Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
    351 research outputs found

    การดูแลแบบผสมผสานของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

    No full text
     การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้และผลการใช้การดูแลแบบผสมผสานรูปแบบต่าง ๆ เพื่อควบคุมโรคและจัดการอาการของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุและไม่มีโรคอื่นที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ที่มารับบริการที่คลินิกโรคความดันโลหิตสูงของหน่วยบริการปฐมภูมิในจังหวัดสงขลาช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2552 จำนวน 318 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงโดยมีประสบการณ์ในการใช้การดูแลแบบผสมผสาน จากหน่วยบริการปฐมภูมิจำนวน 5 แห่งที่มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมารับบริการมากที่สุด โดยคำนวณตามสัดส่วนประชากร เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ 1) ข้อมูลทั่วไป 2) รูปแบบการดูแลแบบผสมผสานที่ใช้และผลการดูแลแบบผสมผสานซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรม ผ่านการทดสอบความตรงของเนื้อหาของเครื่องมือจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่านและทดสอบหาความเที่ยงของเครื่องมือโดยวิธีทดสอบซ้ำ (test – retest method) คำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของแคปป้า (Cohen, s kappa coefficient) ได้ค่าความสอดคล้องในการวัดซ้ำตามรูปแบบอยู่ระหว่าง 0.82 – 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างใช้การดูแลแบบผสมสานรูปแบบต่างๆ เพื่อควบคุมโรคเรียงตามลำดับจากมากไปน้อย ดังนี้ อาหารและสมุนไพร (ร้อยละ 91.82) สมาธิ (ร้อยละ 46.23) การนวด (ร้อยละ 35.53) โยคะ (ร้อยละ 17.92) ชีวจิต (ร้อยละ 17.30) การกดจุด (ร้อยละ 4.40) ชี่กง (ร้อยละ 4.09) สุคนธบำบัด (ร้อยละ 3.77) และฤๅษีดัดตน (ร้อยละ 0.63) รูปแบบที่มีผลการใช้อยู่ในระดับมากได้แก่ โยคะ ชีวจิต และชี่กง ส่วนรูปแบบอื่น ๆ มีผลการใช้อยู่ในระดับปานกลาง อาการที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ อาการปวดศีรษะ/มึนศีรษะ การดูแลแบบผสมผสานรูปแบบที่ผู้ป่วยนำมาใช้ในการจัดการอาการได้แก่ การนวด (ร้อยละ 44.97) รองลงมาคือ สมาธิ (ร้อยละ 38.36) และอาหารและสมุนไพร (ร้อยละ 18.55) ซึ่งพบว่ามีผลการใช้อยู่ในระดับปานกลางทุกรูปแบบ สำหรับการดูแลแบบผสมผสานรูปแบบที่มีการใช้น้อยแต่ผลการใช้อยู่ในระดับมาก ได้แก่ ชี่กง สุคนธบำบัด และฤๅษีดัดตน ผลการวิจัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการเลือกใช้และผลการใช้การดูแลแบบผสมผสานในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมและจัดระบบการดูแลแบบผสมผสานร่วมกับการดูแลระบบการแพทย์ปัจจุบันแก่ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างเหมาะสมต่อไปคำสำคัญ : การดูแลแบบผสมผสาน, ความดันโลหิตสูง, ผู้ป่ว

    แนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์การ กรณีศึกษา บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

    No full text
     การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้วัฒนธรรมองค์การ ปัญหาการรับรู้วัฒนธรรมองค์การ ของพนักงาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และแนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์การ ของพนักงาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กลุ่มตัวอย่างคือ พนักงานบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สังกัด ภาคขายและบริการภูมิภาคที่ 4 จำนวน 313 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามและการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ  ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที และวิเคราะห์เนื้อหาโดยการแจกแจงความถี่และค่าร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้วัฒนธรรมองค์การของพนักงาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) อยู่ในระดับสูง ผลการทดสอบค่า ที พบว่า พนักงานที่มีเพศต่างกัน มีการรับรู้วัฒนธรรมองค์การแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปัญหาการรับรู้วัฒนธรรมองค์การ ของพนักงาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)  พบว่า ด้านที่สูงสุด คือ  ด้านความรับผิดชอบต่อตนเอง เพื่อนร่วมงาน และองค์การ รองลงมาคือ ด้านซื่อสัตย์และโปร่งใส และด้านที่น้อยสุด คือ ด้านสร้างสรรค์สิ่งใหม่ สำหรับแนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์การ ของพนักงาน พบว่า บริษัท ควรจัดอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาพนักงาน นำระบบตรวจสอบมาตรฐาน สำรวจความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ลดสายการบังคับบัญชาลง ให้อำนาจตามส่วนงานการตัดสินใจเบ็ดเสร็จในส่วนงานตัวเองมากขึ้น และให้พนักงานพัฒนากระบวนการทำงานในทุกขั้นตอนของการทำงานโดยทำเป็นประจำและแทรกอยู่ในงานทุกกระบวนการคำสำคัญ :  วัฒนธรรมองค์การ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน

