Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
    351 research outputs found

    การศึกษาความสามารถในการฟัง - พูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดของ คีธ จอห์นสัน

    No full text
     การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดของ คีธ จอห์นสัน (Keith Johnson) (2) เพื่อศึกษาความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดของ คีธ จอห์นสัน และ (3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของความสามารถในการฟังกับความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ โดยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดของ คีธ จอห์นสัน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนดารุสสาลาม จังหวัดนราธิวาส ที่เรียนในภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 42 คน ซึ่งได้จากการเลือกแบบเจาะจง ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มทดลองกลุ่มเดียว วัดผลก่อนและหลังการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย  ค่าร้อยละ  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และการทดสอบค่าที   ผลการวิจัยพบว่า (1) นักเรียนมีความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษหลังเรียนโดยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดของ คีธ จอห์นสัน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (2) นักเรียนมีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษหลังเรียนโดยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดของ คีธ จอห์นสัน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ (3) นักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษโดยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดของ  คีธ จอห์นสัน มีความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษกับความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษสัมพันธ์กันในเชิงบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01คำสำคัญ : วิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารตามแนวคิดของ คีธ จอห์นสัน  ความสามารถในการฟัง-พูด  ภาษาอังกฤ

    การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย

    No full text

    การประยุกต์ใช้ต้นทุนฐานกิจกรรมในการคำนวณต้นทุนการผลิตนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ

    No full text
     การนำต้นทุนฐานกิจกรรมมาประยุกต์ใช้ในการคำนวณต้นทุนการผลิตนักศึกษาของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาไปช่วยในการบริหารต้นทุน และบริหารค่าใช้จ่ายต่างๆ ของคณะวิทยาการจัดการ โดยทำการศึกษาข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม 2550 ถึงเดือนกันยายน 2551 ซึ่งเป็นปีงบประมาณ 2551 การคำนวณต้นทุนตามระบบต้นทุนฐานกิจกรรมมีการดำเนินการเป็นขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 เป็นการคำนวณเงินงบประมาณและเงินรายได้ที่เบิกจ่ายจริงของคณะวิทยาการจัดการในปีงบประมาณ 2551 โดยไม่รวมค่าครุภัณฑ์แต่รวมค่าเสื่อมราคา และรวมถึงคำนวณต้นทุนที่รับปันส่วนจากสำนักงานอธิการบดีที่ปันส่วนให้กับคณะวิทยาการจัดการด้วย ขั้นที่ 2 นำต้นทุนจริงของคณะวิทยาการจัดการที่ได้มาจากต้นทุนของคณะวิทยาการจัดการ รวมกับต้นทุนที่ได้รับการปันส่วนจากสำนักงานอธิการบดี มาปันส่วนเข้าสู่กิจกรรมของคณะวิทยาการจัดการ ในการวิเคราะห์กิจกรรมจะพิจารณาจากพันธกิจหลักของคณะได้ดังนี้ กิจกรรมการผลิตบัณฑิต กิจกรรมการบริหารและจัดการ กิจกรรมอื่นๆ ในขั้นนี้จะทำให้ทราบต้นทุนของแต่ละกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมที่มีต้นทุนมากที่สุดคือ กิจกรรมการบริหารและจัดการมีต้นทุน 4,514,851.44 บาท รองลงมาคือกิจกรรมการผลิตบัณฑิต 3,263,923.39 บาท และกิจกรรมอื่นๆ 1,129,374.93 บาท โดยคิดเป็นสัดส่วน 51% ,36% และ 13% ตามลำดับ ต่อไปในขั้นที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายจะนำต้นทุนในส่วนของกิจกรรมการผลิตบัณฑิต มาคิดต้นทุนการผลิตนักศึกษาต่อจำนวนนักศึกษาเต็มเวลาเทียบเท่า ( FTES ) ของคณะวิทยาการจัดการ จากการคำนวณต้นทุนการผลิตนักศึกษาต่อจำนวนนักศึกษาเต็มเวลาเทียบเท่า ( FTES ) ตามระบบต้นทุนเดิมจะได้ 51,785.75 บาท แต่หากคำนวณตามระบบต้นทุนฐานกิจกรรมจะได้ต้นทุนการผลิตนักศึกษาต่อจำนวนนักศึกษาเต็มเวลาเทียบเท่า ( FTES ) เท่ากับ 30,598.33 บาทคำสำคัญ : ต้นทุนฐานกิจกรรม การคำนวณต้นทุนการผลิตนักศึกษา นักศึกษาเต็มเวลาเทียบเท่

    ทัศนคติของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ต่อนโยบายขับขี่ปลอดภัยเปิดไฟใส่หมวกขณะขับขี่รถจักรยานยนต์

    No full text
     การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบทัศนคติของนักศึกษาที่มีต่อนโยบายขับขี่ปลอดภัยเปิดไฟใส่หมวกขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ จำแนกตามตัวแปร เพศ อายุ ระดับการศึกษา และเงินที่ได้จากผู้ปกครองของนักศึกษา กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จำนวน 316 คน ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับทัศนคติต่อนโยบายขับขี่ปลอดภัย ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาและมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ .95 ผลการศึกษาพบว่า ในภาพรวมทัศนคติของนักศึกษาต่อนโยบายขับขี่ปลอดภัยเปิดไฟใส่หมวกขณะขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในระดับดี ( X = 4.34 , SD. = 0.42 ) นักศึกษามีทัศนคติระดับดีมากในด้านวามปลอดภัย และรองลงมาคือ ด้านการยอมรับ ด้านการมีส่วนร่วม และด้านการบังคับใช้ ตามลำดับ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า โดยภาพรวมนักศึกษาที่มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา และเงินที่ได้จากผู้ปกครองต่างกันมีทัศนคติต่อนโยบายขับขี่ปลอดภัยเปิดไฟใส่หมวกขณะขับขี่รถจักรยานยนต์แตกต่างกัน ในด้านการมีส่วนร่วม การบังคับใช้ ความปลอดภัย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นักศึกษาส่วนใหญ่ต้องการให้มหาวิทยาลัย มีส่วนร่วมในการกำหนดบังคับใช้นโยบายขับขี่ปลอดภัย เปิดไฟใส่หมวก เป็นกฎหมายบังคับใช้กับนักศึกษา และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการขับขี่ในระดับสูงสุด ( X = 4.44 ) ผลการศึกษาที่ได้จะนำไปใช้ในการ เตรียมการป้องกันหรือลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ การขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน ก่อให้เกิดความเสียหาย ดังนั้น ควรมีการเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการรณรงค์การใช้นโยบายขับขี่ปลอดภัย เปิดไฟใส่หมวกอย่างเต็มที่คำสำคัญ : นโยบายขับขี่ปลอดภัย ทัศนคติ นักศึกษ

    วารสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Journal) : อีกหนึ่งทางเลือกของการให้บริการ

