Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
    351 research outputs found

    การพัฒนาวิธีปฏิบัติการเจาะเลือดส่งเพาะเชื้อ หอผู้ป่วยเด็ก 1 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

    No full text
     การวิจัยแบบมีส่วนร่วมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีปฏิบัติการเจาะเลือดส่งเพาะเชื้อในหอผู้ป่วยเด็ก โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ประชากรเป้าหมายในการวิจัย คือ พยาบาลวิชาชีพ, ผู้ช่วยพยาบาล, พนักงานช่วยการพยาบาล, พนักงานช่วยเหลือผู้ป่วย รวม 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินความรู้และแบบการเก็บข้อมูล โดยใช้มาตรฐานการเจาะเลือดเพาะเชื้อของฝ่ายบริการพยาบาล โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ซึ่งผ่านการประเมินโดยคณะผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ( คำสั่งฝ่ายบริการพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ มอ. 01 /541 )เก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม - เดือนธันวาคม 549 โดยการสังเกตการปฏิบัติ สถิติที่ใช้ในการเก็บข้อมูลได้แก่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( SD. ) การทดสอบค่า t ( dependent t-test ) ผลการวิจัยพบว่าบุคลากรมีความรู้ถูกต้องเพิ่มขึ้นหลังการให้ความรู้และนิเทศงานอย่างใกล้ชิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และผลการปนเปื้อนจากการเจาะเลือดเพื่อส่งเพาะเชื้อโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลของหน่วยควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ลดลง จากร้อยละ .8 เป็นร้อยละ 1.01 จากผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโครงการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานด้วยการวิจัยแบบมีส่วนร่วม เนื่องจากวิธีการนี้ช่วยกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือและการประสานงานของบุคลากรทุกระดับภายใต้ข้อตกลงร่วมกันของทุกคน คือ เป้าหมายของหน่วยงาน การยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางร่วมกันความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ของทุกคน จึงทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมต่อบทบาทหน้าที่ของตนทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสร้างทีม การวิเคราะห์และระบุปัญหา การวางแผนและการดำเนินการตามแผน รวมทั้งการประเมินผล ทำให้ทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการร่วมกัน เมื่อพิจารณาถึงรูปแบบการพัฒนาวิธีการเจาะเลือดเพื่อส่งเพาะเชื้อพบว่า ความรู้และประสบการณ์ ความตระหนักในการปฏิบัติงานของทุกคนเป็นปัจจัยที่สำคัญ ส่วนบทบาทของทีมนำและที่ปรึกษาเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพงาน นอกจากนี้ต้องมีการควบคุม กำกับ เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้งานเป็นไปตามแผนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนคำสำคัญ : การพัฒนา วิธีปฏิบัติการ เจาะเลือดส่งเพาะเชื้

    จิตสาธารณะและรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

    No full text
     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) จิตสาธารณะและรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จำแนกตามเพศ คณะ ประเภทของโรงเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ชั้นปี และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างจิตสาธารณะและรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1, 2, 3 และ 4 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 716 คน จาก 7 คณะ คือ คณะศึกษาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะรัฐศาสตร์ คณะวิทยาการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์และวิทยาลัยอิสลามศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม   จิตสาธารณะและรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักศึกษา ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่น 0.985 และ 0.992 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที (t-test) ทดสอบค่าเอฟ (F-test) ทดสอบค่าสหสัมพันธ์รโดยใช้วิธี Pearson Product- moment coefficient correlations ผลการวิจัยพบว่า จิตสาธารณะของนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อยู่ในระดับมาก มีรูปแบบการดำเนินชีวิตกลุ่มก้าวหน้าและกลุ่มวิชาชีพมากที่สุด และน้อยที่สุด คือ กลุ่มเก็บตัว และจิตสาธารณะและรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01คำสำคัญ : จิตสาธารณะ    รูปแบบการดำเนินชีวิ

    การวิเคราะห์อนุภาคการสึกหรอของตามดทางไฟฟ้าบนรองลื่นแบบกลิ้งตัวภายใต้อิทธิพลของไฟฟ้ากระแสสลับ