    โรคกบนาจากฟาร์มเลี้ยงในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย

    No full text
     ทำการศึกษาเกี่ยวกับการติดเชื้อในกบนาจากฟาร์มเลี้ยงในพื้นที่จังหวัดตรัง กระบี่ สตูล นครศรีธรรมราชและพัทลุง ระหว่างเดือนตุลาคม 2546 - กุมภาพันธ์ 2548 เพื่อศึกษาชนิดของแบคทีเรีย ปรสิต และคุณภาพน้ำที่ใช้เลี้ยงกบ โดยเก็บตัวอย่างกบขนาดความยาวเหยียด 4-7 ซม. จังหวัดละ 60 ตัว รวมทั้งสิ้น 300 ตัว ผลการศึกษาพบว่า สามารถแยกเชื้อแบคทีเรีย 8 ชนิด คือ Flavobacterium indologenes, Staphylococcus sciuri, Aeromonas caviae, Bacillus brevis, Micrococcus spp, Bacillus cereus, Weeksella virosa และ Vibrio parahaemolyticus พบปรสิต 3 ชนิด คือ Opalina sp., Protoopalina sp. และ Balantidium sp. สำหรับคุณภาพน้ำที่ใช้เลี้ยงพบว่า ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ ความเป็นด่างแอมโมเนียรวมและไฮโดรเจนซัลไฟด์ มีปริมาณที่ไม่เหมาะสมในการเลี้ยงกบคำสำคัญ : โรค, กบนา ,ฟาร์มเลี้ย

    การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนและการวางแผนกำไรธุรกิจการท่องเที่ยวต่างประเทศ : กรณีศึกษา ชุดสินค้าการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย บริษัท ซันนี่ทัวร์ จำกัด จังหวัดสงขลา

    No full text
     งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์จุดคุ้มทุนและวางแผนกำไรของธุรกิจการท่องเที่ยวต่างประเทศ : กรณีศึกษา ชุดสินค้าการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย บริษัท ซันนี่ทัวร์ จำกัด จังหวัดสงขลาโดยในการศึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) แบบอนุกรมเวลาเป็นรายเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2550 – เดือนธันวาคม พ.ศ. 551 ซึ่งเป็นข้อมูลทางด้านการเงินที่ได้มีการเก็บรวบรวมเอาไว้แล้วของบริษัทฯ ใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์ต้นทุน – ปริมาณ – กำไร (CVP.Analysis) การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break even Analysis) การวางแผนกำไร โดยใช้เทคนิคการพยากรณ์เชิงปริมาณด้วยวิธี Single Exponential Smoothing ตามตัวแบบอนุกรมเวลา (Time-series methods)สำหรับการพยากรณ์ยอดขายปี พ.ศ. 552 และการวัดความแม่นยำทางสถิติด้วยวิธี Theil’s U-statisticผลการศึกษา พบว่า รายได้ชุดสินค้าการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียสามารถทำกำไรให้กับบริษัทฯในปี พ.ศ. 2550 เท่ากับ 7,21 6,2 65 บาท และปี พ.ศ. 551 เท่ากับ 9,2 43 ,3 04 บาท เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 550 เท่ากับ0.5% จากการวางแผนกำไรในปี พ.ศ. 552 พบว่า รายได้ชุดสินค้าการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียสามารถทำกำไรให้กับบริษัทฯ ในปี พ.ศ. 552 เท่ากับ 8,3 99,913 บาท ลดลงจากปี พ.ศ. 551 เท่ากับ 4.3 8% การวางแผนกำไรของชุดสินค้าการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย ปี พ.ศ. 552 มีอัตรากำไรส่วนเกินที่ปลอดภัยในเดือนที่ประสบกับภาวการณ์ขาดทุนในเดือนมิถุนายน โดยต้องเพิ่มรายได้ในเดือนมิถุนายนไม่ต่ำกว่า 313 ,1 83 .99 บาท และเดือนกันยายน 523 ,401 .3 4 บาท เพิ่มปริมาณการจำหน่าย(จำนวนนักท่องเที่ยว) ในเดือนมิถุนายนไม่ต่ำกว่า 78 คน และเดือนกันยายน 131 คน จึงจะทำให้ธุรกิจปลอดภัยจากความเสี่ยงในการขาดทุน การแสดงผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทำให้ทราบผลกำไรและผลขาดทุนของบริษัทฯผู้บริหารสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปวางแผนกำไรเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยการเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ของตลาดไม่มีผลต่อขนาดของรายได้และปริมาณการจำหน่ายสินค้าเนื่องจาก บริษัท ซันนี่ทัวร์ จำกัด ใช้กลยุทธ์เครือข่ายที่เป็นทัวร์โอเปอเรเตอร์ต่างประเทศ ( ทัวร์โอเปอเรเตอร์ คือ ธุรกิจการท่องเที่ยวต่างประเทศ ) ในการควบคุมต้นทุนจุดคุ้มทุนและสร้างความได้เปรียบการกำหนดนโยบายราคาในการแข่งขันคำสำคัญ : ชุดสินค้าการท่องเที่ยว ทัวร์โอเปอเรเตอร