    No full text

    การสร้างชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์

    No full text
     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาคุณภาพชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์ ในด้านการออกแบบชุดสาธิต ด้านคุณลักษณะของชุดสาธิต ด้านการใช้ชุดสาธิตเป็นสื่อการจัดการเรียนรู้ด้านความคิดเห็นของผู้เรียนหลังจากผู้สอนใช้ชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์เป็นสื่อในการเรียนการสอน ผู้วิจัยทำการประเมินคุณภาพของชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์จากผู้ประเมินจำนวน 5 คนและผู้เรียน จำนวน 5 คน ผลการประเมินคุณภาพโดยผู้ประเมินจำนวน 5 คน พบว่าในภาพรวมชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์มีคุณภาพอยู่ในระดับดี เมื่อพิจารณาในรายข้อพบว่าส่วนใหญ่มีคุณภาพในระดับดี โดยข้อที่ประเมินคุณภาพในระดับดีมากคือผู้เรียนเห็นการทำงานจริงของกระปุกเกียร์รถยนต์ได้อย่างชัดเจนดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ได้ง่าย ผู้สอนใช้เป็นชุดสาธิตในการจัดการเรียนรู้แทนระบบจริงของรถยนต์ ชุดสาธิตมีความแข็งแรง ทนทานมีหัวข้อที่ประเมินคุณภาพอยู่ในระดับดีคือ สามารถนำไปใช้ฝึกทักษะให้กับนักเรียนได้ รูปทรงและลักษณะโครงสร้างของชุดสาธิตมีความเหมาะสม สะดวกในการเคลื่อนย้ายวัสดุที่ใช้จัดทำชุดสาธิต หาซื้อได้ง่าย ประหยัด เหมาะสม ผู้สอนมีความสะดวกและง่ายต่อการใช้ชุดสาธิตเป็นสื่อในการสอน ซึ่งจากผลการประเมินแสดงให้เห็นว่าชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์มีคุณภาพในระดับดี ในด้านการออกแบบชุดสาธิต ด้านคุณลักษณะของชุดสาธิต ด้านการใช้ชุดสาธิตเป็นสื่อการจัดการเรียนรู้ ผลการประเมินคุณภาพโดยผู้เรียนจำนวน 5 คน พบว่าในภาพรวมชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์มีคุณภาพอยู่ในระดับดี ในด้านคุณลักษณะของชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์ พบว่าผู้เรียนได้เห็นเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับกระปุกเกียร์ได้อย่างชัดเจนประเมินคุณภาพในระดับดีมากและผู้เรียนได้เห็นกระบวนการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังกระปุกเกียร์และการนำไปใช้งานในตำแหน่งเกียร์ต่างๆ ประเมินคุณภาพอยู่ในระดับดี คุณภาพของชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์ ผู้เรียนมีความคิดเห็นหลังจากผู้สอนใช้ชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์เป็นสื่อในการเรียนการสอนพบว่าผู้เรียนมีความเข้าใจในระบบของเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับกระปุกเกียร์ประเมินคุณภาพในระดับดีมาก และผู้เรียนรู้จักชื่อชิ้นส่วนหน้าที่การทำงานของชิ้นส่วนภายในกระปุกเกียร์ประเมินคุณภาพในระดับดีคุณภาพของชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์ ผู้เรียนมีความคิดเห็นในการนำชุดสาธิตการทำงานกระปุกเกียร์รถยนต์ใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอน พบว่าชุดสาธิตมีความน่าสนใจและง่ายต่อการเรียนรู้ ชุดสาธิตสามารถแสดงกระบวนการเป็นขั้นตอนทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้นำไปใช้ในภาคปฏิบัติงานได้ประเมินคุณภาพในระดับดีมาก และชุดสาธิตช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตรงตามวัตถุประสงค์ของบทเรียนประเมินคุณภาพในระดับดีคำสำคัญ : ชุดสาธิต เกียร์รถยนต

    การใช้และความต้องการทรัพยากรสารนิเทศในการค้นคว้าเพื่อการศึกษาของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

    No full text
     การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้และความต้องการทรัพยากรสารนิเทศในการค้นคว้า เพื่อการศึกษานักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ในด้านการเข้าใช้และปัญหาในการใช้  การใช้และการเข้าถึงสารนิเทศ  การใช้ทรัพยากรสารนิเทศ  ประเภทของหนังสือและความต้องการใช้ทรัพยากรสารนิเทศ ซึ่งได้จากกลุ่มตัวอย่าง เป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปีการศึกษา 2550 จำนวน 246 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม แบบเลือกตอบ และแบบปลายเปิด  ผลการวิจัยพบว่า ความถี่ในการเข้าใช้ห้องสมุดของนักศึกษา น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สูงสุดร้อยละ 34.10 ไม่รู้สารนิเทศที่ต้องการอยู่ที่ใด สูงสุดร้อยละ 50.40 นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้ห้องสมุดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้าประกอบการทำรายงาน โครงการ และการค้นคว้าเพิ่มเติม สูงสุดร้อยละ 85.40 อาจารย์ประจำวิชามีผลทางตรงต่อการส่งเสริมให้นักศึกษาใช้และเข้าถึงสารนิเทศ ร้อยละ 28 ส่วนนักศึกษาจะนิยมใช้ 2 วิธี คือ เดินสำรวจตามชั้นหนังสือ ร้อยละ 76.40 และถามบรรณารักษ์หรือเจ้าหน้าที่ห้องสมุด ร้อยละ 37.80 นักศึกษามีความต้องการใช้หนังสือความรู้ทั่วไป และตำราหนังสือแขนงต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ตลอดจนมีความต้องการที่จะใช้หนังสืออ้างอิงประเภทพจนานุกรมเป็นจำนวนมาก ดังนั้นห้องสมุดควรพัฒนาให้ทันสมัย มีเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะช่วยค้นได้สะดวกรวดเร็วคำสำคัญ : การใช้ห้องสมุด   ทรัพยากรสารนิเทศ   การค้นคว้า  นักศึกษ

