Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
Not a member yet
    351 research outputs found

    การรับรู้ข้อมูลของญาติผู้มารับบริการที่งานอุบัติเหตุและฉุกเฉินโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

    No full text
    งานอุบัติเหตุและฉุกเฉินให้บริการผู้ป่วยที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยอย่างเฉียบพลัน การให้ข้อมูลและการรับรู้ข้อมูลในการรักษาพยาบาลงานอุบัติเหตุและฉุกเฉินมีความสำคัญเนื่องจากผู้ป่วยหรือญาติในจังหวัดนราธิวาสมีความแตกต่างกันด้านภาษาและวัฒนธรรม  วัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อศึกษาระดับการรับรู้ข้อมูลของญาติเมื่อมารับบริการที่งานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน กลุ่มตัวอย่างเป็นญาติผู้มารับบริการที่งานอุบัติเหตุและฉุกเฉินโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์จำนวน 350 คน  และตอบแบบสอบถามซึ่งทีมผู้วิจัยสร้างขึ้นตามกรอบมาตรฐานการให้ข้อมูลและการเคารพสิทธิของผู้ป่วยตามมาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลการบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินของดารณี จามจุรี (2542)  เก็บข้อมูลตามอัตราส่วนการมารับบริการเวรเช้า:เวรบ่าย:เวรดึก เท่ากับร้อยละ 30:50:20 และวิเคราะห์การรับรู้ข้อมูลของญาติผู้มารับบริการด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า  ญาติผู้มารับบริการรับรู้ข้อมูลโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง  และการรับรู้ข้อมูลของญาติระยะเมื่อมาถึงและระยะก่อนจำหน่ายจากตึกอุบัติเหตุกรณีนอนโรงพยาบาลอยู่ในระดับสูง  ส่วนการรับรู้ข้อมูลขณะเข้ารับการรักษาพยาบาลและจำหน่ายกลับบ้านอยู่ในระดับปานกลาง ข้อเสนอแนะ ผู้บริหารทางการพยาบาลสามารถนำผลวิจัยครั้งนี้ไปใช้ในการวางแผนพัฒนาแนวทางและระบบการให้ข้อมูลแก่ญาติเมื่อผู้รับบริการเข้ารับการรักษาพยาบาลและเมื่อจำหน่ายกลับบ้าน เพื่อให้การให้ข้อมูลในแต่ระยะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานตามที่สำนักการพยาบาลกำหนดต่อไป คำสำคัญ: การรับรู้ข้อมูล,  ญาติผู้มารับบริการ,  งานอุบัติเหตุและฉุกเฉิ

    การพัฒนาเครื่องย่อยขวดแก้ว

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อ  พัฒนาเครื่องย่อยขวดแก้วให้เหมาะสมกับสถานประกอบการขนาดเล็ก  ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้  ลดระยะเวลา  และเกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน  โดยการออกแบบโครงสร้างเครื่องใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นกำลัง  ส่งถ่ายกำลังโดยสายพานและพูลเล่ย์   ในการขับเคลื่อนเพลาที่มีชุดใบมีดย่อยขวดแก้ว  ผู้วิจัยทำการประเมินคุณภาพของเครื่องย่อยขวดแก้ว  โดยผู้ประเมินจำนวน 7 ท่าน ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรกล  และผู้ชำนาญงานที่มีประสบการณ์ในด้านการย่อยขวดแก้ว  ด้วยการทดลองใช้เครื่องจักรและทำการตอบแบบประเมินที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น  และผู้ศึกษานำผลจากการตอบแบบสอบถามมาวิเคราะห์เพื่อหาคุณภาพและประสิทธิภาพของเครื่องย่อยขวดแก้วด้วยวิธีการทางสถิติและสรุปผล  ปรากฏว่าการประเมินคุณภาพของเครื่องย่อยขวดแก้วโดยภาพรวมสรุปคะแนนเฉลี่ยจากทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านโครงสร้าง  ด้านการใช้งาน และด้านผลผลิตของเครื่อง  เท่ากับ  3.86  อยู่ในเกณฑ์  3.50 - 4.49  แสดงว่าโดยภาพรวมของเครื่องย่อยขวดแก้วนี้ มีคุณภาพดี  จากผลการทดสอบเพื่อหาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องย่อยขวดแก้วทั้งหมด  5  ครั้ง  ผลปรากฏว่าเครื่องย่อยขวดแก้วสามารถคัดแยกขนาดเศษแก้วที่ต้องการได้น้ำหนักโดยเฉลี่ย  22. 1 kg/min   และแยกขนาดของเศษแก้ว  ที่ไม่ต้องการ น้ำหนักโดยเฉลี่ย  0.34 kg/min  ซึ่งจากผลการประเมินแสดงให้เห็นว่าเครื่องย่อยขวดแก้วมีคุณภาพและประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในสมมติฐานและขอบเขตของการศึกษา คำสำคัญ : เครื่องย่อยขวดแก้ว, การพัฒน

