Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
351 research outputs found
Sort by
การออกแบบและพัฒนาเครื่องเคลือบและขัดเงาเม็ดดินส่งกระสุน แบบเอ็ม 855
กระบวนการเคลือบและการขัดเงาเม็ดดินส่งกระสุนมีความสำคัญ เพื่อทำให้เกิดการหน่วงการเผาไหม้ที่ผิวช้าลง ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของพลังงานในการขับเคลื่อนหัวกระสุน และป้องกันการระเบิดในอาวุธยุทโธปกรณ์ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการออกแบบเชิงปรับปรุงพัฒนา และสร้างเครื่องเคลือบและขัดเงาเม็ดดินส่งกระสุนแบบเอ็ม 855 ใหม่ โดยใช้เทคนิคการแปลงหน้าที่ทางคุณภาพเพื่อสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงกับทฤษฎีการแก้ปัญหาเชิงประดิษฐ์คิดค้น ในการออกแบบเครื่อง จากนั้นมาวิเคราะห์ฟังก์ชั่นและหาความปลอดภัยของเครื่องด้วยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ การทดสอบสมรรถนะทางขีปนวิถี โดยการเปรียบเทียบผลการยิงจากกระสุนมาตรฐานของยูเอส และมาตรฐานของนาโต้ ผลการยิงทดสอบได้ตามมาตรฐานของยูเอส และมาตรฐานนาโต้ เครื่องใช้งานได้อย่างปลอดภัยไม่มีการระเบิดขณะทำงาน ที่สำคัญสามารถลดต้นทุนในการวิจัย และเครื่องสามารถพัฒนาคุณภาพเม็ดดินส่งกระสุนแบบเอ็ม193, แบบเอ็ม 855 (SS 109) สำหรับปืนเล็กขนาด 5.56 มิลลิเมตร ของปืนเอ็ม 16 เอ 2 สำหรับปืนเล็กขนาด 7.62 มิลลิเมตร ของปืนกลเอ็ม 60 และสำหรับปืนเล็กขนาด 20 มิลลิเมตร ของปืนกลอากาศเอ็ม 55 เอ 2 ฉะนั้นเครื่องสามารถผลิตเม็ดดินส่งกระสุนให้กับกองทัพไทยได้ต่อไปในอนาคตคำสำคัญ : เครื่องเคลือบ เครื่องขัดเงา เม็ดดินส่งกระสุ
การวิเคราะห์ผลกระทบการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงต่อการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ สูบเดียว
ในการวิจัยได้นำเครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ สูบเดียว มาลดอัตราส่วนการอัดเหลือ 11:1 และติดตั้งระบบจุดระเบิดที่ใช้ประกายไฟจากหัวเทียนและระบบจ่ายเชื้อเพลิงก๊าซปิโตรเลียมเหลวเข้ากับเครื่องยนต์ จากนั้นนำเครื่องยนต์ไปทดสอบหาสมรรถนะเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซล และทดสอบการสึกหรอของเครื่องยนต์เป็นเวลา 500 ชั่วโมง จากนั้นนำตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วที่ 50 และ100 ชั่วโมง จนครบ 500 ชั่วโมง มาวิเคราะห์หาสมบัติทางกายภาพ ทางเคมี และตรวจการสึกหรอของหน้าสัมผัสวาล์วกับบ่าวาล์ว แหวนลูกสูบ ลูกสูบและกระบอกสูบ โดยการวัดขนาดชิ้นส่วน ผลการวิจัยปรากฏว่าเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้ค่าแรงบิดและกำลังงานต่ำกว่าเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ดีเซลอยู่ 3% และ 22% ตามลำดับ ซึ่งการสึกหรอที่เกิดขึ้นกับชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ทั้งสองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการวัดขนาดชิ้นส่วนและการวิเคราะห์น้ำมันหล่อลื่นยกเว้นระยะจมวาล์วไอเสียที่สูงกว่าประมาณ 30% ดังนั้นควรมีการปรับปรุงวัสดุทำบ่าวาล์วไอเสียเพื่อลดระยะจมวาล์วและเพิ่มอัตราส่วนการอัดเพื่อเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์คำสำคัญ : การสึกหรอ เครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะสูบเดียว ก๊าซปิโตรเลียมเหล
การศึกษากลวิธีการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษากลวิธีการเรียนภาษาของนักเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ (English Program) กลุ่มตัวอย่างนี้ประกอบด้วยนักเรียนไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในหลักสูตรภาษาอังกฤษ จำนวน 30 คน โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling Method) งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และการสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วยการหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และรวมไปถึงการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) ผลการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า นักเรียนมีการใช้กลวิธีการเรียนทั้งหมดที่กล่าวถึงในงานวิจัยในระดับปานกลาง และมีความถี่ในการใช้กลวิธีการเรียนที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เป็นเพราะนักเรียนมีรูปแบบการเรียนรู้ ความชอบในการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ และปัญหาทางด้านภาษาที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถสรุปได้ว่า นักเรียนจะเลือกกลวิธีการเรียนที่คิดว่าเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อนำมาใช้พัฒนาทักษะทางด้านภาษาของตนเอง ดังนั้นผู้สอนจึงควรจัดกิจกรรมและรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้นักเรียนมีความตั้งใจในการเรียน และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนเองคำสำคัญ: กลวิธีการเรียนภาษา กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนรู้ หลักสูตรภาษาอังกฤ