    No full text
     การศึกษาวิจัยนี้เพื่อวิเคราะห์อนุภาคการสึกหรอของตามดทางไฟฟ้าบนรองลื่นแบบกลิ้งตัวภายใต้อิทธิพลของไฟฟ้ากระแสสลับ รองลื่นแบบกลิ้งตัวซึ่งทำงานในสภาวะที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ก่อให้เกิดกลไกการสึกหรอแบบตามดทางไฟฟ้า โดยยังไม่มีการรายงานลักษณะทางกายภาพของเศษโลหะจากการสึกหรอดังกล่าว จึงไม่สามารถวินิจฉัยปัญหาและระบุถึงระดับความรุนแรง ตามวิธีการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ได้อย่างถูกต้อง งานวิจัยนี้ได้ทดสอบรองลื่นแบบกลิ้งตัวบนเครื่องทดสอบตามดทางไฟฟ้า โดยแปรผันค่ากระแสไฟฟ้าที่  10, 40 และ 80 แอมแปร์ รวมถึงค่าภาระทางกลที่ 2 และ 10 กิโลกรัม ให้กระทำกับรองลื่นในช่วงเวลา 60 นาที จากนั้นวิเคราะห์รูปร่าง,สี,ค่าอุณหภูมิที่เวลาต่างๆ และขนาดรอยแผลจากการสึกหรอของรองลื่น จากการวิจัยพบว่า เศษโลหะจากการสึกหรอสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มตามลักษณะทางกายภาพคือ ทรงกลม แผ่นสีดำ และแผ่นสีดำสลับกับสีโลหะพื้น โดยสามารถนำไปเป็นข้อมูลเปรียบเทียบในการวิเคราะห์เศษโลหะจากสารหล่อลื่นใช้แล้ว ส่วนกระแสไฟฟ้าที่แตกต่างส่งผลต่อค่าอุณหภูมิ รวมถึงขนาดของรอยแผลจากการสึกหรอ แต่ภาระทางกลที่แตกต่างไม่ส่งผลต่อค่าอุณหภูมิ รวมถึงขนาดของรอยแผลจากการสึกหรอ ผลจากการวิจัยจะสามารถวินิจฉัยและระบุระดับความรุนแรงของปัญหาที่ค่ากระแสไฟฟ้า 10, 40 และ 80 แอมแปร์ รวมถึงค่าภาระทางกลที่ 2 และ 10 กิโลกรัมในช่วงเวลา 60 นาที ตามวิธีการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพคำสำคัญ : ตามดทางไฟฟ้า การวิเคราะห์อนุภาคการสึกหรอ รองลื่นแบบกลิ้งตั

    เครื่องวัดไฟฟ้าดาร์สันวาร์มิเตอร์

    No full text
     ดาร์สันวาร์มิเตอร์เป็นเครื่องวัดไฟฟ้าที่ใช้วัดไฟฟ้ากระแสตรงสามารถแบ่งออกได้สองแบบคือ แบบขดลวดเคลื่อนที่ และแบบอาร์เมเจอร์ห้อยแขวนแถบโลหะเทาท์แบนด์ แสดงผลการทำงานอยู่ในรูปของเข็มชี้ที่บ่ายเบน โดยอาศัยหลักการทำงานของการผลักกันระหว่างสนามแม่เหล็กถาวรและสนามแม่เหล็กไฟฟ้า การทำงานนั้นแม่เหล็กถาวรขั้วเหนือ (N) และขั้วใต้ (S) วางไว้ใกล้กัน ระหว่างกลางของขั้วแม่เหล็กทั้งสองมีขดลวดเคลื่อนที่พันอยู่บนแกน  และสามารถหมุนเคลื่อนที่รอบตัวเองได้อย่างอิสระ ทิศทางการบ่ายเบนหรือการเคลื่อนที่สามารถหาได้จากกฎมือซ้ายของเฟรมมิ่ง (Fleming’s Left Hand Rule) ที่ปลายของขดลวดเคลื่อนที่ออกมาภายนอกใช้เป็นจุดต่อจ่ายแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า  โครงสร้างและส่วนประกอบของเครื่องวัดไฟฟ้าแบบดาร์สันวาร์จะประกอบด้วย  แม่เหล็กถาวรรูปทรง  เกือกม้า เข็มชี้ ตำแหน่งปรับค่าศูนย์  สปริง ส่วนถ่วงน้ำหนัก  ปลายขั้วเหล็กเกือกม้า  ขดลวดเคลื่อนที่แกนและที่รองแกน และแถบโลหะเทาท์แบนด์ แรงบิดที่เกิดขึ้นขณะที่เครื่องวัดดาร์สันวาร์มิเตอร์ทำงานจะประกอบด้วยแรงบิด 3 แรงบิดคือ แรงบิดบ่ายเบน  แรงบิดควบคุม และแรงบิดหน่วง โดยในแรงบิดหน่วงนั้นจะมีขนาด 3 ขนาดด้วยกันคือ คริติคอลแดมพ์ จะมีขนาดที่พอเหมาะทำให้เข้มชี้เคลื่อนที่ไปแล้วหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้อย่างรวดเร็วโดยที่เข็มชี้ไม่แกว่งไปมา โอเวอร์แดมพ์ จะมีขนาดที่มากเกินไปทำให้เข็มชี้เคลื่อนที่ได้ช้าโดยที่เข็มชี้แกว่งไปมา และอันเดอร์แดมพ์ จะมีขนาดที่น้อยเกินไปทำให้เข็มชี้เคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว  และเข็มชี้แกว่งไปมาไม่หยุดนิ่ง ความผิดพลาดในการใช้งานของเครื่องวัดไฟฟ้าดาร์สันวาร์มิเตอร์ สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลายประการ เช่น การเสียดสี ความร้อนในตัวมิเตอร์  สนามแม่เหล็กภายนอก  อุณหภูมิภายนอก เข็มชี้เคลื่อนจากศูนย์ปกติ  ลักษณะการวางเครื่องวัด  และที่สำคัญที่สุดคือผู้ใช้เครื่องวัด  ดังนั้นการใช้มิเตอร์ด้วยความระมัดระวังหลีกเลี่ยงความผิดพลาด ย่อมทำให้การใช้งานเกิดความผิดพลาดน้อยลง และสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากขึ้น  คำสำคัญ  :  เครื่องวัดไฟฟ้า,  ดาร์สันวาร์,  มิเตอร