    นราธิวาส สู่ เชียงราย กับการศึกษาดูงาน

    No full text

    คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรมสาขาวิชาก่อสร้างตามความต้องการของสถานประกอบการ ในเขตจังหวัดนราธิวาส

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการของสถานประกอบการในเขตจังหวัดนราธิวาส ที่มีต่อคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม สาขาวิชาก่อสร้าง และเพื่อเปรียบเทียบกับการตอบสนองจริงของผู้สำเร็จการศึกษาที่มีต่อคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงประเภทอุตสาหกรรม สาขาวิชาก่อสร้าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ เจ้าของสถานประกอบการหรือผู้จัดการ ตลอดจนผู้ควบคุมการฝึกงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น 82 สถานประกอบการ ซึ่งผู้วิจัยได้ใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล และนำมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t – test) ผลการวิจัย พบว่า ความต้องการของสถานประกอบการที่มีต่อคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาก่อสร้าง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า สถานประกอบการมีความต้องการคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษา ด้านคุณธรรม จริยธรรม มากกว่าด้านอื่น รองลงมาคือ ด้านบุคลิกภาพ ด้านวิชาชีพ และด้านวิชาการ ตามลำดับ และพบว่า การตอบสนองของผู้สำเร็จการศึกษาที่สถานประกอบการได้รับจริง ในด้านบุคลิกภาพ ได้รับการตอบสนองมากกว่าด้านอื่น รองลงมาคือ ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านวิชาชีพ และด้านวิชาการ ตามลำดับ และผลการเปรียบเทียบความต้องการของสถานประกอบการ ที่มีต่อคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษา กับการตอบสนองจริงที่สถานประกอบการได้รับโดยภาพรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ทุกด้านมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05คำสำคัญ : ความต้องการ คุณลักษณะ ผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สถานประกอบกา

    ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการประกอบธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้านของผู้ประกอบการในอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

    No full text
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความสำเร็จของผู้ประกอบการในการประกอบธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้านในอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส และ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยพื้นฐานของความสำเร็จในการประกอบธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้านในอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือผู้ประกอบการธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้านในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยคัดเลือกเฉพาะพื้นที่ที่มีการผลิตอาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้านได้แก่ ผู้ผลิตใน 4 ตำบล คือ ตำบลบางนาค ตำบลโคกเคียน ตำบลกะลุวอ และตำบลกะลุวอเหนือ จำนวน 123 ราย โดยการเปิดตารางของเครจซี่และมอร์แกน ใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม “ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการประกอบธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้านของผู้ประกอบการในอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส” ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 41-45 ปี สำเร็จการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา มีรายได้สุทธิระหว่าง 10,000-20,000 บาท ประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้านอยู่ระหว่าง  6-10 ปี  ระดับความสำเร็จในการประกอบธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้านของผู้ประกอบการธุรกิจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ปัจจัยพื้นฐานแห่งความสำเร็จในการประกอบธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้านด้านแรงงานส่วนใหญ่เห็นว่า จำนวนแรงงานที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง  6-10 คน ต่อหนึ่งรายธุรกิจ และใช้แรงงานภายในครอบครัว ด้านเงินทุนที่ใช้ในระยะเริ่มต้นของการประกอบธุรกิจ จำนวน 30,001-40,000 บาท โดยแหล่งเงินทุนที่ใช้เป็นเงินทุนสะสมภายในครอบครัวซึ่งใช้ระยะเวลาของการคืนทุนระหว่าง 1-3 ปีด้านวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตต้องแสวงหาด้วยตนเองจากภายในท้องถิ่น  และผู้ประกอบการธุรกิจประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมืออุปกรณ์ขึ้นใช้เองในกิจการคำสำคัญ : ปัจจัยแห่งความสำเร็จ การประกอบธุรกิจ อาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้าน ผู้ประกอบกา