ผลของการฝึกโยคะพื้นฐานต่อสมรรถภาพทางกายและความเครียด ของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบสมรรถภาพทางกายและความเครียดของผู้ฝึกโยคะพื้นฐานก่อนและหลังการอบรม เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ฝึกโยคะ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง ที่สมัครเข้าร่วมโครงการวิถีโยคะเพื่อสุขภาพ จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย ส่วนกลุ่มควบคุมจับคู่โดยคำนึงถึงความคล้ายคลึงกันในเรื่องสมรรถภาพทางกายและความเครียดก่อนการอบรม กลุ่มทดลองฝึกโยคะสัปดาห์ละ 3 วันๆ ละ 1 ชั่วโมง ระยะเวลา 12 สัปดาห์ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม แบบบันทึกสมรรถภาพทางกายและแบบประเมินความเครียดของสวนปรุงชุด 20 ข้อ ซึ่งมีค่าเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค เท่ากับ 0.934 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ 1.) สมรรถภาพทางกายของกลุ่มทดลองด้านความจุปอด แรงเหยียดหลัง ความอ่อนตัว ส่วนสูง เส้นรอบเอว การหายใจ ชีพจร แรงบีบมือของกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังการฝึกโยคะพื้นฐานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001, .01 และ.05 ตามลำดับ ส่วนค่าเฉลี่ยน้ำหนัก ดัชนีมวลกาย ไขมันในร่างกายและแรงเหยียดขาของกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังการฝึกโยคะพื้นฐานไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< .05) 2.) ค่าเฉลี่ยคะแนนความเครียดของกลุ่มทดลองก่อนและหลังการฝึกโยคะพื้นฐานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยหลังการฝึกโยคะกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนความเครียดลดลงกว่าก่อนฝึกโยคะ ( ก่อนฝึก X= 31.27, หลังฝึก X= 22.6) 3.) ค่าเฉลี่ยคะแนนความเครียดหลังการฝึกโยคะพื้นฐานที่ลดลงของกลุ่มทดลองมีค่ามากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (d = 4.37, S.D.d = 8.319, t = 2.875, p< .01) โยคะพื้นฐานช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายและการผ่อนคลายความเครียด ดังนั้นผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะว่าควรมีการส่งเสริมให้มีการฝึกอย่างต่อเนื่องเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงคำสำคัญ : โยคะพื้นฐาน สมรรถภาพทางกาย ความเครีย
ผลที่เกิดจากการสอนโดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการบัญชีห้างหุ้นส่วนของนักเรียน ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเองวิชาการบัญชีห้างหุ้นส่วน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 2 สาขางานการบัญชี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี จังหวัดปัตตานี จำนวน 43 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง จำนวน 7 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการบัญชีห้างหุ้นส่วนโดยใช้วิธีของ Kuder - Richardson โดยใช้สูตร KR-20 ได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.87 แบบประเมินเจตคติต่อการเรียนของนักเรียนที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปเพื่อหา ค่าเฉลี่ย (X) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัย พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการบัญชีห้างหุ้นส่วนของนักเรียนที่เรียนโดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเองหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นักเรียนที่เรียนโดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเองมีเจตคติต่อการเรียนในระดับมาก ดังนั้นวิธีสอนนี้สามารถเป็นแนวทางสำหรับครู ในการพัฒนางานของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นคำสำคัญ : การสอนโดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เจตคติต่อการเรียน การบัญชีห้างหุ้นส่ว
การประชุมวิชาการในระดับนานาชาติ เรื่อง การเรียนรู้ตลอดชีวิต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