    กรณีศึกษาการปรับตัวทางสังคมของผู้ต้องขังชายที่มีพฤติกรรมเลียนแบบเพศตรงข้ามด้วยการให้คำปรึกษารายบุคคลตามทฤษฎีเกสตัลท์

    No full text
     งานวิจัยฉบับนี้ศึกษาการปรับตัวทางสังคมขณะอยู่ในเรือนจำและผลการให้คำปรึกษารายบุคคลตามทฤษฎีเกสตัลท์ต่อการปรับตัวทางสังคมของผู้ต้องขังชายที่มีพฤติกรรมเลียนแบบเพศตรงข้ามในเรือนจำจังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคคลที่ผู้วิจัยคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยเป็นผู้ต้องขังชายที่มีพฤติกรรมเลียนแบบเพศตรงข้ามไม่จำกัดประเภทโทษคดีที่ทางเรือนจำจังหวัดสงขลาแยกประเภทว่าเป็นผู้ต้องขังที่มีพฤติกรรมเลียนแบบเพศตรงข้ามมีคะแนนการปรับตัวทางสังคมต่ำที่สุดตามลำดับ จำนวน 3 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างและแบบสอบถามการปรับตัวทางสังคม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 หลังจากนั้นจึงให้คำปรึกษารายบุคคลโดยใช้โปรแกรมการให้คำปรึกษารายบุคคลตามทฤษฎีเกสตัลท์ ผลการศึกษา พบว่า การปรับตัวทางสังคมของผู้ต้องขังชายที่มีพฤติกรรมเลียนแบบเพศตรงข้ามด้านการรับรู้ตนเอง พบว่า เป็นคนใจร้อน เอาแต่ใจ หงุดหงิดง่าย ต้องการมีคนเอาใจ ปากร้าย สนุกสนาน ด้านความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่เรือนจำ พบว่า ไม่กล้าพูดคุย ปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่เพราะไม่ทราบวิธีการพูดคุยที่เหมาะสม ด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนผู้ต้องขัง พบว่า มักทะเลาะวิวาทกับผู้ต้องขังประเภทเดียวกันเนื่องจากมีนิสัย ชิงดีชิงเด่น อิจฉาริษยา พูดจาทับถมเหมือนกัน  จึงอยู่ร่วมกันไม่ได้  และจำเป็นต้องมีผู้ต้องขังชายไว้คอยดูแลเพื่อความปลอดภัย ด้านกิจกรรม กฎระเบียบข้อบังคับ พบว่าไม่มีกิจกรรมและกองงานที่ผู้ต้องขังประเภทนี้สามารถร่วมได้  มักทำผิดกฎระเบียบข้อบังคับ คือ มีเพศสัมพันธ์ นำอาหารขึ้นไปทานบนเรือนนอน ก่อเหตุทะเลาะวิวาท  ด้านสภาพแวดล้อม ในเรือนจำพบว่า  สามารถปรับตัวได้กับสถานที่  ที่ให้ความร่มรื่น เช่น ใต้เรือนนอน หลังห้องควบคุม ห้องสมุด แต่สำหรับห้องน้ำ  อาหาร  และกองงาน  ผู้ต้องขังประเภทนี้ยังไม่สามารถปรับตัวได้ สำหรับผลการให้คำปรึกษารายบุคคลตามทฤษฎีเกสตัลท์ พบว่า หลังจากให้คำปรึกษารายบุคคลตามทฤษฎีเกสตัลท์ ผู้ต้องขังชายที่มีพฤติกรรมเลียนแบบเพศตรงข้ามมีระดับการปรับตัวทางสังคมโดยภาพรวมค่อนข้างมาก ข้อเสนอแนะจากงานวิจัย ทางเรือนจำควรจัดให้มีกองงานที่เหมาะสมแก่ผู้ต้องขังประเภทดังกล่าว เช่น การจัดช่อดอกไม้ ดอกไม้ประดิษฐ์ นวดแผนโบราณ งานจักสาน เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพให้กับผู้ต้องขังชายที่มีพฤติกรรมเลียนแบบเพศตรงข้ามคำสำคัญ: พฤติกรรมเลียนแบบเพศตรงข้าม การปรับตัวทางสังคม การให้คำปรึกษาตามทฤษฎีเกสตัลท