    กระบวนการดูแลผู้บาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง

    No full text
    การดูแลผู้บาดเจ็บได้รับความสนใจมากขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะภายหลังจากมีเหตุการณ์ความไม่สงบ หรือความรุนแรงจากการบาดเจ็บในลักษณะต่างๆสูงขึ้น พยาบาลมีบทบาทสำคัญในจัดการดูแล ผู้บาดเจ็บตั้งแต่ระยะก่อนถึงโรงพยาบาล ระยะรักษาในโรงพยาบาล และระยะฟื้นฟู การปฏิบัติบนหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อการพัฒนาคุณภาพการดูแล และสร้างรูปแบบการพยาบาล เพื่อจัดการแก้ไขและลดปัญหาทั้งทางกายและจิตสังคมของผู้บาดเจ็บอย่างต่อเนื่องและเป็นองค์รวม ถือว่ามีความจำเป็นยิ่ง จุดเน้นของการดูแล คือ ทักษะการช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บขั้นสูง เครื่องมือที่เหมาะสมในการประเมิน และการพัฒนาระบบการสื่อสารสำหรับระบบส่งต่อ และในการดูแลที่ต่อเนื่องครอบคลุมทุกระยะ จนถึงการส่งเสริมความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายหรือภาวะแทรกซ้อน ด้วยวิธีการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพคำสำคัญ : การดูแลอย่างต่อเนื่อง ผู้บาดเจ็บ หลักฐานเชิงประจักษ

    การศึกษากำลังอัดของคอนกรีตที่ใช้ฝุ่นแกรนิตเป็นส่วนผสมแทนทรายกรณีศึกษา หินฝุ่นแกรนิตจากโรงโม่หินของบริษัทโรงโม่ไทยจำกัด