    การลดความซับซ้อนในการออกแบบเชิงวิศวกรรม

    No full text
     ในงานด้านวิศวกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์  วิศวกรและนักออกแบบ  ต้องเผชิญกับความซับซ้อน (Complexity) ที่เกิดขึ้นจากสาเหตุต่าง ๆ การทำความเข้าใจถึงแหล่งที่มารวมถึงการเรียนรู้แนวทางหรือวิธีการในการลดความซับซ้อนในการออกแบบ  จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านกระบวนการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมีคุณภาพตรงตามข้อกำหนดและมีต้นทุนต่ำ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่การทำงานของระบบที่ต้องการออกแบบอย่างชัดเจนและแบ่งแยกย่อยระบบการออกแบบ (Design Decomposition) โดยยึดหลักการทำงานอย่างเป็นอิสระจากกันของแต่ละหน้าที่การทำงาน (Functional Independence) และการวิเคราะห์ประเมินผลทางเลือกโดยคำนวณหาความน่าจะเป็นของความสำเร็จของแต่ละทางเลือก (Probability of Success)  เหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการออกแบบและการลดความซับซ้อนในงานวิศวกรรมคำสำคัญ : ความซับซ้อน การออกแบบ วิศวกรร

    ครูผู้สอนกับแนวปฏิบัติในการทำวิจัย : วิจัยในชั้นเรียน

    No full text
     การวิจัยในชั้นเรียน คือ การวิจัยที่ครูผู้สอนในวิชานั้น ๆ ทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาในชั้นเรียนของตนมีการวางแผนอย่างเป็นระบบและนำผลการวิจัยไปพัฒนาการเรียนการสอนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวปฏิบัติที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของการทำวิจัยในชั้นเรียนนั้น ผู้สอนต้องคิดวิเคราะห์ รู้ความต้องการในการนำผลการวิจัย ข้อค้นพบไปใช้พัฒนาผู้เรียน คิดวิเคราะห์ทุกขั้นตอนของการวิจัย โดยเฉพาะขั้นตอนของการวิจัยในขั้นริเริ่มให้ชัดเจนก่อน นอกจากนี้ ผู้สอนต้องมีคุณลักษณะที่สำคัญคือ มีการทำงานที่เป็นระบบ มีความรับผิดชอบและอดทน ช่างสังเกต ใฝ่หาความรู้ และมีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุง พัฒนาทั้งผู้เรียนและตนเองด้วยการใช้ผลการวิจัยนำสู่การปฏิบัติงานที่มีคุณภาพคำสำคัญ : ครูผู้สอน  แนวปฏิบัติ  วิจัยในชั้นเรีย

    แรงจูงใจภายในด้านการเรียนและบุคลิกภาพพยาบาลวิชาชีพของนักศึกษาพยาบาลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