การสร้างเครื่องตำข้าวซ้อมมือ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครื่องตำข้าวซ้อมมือ ที่ใช้แก้ปัญหาของกลุ่มแม่บ้านที่ผลิตข้าวซ้อมมือออกจำหน่าย เป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดนราธิวาส ที่ปัจจุบันยังใช้แรงงานคนในการผลิตข้าวซ้อมมือทำให้เกิดความเมื่อยล้าในการตำข้าวซ้อมมือ ซึ่งโดยทั่วไปกระบวนการผลิตข้าวซ้อมมือ ของกลุ่มแม่บ้านโคกอิฐ โคกใน ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ที่ผลิตข้าวหอมกระดังงาออกจำหน่าย มีขั้นตอนการผลิตที่เกิดความล่าช้า คือ การนำข้าวสารที่ได้จากการสีด้วยครกโบราณมาแยกเปลือกออกแล้วนำมาตำด้วยครก เพื่อให้ข้าวสารที่ได้จากการตำนำไปหุงแล้วมีความนุ่มและสามารถรับประทานได้มากขึ้น ซึ่งต้องใช้แรงงานคน 3 – 5 คนในการตำ 1 ครั้งได้ปริมาณ 5 ลิตร โดยใช้ระยะเวลาในการตำประมาณ 15 นาที เครื่องตำข้าวซ้อมมือที่สร้างขึ้นมาสามารถทำงานได้โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 220 V ขนาด ¼ แรงม้า ไปขับเกียร์ทดรอบหมุนใบพัดให้ยกสากให้เคลื่อนที่ขึ้นและตกลงมาด้วยน้ำหนักของสากและแกน ในอัตราความเร็ว 90 ครั้งต่อนาที สามารถตำข้าวได้ 2.3 ลิตร โดยใช้ระยะเวลาในการตำ 5 นาที ผลผลิตที่ได้จากการตำด้วยเครื่องตำข้าวมีความใกล้เคียงกับกลุ่มแม่บ้าน วิธีการดำเนินการวิจัย ได้ใช้วิธีการประเมินคุณภาพของเครื่องตำข้าวที่สร้างขึ้น โดยให้ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและสร้างเครื่องจักรกลด้วยการทดลองและตอบแบบประเมินที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 7 คน ที่มีประสบการณ์ในการสอนทางด้านการสร้างเครื่องจักรกล 5 ปี แล้วนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ผลเพื่อหาค่าเฉลี่ยของระดับความคิดเห็นในด้านการออกแบบ มีค่าเท่ากับ 4.454 และค่าเฉลี่ยของระดับความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพของการใช้งานมีค่าเท่ากับ 4.538 สรุปได้ว่า เครื่องตำข้าวที่สร้างขึ้น ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นสอดคล้องเกี่ยวกับคุณภาพและประสิทธิภาพอยู่ในระดับดีคำสำคัญ : ข้าวซ้อมมือ เครื่องตำข้าวซ้อมมื
ผลของการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่ออาการปากแห้ง และเยื่อบุช่องปากอักเสบในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอที่ได้รับรังสีรักษา
การวิจัยกึ่งทดลองนี้ ศึกษาผลของการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่ออาการปากแห้งและเยื่อบุช่องปากอักเสบในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอที่ได้รับรังสีรักษา กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยแผนกรังสีรักษา ศูนย์มะเร็งภาคใต้ 40 ราย ผู้วิจัยจัดให้ผู้ป่วย 20 รายแรกเป็นกลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ และ 20 รายหลังเป็นกลุ่มทดลองที่ได้รับการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ ที่เน้นการดูแลสุขภาพช่องปากระหว่างการได้รับรังสีรักษาและการส่งเสริมการดูแลช่องปากด้วยตนเอง ประกอบด้วยการสร้างสัมพันธภาพ การให้ความรู้ การชี้แนะ การสนับสนุน และการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาการดูแลตนเอง รวมเวลาที่ศึกษา 4 สัปดาห์ การเก็บข้อมูลใช้แบบสอบถามส่วนบุคคล แบบประเมินอาการปากแห้ง แบบประเมินความรุนแรงของอาการเยื่อบุช่องปากอักเสบ และแบบประเมินการดูแลช่องปากด้วยตนเองของผู้ป่วย ในสัปดาห์ที่ 1 ก่อนทดลอง (T0) สัปดาห์ที่ 2 (T1) สัปดาห์ที่ 3 (T2) และสัปดาห์ที่ 4 หลังทดลอง (T3) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิตินอนพาราเมตริก (ฟีร์ดแมน และแมน-วิทนีย์ ยู เทส) และพาราเมตริก (ทีอิสระและการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม) ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มทดลองมีความรุนแรงของอาการปากแห้ง และอาการเยื่อบุช่องปากอักเสบเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงสัปดาห์โดยมีระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.01) และเมื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม พบว่ากลุ่มทดลองมีความรุนแรงของอาการปากแห้งและอาการเยื่อบุช่องปากอักเสบในทุกช่วงเวลาต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.01) หน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยเฉพาะแผนกรังสีรักษาควรพิจารณานำระบบการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้นี้ไปใช้เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการปากแห้งและเยื่อบุช่องปากอักเสบสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ต่อไปคำสำคัญ : การพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้, อาการปากแห้ง, อาการเยื่อบุช่องปากอักเสบ มะเร็งศีรษะ และคอที่ได้รับรังสีรักษ