    No full text
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากำลังอัดของคอนกรีตที่ใช้ฝุ่นแกรนิตเป็นส่วนผสมแทนทราย กรณีศึกษาหินฝุ่นแกรนิตจากโรงโม่หินของบริษัทโรงโม่ไทยจำกัด โดยใช้หินฝุ่นแกรนิตเป็นส่วนผสมแทนทรายที่อัตราส่วนร้อยละ 20, 40, 60, 80 และ 100 (แทนทรายทั้งหมด) โดยน้ำหนัก การผสมคอนกรีตใช้อัตราส่วน 1:2:4 (ปูนซีเมนต์:ทราย:หิน) โดยน้ำหนัก ที่อัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์ เท่ากับ 0.55 หินฝุ่นแกรนิต มีค่าความถ่วงจำเพาะ 2.62 ร้อยละของการดูดซึม 0.4 ทรายที่นำมาผสมมีคุณลักษณะตามมาตรฐาน ASTM C33 ค่าการยุบตัวของคอนกรีต (Slump test) เฉลี่ย 8.8 ซ.ม. แท่งตัวอย่างคอนกรีตที่ใช้ในการทดสอบการรับกำลังอัด เป็นแท่งคอนกรีตทรงกระบอกตามมาตรฐาน ASTM C192 เส้นผ่าศูนย์กลาง 15 ซ.ม. สูง 30 ซ.ม. บ่มคอนกรีตโดยใช้วิธีแช่น้ำตลอดอายุคอนกรีต ที่อายุการบ่ม 7, 14, 21 และ 28 วัน ทั้งนี้ปรากฏว่าการรับกำลังอัดของคอนกรีต เมื่ออายุการบ่ม 28 วัน ของแต่ละอัตราส่วนผสมที่ใช้ฝุ่นแกรนิตแทนทราย มีค่าแตกต่างกันอยู่ในช่วง 249 - 267 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (หรือเฉลี่ย 258 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) โดยเมื่อเปรียบเทียบกับคอนกรีตที่ผสมเฉพาะทรายเท่านั้น (ไม่มีหินฝุ่นแกรนิตผสม) ในอัตราส่วน 1:2:4 ซึ่งให้ค่ากำลังอัด 275 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร จะเห็นว่ามีค่าใกล้เคียงกัน (ค่ากำลังอัดต่างกันประมาณ 6.2%) นอกจากนี้ค่าความแปรปรวนของค่ากำลังอัดในแต่ละอัตราส่วนผสมมีค่าค่อนข้างต่ำ (ประมาณ 3.5%) ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าคอนกรีตที่ใช้หินฝุ่นแกรนิตแทนทรายบางส่วนนั้นสามารถนำไปใช้งานในงานโครงสร้างบางประเภทได้ เช่น งานโครงสร้างประเภท A (งานโครงสร้างและผิวถนน) ตามที่กำหนดใน ASTM C150 ที่ระบุค่ากำลังอัดประลัยไว้ไม่น้อยกว่า 210 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ที่อายุการบ่ม 28 วันคำสำคัญ : หินฝุ่นแกรนิต  ทราย  คอนกรีต  กำลังอัดประลั

    การควบคุมปริมาณไนโตรเจนออกไซด์จากเครื่องยนต์ดีเซลโดยใช้กระบวนการซีเล็คทีฟแคทตาลิสต์รีดักชั่น

    No full text
    เทคโนโลยีเอสซีอาร์เป็นเทคโนโลยีที่นำแคทตาลิสต์ในกลุ่มของแพลตตินัม และซีโอไลต์  มาทำปฎิกิริยากับสารรีดักแทนซ์ได้แก่ แอมโมเนีย ยูเรีย และไฮโดรคาร์บอน เพื่อช่วยลดปริมาณไนโตรเจนออกไซด์ เทคโนโลยีเอสซีอาร์ มีประสิทธิภาพสูงในการลดปริมาณไนโตรเจนออกไซด์ (>90%) ในก๊าซไอเสียที่ได้จากการเผาไหม้ และเป็นเทคโนโลยีราคาถูก จึงเป็นที่นิยมในโรงงานอุตสาหกรรมแ เทคโนโลยีเอสซีอาร์ได้รับการพัฒนาและนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งในปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญต่อสภาวะสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดสภาวะโลกร้อน มลพิษที่มีปริมาณมากเกิดจากการเผาไหม้ยานยนต์ ดังนั้นจึงได้มีการกำหนดมาตรการควบคุมมลพิษจากการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ที่เข้มงวดขึ้น ตามมาตรฐานยุโรป (EURO) มาตรฐานอเมริกา (US) และ มาตรฐานญี่ปุ่น (JAPAN) เป็นต้น และมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมปริมาณมลพิษในอากาศได้แก่ ไนโตรเจนออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน คาร์บอนมอนนอกไซด์ และฝุ่นละออง ให้อยู่ในมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งนี้ในอนาคตเทคโนโลยีเอสซีอาร์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีความสำคัญเพื่อช่วยควบคุมปริมาณมลพิษในไอเสียให้อยู่ภายใต้มาตรฐานที่กำหนดคำสำคัญ : เทคโนโลยีเอสซีอาร์ แคทตาลิสต์ ไนโตรเจนออกไซด