    ชื่อนั้นสำคัญจริงหรือ...(ศาสตร์แห่งการตั้งชื่อ) ตอนที่ 2

    No full text

    การเรียนรู้ของผู้แสดงหนังตะลุงเพื่อการดำรงอยู่ของหนังตะลุงในสังคมทันสมัย

    No full text
     การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเรียนรู้ของผู้แสดงหนังตะลุง และศึกษาการพัฒนาความรู้การปรับเปลี่ยนความรู้และแบบแผนในการแสดงของผู้แสดงหนังตะลุงเพื่อการดำรงอยู่ของหนังตะลุงในสังคมทันสมัย รวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลหลักที่เป็นผู้แสดงหนังตะลุงและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงหนังตะลุงโดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ( Qualitative Research ) ด้วยวิธีการวิเคราะห์ ตีความ โดยมองผ่านปรากฏการณ์การปรับตัว การสร้างสรรค์ความรู้ในการแสดงของผู้แสดงหนังตะลุง โดยนำเอกสาร รายงานการวิจัย และประสบการณ์จริงของผู้แสดงหนังตะลุงและผู้ที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการวิเคราะห์  ผลการวิจัยพบว่า เมื่อบริบทและสังคมเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อการค้า ผู้แสดงหนังตะลุงมีการเรียนรู้ในการปรับตัว สร้างสรรค์ และพัฒนาความรู้ให้สอดคล้องกับบริบทและสังคมสมัยใหม่โดยการสร้างเครือข่ายอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ มีการสืบต่อความรู้ด้านการแสดงหนังตะลุงแก่เยาวชนรุ่นใหม่ผ่านระบบโรงเรียน สมาพันธ์หนังตะลุง โดยมีการรับรองผู้แสดงหนังตะลุงในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการแสดง มีการสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพโดยการแสดงหนังตะลุงควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพอื่นมีการสร้างสรรค์และปรับเปลี่ยนความรู้ มีการเชื่อมโยงกับบริษัทธุรกิจ ผลิตแผ่นวีซีดีหนังตะลุง ท่ามกลางความทันสมัยมีทั้งผู้ที่ปรับตัวได้และประสบความสำเร็จ ส่วนผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ก็มิอาจดำรงอยู่ได้ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น การเรียนรู้เพื่อปรับเปลี่ยน สร้างสรรค์ และพัฒนาความรู้มิให้ความรู้เป็นเพียงความรู้ที่หยุดนิ่ง ตายตัว แต่ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตในสังคมทันสมัย ความรู้ นั้นก็จะเกิดคุณค่าต่อการดำรงชีวิตในทุกสภาวการณ์คำสำคัญ : การเรียนรู้ ผู้แสดงหนังตะลุง การดำรงอยู่ สังคมทันสมั

    การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลในการประเมินสภาพแรกรับของผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บหลายระบบที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยอุบัติเหตุ

    No full text
     การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพัฒนามีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและประเมินประสิทธิภาพแนวปฏิบัติการพยาบาลในการประเมินสภาพแรกรับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บหลายระบบ ที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยอุบัติเหตุ โดยผู้ใช้แนวปฏิบัติคือพยาบาลผู้ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยอุบัติเหตุ จำนวน 30 ราย  แบ่งการศึกษาเป็น 2 ระยะ  คือ  การสร้างแนวปฏิบัติฯ และการประเมินประสิทธิภาพของแนวปฏิบัติฯ ผู้วิจัยดัดแปลงแนวทางในการปฏิบัติการช่วยชีวิตผู้ได้รับบาดเจ็บขั้นสูงของ Advance Trauma Life Support (ATLS) ในระยะการประเมินร่างกายโดยละเอียด (secondary survey) เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการสร้างเนื้อหาของแนวปฏิบัติฯ นี้  ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรง เท่ากับ .90 และค่าความเที่ยงเท่ากับ .86 การประเมินประสิทธิภาพของแนวปฏิบัติฯ ประเมินจาก 1) ความเป็นไปได้ในการใช้แนวปฏิบัติฯ โดยใช้แบบสอบถามความสามารถในการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติฯ และแบบสอบถามความยาก-ง่ายในการใช้แนวปฏิบัติฯที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดียวกันทั้ง 5 ท่าน    2) ความพึงพอใจในการใช้แนวปฏิบัติฯ   โดยใช้แบบมาตรวัดแบบตัวเลข   3) ปัญหาและอุปสรรคในการใช้แนวปฏิบัติฯ 4) ความสามารถในการกำหนดข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลได้ครอบคลุมและถูกต้อง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่และร้อยละ ผลการศึกษาพบว่าแนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นนี้มีทั้งหมด 7 หมวด โดยพยาบาลผู้ใช้แนวปฏิบัติร้อยละ 100 สามารถปฏิบัติตามแนวปฏิบัติได้ 5 หมวด ยกเว้นหมวดการบันทึกความปวดในผู้ป่วยที่สื่อสารไม่ได้ (ร้อยละ 96.7 สามารถปฏิบัติตามได้) และหมวดการกำหนดข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลที่พบบ่อย (ร้อยละ 96.7 สามารถปฏิบัติตามได้) พยาบาลร้อยละ 70 ระบุว่าแนวปฏิบัตินี้มีความง่ายในการนำไปใช้และมีความพึงพอใจในระดับมาก ร้อยละ 93.3  พยาบาลร้อยละ 96.7 สามารถกำหนดข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลได้ถูกต้อง และร้อยละ 80 สามารถกำหนดข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลได้ครอบคลุม ดังนั้นแนวปฏิบัตินี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการประเมินสภาพแรกรับของผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบได้คำสำคัญ : แนวปฏิบัติทางพยาบาล ผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบ การประเมินสภาพแรกรั

    การศึกษาการทำกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียน ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในหลักสูตรภาษาอังกฤษ

    No full text
     งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสำรวจการทำกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียนและการรับรู้ถึงประสิทธิผลของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียนที่มีต่อการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในหลักสูตรภาษาอังกฤษ จำนวน 45 คน สถานที่เก็บข้อมูลคือ โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จังหวัดชลบุรี เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ และการสังเกตการณ์ ผลการศึกษาพบว่า กิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียนที่เป็นที่นิยมมากที่สุด คือ กิจกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นภาษาอังกฤษ กิจกรรมที่เป็นที่นิยมรองลงมาคือ กิจกรรมฟังเพลงภาษาอังกฤษ กิจกรรมการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ กิจกรรมการอ่านป้ายประกาศ หรือป้ายโฆษณา ที่เป็นภาษาอังกฤษ และ กิจกรรมการตั้งค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นภาษาอังกฤษ ตามลำดับ กิจกรรมที่มีประสิทธิผลในการพัฒนาภาษาอังกฤษสูงที่สุด ได้แก่ กิจกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นภาษาอังกฤษ กิจกรรมการแปลข้อความภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย กิจกรรมการพูดภาษาอังกฤษกับคุณครู การเข้าร่วมกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ และ กิจกรรมการฟังเพลงภาษาอังกฤษ ตามลำดับ นอกจากนั้นพบว่า นักเรียนรับรู้ถึงประโยชน์ของการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียนที่มีต่อการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ แม้ว่าวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการเข้าร่วมกิจกรรมแต่ละกิจกรรมนั้นจะแตกต่างกันก็ตาม ดังนั้นกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียนจึงเป็นช่องทางหนึ่งซึ่งสามารถเพิ่มโอกาสให้กับนักเรียนเหล่านี้ในการใช้ภาษาในสถานการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ผลการวิจัยนำไปสู่ข้อเสนอแนะ คือ ครูผู้สอนภาษาอังกฤษควรจะสนับสนุนให้นักเรียนทำกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียน และใช้วิจารณญาณในการเลือกกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียนโดยบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในชั้นเรียนคำสำคัญ : กิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียน นักเรียนระดับมัธยมศึกษา หลักสูตรภาษาอังกฤ

    ศึกษาดูงานการจัดทำวารสาร ณ กรุงเทพมหานคร

    No full text

    41

    full texts

    351

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