Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
351 research outputs found
Sort by
การออกแบบและพัฒนาเครื่องอัดขึ้นรูปเม็ดดินส่งกระสุน
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการออกแบบและสร้างเครื่องอัดขึ้นรูปเม็ดดินส่งกระสุน มีการใช้เทคนิควิศวกรรมคุณค่า VE (Value Engineering) ประยุกต์ใช้ในขั้นตอนของการออกแบบ และวิเคราะห์เครื่องจักรต้นแบบเพื่อคำนวณค่าความปลอดภัยด้วยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ (Finite Element Method) ผลของการดำเนินการวิจัยแสดงให้เห็นว่า เครื่องต้นแบบสามารถอัดขึ้นรูปเม็ดดินส่งกระสุนได้ตามมาตรฐาน นาโต้ (NATO) นอกจากนี้เครื่องต้นแบบสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีนัยสำคัญในการลดต้นทุนสำหรับการวิจัยของกองทัพไทยคำสำคัญ: ออกแบบ เครื่องอัดขึ้นรูป เม็ดดินส่งกระสุ
การทดสอบประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเรื่อง “ อุทกเศียร(Hydrocephalus)” สำหรับนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 3
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเรื่อง อุทกเศียร (Hydrocephalus) สำหรับนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักศึกษาที่เรียนด้วยบทเรียนที่พัฒนาขึ้นกับนักศึกษาที่เรียนโดยการจัดการการเรียนการสอนแบบปกติ ซึ่งบทเรียนได้ผ่านการตรวจสอบโดยผูเทรงคุณวุฒิจำนวน 6 ท่าน ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเท่ากับ 0.72 ค่าอำนาจจำแนก (r) ระหว่าง 0.27-0.64 และค่าดัชนีความยากง่าย (p) มีค่าระหว่าง 0.50-0.82 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 80 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมที่มีการจัดการเรียนการสอนแบบปกติ จำนวน 40 คน และกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มทดลองที่มีการเรียนผ่านบทเรียนที่พัฒนาขึ้นจำนวน 40 คน สถิติที่ใช้ในการหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ใช้สูตร E1/E2 การทดสอบความแตกต่างระหว่างผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน ใช้สถิติค่าที (Paired t-test, Independent t-test) และวิเคราะห์ความพึงพอใจ โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และ ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพบทเรียนที่สร้างขึ้น มีค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพเท่ากับ 87.75/82.55 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนด้วยบทเรียนที่สร้างขึ้นมีผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนสูงกว่ากับนักศึกษาที่เรียนโดยการจัดการการเรียนการสอนแบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ความพึงพอใจของนักศึกษาที่ใช้บทเรียนที่สร้างขึ้นมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ดังนั้นบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจในเนื้อหาเรื่องอุทกเศียรและทบทวนบทเรียนได้ดีขึ้นคำสำคัญ : บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน, อุทกเศียร(Hydrocephalus), นักศึกษาพยาบา
ศึกษาการเจริญเติบโตและผลผลิตอ้อยคั้นน้ำ 2 พันธุ์
การศึกษาการเจริญเติบโตและผลผลิตอ้อยคั้นน้ำ 2 พันธุ์ ดำเนินการ ณ แปลงทดลองภาควิชาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 10 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2550 ถึงวันที่ 15 เดือนเมษายน พ.ศ. 2551 การวางแผนการทดลองแบบ Randomized Completely Block Design จำนวน 4 ซ้ำ 2 สิ่ง ทดลองคือ อ้อยพันธุ์สิงคโปร์ และอ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50 ผลการศึกษาพบว่า อ้อยคั้นน้ำพันธุ์สิงคโปร์มีน้ำหนักต่อลำมากกว่าอ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50 ส่วนการเจริญเติบโตทางด้านความสูง จำนวนลำต่อแถว ความยาวปล้อง อ้อยสุพรรณบุรี 50 มีการเจริญเติบโตมากกว่าอ้อยคั้นน้ำพันธุ์สิงคโปร์ ทางด้านผลผลิต พบว่า อ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50 ให้ผลผลิต 9,220.46 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนอ้อยสิงคโปร์ให้ผลผลิต 5,360.20 กิโลกรัมต่อไร่ อ้อยคั้นน้ำพันธุ์สิงคโปร์ เป็นพันธุ์ดั้งเดิมที่นิยมปลูกในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ส่วนอ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50 เป็นอ้อยคั้นน้ำสายพันธุ์ใหม่และได้รับการส่งเสริมให้ปลูกเพื่อการค้าในหลายพื้นที่ ในปัจจุบันเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางในการพัฒนาการผลิตอ้อยคั้นน้ำของจังหวัดนราธิวาสหรือจังหวัดใกล้เคียง ให้เป็นอาชีพเสริม หรืออาชีพหลักของเกษตรกร เพื่อยกระดับรายได้ ลดการว่างงาน ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ มีส่วนช่วยเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งได้อีกทางหนึ่งคำสำคัญ : การเจริญเติบโต, ผลผลิต, อ้อยคั้นน้
การดูแลด้านจิตวิญญาณในผู้ป่วยวิกฤตและครอบครัวในไอซียู: ประสบการณ์ทางการพยาบาล
จิตวิญญาณเป็นอีกมิติหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ามิติด้านกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลมีการเจ็บป่วยในภาวะวิกฤต จากการทบทวนวรรณกรรม พบว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤตและครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยมีความต้องการการดูแลด้านจิตวิญญาณในระดับมาก ซึ่งพยาบาลมีบทบาทสำคัญต่อการตอบสนองและส่งเสริมการดูแลด้านจิตวิญญาณของผู้ป่วยและครอบครัวที่อยู่ในภาวะวิกฤต โดยอาศัยองค์ประกอบที่สำคัญมากที่สุดคือ การประเมินความต้องการด้านจิตวิญญาณ การสื่อสาร พูดคุย กับผู้ป่วยและครอบครัว การอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวในการทำพิธีกรรมทางศาสนา และความเชื่อ การแสดงออกถึงการยอมรับให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วย มีผลลัพธ์ทางการพยาบาล เช่น สุขภาวะทางจิตวิญญาณที่ดี การกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ คำติชมและสัมพันธภาพที่ดี ดังกรณีตัวอย่างที่ศึกษา คำสำคัญ: การดูแลด้านจิตวิญญาณ ผู้ป่วยวิกฤตและครอบครัว ประสบการณ์ทางการพยาบาลในไอซีย
ผลของการให้ความรู้อย่างมีแบบแผนต่อความรู้ การรับรู้ความสามารถและพฤติกรรมการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ที่เข้ารับการทำหัตถการหลอดเลือดหัวใจ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง ชนิดกลุ่มเดียววัดผลเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลอง เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการให้ความรู้อย่างมีแบบแผนต่อความรู้ การรับรู้ความสามารถและพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่เข้ารับการทำหัตถการหลอดเลือดหัวใจในหอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จำนวน 94 ราย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด เก็บรวบรวมข้อมูล 3 ครั้ง คือ ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง 1 วัน และหลังการทดลอง 1 เดือน โดยใช้แบบวัดความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ แบบสัมภาษณ์การรับรู้ความสามารถและพฤติกรรมในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งผู้วิจัยดัดแปลงจากแบบวัดความรู้ การรับรู้ความสามารถและพฤติกรรมการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคหัวใจของสำนักการพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ทดสอบความเที่ยงของแบบวัดความรู้ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.88 แบบวัดการรับรู้ความสามารถและพฤติกรรมการดูแลตนเองได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติ ความถี่ ร้อยละ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ การรับรู้ความสามารถและพฤติกรรมการดูแลตนเองก่อนและหลังโดยใช้สถิติทดสอบค่าที (Paired t-test) ผลการวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ การรับรู้ความสามารถและพฤติกรรมการดูแลตนเอง ภายหลังการได้รับความรู้อย่างมีแบบแผนสูงกว่าก่อนการได้รับความรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คำสำคัญ : ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่เข้ารับการทำหัตถการหลอดเลือดหัวใจ การให้ความรู้อย่างมีแบบแผนความรู้ การรับรู้ความสามารถ พฤติกรรมการดูแลตนเอ