    การใช้ไตรโคเดอร์มาในการควบคุมโรคพืช

    No full text
    ไตรโคเดอร์มา (Trichoderma spp.) เป็นเชื้อราปฏิปักษ์ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืช และสามารถช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตให้แก่พืช ไตรโคเดอร์มาที่สามารถควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืชมีหลายสายพันธุ์ เช่น Trichoderma harzianum, T. viride และ T. virens และสามารถควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิด เช่น Phytophthora spp., Pythium spp., Rhizoctonia solani, Fusarium spp., Sclerotium rolfsii,, Alternaria spp., Colletotrichum spp., Sclerotinia sclerotiorum และ Botrytis cinerea กลไกการควบคุมโรคของเชื้อราไตรโคเดอร์มามีหลายกลไก ที่สำคัญ ๆ เช่น การสร้างสารปฏิชีวนะ การแข่งขัน การเป็นปรสิต และการชักนำให้เกิดความต้านทาน ในปัจจุบันมีการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อควบคุมโรคพืช และผลิตเพื่อจำหน่ายทางการค้าอย่างกว้างขวาง คำสำคัญ : ไตรโคเดอร์มา เชื้อราปฏิปักษ์ การควบคุมโรคพืช เชื้อราสาเหตุโรคพื

    ปุ๋ยอินทรีย์กับการปรับปรุงดินเสื่อมคุณภาพ

    No full text
    บทความนี้ได้กล่าวถึง  การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการปรับปรุงดินเสื่อมโทรม  เนื่องจากในปัจจุบัน  ปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ  มีความรุนแรงมากขึ้น  และมีความจำเป็นที่ต้องเร่งแก้ไข  ซึ่งหลักสำคัญคือต้องปรับปรุงส่วนประกอบของดินให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม  การเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้กับดินให้มีปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการ  ทำให้ดินมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช  การใส่ปุ๋ยอินทรีย์เป็นแนวทางหนึ่งที่เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน สามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินที่เสื่อมโทรมให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น  โดยการใช้วัสดุเหลือใช้ต่าง  ๆ  เช่น  วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร  โรงงานอุตสาหกรรมครัวเรือน  และวัชพืช  ซึ่งวัสดุเหลือใช้เหล่านี้หากไม่นำมาใช้ประโยชน์จะทำให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมได้  โดยที่ปุ๋ยอินทรีย์ทำให้ดินมีสมบัติดีขึ้นทั้งทางกายภาพ  ทางเคมีและทางชีวภาพ  คือ  ทางกายภาพ  ปุ๋ยอินทรีย์ส่งเสริมให้อนุภาคของดินจับตัวเป็นก้อน  ทำให้ดินมีโครงสร้างที่ดีและร่วนมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก  การระบายน้ำดี  ความสามารถในการอุ้มน้ำเพิ่มขึ้น  ทางด้านเคมีของดิน  ปุ๋ยอินทรีย์สามารถเพิ่มปริมาณธาตุอาหารพืชในดิน  เพิ่มความสามารถในการดูดซับธาตุอาหารพืช  เพิ่มความต้านทานการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดด่างของดิน  และช่วยลดความเป็นพิษของธาตุอาหารพืชบางชนิด  ทางด้านชีวภาพของดิน  ปุ๋ยอินทรีย์สามารถเพิ่มแหล่งธาตุอาหารของจุลินทรีย์ดิน  ช่วยเพิ่มปริมาณของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และลดจำนวนจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุโรคพืชได้  ดังนั้นปุ๋ยอินทรีย์เป็นวัสดุอินทรีย์ที่สำคัญ  สามารถช่วยปรับปรุงสภาพดินเสื่อมโทรมให้มีคุณภาพดีเหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพืช  และเพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรดินได้อย่างยั่งยืนถาวรตลอดไป คำสำคัญ :  ปุ๋ยอินทรีย์  ดินเสื่อมคุณภาพ  อินทรียวัตถ

    41

    full texts

    351

    metadata records
    Updated in last 30 days.
    Princess of Naradhiwas University: E-Journals / วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
    Access Repository Dashboard
    Do you manage Open Research Online? Become a CORE Member to access insider analytics, issue reports and manage access to outputs from your repository in the CORE Repository Dashboard! 👇