    “เรือกอและจำลอง” ธุรกิจที่สร้างรายได้จากภูมิปัญญาชาวบ้าน

    No full text
     บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ให้นักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษา และผู้สนใจได้ศึกษาเรือกอและจำลองซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้จากภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งบรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็นศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่ายิ่ง และความงดงามของลวดลายบนเรือกอและที่ชาวประมงได้เขียนลายตามจินตนาการของตนเอง ผู้ศึกษาได้รวบรวมข้อมูลจากเอกสาร จากการเก็บข้อมูลภาคสนามในพื้นที่การสังเกตจากการสนทนากลุ่มชาวบ้าน จากการสัมภาษณ์เจาะลึก จากอินเตอร์เน็ตและจากประสบการณ์ของตนเองซึ่งเป็นคนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศติดกับอ่าวไทย ในชีวิตประจำวันชาวประมงจังหวัดนราธิวาสได้ใช้เรือกอและเป็นพาหนะสำคัญในการประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงครอบครัว ตั้งแต่รุ่งเช้าใช้เรือออกหาปลาและกลับเข้าฝั่งเวลาเที่ยงถึงบ่ายสองโมง ชาวประมงมีวิถีชีวิตที่ต้องพึ่งพาภาวะธรรมชาติ กรณีเกิดพายุไม่สามารถออกเรือเพื่อหาปลาให้ครอบครัวและชาวบ้านได้บริโภคการดำรงชีวิตของชาวประมงริมฝั่งทะเลจะมีความผูกพันกับเรือกอและเสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งวัฒนธรรมกับการดำเนินชีวิตที่สืบทอดจากบรรพบุรุษถึงปัจจุบัน ทำให้ลูกหลานชาวประมงพื้นบ้านได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการทำเรือกอและจำลองที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมโดยรวมของชาวประมงชายฝั่งทะเลและนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เรือกอและที่สร้างรายได้แก่ เยาวชนที่ไม่ได้รับการศึกษาในระบบ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการว่างงาน ปัญหายาเสพติดตลอดจนการสร้างช่องทางให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อสร้างอาชีพจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และคาดว่าบทความนี้จะเกิดประโยชน์ในการนำไปประกอบอาชีพหรือสร้างอาชีพเสริมให้กับชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดนราธิวาส และบุคคลทั่วไปที่สนใจในศิลปวัฒนธรรมอันงดงามเพื่ออนุรักษ์ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ชื่นชมและสืบสานต่อไปคำสำคัญ : เรือกอและจำลอง ธุรกิจสร้างรายได

