดชายแดนภาคใต

    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสุขในการทำงานของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพาราในอำเภอเมืองยะลา

    No full text
    การวิจัยเชิงบรรยายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความสัมพันธ์เชิงทำนายของปัจจัยคุณภาพชีวิตในการทำงาน การรับรู้สภาพแวดล้อมในการทำงาน และการรับรู้ความเสี่ยงในการทำงาน กับความสุขในการทำงานของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา กลุ่มตัวอย่าง คือ พนักงานโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา ในเขตอำเภอเมืองยะลา จำนวน 108 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถี่ คำนวณค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และค่าสัมประสิทธิ์ในการทำนายจากการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้คุณภาพชีวิตในการทำงาน การรับรู้สภาพแวดล้อมในการทำงาน และการรับรู้ความเสี่ยงในการทำงานอยู่ในระดับปานกลาง และความสุขในการทำงานอยู่ในระดับมีความสุข คุณภาพชีวิตในการทำงานและการรับรู้สภาพแวดล้อมในการทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสุขในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .56 และ r = .36, p < .001) ส่วนการรับรู้ความเสี่ยงในการทำงานมีความสัมพันธ์ทางลบกับความสุขในการทำงาน (r = -.28, p < .01) คุณภาพชีวิตในการทำงานและการรับรู้ความเสี่ยงในการทำงานสามารถร่วมกันทำนายความสุขในการทำงานของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพาราได้ร้อยละ 34 (R2adj = .34, p = .017) โดยคุณภาพชีวิตในการทำงานเป็นตัวทำนายที่ดีที่สุด (β= .53, p < .001) ผลการวิจัยครั้งนี้ให้ข้อสนับสนุนการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยโดยลดความเสี่ยงในงานเพื่อให้พนักงานเกิดความสุข ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งตัวพนักงานและระบบอุตสาหกรรมต่อไป คำสำคัญ : คุณภาพชีวิตในการทำงาน การรับรู้สภาพแวดล้อมในการทำงาน การรับรู้ความเสี่ยงในการทำงาน ความสุขในการทำงาน พนักงานโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพาร

    การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอสุคิริน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2

    No full text
    การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2) เพื่อเปรียบเทียบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอสุคิริน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 จำแนกตามเพศและประสบการณ์การทำงาน ประชากร คือ ข้าราชการครู จำนวน 156 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามความคิดเห็นต่อการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา มีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.976 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปและสถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอสุคิริน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (u=3.68,  o=0.18) และ 2) ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอสุคิริน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 2 จำแนกตามเพศ และประสบการณ์การทำงานพบว่า ภาพรวมไม่แตกต่างกัน คำสำคัญ : การบริหารงานวิชาการ ผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต

    การวิเคราะห์และการจำลองรูปแบบโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด

    No full text
    งานวิจัยนี้ศึกษาการวิเคราะห์ และการจำลองรูปแบบโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดในประเทศไทย ใช้ถ่านหินนำเข้าจากตลาดแปซิฟิก ประเทศอินโดนีเซีย เป็นแหล่งถ่านหิน ที่มีศักยภาพในด้านคุณภาพถ่านหิน ชนิด ซับบิทูมินัส และบิทูมินัส ด้วยปัจจัยตำแหน่งที่ตั้งโรงไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญของการใช้ถ่านหินนำเข้า ผู้วิจัยจึงได้กำหนดขอบเขตของการศึกษาตำแหน่งที่ตั้งของโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดตั้งอยู่ชายฝั่งด้านอ่าวไทย ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก สามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และมีความคุ้มค่าในการลงทุนทางเศรษฐศาสตร์ ผลการวิเคราะห์แบบจำลองโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด พบว่าโรงไฟฟ้าจะมีกำลังการผลิต หน่วยละ 800-900 MW ตั้งอยู่ริมทะเล และการใช้น้ำทะเลเพื่อการหล่อเย็นมีความคุ้มค่าทาง เศรษศาสตร์ ใช้ระบบการขนถ่าย การลำเลียงและการจัดเก็บถ่านหิน ด้วยระบบปิด มีระบบกำจัดซัลเฟอร์ด้วยระบบเปียกด้วยหินปูน หรือการกำจัดด้วยน้ำทะเล ส่วนเทคโนโลยีการเผาไหม้ได้ศึกษาเชิงเปรียบเทียบ 3 รูปแบบ ซึ่งประกอบด้วย Ultra Super Critical PC, Super Critical PC และ Sub Critical PC จากผลการจำลองด้านเทคนิค และด้านเศรษศาสตร์พบว่า เทคโนโลยี Ultra Super Critical PC ให้ผลของค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (Levelized Unit Price) 1.9458 บาท ถูกที่สุด รองลงมา 2.1166 บาท และ 2.2294 บาท ตามลำดับ คำสำคัญ : โรงไฟฟ้าถ่านหิน, เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด, แบบจำลองโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด, เทอร์มอลโคล, การกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์, การกำจัดไนโตรเจนออกไซด

    41

    full texts

    351

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