    No full text
    การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อศึกษาแรงจูงใจภายในด้านการเรียน และบุคลิกภาพพยาบาลวิชาชีพ ของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 220 คน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ประกอบด้วย แบบวัดแรงจูงใจภายในด้านการเรียน และแบบวัดบุคลิกภาพพยาบาลวิชาชีพ ได้ค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือจากการหาสัมประสิทธิ์แอลฟาเท่ากับ 0.79 และ 0.89 ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแรงจูงใจภายในด้านการ เรียนโดยรวม ด้านความสนใจ-เพลิดเพลิน ด้านความเป็นตัวของตัวเอง และด้านความมุ่งมั่นอยู่ในระดับ ปานกลาง ส่วนด้านความต้องการสิ่งท้าทายและด้านความต้องการมีความสามารถอยู่ในระดับมาก สำหรับผลการศึกษาบุคลิกภาพพยาบาลวิชาชีพพบว่า ด้านการแสดงตน ด้านความสุภาพอ่อนโยน ด้านความซื่อตรงต่อ หน้าที่ ด้านสติปัญญาและโดยรวม อยู่ในระดับสูง ส่วนด้านความมั่นคงทางอารมณ์อยู่ในระดับปานกลาง และความ สัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจภายในด้านการเรียนกับบุคลิกภาพพยาบาลวิชาชีพ พบว่า แรงจูงใจภายในด้านการ เรียนโดยรวม และ ด้านความต้องการมีความสามารถ มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางกับบุคลิกภาพพยาบาลวิชาชีพโดยรวม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r =.449 และ.417 ตามลำดับ) เมื่อพิจารณา ความสัมพันธ์รายด้านระหว่างแรงจูงใจภายในด้านการเรียนกับบุคลิกภาพพยาบาลวิชาชีพ พบว่า ส่วนใหญ่มี ความสัมพันธ์ทางบวกในระดับค่อนข้างต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ยกเว้นแรงจูงใจภายในด้าน ความต้องการสิ่งท้าทาย  และด้านความสนใจ-เพลิดเพลิน   มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำกับบุคลิกภาพ  พยาบาลวิชาชีพด้านความสุภาพอ่อนโยน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r =.170 และ.138 ตามลำดับ )  ส่วนแรงจูงใจภายในด้านความมุ่งมั่น และด้านความสนใจ-เพลิดเพลิน มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำกับ บุคลิกภาพพยาบาลวิชาชีพด้านความซื่อตรงต่อหน้าที่  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  ( r =.192 )   ข้อเสนอแนะที่ได้จากการวิจัยคือ ในการจัดหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรส่งเสริมให้นักศึกษาพยาบาลมีแรงจูงใจภายในด้านการเรียน โดยเฉพาะการสนับสนุนกิจกรรมท้าทายความสามารถในการเรียนวิชาชีพการพยาบาล และควรมีการส่งเสริมบุคลิกภาพ ด้านความสุภาพอ่อนโยน ความซื่อตรงต่อหน้าที่ รวมทั้งมีการพัฒนาบุคลิกภาพด้านความมั่นคงทางอารมณ์อย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้นักศึกษาเป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ต่อไป คำสำคัญ : แรงจูงใจภายในด้านการเรียน  บุคลิกภาพพยาบาลวิชาชีพ  นักศึกษาพยาบา

    กรณีศึกษาปัญหาความล่าช้าในทัศนคติของผู้รับเหมากับโครงการก่อสร้างอาคารในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

    No full text
     การวิจัยครั้งนี้ กรณีศึกษาปัญหาความล่าช้าในทัศนคติของผู้รับเหมากับโครงการก่อสร้างอาคารในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยใช้แบบสอบถามกรณีศึกษาปัญหาความล่าช้าในทัศนคติของผู้รับเหมากับโครงการก่อสร้างอาคาร ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ปัญหาด้านงบประมาณ ปัญหาด้านบุคลากร หรือ แรงงานปัญหาด้านการบริหาร ปัญหาด้านเครื่องจักรกล ปัญหาด้านวัสดุก่อสร้าง และปัญหาด้านความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ใช้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้รับเหมาจำนวน 190 คน จากสถานประกอบการจำนวน 190 แห่ง ผลการวิจัยพบว่า ผลกระทบของปัญหาในการดำเนินงานก่อสร้างในภาพรวมอยู่ในระดับค่อนข้างน้อย ( X=2.68 ) ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าผลกระทบด้านบุคลากรหรือแรงงาน มีผลต่อความล่าช้าในการก่อสร้างอาคารมากที่สุด ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง ( X=3.04 ) รองลงมาคือผลกระทบด้านความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการปฏิบัติงานซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง ( X=2.92 ) ส่วนประเด็นที่ส่งผลกระทบต่องานก่อสร้างอาคารน้อยที่สุดได้แก่ ด้านวัสดุก่อสร้าง ซึ่งมีผลกระทบค่อนข้างน้อย ( X=1.89 ) จากการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ผู้รับเหมาแต่ละสถานประกอบการมีทัศนคติต่อผลกระทบในการดำเนินงานก่อสร้างอาคารแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้คำสำคัญ : ปัญหา ความล่าช้า งานก่อสร้าง อาคา

    41

    full texts

    351

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