    วัสดุมวลเบาที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมก่อสร้าง

    No full text
     การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในงานอุตสาหกรรมด้านอิฐก่อผนังเพื่องานก่อสร้างทำให้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยได้คิดค้นด้านวัสดุก่อสร้างที่เรียกว่า วัสดุมวลเบา โดยเฉพาะ อิฐมวลเบา จากการศึกษาเอกสารพบว่า อิฐมวลเบา เป็นพัฒนาการต่อยอดจากอิฐมอญหรืออิฐแดงซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับวัสดุก่อสร้างที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและเป็นทางเลือกใหม่ในงานก่อสร้างเนื่องจากอิฐมวลเบามีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากอิฐชนิดอื่นๆ อิฐมวลเบาแบ่งตามกระบวนการผลิต ได้ 2 ระบบ คือ ระบบที่ไม่ผ่านกระบวนการอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง ( Non- Autoclaved System ) กับ ระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง ( Autoclaved System ) ปัจจุบันอิฐมวลเบามีส่วนผสมจากธรรมชาติ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ ทราย ปูนขาวยิปซั่ม น้ำและสารกระจายฟองอากาศ เป็นต้น ซึ่งมีส่วนผสมพิเศษในอัตราที่เป็นสูตรเฉพาะตามขนาดของอิฐมวลเบา ตั้งแต่ความหนา 7.5, 10.0, 12.5, 15.0, และ 20.0 ซม. กว้าง 20 ซม. และยาว 60 ซม. อิฐมวลเบามีน้ำหนักเบา เนื่องจากมีฟองอากาศถึง 75% มีลักษณะเป็น closed cell ไม่ดูดซึมน้ำ หรือดูดซึมน้ำน้อยกว่าอิฐมอญ 4 เท่าป้องกันความร้อนได้ดี ค่าความต้านทานความร้อนดีกว่าคอนกรีตบล็อก 4 เท่า ดีกว่าอิฐมอญ 6-8 เท่า มีความคงทน ไม่ติดไฟ สามารถทนไฟได้ถึง 1,100 องศาเซลเซียส นาน 4 ชั่วโมง กันเสียงได้ดี ปัจจุบันราคาอิฐมวลเบา ตารางเมตรละ 200-430 บาท ค่าวัสดุบวกค่าแรงงานต่อตารางเมตร อิฐมวลเบา ขนาดความหนา 10 ซม.ราคาเฉลี่ยประมาณ 360-400 บาท ส่วนอิฐมอญก่อ 2 ชั้น ( เว้นช่องว่างตรงกลาง ) ราคา ประมาณ400 - 420 บาท/ตรม. นอกจากนี้อิฐมวลเบาได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยมีการนำวัสดุจากธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้นำมาใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งแนวโน้มการใช้อิฐมวลเบาในด้านการก่อสร้างในประเทศไทยจะแพร่หลายมากขึ้นคำสำคัญ : วัสดุมวลเบา อุตสาหกรรมก่อสร้าง วัสดุเหลือใช

    ทัศนคติของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อส่วนประสมการตลาดบริการของสำนักงานบัญชีในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

    No full text
     การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมต่อส่วนประสมการตลาดบริการของสำนักงานบัญชีโดยศึกษาเกี่ยวกับระดับทัศนคติการเปรียบเทียบทัศนคติและศึกษาปัญหาจากการใช้บริการสำนักงานบัญชีของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 191 ราย ผลการวิจัยพบว่า ระดับทัศนคติของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อส่วนประสมการตลาดบริการของสำนักงานบัญชีโดยรวม อยู่ในระดับเห็นด้วยมาก 6 ด้าน คือ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านพนักงาน/บุคลากร ด้านลักษณะทางกายภาพและด้านกระบวนการ และมีทัศนคติระดับเห็นด้วยปานกลาง 1 ด้าน คือ ด้านการส่งเสริมการตลาด เมื่อพิจารณาระดับทัศนคติเป็นรายข้อแต่ละด้านพบว่า ด้านผลิตภัณฑ์ให้มีบริการยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่ถูกต้อง ด้านราคาต้องกำหนดอัตราค่าบริการที่เหมาะสม ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายสถานที่ตั้งหาง่าย ด้านลักษณะทางกายภาพเป็นสำนักงานที่มีชื่อเสียงเชื่อถือได้ ด้านบุคลากรพนักงานมีความสุภาพและเป็นกันเอง และด้านกระบวนการให้บริการมีการเก็บรักษาข้อมูล และความลับของลูกค้าเป็นอย่างดี ผลการเปรียบเทียบระดับทัศนคติพบว่า เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ของผู้ประกอบการมีทัศนคติต่อส่วนประสมการตลาดบริการของสำนักงานบัญชีแตกต่างกัน  ปัญหาที่พบในการใช้บริการสำนักงานบัญชีคือสำนักงานบัญชีไม่มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย  สถานที่ตั้ง สำนักงานบัญชีไกลไม่สะดวกต่อการติดต่อ การให้คำปรึกษาทางด้านบัญชีและภาษีไม่มีประสิทธิภาพ ขาดประสบการณ์และความชำนาญทางด้านบัญชีที่เชื่อถือได้ผลการศึกษาที่ได้สำนักงานบัญชีสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้ตอบสนองความพึงพอใจของผู้ใช้บริการคำสำคัญ : ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม   ส่วนประสมการตลาดบริการ  สำนักงานบัญช

    41

    full texts

    351

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